รีสอร์ตร่วมแฉ ค่าต่อเติม10%

หัวหน้าอุทยานฯ เกาะเสม็ด โต้เก็บส่วยสองแถว จยย.วิ่งบริการนักท่องเที่ยว รวมทั้งไม่มีเรียกเงินจากการต่อเติมก่อสร้าง โบ้ยเป็นพื้นที่ราชพัสดุของกรมธนารักษ์ แต่จากการสอบถาม ผู้ประกอบการรีสอร์ตกลับยืนยันต้องจ่ายจริง 10 เปอร์เซ็นต์ จากงบค่าก่อสร้าง ขณะที่ผู้ประกอบการรถโดยสารและจยย.ย้ำเรียกเก็บจริง แต่ไม่กล้าเปิดเผยตัว กลัวถูกกลั่นแกล้ง ส่วนแม่ค้าหาบเร่ก็ยันเก็บหมดทั้งหมอนวด ริมหาด เช่าห่วงยาง เจ็ตสกี เรือลากร่ม ค่าธรรมเนียมเรือโดยสารก็เก็บเพิ่มอีก 3 เท่า

เมื่อวันที่ 16 ม.ค. นายชาณุ เดชธัญญนนท์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า- หมู่เกาะเสม็ด จ.ระยอง ชี้แจงกรณีนายดำรงค์ พิเดช ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคโอกาสไทย และอดีตอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ระบุมีการเก็บค่ารถสองแถววิ่งในพื้นที่อุทยานเขาแหลมหญ้าฯ คันละ 16,000 บาท จำนวน 50 คัน รวม 800,000 บาท และยังเรียกเก็บรายเดือน รวมถึงเรียกรับประโยชน์จากการต่อเติมและก่อสร้างที่พักใหม่ว่า ยืนยันไม่มีการเรียกเก็บเงินตามที่นายดำรงค์ระบุ ซึ่งประธานชมรมรถสองแถวเกาะเสม็ด และเจ้าของรถสองแถวก็ยืนยันไม่เป็นความจริง รวมถึงการเรียกเก็บเงินรถจักรยานยนต์รับจ้างก็ไม่มีเช่นกัน

ส่วนการหาผลประโยชน์จากการต่อเติมสถานที่พักนั้น นายชาณุกล่าวว่า ข้อมูลปัจจุบันวันที่ 15 ม.ค.2566 มีที่พักและโรงแรมที่กำลังรื้อถอนและก่อสร้าง 2 แห่ง คือบริเวณอ่าวกลางเกาะเสม็ด หมู่ 4 ต.เพ อ.เมือง จ.ระยอง ชื่อกิจการบาร์ แอนด์เบสท์รีสอร์ท ผลปรากฏว่าอยู่นอกพื้นที่อุทยานฯ แต่อยู่ในที่ดินราชพัสดุดูแลโดยกรมธนารักษ์ อีกจุดบริเวณอ่าวไผ่เกาะเสม็ด กำลังปรับปรุงบ้านพักชื่อนากะบาร์ เจ้าของกิจการอ้างว่าเช่าจาก กรมธนารักษ์แล้ว แต่ยังไม่ได้นำเอกสารมาให้ตรวจสอบ อุทยานฯ จึงแจ้งให้ชะลอก่อสร้างไว้ก่อน แล้วให้นำเอกสารมาแสดงภายใน วันที่ 17 ม.ค.นี้

หัวหน้าอุทยานฯ กล่าวอีกว่าจากการ ตรวจสอบบริเวณดังกล่าวพบว่าเป็นพื้นที่ที่อยู่ในกลุ่ม 49 รายเดิม ที่ได้รับสิทธิการเช่าจากกรมธนารักษ์ตามมติคณะกรรมการแก้ไขปัญหาการบุกรุกที่ดินของรัฐ (กบร.) ครั้งที่ 7/2543 ลงวันที่ 13 ต.ค.2543 ขอยืนยันว่าการดำเนินกิจการที่พักบนเกาะเสม็ดนั้น มีการตรวจสอบ ดูแลให้เป็นไปมติ กบร.ดังกล่าวอย่างเคร่งครัด ไม่มีการเรียกรับผลประโยชน์แต่อย่างใด และประสานธนารักษ์ในพื้นที่มาโดยตลอด เพื่อจัดระเบียบที่พักให้เป็นไป ตามเงื่อนไขที่ผู้ประกอบการเช่าไว้กับกรมธนารักษ์

ขณะที่นายโนรี ตะถา ผู้ช่วยหัวหน้าอุทยานฯ กล่าวว่าจากการตรวจสอบไม่พบการเรียกเก็บเงินรถสองแถวโดยสารบนเกาะ ส่วนกรณี รถจักรยานยนต์นั้นอยู่ระหว่างตรวจสอบ ขณะที่หาบเร่แผงลอยก็ไม่มีการเก็บเช่นกัน ส่วนการเรียกเก็บเงินจากการก่อสร้างต่อเติมบนเกาะเสม็ดนั้น บางพื้นที่บนเกาะเสม็ดอยู่ในความรับผิดชอบของกรมธนารักษ์ จึงต้องตรวจสอบต่อไปเพื่อรายงานให้กรมอุทยานฯ รับทราบ

ด้านนายยานยนต์ อรุณเวสสะเศรษฐ นายกสมาคมผู้ประกอบการเรือโดยสารบ้านเพ เกาะเสม็ด กล่าวว่ากรณีอุทยานฯ เรียกเก็บค่าธรรมเนียมเรือโดยสารเข้าออกเกาะเสม็ด เพิ่มขึ้น 3 เท่าตัว เป็นความจริง ทุกวันนี้ ผู้ประกอบการที่อยู่ในสมาคม ทั้งหมดยัง ไม่จ่าย เพราะสูงเกินไป จึงทำหนังสือขอความอนุเคราะห์ไปยังรมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และปลัดกระทรวง เพื่อขอให้คงอัตราเดิมไปก่อน แต่ยังไม่ตอบรับ เนื่องจาก ผู้ประกอบการยังบอบช้ำจากวิกฤตที่ผ่านมา

จากการสอบถามแม่ค้าหาบเร่แผงลอย ริมชายหาดอ่าววงเดือน เกาะเสม็ด หลายรายระบุตรงกันว่าต้องเสียเงินรายเดือนให้อุทยานฯ อ้างเป็นค่าบำรุงสถานที่เดือนละ 300 บาท มีทั้งหมด 51 ราย นอกจากนี้ ยังมีอาชีพที่ต้องจ่ายรายเดือนอีก ไม่ว่าจะเป็นหมอนวดริมหาด เช่าห่วงยาง ขายผ้า เพนต์ร่างกาย ขายของกลางคืน เจ็ตสกี และเรือเร็วลากร่ม

ส่วนเจ้าของร้านอาหารรายหนึ่งที่อ่าววงเดือน กล่าวว่าหากใครต้องการต่อเติมก่อสร้าง ต้องจ่ายเงิน 10 เปอร์เซ็นต์ จากงบประมาณก่อสร้างทั้งหมด รับแต่เงินสด มีผู้ประกอบการรายหนึ่งก่อสร้างรีสอร์ตใช้เงินกว่า 5,000,000 บาท ต้องนำเงินธนบัตรหนัก ครึ่งกิโลกรัมไปให้เพื่อแลกกับการก่อสร้าง ซึ่งทุกวันนี้มีการก่อสร้างเต็มไปหมด ถึงเวลาแล้วต้องตรวจสอบอย่างจริงจัง เพื่อล้างเกาะเสม็ดให้สะอาดเสียที สำหรับตนอยู่มาก่อนประกาศเป็นพื้นที่อุทยานฯ เห็นความหมักหมมมาตลอด

“เกาะเสม็ดกลายเป็นแหล่งทำเงิน เก็บ ทุกอย่างสารพัด ไม่สนผู้ประกอบการจะอยู่ ได้หรือไม่ กอบโกยผลประโยชน์อย่างเดียว ไม่เคยสร้างความเจริญให้เกาะเสม็ด แม้แต่ห้องน้ำยังไม่เพียงพอ ถนนก็เป็นงบของ หน่วยงานอื่น อุทยานฯ เก็บผลประโยชน์ ไปแล้ว แต่กลับไม่เคยสร้างความเจริญให้ เกาะเสม็ดเลย จึงต้องการให้กันพื้นที่ชุมชนออกจากพื้นที่อุทยานฯ ให้ชัดเจน เพื่อจะได้ไม่เรียกรับผลประโยชน์” เจ้าของร้านอาหารรายหนึ่งกล่าว

ผู้ประกอบการรีสอร์ตอีกรายระบุว่า ที่ผ่านมาต้องสูญเสียเงินจำนวนมากจากการก่อสร้าง ต่อเติมในพื้นที่เดิม พื้นที่กว้าง 11 เมตร ลึก 16 เมตร จำนวน 2 ชั้น ต้องจ่ายเงินแลกกับการก่อสร้าง คือชั้นล่าง 300,000 บาท ชั้นบน 200,000 บาท รวม 500,000 บาท

ขณะเดียวกัน จากการสอบถามบรรดา ผู้ประกอบการรถโดยสาร และรถจักรยานยนต์เช่า ต่างยืนยันมีการเรียกเก็บเงินจริง แต่กลุ่มบุคคลเหล่านี้ไม่กล้าเปิดเผยตัว เนื่องจาก กลัวถูกกลั่นแกล้ง เพราะทุกคนต้องประกอบอาชีพบนเกาะเสม็ด แต่ต่างก็ต้องการให้มีการตรวจสอบ เพื่อจัดการเรื่องเรียกรับผลประโยชน์บนเกาะเสม็ด

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน