ปาดนํ้าตาแถลง อ้างเป็นแค่ญาติ ส่งทนายลุยฟ้อง
ครูบาไก่มาแล้วตั้งโต๊ะแถลงพร้อมทนายแจงทุกประเด็นถูกกล่าวหา ยันทองคำที่รับบริจาคจากญาติโยมยังอยู่ครบ ไม่ได้หายไปไหน ใช้เงินสร้างวิหารไปแล้ว 10 ล้าน จ่ายครบหมด แต่ต้องหยุดไว้ก่อนเพราะเงินไม่พอ แต่ทองคำที่เอาไว้หลอมพระใต้ฐานพระพุทธรูปยังครบ อยู่ในที่ปลอดภัย ไม่เหมาะสมเอามาแสดง ส่วนเรื่องเลี้ยงเด็กผู้ชายเป็นเพียงลูกหลาน เข้ามาอยู่ที่วัด ก็ต้องดูแล ส่วนเรื่องคบหาชายหนุ่มก็ไม่จริง จี้เปิดตัวออกมาให้ชัด พร้อมให้ทนายแจ้งเอาผิด 4 คนฐานหมิ่นประมาท ใส่ความคณะสงฆ์ และผิดพ.ร.บ.คอมพ์ เผยชี้แจงเจ้าคณะขอนแก่นเรียบร้อย
เมื่อเวลา 13.30 น.วันที่ 15 ม.ค. พระ สุวิทย์ ชินวโร หรือ ครูบาไก่ ประธานที่พักสงฆ์วัดป่าปฐมเทวาราม บ้านป่าผุ ต.สวนหม่อน อ.มัญจาคีรี จ.ขอนแก่น พร้อมนายธรรมชาติ สาระปัญญา ทนายความ เจ้าของโครงการกองบุญทนายความ เพื่อปกป้องและสืบทอดพระพุทธศาสนา พร้อมลูกศิษย์ที่ใกล้ชิดร่วมแถลงข่าว ที่ศาลาการเปรียญที่พักสงฆ์วัดป่าปฐมเทวาราม หลังถูกกล่าวหาว่าโชว์ของลับให้เด็กหนุ่มดู เลี้ยงผู้ชาย และเรื่องทองคำ รวมถึงการสร้างพระวิหารที่ยังไม่แล้วเสร็จ รวมไปถึงเรื่องรอยสัก และเรื่องรายจ่ายในวัด หลังถูกคนกลุ่มบุคคลที่เคยเป็นญาติธรรมกล่าวหาและนำหลักฐานร้องเรียนต่อสื่อมวลชน โดยมีลูกศิษย์ร่วมรับฟังนับพันคน
นายธรรมชาติ สาระปัญญา ทนายความ กล่าวว่า การแถลงข่าวและการชี้แจงครั้งนี้ เกิดจากครูบาไก่ถูกกล่าวหาในเรื่องต่างๆ ที่สร้างความเสื่อมเสียชื่อเสียงกับวัดและพระครูก็เสื่อมเสียด้วย ซึ่งหลังจากเข้ามาช่วยเหลือดูแลครูบาไก่ ก็มีการพูดคุยกัน จนทราบว่า ครูบาไก่สักยันต์ที่ข้อเท้ามาตั้งแต่บวชเณรจริง แต่สักไม่สวยและสักเล็กๆ จึงได้มาสักซ้ำ ดังนั้นจึงยืนยันได้ว่า ภาพถ่ายของลับตามที่มีคนเอามาใส่ร้ายครูบาไก่นั้น ไม่ใช่ภาพของครูบาไก่
“ส่วนเรื่องเลี้ยงผู้ชายนั้น ส่วนใหญ่เป็นลูกหลานของครูบา หลายคนที่เข้ามาอยู่ในวัด ครูบาก็ดูแลลูกหลานทุกคน และเมื่อทุกคนเติบโต มีหน้าที่การงานทำเลี้ยงดูตัวเองได้ก็ออกไปอยู่ข้างนอก แต่ยังไปมาหาสู่ครูบาประจำ”
นายธรรมชาติกล่าวต่ออีกว่า กรณีทองคำที่ญาติโยมทำบุญมา เพื่อหลอมเป็นพระเอาไปใส่ใต้ฐานพระพุทธรูปในพระวิหารนั้น ขณะนี้ทองยังอยู่ครบไม่ได้มีการสูญหาย และมีที่จัดเก็บอย่างดี ส่วนการสร้างพระวิหารที่ยังไม่แล้วเสร็จนั้น เนื่องจากทางวัดมีเงินไม่พอ จึงยุติการก่อสร้างไว้ก่อน โดยในเบื้องต้น ทางวัดก่อสร้างฐานราก ด้วยจำนวนเงิน 6 ล้านบาท โครงหลังคา 4 ล้านบาท รวมเป็นเงิน 10 ล้านบาทถ้วน และจ่ายค่าช่างไปเรียบร้อยแล้ว ไม่ได้เป็นหนี้สินในการก่อสร้างแต่อย่างใด
“กรณีของชายหนุ่มชื่อเจนนั้น ครูบาไก่ยืนยันว่าไม่รู้จัก และไม่ทราบว่า ฝ่ายกล่าวหาเอาหลักฐานต่างๆ มาจากที่ใด ถ้านายเจน มีตัวตนจริง ก็เอาตัวคนออกมายืนยัน เพราะหลังจากทราบเรื่องราวทั้งหมด ครูบาไก่มอบหมายให้ไปแจ้งความร้องทุกข์กับตำรวจ สภ.มัญจาคีรี ให้ดำเนินคดีกับกลุ่มคน 4 คน ที่กล่าวหาครูบาไก่ ในข้อหา ร่วมกันหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา ร่วมกันใส่ความคณะสงฆ์ ร่วมกันแจ้งความเท็จ และข้อหาร่วมกันนำข้อมูลอันเป็นเท็จ เข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์” นายธรรมชาติกล่าว และว่า นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 13 ม.ค.ที่ผ่านมา ครูบาไก่ได้นำหลักฐานต่างๆ ตามที่ถูกกล่าวหา รวมถึงทองคำที่ถูกกล่าวหาว่าหายไป รวมถึงรายละเอียดการก่อสร้างพระวิหารและเรื่องรอยสัก เข้าพบคณะสงฆ์และคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงของจังหวัดขอนแก่นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และทุกข้อกล่าวหาที่ถูกคนกลุ่มนั้นกล่าวหา ครูบาไก่ปฏิเสธทั้งหมด

ร่ำไห้แจง – ‘ครูบาไก่’ พระสุวิทย์ ชินวโร ร่ำไห้แจงข้อเท็จจริงกรณีถูกกล่าวหาพฤติกรรมไม่เหมาะสม เผยนำหลักฐานชี้แจงต่อคณะสงฆ์แล้ว พร้อมมอบทนายแจ้งความเอาผิดโยมที่กล่าวหา ที่ที่พักสงฆ์ป่าปฐมเทวาราม อ.มัญจาคีรี จ.ขอนแก่น เมื่อวันที่ 15 ม.ค.
ด้านครูบาไก่กล่าวว่า เมื่อเรื่องมันเกิดปัญหา เราก็หาทางแก้ เอาความจริงมาพูด สิ่งที่เกิดขึ้นเราไม่คิดว่าจะเกิดกับตัวเอง เพราะว่าที่ผ่านมาได้เทศน์ ได้บอก ได้เตือนกับลูกศิษย์อยู่ตลอดว่า ภัยสังคมทุกวันนี้มันอันตรายมันจะเกิดขึ้นเกี่ยวกับพระเกี่ยวกับครูบาอาจารย์ขณะที่มีชื่อเสียง ซึ่งเป็นที่จับจ้องของสังคมและก็เกิดขึ้นจริงกับตัวของครูบา ทั้งทั้งที่ไม่รับรู้และไม่รับทราบสิ่งที่เขาได้กระทำว่าเป็นจริงเป็นเท็จประการใด คือเราไม่รู้เรื่องอยู่ดีๆ เราก็กลายเป็นผู้ถูกกล่าวหาว่ากลายเป็นผู้ที่กระทำตามที่เป็นข่าว เมื่อเกิดเหตุแล้ว เราจึงออกมาพูดเกี่ยวกับความจริง และทางคณะสงฆ์ได้ให้มาชี้แจง จึงเป็นโอกาสดีที่มีลูกศิษย์ลูกหาญาติโยมมาให้กำลังใจ
“เรื่องที่เกิดขึ้นที่มีการร้องเรียนไปยังทางจังหวัดในเรื่องต่างๆ ทั้งเรื่องเงินสร้างวิหารก็ชัดเจนเพราะมีหลักฐานทุกอย่าง เรื่องทองคำก็มีหลักฐานทุกอย่าง ส่วนเรื่องของคนชื่อเจน เราไม่รับรู้ เพราะเราไม่รู้ เมื่อเราไม่รู้ เราก็ตอบไม่ได้ว่าบุคคลชื่อเจนนั้นคือใคร และภาพที่มีการเผยแพร่นั้นเป็นภาพใครเราก็ไม่รู้ ซึ่งเมื่อเราไม่รู้แล้วเราก็ต้องปฏิเสธ และการชี้แจงในครั้งนี้ก็พูดในเรื่องที่เรารับรู้เท่านั้น และเป็นสิ่งที่เราบริสุทธิ์คือเรื่องเงิน เรื่องทองคำ โดยเรื่องเงินและทองคำที่ถูกกล่าวหานั้น มีหลักฐานทั้งหมด โดยทองคำนั้นได้นำไปเก็บไว้เป็นอย่างดี เพราะเป็นสิ่งของมีค่า และเป็นสิ่งของที่ไม่ควรนำออกมาเปิดเผยให้คนเห็น โดยเก็บเอาไว้ในที่ปลอดภัย และเรื่องเลี้ยงเด็กน้อย เด็กผู้ชาย คนที่มาวัดจะทราบดีว่ามันเป็นเหตุจำเป็นเพราะว่าพวกขี้เหร่ไม่มาวัด กลายเป็นว่ามีแต่พวกหน้าตาดีมาอยู่ข้าง จึงเป็นเหตุให้วุ่นวายสังคมจึงจับจ้องว่าครูบานั้นเป็นหรือเปล่า ใช่หรือเปล่า ใช่เหมือนอย่างที่คนอื่นพูดหรือไม่ แต่ทั้งนี้ลูกศิษย์ลูกหาที่เข้ามานั้นก็เป็นชาวบ้านในพื้นที่การให้เงินก็อาจจะมีให้บ้างเล็กๆ น้อยๆ ไปกินข้าว เป็นการช่วยเหลือปกติอยู่แล้ว” ครูบาไก่กล่าว
ครูบาไก่กล่าวต่ออีกว่าสำหรับลายสักรูปพญานาค มีรอยสักตั้งแต่เป็นเณรแต่เป็นการสักเล็กๆ ต่อมาด้วยความดื้อด้านที่ตนเองเป็นเณร จึงสักตัวเองที่ขาแต่พบว่าไม่สวย จึงได้มาสักลายใหญ่ใหญ่ทับลงไป หากนั่งในท่าที่กล่าวหาตามที่เป็นข่าวยังไงก็ต้องเห็นรอยสักอย่างแน่นอน เพราะสักตั้งแต่เป็นสามเณรและก่อนปี 2564 ในภาพที่เป็นข่าวนั้นไม่มีรอยสัก ส่วนชายที่ชื่อเจนนั้นที่อ้างว่ารู้จักกับเราคบหากัน เรื่องนี้เราไม่มีคำอธิบายเพราะไม่รู้จักและไม่รู้มีตัวตนจริงไหม ถ้ามีตัวตนจริงก็อยากให้พาออกมาปรากฏตัว
ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างการแถลง ครูบาไก่ มีเสียงสะอื้นเหมือนร่ำไห้ และเช็ดน้ำตาเป็นระยะๆ ด้วย