กรุงเทพอภิวัฒน์ รฟท.รอผลสอบ กก.เร่งสรุป15วัน
รฟท.ยอมถอยแล้ว ระงับเปลี่ยนป้ายชื่อสถานีกลางบางซื่อเป็นสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ หลังสังคมตั้งข้อสงสัยและโซเชี่ยลรุมถล่มจัดซื้อจัดจ้างแพงมหาศาลใช้เงิน งบประมาณถึง 33 ล้านบาท ล่าสุดส่งหนังสือ ถึง ‘ยูนิค เอ็นจิเนียริ่งฯ’ แล้ว ยันไม่ได้ยกเลิกสัญญาแต่ระงับไว้ชั่วคราวเท่านั้น จนกว่าจะได้ ผลสรุปจากคณะกรรมการตรวจสอบของกระทรวงคมนาคม ด้านคณะกรรมการเร่งหา ข้อสรุปภายใน 15 วัน
เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 10 ม.ค. ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ เดินทางเข้าพบ พ.ต.ท.หญิง กรแก้ว ประหยัดทรัพย์ สว.(สอบสวน) กก.5 บก.ปปป. เพื่อร้องขอให้ตรวจสอบกรณี การจัดซื้อจัดจ้าง ด้วยวิธีเฉพาะเจาะจง การก่อสร้างเปลี่ยนป้ายสถานีกลางบางซื่อ เป็น สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ ในวงเงิน 33 ล้านบาท
นายมงคลกิตติ์กล่าวว่า ต้องการให้ ตรวจสอบเจ้าหน้าที่การรถไฟแห่งประเทศไทย และผู้เกี่ยวข้อง ทั้งผู้บริหาร กรรมการจัดซื้อจัดจ้าง รวมถึงผู้รับสัญญาจ้าง ว่าการกระทําดังกล่าวนั้นเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการเสนอราคาต่อหน่วยงานรัฐ พ.ศ.2542 มาตรา 9-13 หรือไม่ ซึ่งเหตุที่เดินทางมาร้องในวันนี้เพื่อต้องการให้ลงโทษเพิ่มเติม เพราะอํานาจสืบสวนมีกรอบระยะเวลา 30 วัน ของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.)
นายมงคลกิตติ์กล่าวเพิ่มว่า การเปลี่ยนป้าย แบบเฉพาะเจาะจงนั้น จะต้องเป็นเรื่องของความมั่นคงตาม พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างฯ แต่ในครั้งนี้ไม่เห็นเหตุอันควรหรือเร่งด่วนอะไร ซึ่งตนมองว่าอาจมีการเอื้อประโยชน์แอบแฝง หรือเพื่อช่วยเหลือให้ผู้เสนอราคารายใดได้มีสิทธิเข้าทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐโดยไม่เป็นธรรม หรือเพื่อกีดกัน ผู้เสนอราคารายใดมิให้มีโอกาสเข้าแข่งขันในการเสนอราคาอย่างเป็นธรรมหรือไม่พร้อมเผยว่าจะนําเรื่องนี้เข้าสู่การอภิปรายแบบทั่วไปในต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่จะถึงนี้
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม กล่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงกรณีคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) รับเรื่องตรวจสอบกรณีการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) จัดซื้อจัดจ้างเปลี่ยนป้ายสถานีกลางบางซื่อ 33 ล้านบาท ว่า คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงที่ตั้งขึ้นจะมีการประชุมกันในวันนี้ (10 ม.ค.) เดี๋ยวรอเขารายงานเข้ามา เมื่อถามว่า มีความเป็นไปได้ใช่หรือไม่ ที่จะชะลอโครงการ หลังเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ของสังคม นายศักดิ์สยามกล่าวว่า ให้รอคณะกรรมการก่อนที่จะสรุปมาให้ตนภายใน 15 วัน ซึ่งไม่เกินวันที่ 20 ม.ค.รอฟังดีกว่า ตนไม่อยากพูดอะไรไปก่อน เพราะไม่ได้เข้าไปดู
วันเดียวกัน นายนิรุฒ มณีพันธ์ ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยว่า รฟท.ส่งหนังสือถึงบริษัท ยูนิค เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) เมื่อวันที่ 9 มกราคม 2566 เรื่อง ระงับงานรื้อย้าย จัดหา และติดตั้งงานก่อสร้างปรับปรุงป้ายชื่อสถานีกลางบางซื่อ เป็นสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ และตราสัญลักษณ์ของการรถไฟฯ อ้างถึง 1.สัญญาจ้างก่อสร้างเลขที่ กส.5/รฟฟ./2565 ลงวันที่ 29 ธันวาคม 2565 2.หนังสือการรถไฟฯ เลขที่ รฟ1/2506/2565 ลงวันที่ 24 ธันวาคม 2565 3.หนังสือบริษัท ยูนิค เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) เลขที่ UN/SRT/BS-KA/019/OE66/010301 ลงวันที่ 3 มกราคม 2566
นายนิรุฒกล่าวอีกว่า ตามหนังสือที่ อ้างถึง 1.การรถไฟฯ ได้ลงนามสัญญาจ้าง ผู้รับจ้าง บริษัท ยูนิค เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) โครงการปรับปรุงป้ายชื่อสถานีกลางบางซื่อ เป็นสถานี กลางกรุงเทพอภิวัฒน์ และตราสัญลักษณ์ของการรถไฟฯ ต่อมาการรถไฟฯ ได้มีหนังสือ แจ้งวันส่งมอบสถานที่ ก่อสร้างและแจ้งให้เริ่มงานในวันที่ 3 มกราคม 2566 ถึงบริษัท ตามอ้างถึง 2.และเมื่อวันที่ 3 มกราคม 2566 บริษัทมีหนังสือแจ้งยืนยันการรับมอบสถานที่ และยืนยันการเริ่มงานตามหนังสือที่อ้างถึง 3.นั้น การรถไฟฯ มีความประสงค์ขอให้ระงับ งานรื้อย้าย จัดหา และติดตั้งงานก่อสร้างปรับปรุงป้ายชื่อสถานีกลางบางซื่อเป็นสถานี กลางกรุงเทพอภิวัฒน์ และตราสัญลักษณ์ของการรถไฟฯ ออกไปก่อน และจะแจ้ง ให้ทราบต่อไป จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบและดำเนินการต่อไป
“การส่งหนังสือถึง บริษัท ยูนิคฯ ในครั้งนี้ เพื่อขอให้เลื่อนออกไปก่อน เพื่อรอผลสอบจากคมนาคม เป็นเพียงการระงับชั่วคราว ไม่ได้ยกเลิกสัญญา ซึ่งการดำเนินการครั้งนี้โปร่งใสและสุจริต เพราะหากกระบวนการสอบข้อเท็จจริงมีข้อเสนอแนะ ก็จะได้นำมาดำเนินการเพิ่มเติม แต่อย่างไรก็ดีรฟท.ยืนยันว่าการจัดซื้อจัดจ้างครั้งนี้ โปร่งใส ถูกต้องมีราคาที่เหมาะสม และไม่แพง” นายนิรุฒกล่าว
ด้านนายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม กล่าวภายหลังเป็นประธาน คณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง กรณีเปลี่ยนป้าย สถานีกรุงเทพอภิวัฒน์นัดแรก ที่กระทรวงคมนาคม ว่าเป็นการประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมการขนส่งทางราง (ขร.) ตัวแทนจากการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ตัวแทนวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เลขาสภาวิศวกร กรมบัญชีกลาง และฝ่ายกฎหมาย โดยประเด็น สำคัญที่ประชุมในครั้งนี้ เป็นไปตามที่ คณะกรรมการได้รับนโยบายจากนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม และกรรมการสอบข้อเท็จจริง
นายสรพงศ์กล่าวอีกว่า ได้ขอให้รฟท.ชี้แจงกลับมายังกระทรวงคมนาคมและให้เข้ามาชี้แจงที่คณะกรรมการ ในรายละเอียด 9 ประเด็น ประกอบด้วย 1.ความเป็นมา ของโครงการ 2.ขอบเขตงาน (ทีโออาร์) 3.รายละเอียดราคากลาง 4.รายงานการประชุม คณะกรรมการกำหนดราคากลาง (ทุกครั้ง) 5.การขออนุมัติจัดซื้อจัดจ้าง บันทึกสั่งจ้าง และรายละเอียดการสั่งจ้าง 6.สำเนาข้อเสนอราคาของบริษัทผู้รับจ้าง 7.สำเนารายงาน การประชุมคณะกรรมการจ้าง (ทุกครั้ง) 8.สัญญาจ้าง และ 9.เปรียบเทียบราคา การติดตั้งป้าย กับราคาตลาดโดยทั่วไป โดยคณะกรรมการ มีกำหนดการต้องรายงานผลการสอบสวน ให้กระทรวงคมนาคมทราบ ภายใน 15 วัน หรือ 19 มกราคมนี้
“การประชุมในครั้งนี้หลักๆ ได้มีการพิจารณาใน 2 ประเด็น คือ 1.ให้ดำเนินการระเบียบว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหาร พัสดุภาครัฐ พ.ศ.2560 ว่าการตรวจสอบป้ายราคาเป็นอย่างไร และ 2.ความเหมาะสมทางด้านราคา แนวคิด และทางเลือกในการดำเนินการ เพื่อดูว่าจะสามารถประหยัดได้กว่าเดิมหรือไม่ โดยจะให้มีการเปรียบเทียบกับราคาป้ายฯ เมื่อปี 2553 ว่ามีความ แตกต่างกันหรือไม่ต่อไป อีกทั้งยังไม่สามารถ ระบุได้ว่าจะต้องมีการประชุมอีกกี่นัด จึงจะได้ข้อสรุป แต่จะอยู่ในกรอบระยะเวลา 15 วันที่ทางรัฐมนตรีกำหนดไว้แน่นอน” นายสรพงศ์กล่าว
เมื่อเวลา 08.55 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม กล่าวถึงกรณีคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) รับเรื่อง ตรวจสอบกรณีการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) จัดซื้อจัดจ้างเปลี่ยนป้ายสถานีกลางบางซื่อ 33 ล้านบาท ว่า ทางกระทรวงคมนาคม ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ขึ้นมาแล้วเมื่อวันที่ 5 ม.ค. ดังนั้นต้องให้เวลาคณะกรรมการพิจารณา 15 วัน อย่างไรก็ตาม ทางป.ป.ช.มีการประสานเพื่อขอข้อมูลมา ซึ่งทางคณะกรรมการชุดดังกล่าวของกระทรวง พร้อมชี้แจงต่อ ป.ป.ช.