เร่งสอบ21ดช.เหยื่อ ตร.จ่อออกหมายจับ

นร.เหยื่อครูอมนกเขาเข้าแจ้งความเพิ่ม พ่อแม่ยันเอาเรื่องถึงที่สุด ขณะที่ตำรวจป่าพะยอม พัทลุง พร้อมสหวิชาชีพเร่งสอบปากคำเหยื่อคนอื่นๆ คาดอีก 2 วันออกหมายจับข้อหาอนาจารได้ ยันให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย ส่วนครูดนตรีรายนี้หายหน้าไป ผอ.เขตการศึกษาสั่งเร่งช่วยเหลือ เยียวยานักเรียนเหยื่อครู

จากกรณีเด็กนักเรียนชั้น ม.3 โรงเรียนแห่งหนึ่งในอ.ป่าพะยอม จ.พัทลุง เข้าแจ้งความให้ดำเนินคดีกับครูชายสอนวิชาดนตรีคนหนึ่ง อายุ 33 ปี ล่วงละเมิดทางเพศ ตนและนักเรียนรุ่นน้องคนอื่นๆ รวม 21 ราย ตามที่เสนอข่าวแล้วนั้น

เมื่อวันที่ 14 ม.ค. พ.ต.อ.ธนสิทธิ์ จงหวัง ผกก.สภ.ป่าพะยอม เปิดเผยว่า เมื่อตอนสายวันที่ 13 ม.ค. ผู้ปกครองนักเรียนโรงเรียนดังกล่าวนำนักเรียนซึ่งเป็นผู้เสียหายเดินทางเข้าแจ้งความต่อ ร.ต.อ.มานิตย์ ชนกาญจน์ รองสว.(สอบสวน)สภ.ป่าพะยอมเรียบร้อยแล้ว ขณะนี้สหวิชาชีพและเจ้าหน้าที่สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงจังหวัดพัทลุงร่วมกันสอบปากคำกับพนักงานสอบสวน ซึ่งตำรวจจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ผู้กระทำความผิดก็จะถูกดำเนินการตามกฎหมาย พร้อมทั้งนำเด็กที่เข้าแจ้งความไปดูแล

เบื้องต้นจากการสอบปากคำเด็กพบว่าเด็กที่ถูกครูกระทำมากกว่า 21 คน แต่บางคนอายไม่กล้าออกมาแจ้งความ เรื่อง ดังกล่าวหากผู้ปกครองทราบขอให้เร่งนำเด็กมาแจ้งความดำเนินคดีต่อครูคนดังกล่าว ทางเจ้าหน้าที่จะให้ความเป็นธรรมและจะได้คุ้มครองสวัสดิภาพเด็กตามสิทธิ์ โดยเบื้องต้นในทางคดีหากสอบปากคำเสร็จและพยานแวดล้อมจะนำไปสู่การจับกุมดำเนินคดีอย่างแน่นอน เพียงแค่รอพยานหลักฐานอื่นอีกนิด ซึ่งพยานแวดล้อมหลักฐานภาพต่างๆ ที่เด็กเก็บไว้ในโทรศัพท์ก็จะนำมาประกอบสำนวน

ขณะที่ทางพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์พัทลุงและบ้านพักเด็กพัทลุงระบุว่าจากการสอบถามเด็ก พบว่าเด็กชายไม่ต่ำกว่า 21 รายที่ถูกกระทำ ทางพัฒนาสังคมกำลังเร่งช่วยเหลือและคุ้มครองสิทธิ์ให้กับเด็ก โดยการคุ้มครองเยียวยาให้ที่ พักพิงใหม่ ก่อนที่กระบวนการสอบสวนจะแล้วเสร็จ

ส่วนความคืบหน้าของคดี ล่าสุดพนักงานสอบสวนเร่งสอบปากคำเด็กที่ เสียหายพร้อมกับสหวิชาชีพ พร้อมทั้งสอบพยานแวดล้อม เพื่อจะออกหมายจับครูแม็กในคดีอนาจารต่อไป คาดว่าไม่เกิน 2 วันน่าจะออกหมายจับได้

ครูคนหนึ่งกล่าวถึงเรื่องที่เกิดขึ้นว่า ทางครูเพิ่งทราบเหตุการณ์ที่เกิด โดยไม่ทราบว่าครูจะเป็นคนอย่างนี้ ปกติสอนกิจกรรมเด็กจะดีทุกอย่าง สอนดนตรีเด็กก็มีการพัฒนาขึ้นเยอะ แต่พฤติกรรมที่ทำกับเด็กรับไม่ได้ ที่ผ่านมาเด็กไม่กล้าบอกว่าโดนกระทำ ตนเพิ่งทราบเรื่องไม่นาน แต่พยายามแก้ พยายามพูดกับเด็ก แต่เด็กจะไม่กล้าพูด อาจจะกลัวหรืออาย ซึ่งทางตนไม่มีหลักฐานว่าเด็กถูกกระทำ พยายามหาทางออกให้เด็กอย่างต่อเนื่อง กระทั่งเป็นข่าวฉาว และล่าสุดหลังเป็นข่าว ครูคนดังกล่าวหายไปจากโรงเรียน ยังไม่กลับมา

นายสมชาย รองเหลือ ผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาพัทลุง เปิดเผยว่า ได้รับรายงานจากผู้อำนวยการโรงเรียนดังกล่าวแล้ว ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ตรวจสอบเหตุที่เกิดขึ้น พร้อมทั้งรายงานเรื่องที่เกิดขึ้นให้ผู้บังคับบัญชาได้ทราบเบื้องต้น ส่วนรายละเอียดเรื่องที่เกิดขึ้นจะรายงานเป็นหนังสือราชการในภายหลัง ทราบว่าผู้ก่อเหตุเป็นวิทยากรท้องถิ่น มิได้เป็นครูลูกจ้าง หรือลูกจ้างรายเดือน ซึ่งทางโรงเรียนเลิกจ้างบุคคลดังกล่าวแล้ว

นายสมชายกล่าวต่อว่า ส่วนคดีอาญา ทราบว่าผู้ปกครองนำนักเรียนผู้เสียหายเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวนสภ.ป่าพะยอมแล้ว ตนกำชับให้รองผู้อำนวยการเขตพื้นที่และคณะ รวมทั้งนักจิตวิทยาเข้าไปดูแลสภาพจิตใจ และช่วยเหลือกลุ่มนักเรียนที่ถูกกระทำทางเพศแล้ว ขณะนี้ตนอยู่ระหว่างลาราชการ และจะรีบลงพื้นที่เกิดเหตุโดยเร็วที่สุด และรู้สึกไม่สบายใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นกับนักเรียนครั้งนี้ เนื่องจากโรงเรียนเหมือนบ้านหลังที่ 2 ของนักเรียน อยากให้นักเรียนมาเรียนหนังสือในโรงเรียนอย่างมีความสุข ผู้เกี่ยวข้อง ทุกฝ่ายจะต้องดูแลความปลอดภัยใน ทุกด้านแก่นักเรียน ตามนโยบายของรมว.ศึกษาธิการอย่างจริงจังและต่อเนื่อง

วันเดียวกัน เวลา 15.00 น. ผู้ปกครองนำนักเรียนชายชั้น ม.3 อีกรายของโรงเรียนดังกล่าวเข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนสภ.ป่าพะยอม หลังมีการแจ้งความไปแล้ว 6 ราย เด็กระบุว่าโดนครูคนดังกล่าวกระทำอนาจารเหมือนกับรุ่นพี่ และเพื่อนนักเรียนคนอื่นๆ ขณะเข้าค่ายลูกเสือ โดยตนโดนทั้งหน้าและหลัง

ขณะที่ผู้ปกครองระบุว่า หลังทราบข่าว จึงสอบถามลูกว่าถูกครูทำอนาจารด้วยหรือไม่ ตอนแรกลูกไม่บอก เพราะกลัว แต่พอเห็นข่าว ลูกก็ออกมายอมรับว่าถูกกระทำอนาจาร ตนรับไม่ได้ ขนาดโปรไฟล์ใน เฟซบุ๊กลูกชายยังตั้งโปรไฟล์รูปคู่กับครูคนดังกล่าวอีกด้วย พร้อมจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด

ขณะเดียวกัน ทางคณะกรรมการสถานศึกษาบางคนพยายามโทร.ไปคุยกับ ผู้ปกครองที่ลูกชายถูกล่วงละเมิดทางเพศ และไปหาที่บ้าน พร้อมขอร้องว่าอย่าพาลูกไปแจ้งความเอาผิดครูคนดังกล่าว ทำให้ ผู้ปกครองหลายคนไม่กล้านำลูกออกไปแจ้งความดำเนินคดี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวบ้านและ ผู้ปกครองต่างวิจารณ์กับเรื่องที่เกิดขึ้น พร้อมระบุว่าสงสารครูในโรงเรียน หลังเกิดกระแสเป็นข่าว คณะกรรมการศึกษาของโรงเรียนบางคนออกมาข่มขู่ครูว่าใครที่ให้ข้อมูลกับสื่อ จะเอาผิดทุกคนเพราะทำให้โรงเรียนเสีย

ด้านนายอนันตพงค์ สงสังข์ อายุ 20 ปี ศิษย์เก่าของโรงเรียนกล่าวว่า เมื่อทราบข่าวรู้สึกไม่ดีเลยกับการกระทำต่อนักเรียน รุ่นน้องแบบนี้ แต่เป็นการกระทำเฉพาะบุคคลที่ทำให้โรงเรียนเสียหาย เสียดายโรงเรียนของเราเพิ่งได้รับรางวัลพระราชทาน และกำลังดำเนินการศึกษาให้น้องพัฒนาขึ้น แต่พฤติกรรมของบุคลากรเพียงคนเดียวทำให้โรงเรียนเสียหาย และขอให้ทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการของกฎหมาย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน