อีสาน-เหนือพรึบเปิดศูนย์เข้มจร.
เริ่มแล้ว 7 วันอันตราย คนทยอยเดินทางออกจากกรุง พหลโยธิน มิตรภาพรถแน่นตามคาด ผบ.ตร.เปิดศูนย์ป้องกัน-ลดอุบัติเหตุ ลั่นจัดกำลัง 5 พันนายแก้ปัญหาจราจร ย้ำใครไม่เป่าเครื่องวัดแอลกอฮอล์เท่ากับเมาแล้วขับ รัฐบาลห้าม 10 ล้อผ่าน 7 เส้นทางหลัก เพื่อลดปัญหารถติด

เปิดศูนย์ – พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. แถลงเปิดศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน เทศกาลปีใหม่ พ.ศ.2566 เพื่อกำกับดูแลและสั่งการอำนวยการจราจรและแก้ไขสถานการณ์อุบัติเหตุ ในช่วงวันที่ 29 ธ.ค.65 ถึง 4 ม.ค.66 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เมื่อวันที่ 28 ธ.ค.
เปิดศูนย์คุมเข้ม 7 วันอันตราย
วันที่ 28 ธ.ค. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร., พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ รอง ผบ.ตร., พล.ต.ท.ธนา ชูวงศ์ ผู้ช่วย ผบ.ตร., พล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข ผู้ช่วย ผบ.ตร. และพล.ต.ท.วีระ จิรวีระ รอง จตช. และผู้บังคับบัญชาของศูนย์บริหารงานจราจร (ศจร.ตร.) แถลงเปิด “ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน ช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ.2566” เพื่อกำกับดูแลและสั่งการ ในการอำนวยการจราจรและแก้ไขสถานการณ์อุบัติเหตุ ในช่วง 7 วันควบคุมเข้มข้น ระหว่างวันที่ 29 ธ.ค.65 ถึง 4 ม.ค.66
พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์กล่าวว่า ช่วงเทศกาล ปีใหม่นี้ได้สั่งเตรียมความพร้อมกำลังพลกว่า 50,000 นาย เพื่ออำนวยความสะดวกการจราจร และดูแลความปลอดภัยให้กับประชาชนที่เดินทางกลับภูมิลำเนา รวมถึงการป้องปรามไม่ให้มีการฝ่าฝืนกฎหมายจราจร ด้วยการบังคับใช้กฎหมายเพื่อลดอุบัติเหตุ โดยจะปฏิบัติงานตลอดช่วงเทศกาลไม่มีวันหยุด สำหรับวันนี้เป็นวันแรกที่เปิดศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนฯ ได้สั่งการให้ บช.น. ภ.1-9 และ บก.ทล. ปฏิบัติ ดังนี้
สั่งรับมือรถเข้า-รถออก
1.อำนวยความสะดวกการจราจรเพื่อให้ประชาชนเดินทางอย่างปลอดภัย โดยคาดการณ์ว่าปีนี้จะมีรถเดินทางเข้าออก กทม. มากถึงจำนวน 7.3 ล้านคัน โดยปริมาณรถขาออกมากที่สุด วันที่ 29 และ 30 ธ.ค.65 และปริมาณรถขาเข้ามากที่สุด วันที่ 2 และ 3 ม.ค.66 จึงได้สั่งการให้ทุกหน่วยประสานเจ้าของถนนคืนพื้นผิวการจราจร จุดที่มีการก่อสร้าง ซ่อมแซม เป็นเหตุให้รถชะลอตัว โดยสามารถคืนพื้นผิวได้ทั้งหมด 408 จุดทั่วประเทศ
จัดตำรวจอำนวยการจราจร ตามจุดสำคัญที่มีปัญหาการจราจร รวมถึงแหล่งท่องเที่ยว และในกรณีเกิดอุบัติเหตุ ให้มีชุดเคลื่อนที่เร็วพร้อมอุปกรณ์ เช่น รถยก รถสไลด์ เข้าถึงที่เกิดเหตุและคลี่คลายการจราจรได้ทันที นอกจากนี้ยังได้ออกข้อบังคับเปิดช่องทางพิเศษเพื่อเร่งระบายรถ ทั้งขาเข้าและออก กทม. 9 เส้นทาง 10 จังหวัด รวมระยะทาง 450 ก.ม. โดยตำรวจทางหลวงจะเปิดช่องทางพิเศษตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปตามสภาพการจราจร และได้ออกข้อบังคับห้ามรถบรรทุก 10 ล้อขึ้นไป เดินในถนน 7 เส้นทาง เพื่อลดความหนาแน่นของการจราจรรวมระยะทาง 194 ก.ม. สำหรับรถบรรทุกที่มีความจำเป็นต้องเดินรถ เช่น รถขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิง อาหารสด สามารถยื่นคำขออนุญาตผ่านระบบออนไลน์ ของ บก.ทล. ได้ที่ www.hwpdth.com
ไม่เป่าเท่ากับเมา
2.การป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน กำหนดเป้าหมายให้ทุก ภ.จว. ลดจำนวนอุบัติเหตุ ผู้เสียชีวิต ผู้บาดเจ็บ จากค่าเฉลี่ย ปีใหม่ 3 ปีย้อนหลัง ไม่น้อยกว่าร้อยละ 5 โดยมีมาตรการให้ทุกหน่วยทำบัญชีกลุ่มเสี่ยงในพื้นที่เพื่อเข้าไปรณรงค์ประชาสัมพันธ์ ป้องปรามกลุ่มเป้าหมาย และตั้งจุดตรวจเพื่อกวดขันจับกุมการกระทำผิดกฎจราจรที่เป็นปัจจัยเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ โดยเริ่มบังคับใช้กฎหมายตั้งแต่ 22 ธ.ค.65 เป็นต้นมา เน้นหนักใน 4 ข้อหา ตามนโยบายของรัฐบาล ได้แก่ ขับรถในขณะเมาสุรา ขับรถเร็วเกินกำหนด ไม่สวมหมวกนิรภัย และไม่รัดเข็มขัดนิรภัย ซึ่งตั้งแต่วันที่ 22 ธ.ค.65-27 ธ.ค.65 ที่ผ่านมามีการจับกุมทั้ง 4 ข้อหารวมแล้วทั้งสิ้น 9,364 ราย
และนอกจากนั้น บก.ทล. มีการออกใบสั่งกล้องตรวจจับความเร็วทั่วประเทศอีก 115,906 ราย โดยในห้วง 7 วันควบคุมเข้มข้น ได้สั่งการให้เพิ่มความเข้มในการกวดขันวินัย โดยมีการตั้งจุดตรวจทั่วประเทศรวม 3,771 จุด แบ่งเป็น จุดตรวจกวดขันวินัยจราจร 2,142 จุด (กำลังพล 19,699 นาย) จุดตรวจวัดแอลกอฮอล์ 1,629 จุด (กำลังพล 13,726 นาย) นอกจากนั้น กรณีที่มีอุบัติเหตุเกิดขึ้น และมีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต จะตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ผู้ขับขี่ทุกรายเพื่อประกอบสำนวนการสอบสวน หากผู้ขับขี่ปฏิเสธไม่ยอมให้ทดสอบปริมาณแอลกอฮอล์ จะถูกกฎหมายสันนิษฐานว่าเมาแล้วขับ ตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
มีแจกรางวัลอาสาตาจราจร
ทั้งนี้ได้จัดตั้งศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2566 ตั้งแต่ 28 ธ.ค.65 ถึง 5 ม.ค.66 กำหนดให้ประชุมติดตามสถานการณ์อุบัติเหตุและการจราจรทุกวัน ในช่วง 7 วันควบคุมเข้มข้น โดยมอบหมาย พล.ต.อ.รอย, พล.ต.ท.ธนา, พล.ต.ท.ประจวบและพล.ต.ท.วีระ เป็นประธานการประชุมตลอด 7 วัน และวันนี้เป็นการประชุมเปิดศูนย์ เพื่อสั่งการทุกหน่วยให้เตรียมความพร้อมขั้นสุดท้ายก่อนเริ่มภารกิจจริง
ผบ.ตร.กล่าวอีกว่า การจะลดอุบัติเหตุบนถนนได้อย่างมีนัยสำคัญ ต้องสร้างจิตสำนึกการขับขี่ปลอดภัยตามกฎหมายจราจรให้กับสังคม ซึ่งตร.ได้ทำโครงการอาสาตาจราจร ร่วมกับมูลนิธิเมาไม่ขับ บ.วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) จส.100 และ สวพ.91 เพื่อให้ประชาชนส่งคลิปกล้องหน้ารถ หรือคลิปจากกล้องโทรศัพท์มือถือ ที่บันทึกเหตุการณ์การกระทำผิดกฎจราจรสำคัญที่อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อบุคคลอื่น หรือบันทึกอุบัติเหตุสำคัญและสามารถใช้เป็นพยานหลักฐานในทางคดีของตำรวจได้เพื่อช่วยคนดีชี้คนผิด โดยสำหรับในเทศกาลปีใหม่นี้ จะมีแคมเปญพิเศษ “7 วัน 7 คลิป 7 หมื่น” ให้ประชาชนส่งคลิปในช่วง 7 วันควบคุมเข้มข้นของเทศกาลปีใหม่ 2566 จากคลิปที่ส่งมาทั้งหมด จะมีการคัดเลือกให้เหลือ 7 คลิป และจะมีรางวัลให้คลิปละ 10,000 บาท รวมเป็นเงิน 70,000 บาท โดยได้รับสนับสนุนเงินรางวัลจาก บ.วิริยะประกันภัยฯ
ย้ำ 10 ข้อขับรถปลอดภัย
ผบ.ตร.กล่าวเพิ่มเติมว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีความห่วงใยสำหรับการเดินทางของพี่น้องประชาชน ช่วงเทศกาลปีใหม่ 2566 จึงอยากจะเน้นย้ำ 10 ข้อ ในการขับขี่ปลอดภัย ดังนี้ 1.สภาพร่างกายผู้ขับขี่มีความพร้อม พักผ่อนเพียงพอ 2.ตรวจสภาพรถก่อนออกเดินทาง 3.ศึกษาและวางแผนเส้นทาง เพื่อให้ถึงที่หมายโดยปลอดภัย 4.ดื่มไม่ขับ รวมถึงผู้โดยสารต้องไม่ดื่มแอลกอฮอล์บนรถโดยเด็ดขาด 5.ถึงช้าหน่อยแต่ปลอดภัย ไม่ขับรถเร็วเกินกฎหมายกำหนด
6.ใช้อุปกรณ์นิรภัยขณะขับขี่และโดยสาร (หมวกนิรภัย เข็มขัดนิรภัย) 7.ปฏิบัติตามกฎจราจรและคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ตำรวจ 8.ไม่เปิดเพลงเสียงดัง หรือก่อความเดือดร้อนรำคาญในทาง 9.หากง่วงนอนหรือเพลีย ให้แวะพัก 10.มีน้ำใจให้เพื่อนร่วมทางบนท้องถนน
สำหรับ ผู้ที่ใช้รถใช้ถนน ต้องการสอบถามเส้นทาง แจ้งอุบัติเหตุ หรือ ขอความช่วยเหลือ โทร. 1193 (ทางหลวงทั่วประเทศ) หรือ 1197 (กทม. และปริมณฑล) หรือ 191 และ 1599
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ฐานะประธานคณะกรรมการศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน (ศปถ.) เป็นประธานพิธีเปิดศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนประจำปี 2566 ที่ชั้น 5 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ในวันที่ 29 ธ.ค. เวลา 10.30 น.เพื่อเป็นศูนย์กลางในการรวบรวมข้อมูลและสรุปผลการดำเนินงานป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ.2566 ในช่วงวันที่ 30 ธ.ค.-5 ม.ค.66 รวมทั้งประสานสั่งการแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุทางถนน ให้สอดคล้องกับสภาพปัญหาในแต่ละพื้นที่
ห้าม 10 ล้อผ่านถนน 7 สาย
น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า เว็บไซต์ ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ ข้อบังคับหัวหน้าเจ้าพนักงานจราจรทั่วราชอาณาจักร ด้วยการกำหนดห้ามรถบรรทุก 10 ล้อขึ้นไป เดินในถนนบางสาย ช่วงเทศกาลปีใหม่ประจำปี 2566 โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีความห่วงใยพี่น้องประชาชน เดินทางกลับภูมิลำเนา และท่องเที่ยวใน ต่างจังหวัดเป็นจำนวนมาก ในช่วงวันหยุดยาวปีใหม่ระหว่างวันที่ 30 ธ.ค. 2565-วันที่ 2 ม.ค. 2566 อาจทำให้เกิดปัญหาจราจรและเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ จึงได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการอำนวยความสะดวกและดูแลความปลอดภัยในการเดินทางของประชาชน
สำหรับกำหนดการห้ามรถบรรทุก 10 ล้อขึ้นไป เดินรถบนถนน 7 สาย มีดังนี้ 1.ถนนพหลโยธิน ตั้งแต่ก.ม. 99+800-ก.ม. 106+150 ต.หนองยาว อ.เมือง จ.สระบุรี 2.ถนนพหลโยธิน ตั้งแต่ก.ม. 332 ต.กลางแดด อ.เมือง จ.นครสวรรค์ ถึงก.ม. 347 ต.นครสวรรค์ตก อ.เมือง จ.นครสวรรค์ 3.ถนนมิตรภาพ ตั้งแต่ ก.ม. 15+600 ต.ทับกวาง อ.แก่งคอย จ.สระบุรี ถึงก.ม. 102 ต.มิตรภาพ อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา
4.ถนนรังสิโยทัย ตั้งแต่ก.ม. 0 ต.ปากน้ำโพ อ.เมือง จ.นครสวรรค์ ถึงก.ม. 7 ต.บางม่วง อ.เมือง จ.นครสวรรค์ 5.ถนนกบินทร์บุรี-ปักธงชัย ตั้งแต่ก.ม. 165 ต.เมืองเก่า อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี ถึงก.ม .222 ต.ไทยสามัคคี อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา 6.ถนนบุรีรัมย์-อรัญประเทศ ตั้งแต่ก.ม. 71 ต.ทัพราช อ.ตาพระยา จ.สระแก้ว ถึงก.ม. 83 ต.ลำนางรอง อ.โนนดินแดง จ.บุรีรัมย์ และ 7.ถนนเลี่ยงเมืองสระบุรีฝั่งตะวันตก ก.ม. 0+000- ถึงก.ม. 9+288 ต.ปากเพรียว อ.เมือง จ.สระบุรี

ติดหนึบแล้ว – สภาพการจราจรถนนมิตรภาพช่วงปากช่อง จ.นครราชสีมา มีรถสัญจรเต็มทุกช่องจราจร เคลื่อนตัวได้ช้า สลับหยุดนิ่ง หลังประชาชนเริ่มกลับภูมิลำเนา และท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลปีใหม่ เมื่อวันที่ 28 ธ.ค.
พหลฯ-มิตรภาพเริ่มแน่น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ถนนสายเอเชีย ช่วงตั้งแต่อ.มหาราช จ.พระนครศรีอยุธยา ผ่านขึ้นไปอ.พรหมบุรี จ.สิงห์บุรี มีรถสะสมเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากประชาชนทยอยเดินทางกลับภูมิลำเนาและท่องเที่ยวภาคเหนือ ในวันหยุดยาวช่วงเทศกาลวันปีใหม่กันอย่างคึกคัก การจราจรยังเคลื่อนตัวได้ดีใช้ความเร็ว 80-90 กิโลเมตร (ก.ม.) ต่อชั่วโมง บางจุดหยุดชะลอตัวเป็นช่วงๆ เนื่องจากการก่อสร้าง และทางเข้าออกปั๊มน้ำมัน คาดว่าปริมาณรถยนต์จะเริ่มหนาแน่นขึ้นเรื่อยๆ
ผู้สื่อข่าวรายงานจากจ.สระบุรีว่า ประชาชนเริ่มเดินทางในช่วงเทศกาลปีใหม่ รถเริ่มหนาแน่นทั้งถนนพหลโยธินและถนนมิตรภาพ ตั้งแต่อ.หนองแคจนถึงตัวเมืองสระบุรี บนถนนพหลโยธิน รถวิ่งเต็มช่องทางชะลอตัวเป็นบางจุด และสลับหยุดนิ่งช่วงขึ้นสะพานต่างระดับสะพานมิตรภาพ เขตอำเภอเมืองสระบุรี เนื่องจากเป็นลักษณะเหมือนคอขวดรถเบี่ยงขึ้นสะพานมิตรภาพ เมื่อเข้าสู่ถนนมิตรภาพปริมาณรถวิ่งเต็มเกือบทุกช่องทาง มีการชะลอตัวช่วงขึ้นเนินทับกวาง ต.ทับกวาง อ.แก่งคอย และช่วงขึ้นเนินซับบอน จนไปถึงอ.มวกเหล็ก ชะลอตัวช่วงขึ้นเนินเขา ซึ่งใช้ความเร็วได้ประมาณ 60-70 ก.ม.ต่อชั่วโมง คาดว่าช่วงค่ำของวันนี้รถจะมีปริมาณเพิ่มมากขึ้น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ปริมาณรถถนนมิตรภาพ หรือทางหลวงหมายเลข 2 (ทล.2) ก.ม. 42-43 ช่วงเชื่อมต่อ อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี ขึ้นเนินเขาตลาดกลางดง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ปริมาณรถเริ่มสะสมมากขึ้นเรื่อยๆ บางจุดชะงักเคลื่อนตัวได้ช้า และอีกจุดเลี่ยงเมืองตั้งแต่ ก.ม. 57 ใต้สะพานต่างระดับเขาใหญ่ ต.ปากช่อง อ.ปากช่อง เริ่มหนาแน่นขึ้นเรื่อยๆ ยาวถึงขึ้นเนิน คลองไผ่ ก.ม. 110
