รอพิสูจน์อีก4 ขอดีเอ็นเอญาติ

คนไทยเซ่น ‘กาสิโนปอยเปต’ แล้ว 19 เหลือรอพิสูจน์อีก 4 ราย ยังรักษาตัวที่ร.พ. 33 ฝ่ายปกครองแจ้งมีสูญหายอยู่ 12 คน เรียกญาติผู้สูญหายมาตรวจดีเอ็นเอเพื่อความชัดเจน รมต.กัมพูชาสรุปเหตุไฟฟ้าลัดวงจรทำไหม้ ขอบคุณฝั่งไทย ทั้งรัฐบาล สระแก้ว และเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนที่เข้าช่วยเหลือ

เมื่อวันที่ 31 ธ.ค. ศูนย์อำนวยการให้ความช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากกรณีเพลิงไหม้กาสิโน โรงแรมแกรนด์ไดมอนด์ ซิตี้ ปอยเปต ประเทศกัมพูชา จ.สระแก้ว นายธวัฒชัย บุญแสง ปลัดอำเภออรัญประเทศ ฝ่ายประสานงาน แจ้งว่า ยังไม่มีใครมาแจ้งผู้สูญหายเพิ่มเติม มีเพียงรายเดิมที่เคยแจ้งไว้มาสอบถามความคืบหน้า ขณะนี้ก็กำลังตัดรายชื่อผู้ที่พบตัวแล้วและผู้ที่เสียชีวิตออก คาดจะอยู่ที่ประมาณ 50 ราย ช่วงค่ำวันที่ 30 ธ.ค.ได้รับศพคนไทยออกมาอีก 7 ราย และยังคงมีตกค้างอยู่ฝั่งกัมพูชาอีก โดยนายอุม เรีย ตรัย ผวจ.บันเตียเมียนเจย พร้อมผู้แทนฝ่ายกัมพูชา ได้กล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่กู้ภัยของไทยทุกหน่วยงาน เพื่อเป็นการยืนยัน ปิดภารกิจการค้นหาผู้เสียชีวิต หลังใช้เวลาค้นหามาตั้งแต่คืนวันที่ 29 ธ.ค. รวมทั้งสิ้น 39 ชั่วโมง

นายธวัฒชัยกล่าวด้วยว่า ฝ่ายประสานงานได้แจ้งกรณีกัมพูชาอนุญาตให้ทางการไทยส่งการตรวจสอบผลดีเอ็นเอของแต่ละบุคคล ให้มาดำเนินการได้เลยในฝั่งกัมพูชา และทางการไทยเราได้แจ้งญาติ ที่ยังไม่เจอคนที่ตามหา ให้มาที่ศูนย์ฯ ด่วน ทาง เจ้าหน้าที่จะพาท่านไปตรวจดีเอ็นเอ โดยขอให้เป็น ลูก/พ่อ/แม่ ของคนที่หาย

“ณ ตอนนี้ต้องมาที่ศูนย์ฯ เราจะพาทายาทไปตรวจที่ฝั่งกัมพูชา สำหรับลำดับคนที่ควรมาตรวจดีเอ็นเอ 1.พ่อ-แม่ 2.ลูก (พ่อแม่เดียวกัน) 3.พี่น้อง (พ่อแม่เดียวกัน) อีกทั้งตอนนี้ได้มีบรรดาญาติพี่น้องของคนที่เสียชีวิต เข้ามาดำเนินการขอรับศพแล้วหลายราย ซึ่งทางจนท.เราก็ได้ประสานอำนวยความสะดวกในทุกขั้นตอน เพื่อความชัดเจนในการรับศพทุกศพอีกด้วย” นายธวัฒชัยกล่าว

