ปาเจโร-กู้ภัยยับ กลางทางด่วน เลี่ยงเป่าเมาขับ

นักธุรกิจชื่อดัง ซิ่งรถหรูเบนท์ลีย์ ชนสนั่น 3 คันบนทางด่วนเฉลิมมหานคร มุ่งหน้าดินแดง เจ็บ 4 ราย เปิดภาพวงจรปิดนาทีระทึก เบนท์ลีย์ซิ่งแซงซ้ายบนทางด่วน พุ่งชนรถมิตซูบิชิ ปาเจโร ป้ายแดง ที่วิ่งอยู่เลนกลางจนชน แบริเออร์ขอบทาง รถดับเพลิงที่จะไประงับเหตุไฟไหม้พุ่งชนซ้ำ เมียคนขับรถปาเจโรเผย นั่งในรถกันมาทั้งครอบครัว 5 คน เพิ่งออกรถก่อนปีใหม่ จะขับกลับบ้าน บึงกาฬ โชคดีทุกคนคาดเข็มขัดนิรภัยจึงรอดมาได้ วอนผู้ก่อเหตุเยียวยา เปลี่ยนรถคันใหม่ ตั้งข้อสงสัยคนขับรถหรูไม่ยอม เป่าวัดแอลกอฮอล์ รองผกก.จร.แจง คนขับรถเบนท์ลีย์ ยอมรับผิดยินดีชดใช้ค่าเสียหายให้กับคู่กรณีทั้งหมด ยังไม่แจ้งข้อหา เพราะรอตรวจเลือดหาปริมาณแอลกอฮอล์ ที่ร.พ.ตำรวจ รู้ผล 1 ก.พ.

เมื่อเวลา 01.00 น. วันที่ 8 ม.ค. พ.ต.ท. พิเชษฐ์ ก้อนแพง รอง ผกก.(สอบสวน) งานศูนย์ควบคุมจราจรด่วน 1 กก.2 บก.จร. รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถยนต์ชนกัน 3 คัน บนทางพิเศษเฉลิมมหานคร ขึ้นจากถนนสุขสวัสดิ์มา 9-10 ก.ม. มุ่งหน้าดินแดง เป็นเหตุให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย จึงรุดตรวจสอบพร้อมอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู

เมื่อไปถึงจุดเกิดเหตุ พบรถยนต์หรู ยี่ห้อเบนท์ลีย์ สีเทา ทะเบียน 7 กค 3822 กรุงเทพมหานคร จอดอยู่ในช่องทางซ้ายสุด ใกล้กันพบรถยนต์มิตซูบิชิ ปาเจโร สีดำ ป้ายแดง ทะเบียน ณ 3830 กรุงเทพมหานคร สภาพรถหงายท้องล้อชี้ฟ้า ห่างออกไปพบรถดับเพลิง อปพร.บางรัก สภาพหน้ารถพังยับเยิน ตรวจสอบพบมีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย เป็นหญิง อายุ 29 ปี กับเด็กชายอายุ 4 ขวบ ที่นั่งมาในรถมิตซูบิชิ และ เจ้าหน้าที่อาสาสมัครดับเพลิงชายอีก 2 คน จึงนำตัวส่งโรงพยาบาลใกล้เคียง

ทั้งนี้ มีคลิปวิดีโอกล้องหน้ารถของพลเมืองดี จับภาพขณะที่รถยนต์เบนท์ลีย์ขับมาด้วยความเร็ว แซงซ้ายแล้วเบี่ยงขวาก่อนจะพุ่งเข้าชนท้ายรถมิตซูบิชิ ปาเจโร ที่วิ่งอยู่เลนกลาง จนรถเสียหลักหมุนพุ่งชนขอบทางติดช่องทางขวาสุด ก่อนจะมีรถดับเพลิง อปพร.บางรัก ที่ขับอยู่ช่องทางขวา ขณะจะไปเหตุไฟไหม้ย่านอุดมสุข ชนซ้ำ จนรถมิตซูบิชิ ปาเจโร พลิกคว่ำ เสียหาย พังยับเยิน

สอบถาม นายอิทธิพล ประสงทรัพย์ อายุ 35 ปี เจ้าหน้าที่อาสาสมัครบรรเทาสาธารณภัยมัสยิดฮารูณ เล่าเหตุการณ์ว่า ขณะเกิดเหตุกำลังจะไปช่วยเหลือผู้ติดค้างจากเหตุไฟไหม้ย่านอุดมสุข ระหว่างขับรถมาบนทางด่วนได้วิ่งขวายาวมาตลอดและได้เปิดไซเรนให้สัญญาณขอทางมาตลอด เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุซึ่งเป็นช่วงทางโค้งเป็นถนน 3 เลน ตนอยู่ในเลนขวาสุด จู่ๆ ก็มีรถยนต์เบนท์ลีย์ วิ่งมาในเลนซ้ายสุดด้วยความเร็วและไปชนเข้ากับท้ายรถมิตซูบิชิ ปาเจโร ทำให้รถปาเจโรหมุนมาฟาดกับรถของตน หน้ารถพังยับเยิน ส่วนตนกับเพื่อนได้รับบาดเจ็บ