ทล.พร้อมระบายรถโคราช
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการเดินทางบนทล.304 ขาเข้าจ.นครราชสีมา มีปริมาณรถค่อนข้างหนาแน่นและติดสะสมเป็นบางช่วง โดยเฉพาะตรงบริเวณโครงการก่อสร้างทางแยกต่างระดับ จุดตัดทล.290 กับทล.304 จ.นครราชสีมา ขณะที่บริเวณสี่แยกอ.โชคชัย สภาพการจราจรค่อนข้างแน่นมีรถติดสะสมกว่า 1 ก.ม. เนื่องจากเป็นจุดตัดทล.224 นครราชสีมา-โชคชัย กับทล.24 ที่มีประชาชนเดินทางมาจากกรุงเทพฯ คาดว่าหลังจากนี้จะมีประชาชนเดินทางเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

แห่ออกตจว. – บรรยากาศที่สถานีขนส่งหมอชิต แน่น ขนัดไปด้วยผู้คนที่ทยอยเดินทางมาใช้บริการรถโดยสาร เพื่อเดินทางกลับบ้านและไปท่องเที่ยวในช่วงวันเทศกาลปีใหม่ หลายรายหอบข้าวของพะรุงพะรังไปฝากญาติ เมื่อวันที่ 28 ธ.ค.
บขส.จัดรถเสริม 600 คัน
ด้านนายสัญลักข์ ปัญวัฒนลิขิต กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) เปิดเผยว่า ในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2566 บขส. ได้เตรียมความพร้อมรองรับการเดินทางของประชาชน ตามนโยบายของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม โดยคาดการณ์ว่า จะมีประชาชนเดินทางกลับภูมิลำเนาและ ท่องเที่ยวด้วยรถโดยสารสาธารณะเพิ่มขึ้นจากเทศกาลปีใหม่ 2565 ประมาณ 5% โดยในเที่ยวไป ระหว่างวันที่ 28-29 ธ.ค. 2565 คาดการณ์ว่าจะมีผู้ใช้บริการประมาณวันละ 50,000-55,000 คน ใช้รถโดยสาร ได้แก่ รถ บขส. รถร่วม รถตู้ ประมาณวันละ 3,500 เที่ยว ส่วนเที่ยวกลับระหว่างวันที่ 2-3 ม.ค. 2566 คาดว่ามีผู้โดยสารใช้บริการประมาณ วันละ 53,000 คน ใช้รถโดยสารประมาณ 3,300 เที่ยว ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 26-27 ธ.ค.ที่ผ่านมา มีประชาชนทยอยเดินทางออกจากกรุงเทพฯ อย่างต่อเนื่อง โดยในเที่ยวไป มีผู้ใช้บริการกว่า 40,000 คนต่อวัน
นายสัญลักข์กล่าวอีกว่า ยอดจองตั๋วล่วงหน้าเดินทางในวันที่ 28-29 ธ.ค. 2565 ของ บขส. ขณะนี้เต็มหมดแล้ว ซึ่งประชาชนที่ประสงค์เดินทางสามารถติดต่อซื้อตั๋วโดยสารได้ที่ช่องจำหน่ายตั๋วของ บขส. ณ สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพ ได้แก่ จตุจักร บรมราชชนนี เอกมัย และสถานีเดินรถรังสิต โดย บขส. ได้จัดรถโดยสารไม่ประจำทาง มาเสริมเที่ยววิ่งประมาณ 600 คัน เพื่อสนับสนุนการเดินทางของประชาชนในเส้นทางต่างๆ มั่นใจมีรถโดยสารเพียงพอรองรับการเดินทางของประชาชนได้อย่างแน่นอน ทั้งนี้ขอให้ผู้ใช้บริการเผื่อเวลาก่อนรถออกอย่างน้อย 2-3 ชั่วโมง และซื้อตั๋วที่ช่องจำหน่ายตั๋วเท่านั้น เพื่อป้องกันการหลอกลวงจากกลุ่มมิจฉาชีพ