สำหรับรายชื่อในวันที่ 30 ธ.ค.ที่ทางการไทยเราได้นำศพผู้เสียชีวิตเข้ามายังฝั่งประเทศไทยช่วงหัวค่ำเมื่อวานนี้ ที่มีการตรวจอัตลักษณ์แน่นอนแล้ว มี นายประสงค์ นามถาวร, นางพรทิพา บุญรอด, นายบุญส่ง บุญชู, นายจักรี วรรณะรัตน์, นายคูมาร์ กิชินจันทร์, Miss Zaton Bintiothman, นายเมธา ทองระอา

หลังจากฝ่ายกัมพูชาปิดปฏิบัติการค้นหาในช่วงเย็นที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่กู้ภัยจากฝั่งไทยได้ถอนทีมพร้อมเครื่องมือกลับทั้งหมด เช่นเดียวกับหน่วยกู้ภัยของกัมพูชา ก็ได้เดินทางกลับยังกรุงพนมเปญเช่นกัน ทำให้ภารกิจในวันที่ 31 ธ.ค. ทางฝ่ายบริหารของแกรนด์ไดมอนด์ ใช้เจ้าหน้าที่และเครื่องจักรกลหนักจากภาคเอกชน เข้ารื้อถอนตั้งแต่เช้าพร้อมทั้งยืนยันจำนวนผู้เสียชีวิตจากการค้นหาทั้ง 2 วัน รวมทั้งสิ้น 27 คน จากการยืนยันข้อมูลของฝ่ายความมั่นคงของไทย ขณะนี้พบว่าผู้เสียชีวิตทั้ง 27 คน เป็นคนไทยทั้งหมด 17 คน ใน 17 คนนี้ เสียชีวิตในฝั่งกัมพูชา 16 คนและเสียชีวิตในฝั่งไทย 1 คน ส่วนอีก 10 คน พบว่าเป็นชาวเนปาล 1 คน และมาเลเซีย 1 คน ส่วนอีก 8 คน เจ้าหน้าที่ยังคงเร่งพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคลอยู่

บ่ายวันเดียวกันนี้ นายปริญญา โพธิสัตย์ ผวจ.สระแก้ว มอบหมายให้นายเชาวเนตร ยิ้มประเสริฐ รองผวจ.สระแก้ว พร้อมด้วยนายชนาธิป โคกมณี ปลัดจังหวัดสระแก้ว กำนันตำบลป่าไร่ ล่ามแปลของ สน.ปทก.ศปก.ทภ.1 ร่วมประชุมแถลงและสรุปผลการปฏิบัติงานในการระงับเหตุเพลิงไหม้ ตึกแกรนด์ไดมอนด์ซิตี้ ร่วมกับประเทศกัมพูชา โดยมี พล.อ.กน กิม รัฐมนตรีอาวุโส รับผิดชอบด้านภัยพิบัติภายในประเทศกัมพูชา เป็นประธานในการประชุมแถลงการณ์ และมี ผู้บริหารส่วนราชการกัมพูชาร่วมการประชุม ดังกล่าว สรุปได้ว่า 1.สาเหตุการเกิดเพลิงไหม้มาจากไฟฟ้าลัดวงจร 2.ได้ระดมกำลัง เจ้าหน้าที่ทั้งฝ่ายไทย-กัมพูชาตรวจสอบพื้นที่และค้นหาผู้สูญหายครอบคลุมพื้นที่แล้ว และได้สั่งยุติการค้นหาผู้สูญหายตั้งแต่ช่วงเย็นของวันที่ 30 ธ.ค. 2565

3.สรุปตัวเลขผู้เสียชีวิตฝั่งกัมพูชา 26 ราย ส่วนใหญ่ได้ส่งมอบศพไปแล้ว คงเหลือที่ยังไม่ทราบอัตลักษณ์ว่าเป็นใคร 7 ราย ซึ่งทางกัมพูชาได้ตรวจดีเอ็นเอไว้แล้ว ส่วนผู้บาดเจ็บได้รับการรักษาพยาบาลอยู่ทั้งฝั่งประเทศไทยและกัมพูชา 4.หลังจากนี้จะเร่งคืนพื้นที่ให้เจ้าของอาคารรื้อถอนและปรับปรุงก่อสร้างอาคารตามหลักวิศวกรรมต่อไป

ทางการกัมพูชาได้กล่าวขอบคุณหน่วยงานและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานช่วยระงับเหตุเพลิงไหม้ทั้งประเทศกัมพูชาและประเทศไทย ได้กล่าวขอบคุณรัฐบาลไทย ผวจ.สระแก้ว และเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนของไทย ที่มีส่วนร่วมในการปฏิบัติภารกิจในครั้งนี้ ที่ประเทศไทยได้แก้ไขปัญหาเรื่องรถยนต์บรรทุกสินค้าไปที่ด่านหนองเอี่ยน-สตึงบท พร้อมทั้งได้ฝากขอบคุณรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยด้วย

วันเดียวกัน พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. พร้อมด้วยพล.ต.ท.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ ผบช.สพฐ.ตร. และคณะได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมศูนย์พิสูจน์เอกลักษณ์บุคคล ณ ด่านพรมแดนคลองลึก จ.สระแก้ว โดยได้บรรยายสรุปความคืบหน้าการปฏิบัติหน้าที่ในการสนับสนุนภารกิจช่วยเหลือคนไทยที่ประสบเหตุเพลิงไหม้ ล่าสุดจากการปฏิบัติหน้าที่ในช่วงที่ผ่านมา มีคนไทยที่ถูกส่งตัวมารักษาที่โรงพยาบาลของไทย 54 ราย เสียชีวิต 1 ราย บาดเจ็บเล็กน้อย 20 ราย คงเหลือยังรักษาตัวที่โรงพยาบาลอีก 33 ราย และได้รับแจ้งว่าทางการกัมพูชาพบศพผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 25 ราย เป็นคนไทย 19 ราย ชาวจีน 1 ราย ชาวเนปาล 1 ราย และยังมีศพรอการพิสูจน์อัตลักษณ์จำนวน 4 ราย ซึ่งทางประเทศไทยได้รับมอบศพจากทางการกัมพูชา เพื่อตรวจพิสูจน์อัตลักษณ์และส่งคืนให้ญาติแล้วทั้งสิ้น 19 ราย โดยยังมีบุคคลสูญหายซึ่งเป็นคนไทยที่รับแจ้งจากฝ่ายปกครอง 12 ราย ซึ่งต้องเร่งสืบสวนและพิสูจน์ทราบต่อไป

จากนั้นพล.ต.อ.สุรเชษฐ์และคณะเดินทางไปยังบริเวณวัดตราด เมืองปอยเปต จว.บันเตียเมียนเจย ประเทศกัมพูชา เข้าประชุมร่วมกับ พล.ต.อ.มวง โซะเทีย รอง ผบ.ตร.ประเทศกัมพูชา เพื่อประสานความร่วมมือกันในทุกๆ ด้านทั้งการดูแลผู้บาดเจ็บ การพิสูจน์เอกลักษณ์ การติดตามบุคคลสูญหายและการส่งศพคนไทยกลับมายังประเทศไทย

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์กล่าวว่า ในวันนี้ขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนที่มาร่วมกันปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือคนไทยที่ประสบเหตุเพลิงไหม้ที่ฝั่งปอยเปต กัมพูชา และช่วยกันตรวจพิสูจน์ยืนยันบุคคลเพื่อส่งคืนร่างให้กับญาติสามารถนำกลับไปบำเพ็ญกุศล แม้จะอยู่ในช่วงวันหยุดในโอกาสวันสิ้นปี ก็ยังอยู่ปฏิบัติหน้าที่กันอย่างเข้มแข็งเพื่อช่วยเหลือพี่น้องคนไทย ขอให้ทุกท่านช่วยกันสนับสนุนภารกิจนี้ต่อไปจนกว่าการช่วยเหลือคนไทยจากเหตุเพลิงไหม้ฝั่งปอยเปตจะเสร็จสิ้นภารกิจ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน