ขนสำนวน2.7หมื่นหน้าสรุปสอบ444พยาน
มั่นใจเอาผิดแก๊งจีนเทาเผยยึดทรัพย์ 5.3พันล.
ผบ.ตร.รุดส่งเอง สำนวนคดีตู้ห่าวถึง ‘อสส.’ มั่นใจเอาผิดทุนจีนสีเทาได้ เผยพยานหลักฐานแน่น สอบ ‘444 พยาน-43 ผู้ต้องหา’ เอกสารรวม 67 แฟ้ม หนา 26,892 หน้า ตรวจยึดทรัพย์สิน 5,345 ล้านบาท อัยการระบุทำสำนวนกันทั้งวันทั้งคืน เหลือแค่รออัยการสูงสุดพิจารณาสั่งฟ้อง ‘ชูวิทย์’ โผล่ขอโทษ ‘ผบ.ตร.-อัยการ’
เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 13 ม.ค. พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ในฐานะหัวหน้าพนักงานสืบสวนสอบสวน สำนวนคดี นายชัยณัฐร์ หรือ ตู้ห่าว กรณ์ชายานันท์ กับพวก เดินทางไปส่งสำนวนคดี‘ตู้ห่าว’ ให้อัยการสูงสุด ที่สำนักงานอัยการสูงสุด อาคารแจ้งวัฒนะศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ
พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์กล่าวว่า คดีนี้สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 26 ต.ค. 2565 ที่บช.น.นำกำลังเข้าตรวจค้นผับจินหลิง พบและยึด ยาเสพติด พร้อมอุปกรณ์การเสพหลายรายการเป็นของกลาง พร้อมจับกุมตัวผู้ต้องหาที่มั่วสุมเสพยา และจำหน่ายยาเสพติด นำส่งพนักงานสอบสวน สน.ยานนาวา ดำเนินคดีตามกฎหมาย ต่อมาศาลได้ออกหมายจับนายตู้ห่าว กับพวก ในข้อหาร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดและสมคบ และแจ้งข้อหาเพิ่มเติมในข้อหาร่วมกันฟอกเงินและมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ
พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์กล่าวต่อว่า พร้อมทั้งขยายผลสืบสวนจับกุมบุคคลผู้เกี่ยวข้อง คดีนี้เป็นความผิดที่เกี่ยวเนื่องนอกราชอาณาจักร อัยการสูงสุดได้มอบหมายให้กับตนเป็นพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบร่วมกันทำการสอบสวนกับพนักงานสอบสวนในสังกัด 4 กองบัญชาการ ประกอบด้วย บช.น., บช.ก., บช.สอท. และ บช.ปส. และร่วมกับพนักงานอัยการทำการสอบสวนคดีนี้
พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์กล่าวอีกว่า ขณะนี้การสอบสวนเสร็จสิ้นแล้ว ทางคดีสอบสวนพยานบุคคล 444 ปาก สืบพยานล่วงหน้า 20 ปาก ตรวจยึดทรัพย์สิน 5,345 ล้านบาท มีพยานเอกสาร พยานนิติวิทยาศาสตร์ และอื่น ๆ กว่า 67 แฟ้ม จำนวน 26,892 แผ่น สอบสวน ผู้ต้องหา ทั้งหมด 43 คน แบ่งเป็นบุคคลธรรมดา 38 คน นิติบุคคล 5 ราย
ผบ.ตร.กล่าวด้วยว่า ในส่วนของบุคคลธรรมดา 38 คน จับกุมดำเนินคดีแล้ว 20 คน ยังหลบหนี 18 คน ได้สั่งการให้เร่งรัดติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็ว ส่วน ผู้ต้องหาที่เป็นนิติบุคคลอีก 5 บริษัท แจ้งข้อหาดำเนินคดีแล้วเช่นกัน ทั้งนี้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี สั่งเน้นย้ำให้ดำเนินคดีตรงไปตรงไป ตามพยานหลักฐานอย่างเด็ดขาดกับผู้ที่เกี่ยวข้องในการกระทำผิดของกลุ่มเครือข่ายทุนจีนสีเทา

ส่งสำนวน – พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. ในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวนคดีนายตู้ห่าว นำสำนวนสอบสวน 67 แฟ้ม รวม 26,892 แผ่น ส่งให้อัยการสูงสุดพิจารณาต่อ ที่สำนักงาน อัยการสูงสุด เมื่อวันที่ 13 ม.ค.
พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์กล่าวว่า วันนี้ในฐานะพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบ พร้อมคณะพนักงานสอบสวนได้นำสำนวนการสอบสวน มาส่งมอบให้พนักงานอัยการเพื่อพิจารณา ต่อไป มั่นใจสำนวนแน่นหนาครบถ้วน เพียงพอในการสั่งฟ้องลงโทษผู้ต้องหาได้ และขอขอบคุณคณะพนักงานอัยการ ที่ร่วมทำการสอบสวนคดีนี้ ขอบคุณ ป.ป.ส. ปปง. ที่ร่วมสืบสวนและสนับสนันข้อมูล ขอบคุณพี่น้องประชาชน สื่อมวลชนที่คอยติดตามและเป็นกำลังใจให้คณะทำงาน รวมทั้งนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ที่คอยสนับสนุนข้อมูล ทำให้คดีนี้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี
วันเดียวกัน นายกุลธนิต มงคลสวัสดิ์ อธิบดีอัยการ สำนักงานการสอบสวน กล่าวว่า ตั้งแต่รับคดีนี้เข้าสู่อำนาจการสอบสวน วันที่ 16 ธ.ค.ที่ผ่านมา ตนพร้อมคณะอัยการและตำรวจ 4 หน่วย ทำงานตลอดทั้งวันทั้งคืนจนสามารถสอบปากคำพยานผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องและรับรู้ในคดีนี้ ซึ่งสำนวนที่นำมาส่งให้อัยการสูงสุดในวันนี้ ถือว่าสิ้นสุดการสอบสวนแล้ว หลังจากนี้จะเป็นอำนาจของอัยการสูงสุดที่จะพิจารณาสำนวนเพื่อนำไปสู่ ความเห็นสั่งฟ้องผู้ต้องหา และขอยืนยันว่าคณะพนักงานสอบสวนทั้งสององค์กรไม่มีการเรียกรับสินบนในการทำคดีจับตู้ห่าว
ขณะที่นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ที่เดินทางมาร่วมสังเกตการณ์การส่งมอบสำนวน และให้กำลังใจคณะทำงาน โดยนายชูวิทย์ได้ยกมือไหว้ขอโทษ อธิบดีอัยการและผบ.ตร. ที่ได้กระทำการล่วงเกินต่อคณะทำงานไว้ พร้อมยืนยันว่า สิ่งที่ทำไปเพื่อผลประโยชน์ของประเทศชาติ ไม่มีเรื่องอื่นแอบแฝง พร้อมจะเกาะติดคดีนี้ต่อไป
“ผมมาให้กำลังใจผมไม่มีคำถามอื่นใด ครับ ผมคิดว่าในนามประชาชนอย่างผม เป็นตัวแทนก็คงจะหมดหน้าที่ในการขั้นตอนการสอบสวนทางตำรวจและทางอัยการ ก็ได้ดำเนินการมาถึงจุดที่สิ้นสุด นำไปสู่กระบวนการของศาลย่อมมีการต่อสู้ทางกฎหมายซึ่งเป็นเรื่องปกติ คดีนี้มีการต่อสู้ ในช่วงสอบสวนค่อนข้างจะมาก ผมในนามประชาชนผมก็ขอให้กำลังใจท่าน ผบ.ตร. ท่านอธิบดีอัยการ แน่นอนครับบางอย่างผมคงจะมีการก้าวล่วงไปบ้างถ้ามีผมก็ต้องขอ อภัย แต่อย่างไรก็ดีผมทำในนามประชาชน ไม่ได้มีผลประโยชน์อื่นใดแอบแฝง” นายชูวิทย์กล่าว