ส่วนเรื่องของคดีความ ตนได้ลงบันทึกประจำวันไว้แล้ว เบื้องต้นทางคู่กรณียินยอมรับผิดชอบค่าเสียหายทั้งหมด แต่ตนยังคงมีความวิตกกังวลอยู่บ้าง เพราะมาทราบตอนหลังว่าคู่กรณีเป็นบุคคลที่มีฐานะทางสังคมและรู้จักกับนักการเมืองระดับประเทศ จึงเกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม

ด้านนายอานนท์ ศรีสุวรรณากุล อายุ 44 ปี เจ้าหน้าที่อาสาสมัครบรรเทาสาธารณภัยหน่วยฐานพระยาตาก กล่าวว่า หลังจาก เกิดเหตุสังเกตอาการของคนขับรถเก๋ง ดูเหมือนอาจมีอาการมึนเมาและได้เดินลงจากทางด่วนไปเรียกรถแท็กซี่ แต่มีอาสา ที่รู้เหตุการณ์ได้ขับรถตามรถแท็กซี่ไป จากนั้นก็ไปที่สน. เขาพยายามเดินเข้าห้องน้ำ แล้วเดินออกไปหลังห้องน้ำ ต่อมาร้อยเวรบอกว่าเขาจะรับผิดชอบความเสียหายที่เกิดขึ้นทั้งหมดกับรถดับเพลิงและรถมิตซูบิชิ ปาเจโร

ขณะที่นายศราวุธ รีรักษ์ ผู้ขับรถยนต์ มิตซูบิชิ ปาเจโร เล่าเหตุการณ์ว่า ออกจากบ้านพักย่านทุ่งครุ ขึ้นทางด่วนมุ่งหน้าลงดินแดง เพื่อกลับบ้านที่จ.บึงกาฬ ขณะ อยู่บนทางด่วนได้ขับในเลนกลางมาตามปกติ ใช้ความเร็วประมาณ 90 ก.ม./ต่อชั่วโมง จากนั้นรู้สึกรถโดนกระแทกแล้ว ก็จำอะไรไม่ได้เลย เพราะเหตุการณ์เกิดขึ้นเร็วมาก มาเห็นเหตุการณ์จากกล้องหน้ารถที่มีคนส่งมาให้ ในรถที่นั่งกันมาทั้งหมด 6 คน เป็นผู้ใหญ่ 5 คน และเด็กอายุ 4 ขวบ 1 คน หลังเกิดเหตุรถพลิกคว่ำ ก็พยายามตั้งสติให้ได้และช่วยกันพาทุกคนออกมาจากรถให้ได้ก่อน ทั้งนี้ยังไม่ได้พูดคุยกับคู่กรณี

น.ส.ณิชชาวีร์ ชาติสุริยพัฒน์ แฟนสาวนายศราวุธที่นั่งมาในรถคันเดียวกัน กล่าวว่า คิดว่าที่รอดมาได้เป็นเพราะทุกคนคาดเข็มขัดนิรภัย โดยแฟนเป็นคนขับรถ มีพ่อนั่งด้านข้างคนขับได้รับบาดเจ็บแขนหัก ถัดมาเป็นแม่ หลานชาย ตนนั่งอยู่แถวที่สอง ส่วนน้องสาวนั่งอยู่ด้านหลัง และมีสัมภาระอีกไม่เยอะจำพวกที่นอน ตนจึงตั้งใจออกรถเมื่อวันที่ 19 ธ.ค.2565 เพื่อจะนำรถกลับไปให้ครอบครัวดู เหมือนเราแบกความฝันกลับบ้าน และขณะนั้นครอบครัวทั้งหมดอยู่ในรถ ซึ่งกำลังนั่งกันชิลๆ สบายๆ จู่ๆ รถเหมือนจะหลุดออกจากทางด่วน เพราะได้ปีนเกยขึ้นขอบแบริเออร์แล้ว จากนั้นมีรถกู้ภัยมาชนจนรถหมุนอยู่หลายรอบ หากไม่มีรถกู้ภัยมาชนอีกต่อหนึ่งรถตนคงตกทางด่วนไปแล้ว พอตั้งสติได้ก็เอามือจับหลานไว้ โชคดีที่หลานหลับจึงไม่ร้อง เมื่อตั้งสติได้ก็พากันปีนคลานออกมาด้านประตูหลังรถ เพราะกระจกแตกไปแล้ว

รถหรูชน – ที่เกิดเหตุนายสุทัศน์ สิวาภิรมย์รัตน์ นักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ขับรถหรูเบนท์ลีย์ ชนรถปาเจโร ป้ายแดงหมุนไปชนรถดับเพลิงอปพร.บางรัก จนพังยับ บนทางพิเศษเฉลิมมหานคร กทม. แล้วพยายามขึ้นแท็กซี่ออกจากที่เกิดเหตุ (ภาพเล็ก) เมื่อวันที่ 8 ม.ค.

น.ส.ณิชชาวีร์กล่าวต่อว่า เห็นคลิปรถตัวเองยังคิดเลยว่าใช้แต้มบุญสูงมาก เหมือนตายแล้วเกิดใหม่ รอดมาได้อย่างไร โชคดีที่ทุกคนคาดเข็มขัดนิรภัย ทั้งนี้ที่สถานีตำรวจคู่กรณีเหมือนไม่ยอมเป่าหรือตรวจแอลกอฮอล์ ก็ไม่ทราบเหตุผลว่าทำไม กลุ่มพี่ๆ กู้ภัยพยายามให้เขาเป่า แต่เขาปฏิเสธ พยายามไปดื่มน้ำ เคี้ยวหมากฝรั่ง เขาคงหาทางแก้ปัญหาของเขา ทางตำรวจแจ้งว่า เขาขอตรวจเลือดที่ ร.พ.ตำรวจ เบื้องต้นคาดว่าผลตรวจจะออกอย่างเร็วใน 7 วัน และ ไม่ทราบว่าระหว่างนี้จะมีกระบวนการอะไรหรือไม่ เท่าที่ทราบรถคู่กรณีไม่มีประกัน ส่วนประกันฝั่งเรายังไม่ตกลงกันว่าจะเคลมคันใหม่ให้หรือไม่ เพราะรถเพิ่งออกมาได้เพียง 21 วัน ไม่รู้ว่าเขาจะรับผิดชอบให้เราได้ 100 เปอร์เซ็นหรือไม่

“เราต้องการรถคันใหม่และการเยียวยาร่างกายและจิตใจ เพราะพ่อก็แขนหัก การเยียวยาต้องรอการพูดคุยกันของทุกฝ่าย ขอวิงวอนคนที่มีรถหรู คุณมีอำนาจเงินหนูทราบ คุณมีสิทธิ์ซื้อรถที่มีคุณภาพดี อัตราเร่งสูง ความเร็ว ความแรง อะไรก็ตาม แต่อย่าให้ถนนของสาธารณะเป็นที่ประลอง หรือขับรถที่ความเร็วเกินจำเป็น ไม่ใช่เฉพาะคุณบนท้องถนน มันคือชีวิตของคนอื่น คุณก็มีครอบครัว เราก็มีครอบครัว วันนั้นเรานั่งมากัน 6 คน ถ้าเราไม่อยู่วันนี้คนที่เหลืออยู่ก็เคว้ง พ่อแม่หนูรอเตรียมต้อนรับเราที่บึงกาฬ เราหดหู่ใจ เซ็งและเคว้ง ไปไม่ถูก หวังว่าเขาจะรับผิดชอบเราอย่างเต็มที่” นางสาวณิชชาวีร์กล่าว

ด้านพ.ต.ท.พิเชษฐ์ เปิดเผยว่า ทางผู้ขับรถยนต์เบนท์ลีย์ ยอมรับผิดและยินดีจะชดใช้ค่าเสียหายให้กับคู่กรณีทั้งหมด ทั้งนี้ได้ทำบันทึกประจำวันไว้และส่งตัวผู้ขับขี่ไปตรวจเลือดที่ ร.พ.ตำรวจ เพื่อหาปริมาณแอลกอฮอล์ ซึ่งเป็นการตรวจที่ได้มาตรฐาน อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นมีทางฝั่งรถยนต์มิตซูบิชิ ปาเจโร บาดเจ็บทุกคน หนักสุดแขนหักอยู่ระหว่างการรักษาที่โรงพยาบาล ส่วนการเจราจาไกล่เกลี่ยมีทนายของฝั่งรถยนต์มิตซูบิชิได้ติดต่อเข้ามาแล้ว ซึ่งต้องรอให้ผู้บาดเจ็บรักษาอาการให้หายดีก่อน และจะต้องรอผลตรวจปริมาณแอลกอฮอล์ยืนยันจาก ร.พ.ตำรวจอย่างเป็นทางการในวันที่ 1 ก.พ.นี้

ขณะนี้จึงยังไม่ได้แจ้งข้อหา เนื่องจากต้องรอผลตรวจยืนยันจากแพทย์และรอฝั่งผู้เสียหายรักษาอาการบาดเจ็บ ก่อนพิจารณาแจ้งข้อหาต่อไป

รายงานข่าวแจ้งว่า ผู้ขับขี่รถยนต์หรู เบนท์ลีย์คือ นายสุทัศน์ สิวาภิรมย์รัตน์ กรรมการบริษัทไทยวัฒนา แอสเซ็ท จำกัด ซึ่งประกอบธุรกิจเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ ที่เคยเป็นข่าวว่าเป็นนายทุนของพรรคเศรษฐกิจใหม่ ซึ่งหลังเกิดเหตุ นายสุทัศน์ได้ลงมายืนอยู่ขอบฟุตปาธ เหมือนมีอาการเมา ภายในรถยังพบว่ามีขวดไวน์วางอยู่ที่เบาะหลังด้วย จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงได้นำตัวนายสุทัศน์มาที่ ร.พ.ตำรวจ เพื่อขอตรวจวัดแอลกอฮอล์ แต่นายสุทัศน์ไม่ยอมตรวจด้วยวิธีเป่า

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน