ประกบจ่อยิงหัว จุดไฟวอดทั้งคัน ตร.ลพบุรีชี้ 3 ปม

มือปืนโหดจ่อยิงเผาขนหนุ่มเงินกู้ดับอนาถคารถริมถนนเลี่ยงเมืองลพบุรี ก่อนจุดไฟเผารถทิ้งทั้งศพหวังอำพรางคดี แต่บังเอิญมีรถผ่านมาเห็นคนร้ายเลยรีบขับเก๋งหนีไปกับความมืด สอบพบมีประวัติพัวพันยาเสพติด เพิ่งพ้นโทษออกมาไม่นาน ก่อนผันตัวมาปล่อยเงินกู้นอกระบบ ตร.ตั้ง 3 ประเด็นสังหาร ขัดแย้งยาเสพติด, ปมเงินกู้ และเรื่องชู้สาว

เมื่อเวลา 00.10 น. วันที่ 16 ม.ค. ร.ต.อ. เอกวิทย์ ทองทุ่ม รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองลพบุรี รับแจ้งเกิดเหตุจากศูนย์วิทยุว่ามีรถยนต์ไฟไหม้มีผู้ติดภายในรถเหตุเกิดบนถนนสายเลี่ยงเมืองลพบุรี ระหว่างหลัก ก.ม.ที่ 6-7 พื้นที่ ม.1 ต.กกโก จึงรีบประสานรถ ดับเพลิงเทศบาลตำบลกกโก และเทศบาลตำบลป่าตาลเข้าสกัดไฟ ก่อนนำกำลังรุดไปตรวจสอบพร้อม พล.ต.ต.อภิรักษ์ เวชกาญจนา ผบก.ภ.จว.ลพบุรี พ.ต.อ.รักศักดิ์ เมฆจินดา ผกก.สภ.เมืองลพบุรี เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน และเจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู ที่เกิดเหตุพบไฟกำลังลุกไหม้รถยนต์ฮอนด้า ซีวิค สีเทา-ดำ ทะเบียน กล 5518 ลพบุรี อยู่ริมไหล่ถนน รถดับเพลิงฉีดน้ำจนสงบ พบในรถมีผู้เสียชีวิตอยู่ภายใน 1 ราย สภาพถูกไฟไหม้เกรียมไม่สามารถระบุเพศได้

สอบพยานในที่เกิดเหตุให้การว่า เดินทางมาจาก จ.สระบุรี มุ่งหน้า อ.ตาคลี จ.นครสวรรค์ ขณะขับรถผ่านที่เกิดเหตุ พบรถคันดังกล่าวจอดชิดริมไหล่ทางโดยมีรถยนต์เก๋งสีขาว ไม่ทราบยี่ห้อ รุ่น และหมายเลขทะเบียนรถ จอดประกบอยู่ ก่อนจะมีแสงไฟลุกพึ่บในรถที่เกิดเหตุ จากนั้นรถเก๋งสีขาวปิดไฟหน้ารถขับหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว จึงรีบขับรถวนกลับไปดูและเห็นมีคนอยู่ภายในจึงรีบแจ้งตำรวจให้มาช่วยเหลือ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่พบห่างไปประมาณ 20-30 เมตร มีปลอกกระสุนปืนขนาด 9 ม.ม. ตกอยู่ 1 ปลอก เชื่อว่าไม่ใช่แค่อุบัติเหตุไฟไหม้รถอาจจะเป็นการฆาตกรรมอำพราง จึงประสานเจ้าหน้าที่พฐ.และแพทย์เวร ร.พ.อานันทมหิดล ร่วมชันสูตรพลิกศพ พบมีร่องรอยกระสุนปืนยิงที่ขมับขวา 1 นัดทะลุท้ายทอย ก่อนส่ง ร.พ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ ศูนย์รังสิต จ.ปทุมธานี ผ่าชันสูตรอย่างละเอียดอีกครั้ง

ฆ่าเผา – ตร.ตรวจที่เกิดเหตุนายสุวิทย์ เกิดแก้ว เสี่ยเงินกู้ถูกมือปืนประกบยิงคารถเก๋งแล้วเผาอำพรางบนถนน สายบายพาสลพบุรี-สิงห์บุรี อ.เมือง จ.ลพบุรี คาดชนวนสังหารโหดมาจากปมหักธุรกิจมืด เมื่อช่วงดึกวันที่ 15 ม.ค.

เบื้องต้นตรวจสอบทะเบียนรถกับกรมขนส่งทางบก ทราบชื่อผู้ครอบครองรถคือ นายสุวิทย์ เกิดแก้ว อายุ 45 ปี อยู่บ้านเลขที่ 74 ม.11 ต.บางคู้ อ.ท่าวุ้ง จ.ลพบุรี จึงประสานญาติให้มายืนยันผู้เสียชีวิต ต่อมาน.ส.อังคนา (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 35 ปี พร้อมญาติ มาที่จุดเกิดเหตุ เมื่อเห็นรถถึงกับปล่อยโฮ จนญาติต้องปลอบใจ ยืนยันว่าผู้ที่ติดในรถ คือนายสุวิทย์ หรือแตงไทย ท่าวุ้ง เจ้าของรถ แฟนหนุ่มที่คบหากันได้ประมาณ 1 ปี ทราบเพียงว่านายสุวิทย์มีอาชีพออกเงินกู้เท่านั้น โดยสาเหตุของการฆาตกรรมในครั้งนี้ยัง ไม่ทราบสาเหตุแน่ชัด และไม่ทราบมาก่อนว่า ผู้ตายเคยพัวพันคดียาเสพติด

ต่อมา เวลา 11.00 น. พล.ต.ต.พีระพงษ์ วงศ์สมาน รองผบช.ภาค 1 ลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุและเรียกประชุมเจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย เบื้องต้นตั้งประเด็นสังหารโหดไว้ 3 ประเด็น 1.ประเด็นเกี่ยวกับยาเสพติด โดยผู้ตายมีประวัติพัวพันการค้ายาเสพติดรายสำคัญของลพบุรี และเพิ่งพ้นโทษออกมาจากเรือนจำได้ไม่นาน หากยังมีความเชื่อมโยงกันอยู่ จนเกิดหักหลังในธุรกิจมืด 2.ประเด็นการออกเงินกู้ดอกเบี้ยโหด ที่นายสุวิทย์ซึ่งมีฉายาในวงการว่า แตงไทย ท่าวุ้ง มักมีความก้าวร้าวกับผู้ที่ ติดค้าง หรืออาจจะมีการขัดผลประโยชน์ในเรื่องธุรกิจเงินกู้ และ 3.ประเด็นเรื่องชู้สาว

เจ้าหน้าที่สืบสวนหาข่าวเชิงลึก พบประเด็นการถูกสังหารโหดในครั้งนี้เนื่องมาจากนายสุวิทย์ยังมีความเกี่ยวข้องกับยาเสพติด แต่เกิดการหักหลังกันตั้งแต่ก่อนอยู่ในเรือนจำ ขณะนี้ทาง รอง ผบช.ภ.1 ได้เรียกเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนประชุมด่วน โดยกำชับในการไล่ล่าติดตามตัวผู้ที่ลงมือก่อเหตุในครั้งนี้ให้ได้โดยเร็วที่สุด โดยผลการพิสูจน์ศพจากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ยังมาไม่ถึงพนักงานสอบสวน รวมถึงหลักฐานสำคัญเช่นกล้องวงจรปิด รูปพรรณคนร้าย ยานพาหนะที่ใช้ ก่อเหตุ ซึ่งขณะนี้มีเพียงปลอกกระสุนปืนขนาด 9 ม.ม. เพียงชิ้นเดียวที่ตำรวจกำลังเร่งตรวจสอบ

ล่าสุดตำรวจลงพื้นที่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามเส้นทางดังกล่าว พบเป็นเส้นทางก่อสร้างไม่มีกล้องวงจรปิดตรงจุดดังกล่าว คนร้ายน่าจะมีการเตรียมการณ์ดูลาดเลาจุดสังหารไว้ก่อนหน้าแล้ว ก่อนเตรียมมือปืนมายิงและน้ำมันเชื้อเพลิงมาเผาเพื่ออำพรางคดี สันนิษฐานว่าคนร้ายมากกว่า 1 คน และรู้จักกับผู้ตายเป็นอย่างดี ขับรถประกบก่อนบังคับจอดก่อนคุยกัน แต่ไม่สามารถตกลงกันได้จึงยิงเผาขนเจาะกะโหลกผู้ตาย จากนั้นจุดไฟเผารถเบี่ยงเบนประเด็นการสังหารเป็นอุบัติเหตุ แต่บังเอิญมีรถขับผ่านมาพอดีทำให้มือปืนรีบขับรถหลบหนีไป เจ้าหน้าที่จะเร่งสืบสวนหาสาเหตุที่แท้จริง และติดตามจับกุมคนร้าย มาดำเนินคดีให้เร็วที่สุด

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน