ผบ.ตร.ส่งบิ๊กโจ๊กคุมคดีลุยอิทธิพลท้องถิ่นอุทัยโดนข้อหาหนัก‘ซ่องโจร’เร่งไล่ล่าตัวแก๊งที่เหลือคาดกบดานนครสวรรค์
‘บิ๊กโจ๊ก’ ลุยอุทัยธานี นำทีมจับปลัดอำเภอห้วยคตกับจนท.ป่าไม้ สมรู้ร่วมคิดจ้างวานเผาเสาไฟฟ้าผู้รับเหมา 28 ต้น หลังสืบสวนขยายผลจากที่มีหนุ่มวัย 19 ปีมามอบตัวรับสารภาพว่าเป็นคนลงมือเผาเสาไฟทั้งหมดเพียงคนเดียว แต่หลังสอบเค้นหนักกลับพบพิรุธให้การเท็จ ผบ.ตร.สั่งสืบสวนหาพยานหลักฐานคดี จนนำไปสู่การออกหมายจับผู้ต้องหาทั้ง 2 รายเมื่อ 2 ม.ค. จากนี้เร่งสืบสวนขยายผลตามตัว ผู้ร่วมแก๊งมาดำเนินคดีต่อไป เล็งขยายผลคดีจากอุทัยธานีไปนครสวรรค์ด้วย

จับปลัดอำเภอ – ตำรวจจับกุมนายสุรสีห์ ศิลาภิวัฒน์ ปลัดอำเภอห้วยคต จ.อุทัยธานี และเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าวนอุทยานห้วยคต ผู้ต้องหาร่วมกันจ้างวานเผาเสาไฟฟ้าของผู้รับเหมาก่อสร้าง สาเหตุขัดแย้งประมูลงานในพื้นที่ เมื่อวันที่ 5 ม.ค.
เมื่อเวลา 21.00 น. วันที่ 4 ม.ค. พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. ได้บินด่วนมายัง สภ.ห้วยคต จ.อุทัยธานี เพื่อติดตามและเร่งรัดคดี กลุ่มคนร้ายลักลอบวางเพลิงเผาเสาไฟฟ้าส่องสว่างจำนวน 28 ต้น บริเวณถนนสายห้วยช้าง-คูคต ต.ห้วยคต อ.ห้วยคต จ.อุทัยธานี พื้นที่รับผิดชอบของ สภ.ห้วยคต โดยพล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผบ.ตร. ทีมงานพนักงานสืบสวน พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ห้วยคต ภ.จว.อุทัยธานี ได้ร่วมกันจับกุมตัว นายวิรัตน์ จันทร์แทน หรือต้อม อายุ 34 ปี พนักงานราชการ เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า วนอุทยานห้วยคต ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลอาญาที่ 2/2566 ลงวันที่ 2 ม.ค.2566 โดยจับกุมตัวได้ที่บริเวณร้านค้าสวัสดิการวนอุทยานห้วยคต ต.ห้วยคต อ.ห้วยคต ส่วนนายสุรสีห์ ศิลาภิวัฒน์ หรือปลัดแมว อายุ 45 ปี ปลัดอำเภอห้วยคต นั้น ได้เข้ามอบตัวต่อพนักงานสอบสวนแล้ว ในส่วนของผู้ต้องหารายอื่นๆ ที่ร่วมกันกระทำความผิดนั้นจะได้สืบสวนขยายผลและติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีให้ครบถ้วนต่อไป
พล.ต.อ.สุรเชษฐ์กล่าวว่า หลังจากที่ได้ สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตามคำสั่งพนักงานสืบสวนสอบสวนลงพื้นที่เพื่อหาข้อมูลและรวบรวมพยานหลักฐานจนทำข้อเท็จจริงให้ปรากฏได้ ซึ่งผู้กระทำผิดกลับเป็นเจ้าหน้าที่รัฐเสียเอง ขณะนี้อยู่ในระหว่างติดตามจับกุมผู้ต้องหามาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็ว และจะเร่งขยายผลสืบสวนเพิ่มเติมว่ามีผู้ใดเกี่ยวข้องอีกหรือไม่ หากพบผู้เกี่ยวข้องก็จะดำเนินคดีอย่างถึงที่สุด รวมทั้งจะขยายผลไปยังคดีอื่นที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ จ.อุทัยธานี และจ.นครสวรรค์อีกด้วย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คดีนี้สืบเนื่องจาก ช่วงระหว่างวันที่ 19-20 พ.ย.2565 เกิดเหตุกลุ่มคนร้ายได้ลักลอบวางเพลิงเผาเสาไฟฟ้าส่องสว่างจำนวน 28 ต้น บริเวณถนนสายห้วยช้าง-คูคต ต.ห้วยคต อ.ห้วยคต จ.อุทัยธานี พื้นที่รับผิดชอบของ สภ.ห้วยคต ต่อมา พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. ได้ลงนามคำสั่งแต่งตั้งคณะพนักงานสืบสวนสอบสวน โดยให้ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ รอง ผบ.ตร. ทำหน้าที่ควบคุมดูแลสั่งการการสืบสวนสอบสวนอย่างใกล้ชิด เนื่องจากเป็นคดีที่สร้างความหวาดกลัวให้กับประชาชนในพื้นที่ มีความเกี่ยวเนื่องกับคดีอื่นๆ อีกหลายคดีในลักษณะเดียวกันนี้ อีก 9 เหตุการณ์ ใน 7 พื้นที่ 2 จังหวัด ซึ่งมีลักษณะพฤติการณ์ในคดีใกล้เคียงกัน โดยตั้งข้อสันนิษฐานว่า อาจมีสาเหตุมาจากความขัดแย้งทางธุรกิจ เกี่ยวข้องกับการประมูลงานในระดับท้องถิ่น และอาจมีผู้มีอิทธิพลในพื้นที่มีส่วนรู้เห็นกับการกระทำผิด พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ จึงได้สั่งการให้ พ.ต.อ.เขม รินทร์ พิศมัย ผกก.ตม.จว.ตราด, พ.ต.อ.ศักยะ แสงวรรณ ผกก.สส.บก.น.3 พร้อมด้วยทีมงานพนักงานสืบสวน ตามคำสั่ง ตร.ที่ 587/2565 รวบรวมพยานหลักฐานโดยละเอียด และเร่งรัดการสืบสวนหาผู้กระทำผิดมาลงโทษโดยเร็ว
จากการสืบสวนทราบว่า หลังจากเกิดเหตุดังกล่าว ต่อมาเมื่อวันที่ 7 มิ.ย.2565 นายอนุชา หรือบีม อายุ 19 ปี ได้เดินทางมามอบตัวต่อ พนักงานสอบสวนสภ.ห้วยคต และให้การรับสารภาพว่า เป็นผู้ก่อเหตุวางเพลิงเผาเสาไฟฟ้าส่องสว่างดังกล่าว และได้ก่อเหตุแต่เพียง ผู้เดียว จึงถูกแจ้งข้อกล่าวหากระทำความผิดฐาน “วางเพลิงเผาทรัพย์ของผู้อื่น, ทำให้ เสียทรัพย์” แต่ทีมงานพนักงานสืบสวนฯ พบ ข้อพิรุธต้องสงสัยหลายประการ จึงได้สืบสวนขยายผลเพิ่มเติม ทำให้ทราบว่าคำสารภาพ ของนายอนุชานั้นไม่เป็นความจริง จึงนำไปสู่ การรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมและยื่นคำร้องต่อศาลอาญา เพื่อขออนุมัติหมายจับผู้ต้องหาที่ได้ร่วมก่อเหตุในคดี ดังกล่าวเพิ่มเติม ได้แก่ 1.นายสุรสีห์ หรือปลัดแมว ปลัดอำเภอห้วยคต และ 2.นายวิรัตน์ หรือต้อม ซึ่งได้ร่วมกันกระทำความผิดฐาน ร่วมกันวางเพลิงเผาทรัพย์ของผู้อื่น และร่วมกันทำให้เสียทรัพย์และซ่องโจร นำตัวดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป