พบอีก2ใส่ชุดช่าง5ผบ.ทัพ-ไว้อาลัย
พบเพิ่ม 2 ร่างลูกเรือหลวงสุโขทัยลอยกลางทะเลชุมพร ลำเลียงส่งพิสูจน์ที่ประจวบฯ แล้ว ทร.เปิดผลพิสูจน์อัตลักษณ์ 3 รายล่าสุด ยืนยันได้แล้ว 2 รายเป็นลูกเรือหลวงสุโขทัย ยอดเสียชีวิตรวมแล้ว 21 ราย เหลือสูญหายอีก 8 ราย ขณะที่เรือหลวงราวีลงสำรวจใต้ทะเลใกล้จุดเรือหลวงสุโขทัยล่มไม่พบผู้เสียชีวิต ญาตินำกระดูก 3 ศพไปลอยอังคารในอ่าวทะเลสัตหีบแล้ว ขณะเดียวกันส่งร่างอีก 3 ศพกลับบ้านเกิด เตรียมเคลื่อนศพ 10 รายที่พิสูจน์อัตลักษณ์เรียบร้อยแล้ว จากบางสะพานไปทำพิธีทางศาสนาที่สัตหีบวันนี้ ผบ.ทสส.นำผบ.เหล่าทัพยืนไว้อาลัย คารวะ สดุดีเหยื่อผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตจากเรือล่ม
โดรนทร.พบร่างผู้เสียชีวิต 1 ราย
เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 27 ธ.ค. ที่ศูนย์ประสานความช่วยเหลือผู้ประสบภัยรล.สุโขทัย ท่าเรือประจวบ อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ พล.ร.ท.พิชัย ล้อชูสกุล ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 แถลงข่าวความคืบหน้าการค้นหาผู้สูญหายจากเหตุร.ล.สุโขทัยอับปาง และแผนการค้นหาในวันนี้ว่า สำหรับการปฏิบัติวันนี้ช่วงเช้า UAV ของกองทัพเรือค้นพบร่างผู้เสียชีวิตใกล้เกาะสาก จ.ชุมพร พื้นที่ 9A ขณะนี้มีเรือประมงเฝ้าอยู่ โดยกำลังนำเรือ 611 จากกรมประมงเข้าไปรับ และจะนำร่างจากชุมพรส่งมายังมูลนิธิสว่างราษฎร์ศรัทธาธรรมสถาน โดยเป็นเครื่องแต่งกายที่บ่งชี้ว่าเป็นกำลังพลของร.ล.สุโขทัย
วันนี้หมู่เรือที่ 1 โดยร.ล.นเรศวร ร.ล.ตากสิน ร.ล.นราธิวาส ร.ล.กระบุรี ต.270 ต.114 และอากาศยานของกองทัพเรือ ซึ่งมีหน่วยงานอื่นสนับสนุนการค้นหาทางอากาศ ยังคงปฏิบัติการค้นหาเช่นเดิม และหมู่เรือที่ 2 ร.ล.บางระจัน ออกเดินทางเข้าไปในพื้นที่ปฏิบัติการตั้งแต่เวลา 03.00 น.
ต่อมาเวลา 06.00 น.ร.ล.ราวีนำนักประดาน้ำจากกรมสรรพาวุธทหารเรือ 53 นายเข้าพื้นที่เพื่อปฏิบัติการใต้น้ำทันที การค้นหาการชายฝั่งยังคงเป็นการเดิม ซึ่งจะปูพรมค้นหาทางเท้า ริมชายหาดและตามเกาะต่างๆ
สำหรับร่างกำลังพลที่เสียชีวิตทั้ง 8 นายที่พิสูจน์อัตลักษณ์ยืนยันตัวตนเรียบร้อยแล้ว ขณะนี้รอญาติเดินทางมายังมูลนิธิเพื่อดำเนินการทางเอกสารตามกฎหมายต่อไป

พบอีก 2 – เรือตรวจประมงทะเล 611 นำร่างผู้เสียชีวิต 2 รายที่พบบริเวณเกาะไข่และเกาะสาก เข้าเทียบท่าเรือ เพื่อส่งพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคลว่าเป็นลูกเรือร.ล.สุโขทัยหรือไม่ ที่ศูนย์ป้องกันและปราบปรามประมงทะเล อ.เมืองชุมพร จ.ชุมพร เมื่อวันที่ 27 ธ.ค.
พบเพิ่มอีกร่างใกล้เกาะไข่
เช้าวันเดียวกัน ชุดมูลนิธิชุมพรการกุศลสงเคราะห์ มูลนิธิธรรมรัศมีมณีรัตน์ ชลบุรี (กู้ภัยมังกร) และสมาคมอาสาสมัครร่วมกตัญญู จ.ปทุมธานี ประชุมวางแผนเร่งออกค้นหา 2 เป้า คือจุด A เร่งค้นหาริมฝั่งบริเวณแหลมแท่น ห่างจากสะพานปลา 6.6 ไมล์ทะเล ห่างจากแหลมแท่นไปพิกัด B หรือเกาะไข่ 3.5 ไมล์ทะเล ปรากฏว่าเมื่อเวลา 09.30 น. พบร่างผู้เสียชีวิต 1 ศพ ต่อมาเรือหลวงนเรศวรมารับกลับส่งพื้นที่บางสะพาน
และเมื่อเวลา 11.00 น. ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ จ.ชุมพรได้รับแจ้งจากชาวประมงว่า พบร่างของผู้ประสบภัยบริเวณเกาะสากอีก 1 ร่าง ห่างจากฝั่ง 2 ไมล์ทะเลครึ่ง จึงเข้าไปยังจุดลำเลียงร่างที่ศูนย์ป้องกันและปราบปรามประมงทางทะเลในพื้นที่ต.ปากน้ำทันที
เมื่อเวลา 12.00 น. ที่ศูนย์ป้องกันและปราบปรามประมงทะเล เลขที่ 405 หมู่ 8 ต.ปากน้ำ อ.เมือง จ.ชุมพร นายวิสาห์ พูลศิริรัตน์ ผู้ว่าฯ จ.ชุมพร พร้อมด้วยน.อ.ชำนาญ สอนแพง รองผอ.ศรชล. จ.ชุมพร เจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่บุคลากรทางการแพทย์ กู้ภัยฯ ลำเลียงร่าง ผู้เสียชีวิต 2 ราย โดยเรือตรวจประมงทะเล 611 นำร่างผู้เสียชีวิตทั้ง 2 รายเข้าเทียบท่าเรือ หน้าศูนย์ป้องกันและปราบปรามประมงทะเล
น.อ.ชำนาญกล่าวว่า เมื่อวานนี้ได้รับแจ้งจากหน่วยที่ร่วมปฏิบัติค้นหา พบผู้ประสบภัย 1 ร่างพิกัดบริเวณละติจูด 10 องศา 44.03 ลิปดาเหนือ ลองจิจูด 99 องศา 30.51 ลิปดา ตะวันออก ระยะห่างจากเกาะไข่ อ.ปะทิว จ.ชุมพร ไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ประมาณ 5 ไมล์ และลำเลียงขึ้นเรือรบหลวงนเรศวร เพื่อนำส่งศูนย์อำนวยการใหญ่ อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ทำการพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคล ลักษณะสัณฐานเบื้องต้นคาดว่าน่าจะเป็นกำลังพลของทหารเรือรบหลวงสุโขทัย สังเกตจากทรงผม ความสูง และเครื่องแต่งกาย
ล่าสุดการค้นหาวันนี้ ช่วงเช้าพบร่างผู้เสียชีวิต 2 ร่าง โดยร่างแรกพบที่บริเวณเกาะสาก จ.ชุมพร โดยร่างสวมชุดหมี ตำแหน่งช่าง เป็นหลักฐานเบื้องต้นสามารถบ่งชี้ว่าเป็นกำลังพลกองทัพเรือ เรือตรวจการณ์ประมง 611 เข้าเก็บกู้
ต่อมาเวลา 10.43 น. ตรวจพบร่างผู้เสียชีวิตอีก 1 ร่าง โดยเรือตรวจการณ์ประมงที่ 619 เข้าเก็บกู้ มีหลักฐานบ่งชี้ว่าเป็นกำลังพลกองทัพเรือเช่นกัน โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่กู้ภัย จ.ชุมพร นำร่างทั้ง 2 ร่างส่งศูนย์พิสูจน์เอกลักษณ์บุคคล สภ.บางสะพาน เพื่อเข้าสู่กระบวนการของการพิสูจน์อัตลักษณ์เพื่อยืนยันตัวบุคคล โดยรวมกับร่างที่พบวานนี้อีก 1 ร่าง เป็น 3 ร่าง หากสามารถยืนยันตัวบุคคลได้ จะแจ้งให้ครอบครัวกำลังพลทราบ เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป

ลอยอังคาร – ญาติร่วมกันนำอัฐิของ พล.ร.ต.สามารถ แก้วผลึก, น.ต.อำนาจ พิมที และน.ต.อัชชา แก้วสุพรรณ์ 3 กำลังพลร.ล.สุโขทัย มาทำพิธีลอยอังคาร ที่อ่าวสัตหีบ จ.ชลบุรี เมื่อวันที่ 27 ธ.ค.
ลอยอังคารอัฐิ 3 กำลังพลเรือสุโขทัย
เมื่อเวลา 10.00 น. พล.ร.อ.อะดุง พันธุ์เอี่ยม ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ นำญาติของผู้เสียชีวิตจากเรือหลวงสุโขทัยอับปาง ที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ประกอบด้วยว่าที่ร.อ.สามารถ แก้วผลึก ซึ่งได้รับพระราชทานยศเป็นพล.ร.ต.สามารถ แก้วผลึก พ.จ.อ.อำนาจ พิมที ได้รับพระราชทานยศเป็นน.ต.อำนาจ พิมที และพ.จ.อ.อัชชา แก้วสุพรรณ์ ได้รับพระราชทานยศเป็นน.ต.อัชชา แก้วสุพรรณ์ หลังจากประกอบพิธีพระราชทานเพลิงแล้วเมื่อวันที่ 26 ธ.ค. ได้นำอัฐิของทั้ง 3 นายทหารมาประกอบพิธีลอยอังคาร โดยเรือหลวงปัตตานี จากท่าเรือแหลมเทียน ฐานทัพเรือสัตหีบ นำอัฐิประกอบพิธีลอยอังคาร ที่อ่าวสัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ซึ่งญาติมีความเชื่อว่าเมื่อนำอัฐิลอยอังคาร จะทำให้ภพหน้าเกิดมาสุขสบายและร่มเย็น
ส่งร่าง 3 กำลังพลเรือล่มกลับบ้าน
วันเดียวกัน ที่สนามบินอู่ตะเภา กองการบินทหารเรือ กองเรือยุทธการ ต.พลา อ.บ้านฉาง จ.ระยอง จัดเครื่องบินลำเลียงแบบที่ 1 ฟอกเกอร์ลำเลียง ศพกำลังพลเรือหลวงสุโขทัย 2 นาย ได้แก่จ.ต.ศราวุธ นาดี สังกัดร.ล.สุโขทัย ไปยังสนามบินจ.ร้อยเอ็ด และ พลฯสิทธิพงศ์ หงษ์ทอง สังกัดหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน และสนามบินพิษณุโลก ส่วนร่างของพลฯ จิราวัฒน์ ธูปหอม สังกัดหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน เคลื่อนย้ายทางรถยนต์ ไปยังจ.ระยอง สำหรับร่าง พลฯวรพงษ์ บุญละคร สังกัดหน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง กองทัพเรือนั้น ยังคงตั้งที่ฌาปนสถาน ทร. พื้นที่สัตหีบ จนถึงพิธีพระราชทานเพลิง
สำหรับจ.ต.ศราวุธจะประกอบพิธีสวดอภิธรรม ระหว่าง 27-29 ธ.ค. ที่บ้านเลขที่ 116 หมู่ 3 ต.หนองแคน อ.ปทุมรัตต์ จ.ร้อยเอ็ด และมีพิธีพระราชทานเพลิง ในวันที่ 29 ธ.ค เวลา 16.00 น. พลฯสิทธิพงศ์ สวดอภิธรรม ระหว่างวันที่ 27-28 ธ.ค. และพระราชทานเพลิง วันที่ 30 ธ.ค. เวลา 16.30 น. และเก็บอัฐิ 100 วัน ที่วัดโปร่งตะคลอง ต.หนองคล้า อ.ไทรงาม จ.กำแพงเพชร ส่วนพลฯจิราวัฒน์ กำหนดสวดอภิธรรม ระหว่างวันที่ 27-28 ธ.ค. ที่วัดปกรร์ธรรมาราม ต.นิคมพัฒนา อ.นิคมพัฒนา จ.ระยอง และพระราชทานเพลิง วันที่ 29 ธ.ค. เวลา 15.00 น. และ เก็บอัฐิ 100 วัน
ส่วนร่าง พลฯวรพงษ์ กำหนดสวดอภิธรรม ระหว่างวันที่ 27-28 ธ.ค. ณ ฌาปนสถาน ทร. สัตหีบ และพระราชทานเพลิง วันที่ 29 ธ.ค เวลา 15.00 น. โดยจะมีการลอยอังคารในอ่าวสัตหีบ
เมื่อเวลา 10.30 น. น.ส.กัลยา ประสิทธิ์ภาคย์ นายอำเภอนิคมพัฒนา จ.ระยอง พร้อมข้าราชการ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เดินทางไปวัดปกรณ์ธรรมาราม ต.นิคมพัฒนา อ.นิคมพัฒนา จ.ระยอง เพื่อรับศพพลทหารจิราวัฒน์ ต่อมากองทัพเรือเคลื่อนศพ พร้อมกำลังพลที่รอต้อนรับอย่างสมเกียรติ โดยนางผ่องศรี สุขสวัสดิ์ อายุ 49 ปี มารดา นางสาวเจนจิรา ธูปหอม อายุ 27 ปี พี่สาว และญาติพี่น้องรอรับศพอยู่ภายในวัด หลังจากนั้นได้เคลื่อนหีบศพที่ปกคลุมด้วยธงชาติไทยไปประกอบพิธีในศาลา ภายในวัดปกรณ์ธรรมาราม ท่ามกลางความโศกเศร้า
นางผ่องศรีเปิดเผยว่า ยังจำคำพูดประโยคสุดท้ายของลูกชายได้ดี ก่อนลูกจะขึ้นเรือลูกชายบอกทางโทรศัพท์ว่า “แม่ฝากดูแลแนนซึ่งเป็นแฟนด้วยนะ หนูจะลงเรือสุโขทัยไปชุมพร 3 วัน คงไม่ได้คุยกันหลายวันเพราะในทะเลไม่มีคลื่น ต่อมาลูกชายถ่ายรูปสวมแว่นตาดำอยู่บนเรือมาให้ ซึ่งเป็นรูปสุดท้าย และเป็นเสียงสุดท้ายของลูกชาย เสียใจมาก แต่ก็ต้องทำใจ ขอให้ลูกชายไปสู่ภพภูมิที่ดี ส่วนความช่วยเหลือของทางกองทัพเรือ ทางครอบครัวพอใจ
น.ส.กัลยากล่าวว่า เวลา 18.00 น. นายไตรภพ วงศ์ไตรรัตน์ ผวจ.ระยอง เป็นผู้เชิญพวงมาลาพระราชทานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์
สำหรับพิธีศพพลทหารจิราวัฒน์ กำหนดสวดพระอภิธรรม ตั้งแต่วันที่ 27-28 ธ.ค. และจะประกอบพิธีพระราชทานเพลิงในวันที่ 29 ธ.ค.
เลื่อนเคลื่อนย้าย 8 ร่างไปสัตหีบ
เมื่อเวลา 09.30 น. ที่ศูนย์ประสานงานผู้ประสบภัย ร.ล.สุโขทัย อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ พล.ร.ท.พิชัย ล้อชูสกุล ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 แถลงว่า ตามกำหนดการจะนำร่างของลูกเรือสุโขทัยที่พิสูจน์อัตลักษณ์และดีเอ็นเอแล้ว 8 นาย คือพลทหารปรีชา รักษาภักดี, จ.ต.สถาพร สมเหนือ, จ.อ.บุญเลิศ ทองทิพย์, จ.ต.นพณัฐ ธรรมวงศ์, จ.อ.ชูชัย เชิดชิด, จ.ต.ศุภกิจ ทิวาลัย, จ.ท.ธวัชชัย สาพิราช, พลทหารจำลอง แสนเก นำส่งไปประกอบพิธีสวดพระอภิธรรม ที่ฌาปนสถานกองทัพเรือ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี จะนำส่งในวันนี้นั้น ต้องเลื่อนออกไปก่อน เนื่องจากเอกสารยังไม่เรียบร้อยเพราะต้องรอญาติมาเซ็นให้ครบ ขณะนี้ดำเนินการติดต่อญาติมาที่บางสะพาน ซึ่งอยู่ระหว่างเดินทางมา ส่วนอีก 1 ร่างที่ขึ้นเมื่อวันที่ 26 ธ.ค. ขณะนี้ยังพิสูจน์ไม่เรียบร้อย เพราะลายนิ้วมือใช้ไม่ได้ จึงต้องตรวจอัตลักษณ์สัญลักษณ์และ DNA ถ้าเสร็จพร้อมกันก็จะนำส่งไปพร้อมกันทั้งหมด จะได้ไม่หลายเที่ยวบิน จะรวมกันไปทีเดียว
“เมื่อเช้าที่ผ่านมา อากาศยานไร้คนขับ uav ของกองทัพเรือที่บินตรวจสอบ พบร่างผู้เสียชีวิต 1 ราย ลอยอยู่ในทะเล ใกล้เกาะสาก จ.ชุมพร บริเวณเซ็กเตอร์ 9A จึงประสานเรือของกรมประมงเข้าเก็บกู้ ขึ้นฝั่งจ.ชุมพร ใช้รถยนต์นำส่งที่ศูนย์พิสูจน์เอกลักษณ์บุคคลส่วนหน้า ตั้งอยู่ภายในมูลนิธิสว่างราษฎร์ศรัทธาธรรมสถานบางสะพาน เพื่อพิสูจน์อัตลักษณ์สัญลักษณ์และ DNA เบื้องต้นพบมีสิ่งบ่งชี้ว่าเป็นกำลังพลของกองทัพเรือ เนื่องจากผู้เสียชีวิตสวมชุดหมี ซึ่งเป็นชุดของกองช่างทหารเรือ นำร่างขึ้นฝั่งและเดินทางด้วยรถยนต์มายังศูนย์พิสูจน์เอกลักษณ์บุคคล อ.บางสะพาน ตรวจพิสูจน์อัตลักษณ์ตามขั้นตอน” พล.ร.ท.พิชัยกล่าว
ด้านนายบัญชา ทิวาลัย อายุ 57 ปี พ่อของจ.ต.ศุภกิจกล่าวว่า มาติดตามข่าวลูกชายตั้งแต่วันแรกๆ แต่เกิดความเครียด จึงกลับไปพักที่สัตหีบ 2 วันก่อนกลับมาที่บางสะพานอีกครั้ง หลังญาติแจ้งว่าลูกชายมีรายชื่อในส่วนของผู้เสียชีวิตแล้ว รู้สึกเสียใจมาก แต่ก็ภูมิใจในตัวลูกชาย ทั้งนี้ก่อนเกิดเหตุลูกบอกเพียงมาราชการ หากกลับถึงบ้านจะโทร.หา แต่ก็ไม่ได้โทรศัพท์กลับมาหาอีกเลย ตลอดระยะเวลาการค้นหายาวนานกว่า 7 วัน มีความหวังทุกวัน และความหวังค่อยๆ ริบหรี่ลงมาเรื่อยๆ จนพี่สาวส่งรูปมาให้ดูบอกว่าเจอแล้ว เมื่อมาดูร่าง พบว่าลักษณะภายนอกใช่ลูกชายที่เป็นคนร่างสูงใหญ่ แบบคนเล่นกีฬา แต่ด้วยสูญหายหลายวันทำให้ดูหน้าไม่ชัดเจน ต้องตรวจพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคลซึ่งเป็นลูกชายจริง ทั้งนี้หากประกอบพิธีที่สัตหีบเรียบร้อยแล้ว จะรับร่างลูกชายไปประกอบพิธีทางศาสนาที่จ.นครปฐม
พบร่างผู้เสียชีวิตเพิ่ม 2-เร่งพิสูจน์
พล.ร.อ.ปกครอง มนธาตุผลิน โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า วันนี้กองทัพเรือยังคงดำเนินการเร่งค้นหาและช่วยเหลือกำลังพลกรณีเรือหลวงสุโขทัยอับปาง ในพื้นที่ลาดตระเวนตามแผน ประกอบด้วยเรือหลวงนเรศวร เรือหลวงตากสิน เรือหลวงกระบุรี เรือหลวงนราธิวาส เรือ ต.114 และ เรือ ต.270 รวมถึง เรือ อากาศยาน ทั้งของกองทัพเรือ รวมถึงหน่วยงานต่างๆ ทั้งกองทัพบก กองทัพอากาศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หน่วยงานในศูนย์อำนวยการรักษาพื้นที่ของชาติทางทะเล หรือศรชล. รวมถึงหน่วยงานต่างๆ ของจ.ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร ภาครัฐ ภาคเอกชน หน่วยงานท้องถิ่น มูลนิธิ เครือข่ายชาวประมง และสมาชิกไทยอาสาป้องกันชาติในทะเล ร่วมค้นหาในพื้นที่ตามแนวชายฝั่ง ในขณะที่พื้นที่ตามแนวชายฝั่ง ก็ยังคงจัดชุดลาดตระเวนทางเท้าในบริเวณที่คาดว่าจะมีการพบผู้สูญหาย
โฆษกทร. กล่าวต่อว่า เมื่อช่วงเช้าวันนี้ ได้รับแจ้งจากเรือประมงที่ทำการประมงบริเวณเกาะสาก จ.ชุมพรว่าพบร่างผู้เสียชีวิตอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว 1 ร่าง เรือตรวจการณ์ประมง 611 เข้าเก็บกู้ จากหลักฐานเบื้องต้นสามารถบ่งชี้ว่าเป็นกำลังพลกองทัพเรือ ต่อมาเวลา 10.43 น. ตรวจพบร่างผู้เสียชีวิตอีก 1 ร่าง โดยเรือตรวจการณ์ประมงที่ 619 เข้าเก็บกู้ ซึ่งมีหลักฐานบ่งชี้ว่าเป็นกำลังพลกองทัพเรือ เช่นกัน ขณะนี้นำร่างทั้งสองเข้าสู่กระบวนการของการพิสูจน์อัตลักษณ์เพื่อยืนยันตัวบุคคล รวมกับร่างที่พบเมื่อวานอีก 1 ร่าง หากสามารถยืนยันตัวบุคคลได้จะแจ้งให้ทราบ ต่อไป
ยืนยันผลตรวจเพิ่ม2-ค้นหาอีก8
พล.ร.อ.ปกครอง ให้สัมภาษณ์อีกครั้งว่า ส่วนการค้นหาและช่วยเหลือกำลังพลกรณีเรือหลวงสุโขทัยอับปางในพื้นที่ลาดตระเวนตามแผน นอกจากการลาดตระเวนบนผิวน้ำและพื้นที่ตามแนวชายฝั่งแล้ว วันนี้เรือหลวงบางระจันได้กำหนดตำบลที่ใต้น้ำและติดตั้งทุ่นลอยบริเวณเรือหลวงสุโขทัยที่เคยติดตั้งไว้แล้วก่อนหน้านี้ แต่ภายหลังพบว่าหลุดหายไปจากการทำประมง ขณะที่เจ้าหน้าที่ชุดถอดทำลายอมภัณฑ์ได้ปฏิบัติภารกิจในการสำรวจและค้นหาผู้ประสบภัยรอบตัวเรือหลวงสุโขทัยบริเวณเหนือดาดฟ้าหลัก โดยมีเรือหลวงราวีเป็นฐานปฏิบัติการ จากการสำรวจและค้นหา ยังไม่ปรากฏร่างของผู้เสียชีวิตในบริเวณที่สำรวจ
ขณะที่ผลการพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคล 2 ใน 3 ราย ยืนยันตัวบุคคลแล้ว คือจ.ท.สหรัฐ อีสา ที่ดำเนินการเก็บกู้ร่างได้วันที่ 26 ธ.ค. และจ.ต.สิริธิติ งามทอง ที่เก็บกู้ร่างได้เมื่อช่วงเช้าวันนี้ ขณะที่ 1 ร่างที่สามารถเก็บกู้ได้ในวันนี้เช่นกัน อยู่ระหว่างการพิสูจน์อัตลักษณ์เพื่อยืนยันตัวบุคคล
ทั้งนี้ในวันที่ 28 ธ.ค. จะเคลื่อนย้ายร่างผู้เสียชีวิตทั้ง 10 นาย ประกอบด้วย 1.จ่าเอกบุญเลิศ ทองทิพย์ 2.จ่าเอกชูชัย เชิดชิด 3.จ่าโท ธวัชชัย สาพิราช 4.จ่าโท สหรัฐ อีสา 5.จ่าตรี สถาพร สมเหนือ 6.จ่าตรี นพณัฐ คำวงค์ 7.จ่าตรี ศุภกิจ ทิวาลัย 8.จ่าตรี สิริธิติ งามทอง 9.พลทหาร ปรีชา รักษาภักดี 10.พลทหาร จำลอง แสนแก ไปยังฌาปนสถานกองทัพเรือสัตหีบ โดยในเวลา 11.30 น. จะออกเดินทางจากมูลนิธิสว่างราษฎร์ศรัทธาธรรมสถาน อ.บางสะพาน ไปยังกองบิน 5 อ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ และเวลา 13.00 น. จะออกเดินทางโดยเครื่องบินของกองทัพอากาศแบบ C – 130 มายังสนามบินอู่ตะเภา และมีกำหนดถึงสนามบินอู่ตะเภาเวลา 15.00 น. จากนั้นจะเคลื่อนร่างทั้ง 9 นายไปยังฌาปนสถานกองทัพเรือสัตหีบ เพื่อประกอบพิธีพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ ในเวลา 17.00 น.
ยอดตายพุ่ง 21 ราย
สรุปการช่วยเหลือผู้ประสบภัย เวลา 17.30 น. วันที่ 27 ธ.ค. ยอดกำลังพล 105 นาย รอดชีวิต 76 นาย เสียชีวิตรวม 21 นาย จำนวนนี้สามารถระบุชื่อได้แล้ว 20 นาย และมีหลักฐานบ่งชี้ว่าเป็นกำลังพลกองทัพเรือและอยู่ในกระบวนการของการพิสูจน์อัตลักษณ์เพื่อยืนยันตัวบุคคล 1 นาย คงเหลือผู้สูญหาย 8 นาย
สำหรับรายชื่อกำลังพลที่เสียชีวิตซึ่งสามารถยืนยันตัวบุคคลได้แล้ว 20 นาย ประกอบด้วย 1.ว่าที่เรือเอก สามารถ แก้วผลึก 2. พันจ่าเอก อัชชา แก้วสุพรรณ์ 3.พันจ่าเอก สมเกียรติ หมายชอบ 4.พันจ่าเอก อำนาจ พิมที 5. จ่าเอก จักร์พงศ์ พูลผล 6.จ่าเอก บุญเลิศ ทองทิพย์ 7.จ่าเอก ชูชัย เชิดชิด 8. จ่าโท ธวัชชัย สาพิราช 9.จ่าโท สหรัฐ อีสา 10.จ่าตรี สถาพร สมเหนือ 11.จ่าตรี นพณัฐ คำวงค์ 12.จ่าตรี ศุภกิจ ทิวาลัย 13. จ่าตรี ศราวุธ นาดี 14.จ่าตรีสิริธิติ งามทอง 15. พลทหาร อัครเดช โพธิ์บัติ 16. พลทหาร จิราวัฒน์ ธูปหอม 17. พลทหาร สิทธิพงษ์ หงษ์ทอง 18. พลทหาร วรพงษ์ บุญละคร 19.พลทหาร ปรีชา รักษาภักดี 20. พลทหาร จำลอง แสนแก
เผยภาพเรือสุโขทัยจอดนิ่งใต้ทะเล
ศูนย์ประสานงานผู้ประสบภัย ร.ล.สุโขทัย อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ นำภาพถ่ายเรือหลวงสุโขทัย 422 จำนวน 2 ภาพ เป็นภาพหัวเรือและท้ายเรือ จากระบบโซนาร์ เรือหลวงบางระจัน TSM2022 ปรากฏภาพเรือหลวงสุโขทัยในลักษณะจอดสงบนิ่งอยู่ใต้ทะเลอ่าวไทย สภาพค่อนข้างสมบูรณ์ อย่างไรก็ตามในช่วง 1-2 วันที่ผ่านมาสภาพอากาศเกิดการเปลี่ยนแปลง ทำให้เกิดคลื่นลมกำลังแรง เรือหลวงบางระจัน และกองเรือที่ 2 ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ และวันนี้สภาพอากาศกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ทำให้เรือหลวงบางระจันสามารถเข้าพื้นที่จุดเกิดเหตุเพื่อบันทึกภาพเรือหลวงสุโขทัยได้อีกครั้ง
นอกจากนั้นศูนย์ประสานงานผู้ประสบภัยยังรวบรวมข้อมูลจุดพบร่างกำลังพลเรือหลวงสุโขทัย โดยรายที่ 1-6 พบในวันที่ 20 ธ.ค. ใกล้เรืออับปาง
รายที่ 7 พบใกล้จุดเรืออับปาง เรือหลวงบางระจันนำส่งเมื่อวันที่ 23 ธ.ค.
รายที่ 8-13 ร่างพัดไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ จากจุดอับปาง เฮลิคอปเตอร์และเรือต.113 นำส่งวันที่ 24 ธ.ค. รายที่ 14-18 ร่างพัดไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ จากจุดเรืออับปาง เฮลิคอปเตอร์ และเรือ ต.113 นำส่งบางสะพาน เรือกปม.619 นำส่งชุมพร วันที่ 25 ธ.ค.
รายที่ 19 พัดไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ จากจุดเรือหลวงสุโขทัย เฮลิคอปเตอร์รับจากเรือหลวงนเรศวรนำส่ง รอพิสูจน์อัตลักษณ์ วันที่ 26 ธ.ค.
และรายที่ 20-21 อยู่ในพื้นที่จ.ชุมพร เจ้าหน้าที่กู้ภัยจ.ชุมพร นำส่งรอพิสูจน์อัตลักษณ์ วันที่ 27 ธ.ค.
พระราชทานเพลิงเหยื่อเรือล่ม
เมื่อเวลา 14.00 น. ที่วัดสุธาฤดีวนาราม (วัดบ่อกรัง) ต.ท่าสะท้อน อ.พุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี มีพิธีพระราชทานเพลิง พลทหารอัครเดช โพธิ์บัติ กำลังพลเรือหลวงสุโขทัยที่ประสบเหตุอับปางกลางทะเลอ่าวไทย จ.ประจวบคีรีขันธ์ โดยมีนายวิชวุทย์ จินโต ผู้ว่าฯสุราษฎร์ธานี เป็นประธานทอดผ้าไตรบังสุกุล พร้อมด้วยพล.ต.ทวนทอง ทองสุภา ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 45 นายทหารชั้นผู้ใหญ่จากหน่วยทหารใน จ.สุราษฎร์ธานี ตลอดจนข้าราชการในพื้นที่ และครอบครัว ญาติของพลทหารอัครเดช โพธิ์บัติ ร่วมพิธีจำนวนมาก
การได้รับพระราชทานเพลิงครั้งนี้ สร้างความปลื้มปีติ และซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณแก่ครอบครัวเจ้าหน้าที่ ที่เสียชีวิตเป็นล้นพ้น
5 ผบ.เหล่าทัพไว้อาลัยเหยื่อเรือล่ม
เมื่อเวลา 11.30 น. ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) พล.อ.เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (บก.ทสส.) เป็นประธานการประชุมผู้บัญชาการเหล่าทัพ ครั้งที่ 2/2566 โดยมีพล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผบ.ทบ. พล.ร.อ.เชิงชาย ชมเชิงแพทย์ ผบ.ทร. พล.อ.อ.อลงกรณ์ วัณณรถ ผบ.ทอ. พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. และคณะนายทหารผู้ใหญ่ เข้าร่วมประชุม
จากนั้นพล.อ.เฉลิมพลกล่าวชื่นชมการปฏิบัติงานของกำลังพลเรือหลวงสุโขทัย
“เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นความเสียใจ อย่างที่สุดกับกองทัพเรือและครอบครัวของกำลังพลผู้สูญเสีย ขณะเดียวกันก็นำมาซึ่งความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ความสมัครสมานสามัคคีของกำลังพลที่จะร่วมดำเนินการเพื่อให้เหตุการณ์ดังกล่าวคลี่คลาย และดูแลครอบครัวและการดำเนินการต่างๆ ของกองทัพเรือ ในต่อไปเราเตรียมสนับสนุนการดำเนินการต่างๆ ขอแสดงความคารวะกำลังพลของเรือหลวงสุโขทัยที่ เสียชีวิตในการปฏิบัติภารกิจครั้งนี้ นอกจากนี้ก่อนการประชุมผบ.เหล่าทัพ ผมได้เชิญผู้เข้าร่วมประชุมได้ยืนไว้อาลัย กำลังพลเรือหลวงสุโขทัยที่เสียชีวิตด้วย” พล.อ.เฉลิมพลกล่าว
ผบ.ทร.เผยพบผู้สูญหายเพิ่ม 2
ด้านพล.ร.อ.เชิงชาย กล่าวว่า วันนี้ตนในนามกองทัพเรือ ขอบคุณผู้บัญชาการทหารสูงสุด ผู้บัญชาการทหารบก ผู้บัญชาการทหารอากาศ และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติที่ ทุกหน่วยงานได้กรุณาสนับสนุนกองทัพเรือในการช่วยเหลือผู้ประสบภัย รวมถึงส่งผู้แทนไปเยี่ยมครอบครัวกำลังพลที่บาดเจ็บอยู่ที่ โรงพยาบาลและการสนับสนุนเครื่องบินอากาศยานในการเคลื่อนย้ายร่างผู้เสียชีวิต ไปประกอบพิธีพระราชทานเพลิง กองทัพเรือขอขอบคุณทุกหน่วยงานที่มาร่วมดำเนินการครั้งนี้
พล.ร.อ.เชิงชายกล่าวต่อว่า วันนี้เราพบ ผู้สูญหายเพิ่มอีก 2 นาย ในเวลา 09.30 น. และเวลา 10.15 น. มีเรือประมงพบผู้สูญหายที่จ.ชุมพร ได้ส่งเรือไปรับร่างผู้เสียชีวิต พร้อมนำร่างผู้เสียชีวิตไปพิสูจน์อัตลักษณ์ต่อไป อีกทั้งเฮลิคอปเตอร์ตรวจพบร่างผู้เสียชีวิตสวมเครื่องแต่งกายลายพราง คาดว่าน่าจะเป็น ผู้สูญหายอีก 1 ราย วันนี้กำลังลำเลียงร่างไปพิสูจน์อัตลักษณ์ต่อไป ขณะนี้มีผู้สูญหายที่ยังหาไม่พบอีก 8 นาย กองทัพเรือจะพยายามค้นหาต่อไป ส่วนในวันที่ 28 ธ.ค. จะนำร่างผู้เสียชีวิตที่มีการพิสูจน์อัตลักษณ์แล้วจาก จ.ประจวบคีรีขันธ์กลับสัตหีบ และจะประกอบพิธีพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ และสวดพระอภิธรรมต่อไป
เปิดขั้นตอนสอบเหตุเรือล่ม
เมื่อถามว่าการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบเรือหลวงสุโขทับอับปางอย่างไร พล.ร.อ.เชิงชายกล่าวว่า ทางคณะกรรมการที่จัดตั้งขึ้นมาสอบสวนเพื่อตรวจสอบหาเหตุว่าเรือสุโขทัยอับปางและจมลงในทะเลเนื่องจากน้ำเข้าเรือ จนกำลังพลไม่สามารถรักษาเรือไว้ได้ เราสอบสวน 2 ส่วน คือ 1.ตรวจสอบขั้นตอนการปฏิบัติภายหลังจากเรือจมไปแล้ว การปฏิบัติของกำลังพลของเรือหลวงสุโขทัยการช่วยเหลือต่างๆ และ 2.ขั้นตอนการดำเนินการตั้งแต่เรือจมว่าปฏิบัติตามขั้นตอนถูกต้องหรือไม่ คิดว่าการสอบสวนเริ่มดำเนินการไปแล้วจะมีการสรุปผลและนำเรียนผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้น
เมื่อถามถึงความคืบหน้าการกู้เรือ เนื่องจากมีคราบน้ำมันไหลออกมา พล.ร.อ.เชิงชายกล่าวว่า ในส่วนพื้นที่ที่เรือจมในวันดังกล่าวมีเรือจ่ม 3 ลำเรือสินค้า และเรือหลวงสุโขทัย ทั้ง 3 พื้นที่ประกาศเป็นพื้นที่เป็นเขตภัยพิบัติ รอการสนับสนุนเพื่อไม่ให้ผู้ไม่เกี่ยวข้องเข้ามาในพื้นที่ดังกล่าว ส่วนน้ำมันที่อยู่ในเรือในกรณีเรือสุโขทัยคาดว่ามีน้ำมันอยู่จำนวนหนึ่งรั่วไหลออกมา ก็วางแผนเพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมและนำน้ำมันดังกล่าวขึ้นมา