พบ‘สารเสพติด’เค-ไอซ์ ในเลือดอธิบดีดีเอสไอโตช่วยวิ่งเคลียร์คดี

บช.น.จ่อเรียก ‘เสี่ยเบนท์ลีย์’ มาสอบอีกรอบ หลังผลตรวจเจอสารเสพติดในร่างกาย 5 ชนิด ทั้งไอซ์ ยาเคยานอนหลับ ยาแก้ปวด เตรียมแจ้งข้อหาเพิ่ม อธิบดีดีเอสไอโต้ข่าวรับเคลียร์คดี ‘เสี่ยเบนท์ลีย์’ ยันไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ท้าหากมีหลักฐานพบเข้าไปช่วยเหลือจริง ก็พร้อมลาออกจากตำแหน่ง

จากกรณีรถหรูเบนท์ลีย์ ทะเบียน 7 กค 3822 กรุงเทพฯ ขับบนทางพิเศษเฉลิมมหานคร จากถนนสุขสวัสดิ์ประมาณ 9-10 ก.ม. มุ่งหน้าดินแดง โดยกล้องหน้ารถคันอื่นจับภาพรถหรูเบนท์ลีย์ขับมาด้วยความเร็ว แซงซ้ายแล้วเบี่ยงขวาก่อนจะพุ่งเข้าชนท้ายรถยนต์มิตซูบิชิ ปาเจโร่ สีดำ ที่วิ่งอยู่เลนกลาง จนรถยนต์มิตซูบิชิเสียหลักหมุนพุ่งชนขอบทางติดช่องทางขวาสุด ก่อนมีรถดับเพลิง อปพร.บางรักที่ขับอยู่ช่องทางขวา ขณะจะไปเหตุไฟไหม้ย่านอุดมสุขชนซ้ำจนรถยนต์มิตซูบิชิพลิกคว่ำ เสียหายพังยับเยินทั้ง 3 คัน ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บหลายราย เป็นหญิง อายุ 29 ปี กับเด็กชายอายุ 4 ขวบที่นั่งมาในรถยนต์มิตซูบิชิ และเจ้าหน้าที่อาสาสมัครดับเพลิงชายอีก 2 คน ต่อมาพบว่าคนขับรถ เบนท์ลีย์คันดังกล่าว คือนายสุทัศน์ สิวาภิรมย์รัตน์ อายุ 52 ปี หลังเกิดเหตุไม่ยอมให้ตรวจวัดแอลกอฮอล์ทันที ภายหลังจึงยอมมาตรวจเลือดที่ร.พ.ตำรวจ พบว่าอยู่ระดับ 10 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์เท่านั้น ซึ่งตามกฎหมายถือว่าไม่เข้าข่ายเมาแล้วขับ อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งข้อหาเมาขับเนื่องจากการฝ่าฝืนไม่ยอมเป่าแอลกอฮอล์ให้สันนิษฐานว่า เมาแล้วขับ ตามที่เสนอข่าวแล้วนั้น

เมื่อวันที่ 13 ม.ค. พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รองผบช.น. และโฆษกบช.น. เปิดเผยผลการตรวจเลือดของนายสุทัศน์ สิวาภิรมย์รัตน์ อายุ 52 ปี คนขับรถเบนท์ลีย์ว่า พบสารเสพติดประเภท “เมทแอมเฟตามีน” (ไอซ์) เคตามีน (ยาเค) และพบในปัสสาวะ คือไดอะซีแพม (ยานอนหลับ), นอร์ไออะซีแพม (ยานอนหลับ) และโอปิออยด์ (ยาแก้ปวด) อยู่ในร่างกาย ขณะนี้อยู่ระหว่างการแยกสารประกอบว่าเป็นยาเสพติดประเภทใด หลังจากนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจเตรียมเรียกตัวมาแจ้งข้อกล่าวหาเสพยาเสพติดขณะขับรถ และข้อหาอื่นๆ เพิ่มเติมต่อไป

ส่วนกรณีมีกระแสข่าวว่า อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษหรือดีเอสไอเข้าไปช่วยเหลือทางคดีให้กับเจ้าของรถยนต์ยี่ห้อ เบนท์ลีย์นั้น

วันเดียวกัน นายไตรยฤทธิ์ เตมหิวงศ์ อธิบดีดีเอสไอ เปิดเผยว่า ตนไม่ได้เข้าไปเกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าว ส่วนการแอบอ้างยศและตำแหน่งของตนในคืนวันเกิดเหตุว่า เคยเป็นอดีตตำรวจ หรือยังดำรงตำแหน่งระดับผู้บังคับบัญชา ทั้งยังเป็นอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษนั้น ขอชี้แจงว่าตนไม่ได้มาจากสายงานตำรวจ แต่ตนจบมาทางด้านสายแพทย์ หากเรื่องดังกล่าวถูกตรวจสอบและสรุปว่าเป็นตนที่เข้าไปติดต่อขอ ช่วยเหลือทางด้านคดีให้กับคนขับขี่รถยนต์ เบนท์ลีย์จริง ตนก็พร้อมจะลาออกจากตำแหน่งทันที หรือหากพบว่ามีผู้ใต้บังคับบัญชาของดีเอสไอเป็นผู้แอบอ้างจะต้องถูกดำเนินการทางวินัย ตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการพลเรือน พ.ศ.2551 คู่ขนานไปกับการดำเนินคดีทางอาญาอย่างแน่นอน โดยในเบื้องต้นสั่งการให้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง และได้นัดหมายสอบปากคำบุคคลที่รู้เห็นเหตุการณ์ ดังกล่าวแล้ว

“ผมพร้อมทำให้ดีเอสไอยุคนี้มีความโปร่งใส และอำนวยความยุติธรรมให้กับพี่น้องประชาชน เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประชาชน และประเทศชาติให้มากที่สุด” อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษกล่าว

ทั้งนี้กรมสอบสวนคดีพิเศษขอประชาสัมพันธ์ หากประชาชนมีข้อมูลหรือเบาะแสการกระทำความผิด หรือการแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ เพื่อเรียกรับผลประโยชน์ สามารถแจ้งมายังกองบริหารคดีพิเศษ กรมสอบสวนคดีพิเศษ เลขที่ 128 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ หรือทางสายด่วน DSI Call Center 1202 (โทร.ฟรีทั่วประเทศ) โดยกรมสอบสวนคดีพิเศษจะเก็บรักษาข้อมูล ผู้แจ้งเบาะแสไว้เป็นความลับ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน