ป้อมปลื้ม-ชาวบ้านเชียร์นั่งเก้าอี้นายกคนที่30
รทสช.โวอีสานชู‘บิ๊กตู่’‘รมต.นริศ’วูบ-ส่งเข้ารพ.

‘อุ๊งอิ๊ง’ ควง ‘เศรษฐา’ ลงพื้นที่เยาวราช ช่วงวันตรุษจีน ‘บิ๊กป้อม’ ลุยตรวจบริหารจัดการน้ำพิษณุโลก-นครสวรรค์ อ้อนชาวบ้าน ถ้าจะหนุน ให้เป็นนายกฯ คนที่ 30 ก็ต้องเลือกพรรค พปชร. ‘ชาดา’ ค่ายภูมิใจไทยโผล่ต้อนรับ ‘รทสช.’ โวอีก คนอีสานชู ‘บิ๊กตู่’ นายกฯ ตัวจริง มั่นใจปักธงโคราช หลัง ‘ประนอม โพธิ์คำ’ อดีตส.ส.มาเข้าพรรค ปชป.ระส่ำอีก ‘อัครเดช’ จ่อชิ่งไปอยู่กับประยุทธ์ ‘ซ้อเจน- ศรีสมร’ ย้ายซบพลังประชารัฐ ‘อิสระ’ ทิ้งเก้าอี้ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ ‘ปลื้ม สุรบถ’ เลื่อนอันดับเสียบแทน ‘อภิชา’ ลาออกส.ส.โคราช ยังไม่ชัด อยู่กับภูมิใจไทยต่อหรือไม่ ชทพ.คิกออฟแคมเปญ ‘ว้าว ไทยแลนด์’ ชู 10 นโยบาย สู้เลือกตั้ง ‘รมต.นริศ’ วูบระหว่างลงพื้นที่เมืองตรัง ต้องส่งร.พ. ล่าสุดอาการปลอดภัย

‘บิ๊กป้อม’ลุย 2 จว.-ปลื้มเชียร์นายกฯ
เมื่อวันที่ 20 ม.ค. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี พร้อม นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ และสังคม นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง นายวิรัช รัตนเศรษฐ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) นายอภิชัย เตชะอุบล แกนนำพปชร. นายรัฐภูมิ โตคงทรัพย์ หรือฟิล์ม สมาชิกพปชร. และคณะลงพื้นที่ติดตามการ ขับเคลื่อนการบริหารจัดการน้ำและการพัฒนาแหล่งน้ำในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่างที่ จ.พิษณุโลก และ จ.นครสวรรค์

โดยช่วงเช้า ตรวจเยี่ยมความก้าวหน้า การก่อสร้างโครงการประตูระบายน้ำท่านางงาม อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก และโครงการเขื่อนป้องกันตลิ่งริมแม่น้ำน่าน ต.พลายชุมพล อ.เมือง จ.พิษณุโลก พร้อมพบปะประชาชนในพื้นที่โครงการ โดยมีผู้ว่าฯ พิษณุโลก และนครสวรรค์ หัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องต้อนรับ

สำหรับบรรยากาศที่อ.บางระกำ มีประชาชน ในพื้นที่มาต้อนรับ มอบดอกกุหลาบและ ถ่ายรูปคู่กับพล.อ.ประวิตรอย่างเป็นกันเอง บางคนตะโกนอยากให้ลุงป้อม เป็นนายกฯ คนที่ 30 ทำให้พล.อ.ประวิตร ยิ้มอย่างอารมณ์ดี นอกจากนี้ มีว่าที่ผู้สมัครส.ส.พปชร. จ.พิษณุโลก มาต้อนรับ อาทิ ส.จ.อั้ม-นายอดุลวิทย์ วิวัฒน์ธนาฒย์ บุตรชายของนายมนต์ชัย วิวัฒน์ธนาฒย์ นายกอบจ.พิษณุโลก และนายศิริชิน หาญพิทักษ์พงศ์ ประธานสภาอบจ.พิษณุโลก เป็นต้น

ป้ายพรึบเพิ่มเงินบัตรประชารัฐ
เวลา 15.40 น. พล.อ.ประวิตร ออกจาก จ.พิษณุโลก หรือเมืองสองแคว ถึงยังเขตห้ามล่าสัตว์ป่าบึงบอระเพ็ด ต.พระนอน อ.เมือง จ.นครสวรรค์ เป็นประธานการประชุมติดตามโครงการเพิ่มประสิทธิภาพพื้นที่หน่วงนํ้าในช่วง ฤดูน้ำหลาก “สี่แควโมเดล” และติดตามความคืบหน้าโครงการแก้มลิงบ้านแหลมทอง

เป็นที่สังเกตบริเวณทางเข้าอุทยานนกน้ำบึงบอระเพ็ด ทางเข้าเขตห้ามล่าสัตว์ป่าบึง บอระเพ็ด มีป้ายหาเสียงของว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.นครสวรรค์ เขต 4 ถ่ายคู่กับพล.อ.ประวิตร พร้อมข้อความนโยบายเพิ่มเงินบัตรประชารัฐเป็น 700 บาทต่อเดือน ที่พปชร.เพิ่งแถลงเปิดนโยบายเมื่อวันที่ 17 ม.ค. มาติดข้างทางให้เห็น เป็นที่สะดุดตา

ขณะที่ภายในบริเวณงาน มีหน่วยงานใน กำกับ ดูแลของ พล.อ.ประวิตร อาทิ เจ้าหน้าที่ กรมอุทยานฯ เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ตำรวจ เจ้าหน้าที่ท้องถิ่น ประชาชนในพื้นที่ รวมทั้ง นายนิโรธ สุนทรเลขา ส.ส.นครสวรรค์ เขต 6 พปชร. และว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.นครสวรรค์ 5 เขต ได้แก่ นายธนรัชต์ วิเชียรรัตน์ เขต 1 นายนัยศาลิน ถนอมมิตรวัฒนา เขต 2 น.ส.สุภัสสร คล้ายแจ้ง เขต 3 นางจิตรา หมีทอง เขต 4 นายพรวิศิษฐ์ แจ่มใส เขต 5 ต้อนรับ

นายวิรัชกล่าวแนะนำว่า ที่ผู้สมัครส.ส. ของพรรคทั้ง 5 เขต ต่อประชาชน เว้นเขตที่ 6 ซึ่งเป็นเขตของนายนิโรธ โดยนายวิรัช พูดขึ้นว่า อยู่ด้านในเลยไม่ได้แนะนำ แต่ยังอยู่ ไม่ได้ ไปไหน ขณะที่ผู้สนับสนุนได้พูดแทรกขึ้นว่า “ล่ามโซ่เอาไว้แล้ว”

ผู้สื่อข่าวสอบถามนายนิโรธ ถึงความชัดเจน ว่ายังอยู่กับพปชร.หรือไม่ แต่ นายนิโรธ เลี่ยงตอบคำถาม โดยระบุว่ายังเป็นสมาชิก พปชร.และพล.อ.ประวิตร ได้สั่งแล้ว แต่วันนี้ ยังไม่ขอพูดเรื่องของตัวเอง

อ้อนชาวบ้านเลือกพปชร.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังพล.อ.ประวิตร ประชุมมอบนโยบายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องถึงแนวทางพัฒนาบึงบอระเพ็ด และรับทราบสถานการณ์น้ำในพื้นที่จ.นครสวรรค์ นานกว่า 1 ชั่วโมง ได้พบปะกับชาวบ้านที่ได้รับประโยชน์ จากแก้มลิง ระหว่างนั้นนายชาดา ไทยเศรษฐ์ ส.ส.อุทัยธานี รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย(ภท.) ที่มารอต้อนรับ เดินตรงเข้ามาไหว้ ทำให้พล.อ.ประวิตร พูดแซวว่า “มาอย่างไร นี่จ.นครสวรรค์” นายวิรัช จึงกระซิบพล.อ.ประวิตรว่า “ชวนมาอยู่” พล.อ.ประวิตร ถึงกับพูดว่า “จริงหรือเปล่า” นายชาดา กล่าวว่า “ผมอยู่อุทัยธานีครับ” จากนั้น นายชาดา กระซิบว่า “มีเรื่องคุยกับลุงป้อมเยอะเลย” และว่า “นักรบไม่จำเป็นต้องอยู่ในกำแพงเสมอไป อยู่นอกกำแพงก็ช่วยเหลือกันได้” พล.อ.ประวิตร หัวเราะแล้วกล่าวว่า โอเค

นอกจากนี้ ช่วงพบปะชาวบ้าน พล.อ.ประวิตร ได้กล่าวแนะนำว่าที่ผู้สมัครส.ส.พปชร. โดยฝาก กับชาวบ้านว่าคนเหล่านี้จะเข้าไปทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของชาวนครสวรรค์ดีขึ้น มีความอยู่ดีกินดี ฝากทุกคนช่วยเลือกพปชร. นายวิรัช ใช้จังหวะนี้ถามชาวบ้านว่า “เพิ่มบัตรประชารัฐ 700 ชอบไหม” ชาวบ้านตอบว่าชอบ แล้วถามต่อว่าป็นนายกฯคนที่ 30 ได้หรือไม่ ชาวบ้านตะโกนตอบว่า ได้ ทำให้พล.อ.ประวิตร กล่าวตอบทันทีว่า “จะเป็นได้ ก็ต้องเลือกผม ถ้าไม่เลือก เป็นไม่ได้หรอกครับ” ทันทีที่พูดจบ ชาวบ้านเดินปรี่เข้ามาหอมแก้มดังฟอด และเข้าสวมกอดพล.อ.ประวิตร พร้อมมอบดอกไม้ ให้กำลังใจ

ช่วงเย็นพล.อ.ประวิตร ไปร่วมงานประเพณี แห่เจ้าพ่อ-เจ้าแม่ปากน้ำโพ 2565-2566 ประเพณี เก่าแก่ของชาวไทยเชื้อสายจีนในช่วงเทศกาลตรุษจีน เพื่อความเป็นสิริมงคล ที่หาดทรายต้นแม่น้ำเจ้าพระยา พร้อมและชมการแสดงสองโตโหงวซก 5 ชาติพันธุ์ ก่อนกลับกทม.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับลงพื้นที่ จ.นครสวรรค์ของพล.อ.ประวิตร ถูกวิจารณ์ว่า เป็นการปาดหน้าพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ที่มีกำหนดลงพื้นที่จ.พิจิตร และนครสวรรค์ ในวันที่ 30 ม.ค. ซึ่งก่อนหน้านี้พล.อ.ประวิตร ก็ไปจ.ราชบุรี ปาดหน้า พล.อ.ประยุทธ์ มาครั้งหนึ่งแล้ว

‘ธนกร’บุกภูเก็ตแก้น้ำท่วม
วันเดียวกัน นายธนกร วังบุญคงชนะ รมต.ประจำสำนักนายกฯ ลงพื้นที่ตรวจราชการ เพื่อติดตามการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมชุมชนเมืองเก่าภูเก็ตและชุมชนรัษฎา (ซอยพะเนียง) หมู่ที่ 5 ต.รัษฎา อ.เมือง จ.ภูเก็ต โดยมีนายดนัย สุนันทารอด รองผู้ว่าฯ ภูเก็ต พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ และคณะผู้บริหาร เจ้าหน้าที่ ตลอดจนประชาชนในพื้นที่ร่วมในงาน

นายธนกรกล่าวว่า การมาภูเก็ตในวันนี้ผมเห็นการท่องเที่ยวที่ฟื้นตัว นักท่องเที่ยวเริ่มหลั่งไหลมาจากทุกมุมโลก เศรษฐกิจกำลังเดินหน้า ด้วยนโยบายของพล.อ.ประยุทธ์ เป็นสิ่งที่เน้นย้ำว่าประเทศไทย เดินมาถูกทางแล้ว ยิ่งจีนเปิดให้นักท่องเที่ยวเดินทางได้แล้วนั้น ไทยก็เป็นประเทศแรกที่นักท่องเที่ยวชาวจีนเดินทางเข้ามา สะท้อนให้เห็นว่าชาวจีน และผู้คนจากทั่วโลกมั่นใจในการดูแลต้อนรับนักท่องเที่ยวของประเทศไทย

รมต.วูบ – จนท.เร่งนำนายนริศ ขำนุรักษ์ รมช.มหาดไทย ส่งรักษาร.พ.ตรัง หลังเกิดอาการวูบชักเกร็ง ขณะพบปะประชาชนและทำพิธีละหมาดที่มัสยิดวังเป้า ต.บางเป้า อ.กันตัง จ.ตรัง เมื่อวันที่ 20 ม.ค.

‘รมช.นริศ’วูบหามส่งรพ.
เมื่อเวลา 14.44 น. รถฉุกเฉิน ร.พ.กันตัง พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่แพทย์และพยาบาล ได้เร่งนำตัวนายนริศ ขำนุรักษ์ รมช.มหาดไทย เข้ามารักษาตัวอย่างเร่งด่วน ที่ ร.พ.ตรัง ซึ่งอยู่ห่างกันประมาณ 20 กว่ากิโลเมตร เนื่องจากนายนริศได้มีอาการวูบ ตัวเกร็ง ขณะทำพิธีละหมาด ที่มัสยิดในพื้นที่ อ.กันตัง โดยที่ ร.พ.ตรัง ได้มีนายขจรศักดิ์ เจริญโสภา ผู้ว่าฯ ตรัง น.ส.สุณัฐชา โล่สถาพรพิพิธ ส.ส.ตรัง เขต 3 พรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) พร้อมข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ คอยประสานงาน

นายประเสริฐ ดำสุด คณะทำงานนายนริศกล่าวว่า เนื่องจากวันนี้นายนริศมีภารกิจลงมาประชุมเตรียมความพร้อมด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พร้อมมอบนโยบาย การปฏิบัติราชการแก่หน่วยงานในสังกัดกระทรวงมหาดไทย ที่ศาลากลางจังหวัดตรัง ช่วงเช้าที่ผ่านมา หลังจากเสร็จสิ้นเวลาประมาณ 12.30 น. ได้เดินทางไปร่วมพิธีละหมาด ที่มัสยิดวังเป้า หมู่ 7 ต.บางเป้า อ.กันตัง จ.ตรัง พร้อมพบปะพี่น้องประชาชนที่รอรับ แต่ช่วงที่ทำพิธีนายนริศได้เกิดอาการวูบ ตัวเกร็ง แต่โชคดีว่าวูบลงในท่านั่ง ทางคณะติดตามจึงได้รีบนำตัวไปส่งที่ ร.พ.กันตัง ก่อนที่ทาง ร.พ.กันตัง จะทำการรีเฟอร์มาส่งที่ ร.พ.ตรัง

ส่วนสาเหตุ อาจเป็นเพราะตื่นเช้า พักผ่อนน้อย เพื่อขึ้นเครื่องบินเดินทางมาปฏิบัติหน้าที่ และประกอบกับยังไม่ได้รับประทานอาหาร และมีโรคประตัว คือโรคหัวใจ เคยมีประวัติทำบอลลูนหัวใจ และบายพาสหัวใจมาด้วย ที่ผ่านมาทางแพทย์เคยสั่งให้ลดเรื่องอาหาร ที่มีไขมัน เบื้องต้นอาการได้กลับเข้าสู่อาการปกติ พูดได้แล้ว รู้สึกตัว มีสติ ก็น่าจะปลอดภัยแล้ว และดีขึ้นตามลำดับ หลังจากนี้คงต้องนำตัวไปรักษาที่ กทม. ซึ่งเป็นร.พ. ที่เคยรักษาตัวอยู่

รทสช.โววางตัวผู้สมัครอีสาน 80%
นายวิทยา แก้วภราดัย รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) เปิดเผยว่า ตนได้ประชุมร่วมกับนายชัชวาลล์ คงอุดม และ นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ในฐานะผู้รับผิดชอบการสรรหาว่าที่ผู้สมัครในพื้นที่ภาคอีสานล่าสุด มีความคืบหน้าไปมากกว่า 80% ในจำนวนว่าที่ผู้สมัครรับเลือกตั้งทั้งหมด มีทั้งผู้เสนอตัวเข้ามา และผู้ที่พรรคสรรหา บางจังหวัดมีบุคคล ที่เสนอตัวมาเกินกว่าจำนวน ส.ส.ที่เสนอได้ จึงต้องดำเนินการไปตามขั้นตอน เบื้องต้น จะประสานเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่าง ผู้สมัครในแต่ละเขตเลือกตั้งต่อไป ส่วนจังหวัด ที่เปิดตัวผู้สมัครครบแล้ว ได้แก่ จ.อุดรธานี ซึ่งผลจากการรณรงค์มาตั้งแต่ต้นพบว่ากระแสตอบรับดีมาก จนทำให้พรรคการเมืองบางพรรคต้องไปจัดปราศรัยเป็นครั้งที่สอง และ ดูเหมือนว่าจะมีอารมณ์เสียกันนิดหน่อยด้วย

ในสัปดาห์นี้มีผู้สมัครที่แสดงความจำนงล่าสุด คนแรกได้แก่ นางบุญญาพร นาตะธนภัทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อแผ่นดิน ซึ่งถูกพรรคเพื่อแผ่นดินขับออกจากพรรค หลังจากไปร่วมกิจกรรมพบปะสมาชิกของรทสช. ที่ จ.อุดรธานี ส่วนคนที่สอง ดร.กุสุมาลวตี ศิริโกมุท อดีต ส.ส. 4 สมัยของพรรคเพื่อไทย (พท.) ยื่นความจำนงขอลงสมัคร ส.ส ในพื้นที่เดิมคือจ.มหาสารคาม

จากการที่ตนได้ลงพื้นที่ภาคอีสาน ทำให้เห็นความน่าสนใจหลายอย่าง สิ่งสำคัญ คือเห็นได้ว่าประชาชนภาคอีสานขณะนี้ เบื่อความขัดแย้งจากการที่ประชาชนต้องมาปะทะเข่นฆ่ากันเอง และหวังจะยุติให้เกิดความสงบ เพื่อร่วมกันพัฒนาชาติอย่างจริงจัง โดยข้อเสนอแนะแนวทางนโยบายบางเรื่องเป็นเรื่องคาดไม่ถึงว่าทำไมชาวอีสานถึงกล้าเสนอนโยบายแบบนี้ อยากให้รออีกสัก 1-2 สัปดาห์ ที่จะได้เปิดเผยว่านโยบายที่จะทำให้หลายคนตกตะลึงว่ามรดกบาป 20 ปี คืออะไร

ชู‘บิ๊กตู่’นายกฯคนอีสานตัวจริง
นโยบายสำคัญของรทสช. ยังมุ่งเรื่องการขจัดความขัดแย้งของประชาชน ซึ่งเดินมาได้ไกลแล้ว คิดว่าตอนนี้ไม่มีใครอยากจะมีความขัดแย้งอีก หลังจากที่เหตุการณ์ผ่านไป กลุ่มพี่น้องเสื้อแดงก็กลับไปทำงานประกอบอาชีพกันตามปกติ และทราบว่าหลายคนต้องการ จะเริ่มต้นจริงๆ กับการใช้การเมืองพัฒนาประเทศชาติร่วมกับทุกคน ดังนั้นคำว่า บ้านเสื้อแดง หรือกลุ่มเสื้อแดง จะหายไปจากความรู้สึก เช่นเดียวกับ กปปส. ที่เดินมากับตนก็หายกลับบ้านกันไปหมดแล้ว ไม่มีใคร ที่อยากลุกขึ้นมาเข่นฆ่ากัน ทุกคนต่างอยาก ที่จะมาช่วยกันพัฒนาบ้านเมืองทั้งสิ้น

ที่น่าสนใจอีกอย่างหนึ่งคือ ประชาชนในภาค อีสานพูดถึงนายกฯ อีสานมาก และสิ่งที่พวกเขา พูดมากขึ้นบ่อยเรื่อยๆ เพราะเริ่มเจอตัวนายกฯ อีสานตัวจริงแล้ว ตนถามว่าเป็นใคร คำตอบจากผู้สมัครทั้งหมด ก็คือ พล.อ.ประยุทธ์ ไง เพราะพล.อ.ประยุทธ์เป็นคนโคราช แม่เป็นคนชัยภูมิ เขารู้สึกว่าความใกล้ชิดระหว่างพี่น้องชาวอีสานไม่ได้ห่างไกล ตนจึงไม่แน่ใจว่าแลนด์สไลด์จะเกิดกับพรรคไหน แต่รทสช.อาจมีโอกาสอย่างนั้นเหมือนกัน เพราะเขา เริ่มเจอนายกฯ อีสานตัวจริง ถ้าใครจะอ้างว่า เขยอีสาน ลูกอีสาน เจอลูกอีสานประยุทธ์ จันทร์โอชาสักคนเถอะ

‘แรมโบ้’มั่นใจปักธงโคราช
นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ที่ปรึกษาของนายก รัฐมนตรี แกนนำรทสช. เผยว่า นายประนอม โพธิ์คำ อดีตสมาชิกพปชร. เข้ายื่นใบสมัครสมาชิกรทสช. กับนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการ รทสช. เมื่อวันที่ 19 ม.ค. ตามคำเชิญ ของตน นายประนอม ทำงานการเมืองมาแล้วหลายพรรค เป็นอดีตกำนันต.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา เป็นอดีต ส.ส.นครราชสีมา สังกัดพรรคเพื่อแผ่นดิน และอดีต ส.ส.ภท.

จากนั้นเข้าเป็นสมาชิกพปชร. ลงสมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ แต่ไม่ได้รับเลือกตั้ง ปี 2564 จึงร่วมงานกับพรรคพลังท้องถิ่นไท และได้รับหน้าที่เป็นเลขาธิการพรรค ต่อมา ได้ลาออกไปร่วมงานกับพปชร.เช่นเดิม ก่อนย้ายเข้าสมัครสมาชิก รทสช. มั่นใจหากได้ ผู้มีความสามารถมาทำงานกับพรรค จะนำชัยชนะในเขตเลือกตั้งโคราชได้สำเร็จ เนื่องจาก นายประนอม เป็นอดีต ส.ส.โคราช หลายสมัย เป็นที่ยอมรับของประชาชนในพื้นที่ อ.วังน้ำเขียว และอ.ปักธงชัย

ปชป.เลือดทะลัก-‘อัครเดช’ชิ่ง
รายงานข่าวจากปชป. เปิดเผยว่า จากกรณีมีภาพ นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ส.ส.ราชบุรี เขต 4 รองโฆษกปชป. ไปปรากฏตัวต้อนรับ พล.อ.ประยุทธ์และพล.อ.ประวิตรที่ต่างทยอยไปลงพื้นที่จ.ราชบุรี ท่ามกลางกระแสข่าว ที่ออกมาเป็นระยะๆ ว่านายอัครเดชจะย้ายจากปชป. แม้ก่อนหน้านี้เจ้าตัวปฏิเสธ แต่ล่าสุดได้ตัดสินใจ ชัดเจนแล้วว่าจะย้ายพรรค โดยอยู่ระหว่างการหารือกับ พปชร. และ รทสช. ซึ่งมีแนวโน้มสูงมากที่จะไปอยู่กับ รทสช.

สาเหตุการลาออก คาดว่าส่วนหนึ่งมาจากความไม่ลงรอยกับผู้บริหาร ปชป.หลายเรื่อง โดยเฉพาะการคัดเลือกผู้ดำรงตำแหน่งประธาน คณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพาณิชย์ สภาผู้แทน ราษฎร ที่เป็นโควตาปชป. แทนนายอันวาร์ สาและ อดีตส.ส.ปัตตานี ที่ลาออกและย้ายไปอยู่พปชร.แล้ว โดยนายอัครเดช ประสงค์เป็นประธานกมธ.เพราะตัวเองทำหน้าที่เป็นกมธ.ชุดนี้มาตลอด แต่กลับถูกผู้ใหญ่ของพรรคคัดค้าน เนื่องจากเห็นว่าต้องยึดหลักอาวุโส จะเลือกส.ส.ที่อาวุโสมากกว่าไปเป็นประธาน

นายอัครเดชกล่าวยอมรับว่า เตรียมย้ายออกจาก ปชป.แน่นอน ขอเวลา 2-3 วัน เพื่อตัดสินใจและปรึกษากับครอบครัวว่าจะไปอยู่พปชร.หรือ รทสช. แต่ตนยังจะทำหน้าที่ส.ส. ต่อไปจนกว่าจะยุบสภา ซึ่งได้แจ้งเรื่องนี้ ให้นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการปชป. รับทราบแล้ว นายเฉลิมชัยพยายามยับยั้ง แต่ตนยืนยันแล้วว่าต้องการย้ายพรรค

‘ซ้อเจน’ก็ไปพลังประชารัฐ
ขณะเดียวกัน นายอิสระ เสรีวัฒนวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อ (ปาร์ตี้ลิสต์) ปชป. ได้ยื่นใบลาออกจากการเป็นส.ส.บัญชีรายชื่อ ในช่วงบ่ายวันที่ 20 ม.ค. แต่ยังคงเป็นสมาชิก ปชป. และเมื่อวันที่ 19 ม.ค. นางศรีสมร รัศมีฤกษ์เศรษฐ์ หรือซ้อเจน ส.ส.บัญชีรายชื่อ ปชป.ได้ยื่นใบลาออกจากส.ส. และสมาชิก ปชป. ซึ่งจะย้ายไปพปชร. ส่งผลให้มีการ เลื่อนลำดับบัญชีรายชื่อถัดไป คือนายชำนิ ศักดิเศรษฐ์ ลำดับที่ 32 และนายสุรบถ หลีกภัย ลำดับที่ 33 เป็นส.ส.แทน

สำหรับนายอิสระ เป็นคณะทำงานใกล้ชิดนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่ได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบงานต่างๆ ของประธานสภามาโดยตลอด รวมทั้งได้รับแต่งตั้งเป็น เลขานุการประธานรัฐสภา ก่อนหน้า จะมาดำรงตำแหน่ง ส.ส.บัญชีรายชื่อ ปชป. ส่วนนายสุรบถ หรือ ปลื้ม บุตรชายคนเดียวของนายชวน เป็นอดีตรองโฆษกกระทรวงวัฒนธรรม อดีตที่ปรึกษารมช.ศึกษาธิการ และเคยเป็นพิธีกรวีอาร์โซด้วย

นายอิสระให้สัมภาษณ์ว่า ตนได้ลาออก เฉพาะส.ส. เพราะต้องการใช้เวลาที่เหลือ เดือนเศษทำภารกิจของสภาเต็มที่ เนื่องจากคณะทำงานของนายชวน หลายคนได้ลาออกไป ไม่ว่าจะเป็นนายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล แม้จะยังเป็นเลขานุการประธานสภา แต่ก็ลาออกจากปชป.ไปแล้ว และที่ปรึกษาคนอื่นก็ลาออกด้วยบางส่วน ตนจึงอยากทำงานให้สภา โดยสมบูรณ์ ส่วนงานของปชป.ยังทำงาน ให้พรรคเหมือนเดิม และไม่คิดที่จะย้ายพรรค

โต้‘นิพนธ์’กล่าวหาต่อรองลำดับ
นางศรีสมร รัศมีฤกษ์เศรษฐ์ หรือซ้อเจน ให้สัมภาษณ์กรณีที่นายนิพนธ์ บุญญามณี รองหัวหน้าปชป. ระบุสาเหตุที่ลาออกเป็นเพราะมีการต่อรองขอเลื่อนลำดับผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อขึ้นไปในการเลือกตั้งครั้งหน้า ว่า การออกมาให้ข่าวเช่นนั้นถือว่านายนิพนธ์พูดเท็จ เพราะส่วนตัวไม่เคยมีคำพูดไปต่อรองขอเลื่อนลำดับส.ส.บัญชีรายชื่อกับปชป.เลยแม้แต่คำเดียว ตั้งแต่หัวหน้าคนเก่าคือท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ลาออกจากส.ส. ตนก็อยู่ในพรรคอย่างสงบเสงี่ยมเจียมตัวมาโดยตลอด

ที่สำคัญคือก่อนหน้านี้ตนแจ้งให้เลขาธิการ พรรคทราบว่าตนจะลงรับสมัครส.ส.กาญจนบุรี ต่อมาขณะที่ตนลงพื้นที่เขตได้ระยะหนึ่งจึงได้รู้ว่ากระแสของปชป.ไม่เป็นที่นิยมในพื้นที่ จ.กาญจนบุรีเลย อีกทั้งยังมีประชาชนบอกตนด้วยซ้ำว่าขอให้ย้ายพรรค การที่ตนลาออกจากพรรคไม่เคยคิดทำร้ายพรรค และขอถอยออกมาแบบไม่ให้กระทบใคร เพราะอยู่ระบบบัญชีรายชื่อ ถึงลาออกก็มีบัญชีที่ต้องเลื่อนลำดับขึ้นไป และยังมีคนสนใจเข้ามาอยู่ในระบบบัญชีรายชื่ออยู่อีกเป็นจำนวนมาก จึงไม่เข้าใจว่า ทำไมนายนิพนธ์ให้ข่าวด้อยค่าคนที่ออกจากพรรคทุกคน จึงขอให้หันกลับมองตัวเองด้วยว่า ทำไมส.ส.ของพรรคจึงลาออกกันจำนวนมาก ทั้งๆ ที่ผ่านมาไม่เคยมีปรากฏการณ์เช่นนี้ มาก่อน

‘อภิชา’ทิ้งส.ส.-รอตามกำนันป้อ
นายอภิชา เลิศพชรกมล ส.ส.นครราชสีมา ภท. เผยว่า ได้ยื่นหนังสือลาออกจากการเป็นส.ส. ต่อประธานสภาแล้ว มีผล 20 ม.ค. เนื่องจากสภาล่มบ่อย จึงไม่มีประโยชน์ ที่จะอยู่ต่อ ขอไปทำพื้นที่ดีกว่า ตอนนี้ยังอยู่ในสังกัด ภท. ไม่ได้ลาออกจากสมาชิกพรรค ผู้สื่อข่าวถามว่าเตรียมย้ายสังกัดไปพรรคอื่นหรือไม่ นายอภิชากล่าวว่า ยังไม่ได้คิด รอดูนายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล หรือกำนันป้อ รมช.คมนาคม ก่อน เพราะนายวีรศักดิ์สุขภาพไม่ค่อยดี จะยุติบทบาททางการเมือง ตนเลยออกมาตั้งหลัก สภาก็ล่มบ่อยด้วย หลังลาออกจาก ส.ส.จะเน้นลงพื้นที่เป็นหลัก ได้แจ้งเรื่องการลาออกจากส.ส.กับนายสรอรรถ กลิ่นประทุม ประธานคณะกรรมการที่ปรึกษา ภท.แล้ว ไม่ได้ว่าอะไร เพราะเห็นว่าเป็นการตัดสินใจที่เป็นเอกสิทธิ์ของส.ส.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เย็นวันที่ 19 ม.ค. นายอภิชาส่งข้อความเข้าไปยังไลน์กลุ่มส.ส.พรรค ระบุ “ขอบคุณสำหรับมิตรภาพ และสิ่งดีๆ ที่มีให้ผมนะครับ ขออนุญาตกราบลาทุกท่านครับ” จากนั้น ได้ออกจากไลน์กลุ่ม ท่ามกลางความงุนงงของเพื่อน ส.ส.ในพรรค โดยมีรายงานว่า นายอภิชา อาจย้ายไปสังกัด พท. ตามนายวีรศักดิ์ ที่มีกระแสข่าวก่อนหน้านี้ ซึ่งถือเป็นลูกพี่ของนายอภิชา

รายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อ 17 ม.ค. นายวีรศักดิ์ ได้ลาออกจากคณะกรรมการบริหาร (กก.บห.) ภท. แต่ยังไม่ได้ลาออกจากสมาชิกพรรค และล่าสุดวันที่ 20 ม.ค. เวลา 08.00 น. นายอภิชาโพสต์เฟซบุ๊กว่า “เราไม่ทิ้งกัน” เป็นอดีต รมช. คมนาคม และอดีตส.ส.แล้ว ขอบคุณที่เป็นกำลังใจให้กันและกัน แล้วพบกันใหม่นะครับ”

ว้าวไทยแลนด์ – นายวราวุธ ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา ประธานที่ปรึกษาพรรค นายประภัตร โพธสุธน เลขาธิการพรรค เปิดนโยบายสู้ศึกเลือกตั้งของพรรค ที่โรงแรมมิราเคิลฯ เมื่อวันที่ 20 ม.ค.

ชทพ.เปิดแคมเปญ‘ว้าว ไทยแลนด์’
เมื่อเวลา 10.00 น. ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์คอนเวนชั่น ถ.วิภาวดีรังสิต กรุงเทพฯ นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) เป็นประธานการประชุมใหญ่สามัญ ครั้งที่ 1/2566 มีแกนนำ กก.บห.และสมาชิกพรรค เข้าร่วมประชุมพร้อมเพรียง นำโดย น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา ประธานที่ปรึกษาพรรค นายประภัตร โพธสุธน รมช.เกษตรและสหกรณ์ เลขาธิการพรรค นายนิกร จำนง ส.ส.บัญชีรายชื่อ ประธานนโยบายและยุทธศาสตร์พรรค นายอนุรักษ์ จุรีมาศ รองหัวหน้าพรรค นายอนุชา สะสมทรัพย์ รองหัวหน้าพรรค ที่ประชุมมีมติแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อบังคับพรรคให้สอดคล้องกับร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรค การเมือง ที่คาดว่าจะมีผลบังคับใช้เร็วๆ นี้

จากนั้นนำเสนอนโยบายพรรค ภายใต้สโลแกน “รับฟัง ทำจริง” ที่จะใช้ในการเลือกตั้งปี 2566 ผ่านแคมเปญ “ว้าว ไทยแลนด์” โดยนายวราวุธกล่าวถึงที่มาของแคมเปญหาว่า การระดมความคิดเห็นของสมาชิกพรรคเชื่อว่าการนำพาประเทศไทยอีก 4 ปี ต้องเปลี่ยนวิธีคิด เปลี่ยนวิธีทำ ให้คนเก่งนำพาประเทศไทย ให้ความสำคัญกับคนรุ่นใหม่ จนได้ข้อสรุปว่าจะต้องกำหนดนโยบายเชิงรุก และสร้าง มุมมองใหม่ๆ โดยใช้ กรีน (Green) หรือ สิ่งแวดล้อม เป็นแกนหลักในการกำหนดนโยบายเพื่อสอดรับกับการเปลี่ยนแปลงเมกะเทรนด์ของโลก

เริ่มต้นจากการเปลี่ยนวิธีคิดของทุกภาคส่วน ให้เท่าทันกับเมกะเทรนด์และเปลี่ยนวิธีทำ ด้วยการขยายศักยภาพของคนไทย ส่งเสริมให้ปราชญ์ชุมชนการเกษตรถ่ายทอดองค์ความรู้และส่งเสริมให้ผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆ มาเป็นผู้นำในการพัฒนาคนและประเทศ ที่สำคัญ เด็กไทย คนไทยต้องพูดภาษาอังกฤษได้เพื่อการทำงานในเวทีนานาชาติ รวมถึงทำให้ประเทศไทยเป็นประเทศแห่งความหวังและโอกาสสำหรับทุกคนจึงเป็นที่มาของแคมเปญ “ว้าวไทยแลนด์” หรือ WOW มาจากคำว่า Wealth, Opportunity and Welfare For All คือ การสร้างความมั่งคั่งสร้างโอกาสและสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีเพื่อประชาชน ครอบคลุม คนไทย 4 กลุ่มประกอบด้วย ประชาชนเข้มแข็ง เกษตรกรแข่งขันได้ ธุรกิจขยับขยายและคนไทย แข็งแรง

ตีปี๊บ 10 นโยบายหาเสียง
นายวราวุธกล่าวว่า 10 นโยบายที่จะใช้ในการ หาเสียงเลือกตั้งปี 2566 พร้อมกันทั่วประเทศ ประกอบด้วย 1.รัฐธรรมนูญประชาชน บรรหาร โมเดลปี 2540 เราทำสำเร็จมาแล้ว 2.เกษตรกรรุ่นใหม่ขายคาร์บอนเครดิตได้ 3.แจกพันธุ์ข้าวฟรีทั่วประเทศ 60 ล้านไร่ เพื่อลดต้นทุนและยกระดับผลผลิตให้มีคุณภาพมากขึ้น 4.ขยายเขตไฟฟ้าการเกษตรทั่วประเทศหน่วยละ 2 บาท 5.สานต่อระบบบาดาลขนาดใหญ่ทุกตำบล น้ำสะอาดทุกหมู่บ้าน 6.งบลงทุนท้องถิ่น 10 ล้านบาท

7.เรียนในสิ่งที่ใช่ ใช้ในสิ่งที่เรียน ปรับปรุงการเรียนการสอนพัฒนาทักษะวิชาชีพให้นักเรียนที่จบ ม.6 หรือปวช. สามารถออกมามีงานมีรายได้รองรับ 8.สุขภาพดีมีเงินคืน 3,000 บาทสวัสดิการอัพเกรดได้ 9.สร้างงานสร้างรายได้แก่ผู้สูงอายุเบี้ยคนพิการเดือนละ 3,000 บาท 10.ระบบขนส่งมวลชนเข้าถึงเท่าเทียม นอกจากนี้ยังนำเสนอนโยบายรายย่อยที่มาจากการลงพื้นที่ “รับฟัง ทำจริง” และเป็น นโยบายที่ตรงตามความต้องการของประชาชน ในแต่ละพื้นที่อย่างแท้จริง โดยทั้งหมดจะถูกนำเสนอผ่าน ส.ส. และผู้สมัคร ส.ส.

‘ท็อป’ไม่รีบตั้งเงื่อนไขร่วมรบ.
นายวราวุธให้สัมภาษณ์ถึงการเตรียมลงพื้นที่ หาเสียง ว่า เมื่อคิกออฟแคมเปญ ว้าว ไทยแลนด์ แล้ว ตนและกก.บห. จะตระเวนลงพื้นที่ไปตาม จังหวัดต่างๆ ตามที่ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ร้องขอ แต่ที่ผ่านมาทำพื้นที่มาตลอด ผู้สื่อข่าวถามถึงนโยบายเบี้ยคนพิการเดือนละ 3,000 บาท จะเกิดขึ้นทันทีหลังเป็นรัฐบาลหรือไม่ และต้องแก้กฎหมายด้วยหรือไม่เพราะอาจมีปัญหาเรื่องงบประมาณ นายวราวุธกล่าวว่า ขณะนี้ พี่น้องคนพิการทั่วประเทศไม่ได้มี 67 ล้านคน จึงไม่ได้หมายความว่าเราให้ 3,000 บาทกับทุกคน แต่ในรายละเอียดการดำเนินการ เงื่อนไขของแต่ละคนที่จะมีสิทธิ์ได้รับเบี้ย ดังกล่าวต้องดูสถานะความเป็นอยู่ และรายได้ว่ามีสิทธิ์จะได้รับหรือไม่ เรามั่นใจว่าเป็นสิ่งที่ เป็นไปได้ และด้วยงบประมาณที่ดูแลคนพิการ ของกระทรวงต่างๆ เราสามารถนำเม็ดเงิน งบประมาณนี้มาใช้ได้

ต่อข้อถามว่าการเลือกตั้งครั้งหน้าได้ตั้งเงื่อนไขอย่างไรในการจับมือตั้งรัฐบาล นายวราวุธกล่าวว่า เมื่อเลือกตั้งแล้วจำนวน ส.ส.ได้มากน้อยแค่ไหนจะเป็นตัวกำหนดเงื่อนไข หากมีอยู่ 3-4 เสียงคงไม่สามารถตั้งเงื่อนไขได้ เมื่อถามว่า ชทพ.ตั้งเป้าหรือไม่ว่าหลังเลือกตั้งต้องเป็นรัฐบาลเท่านั้น นายวราวุธ กล่าวว่า ตั้งแต่เป็นพรรคชาติไทยเคยเป็นทั้งพรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาล แกนนำฝ่ายค้าน พรรคร่วมรัฐบาล พรรคร่วมฝ่ายค้าน เป็นมาหมดแล้ว ไม่ได้เดือดร้อนที่จะเป็นอะไร

ผู้่สื่อข่าวรายงานว่า การประชุมชทพ. ครั้งนี้ นายสมเกียรติ ถนอมสินธุ์ ส.ส.กทม. พรรคก้าวไกล (ก.ก.) เข้าร่วมสังเกตการณ์ด้วย โดยยอมรับหลังการยุบสภา จะเข้าร่วมงาน การเมือง กับ ชทพ. จะลงสมัครส.ส.กทม.เขตบางนา พระโขนง

‘อิ๊ง’ควง‘เศรษฐา’บุกเยาวราช
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทยและแกนนำพท. มีกำหนดการลงพื้นที่เยาวราช เพื่อพูดคุยกับกลุ่มนักธุรกิจที่มูลนิธิเทียนฟ้า รวมถึงสักการะ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ที่วัดเล่งเน่ยยี่ (วัดมังกรกมลาวาส) ถนนเจริญกรุง ย่านเยาวราช เขตป้อมปราบ ศัตรูพ่าย กรุงเทพฯ ในวันที่ 21 ม.ค.

โดยมีนายเศรษฐา ทวีสิน นักธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ และเป็นบุคคลที่ปรากฏเป็น กระแสข่าวว่าจะเป็นหนึ่งในแคนดิเดตนายกฯ ของพท. ร่วมลงพื้นที่กับ น.ส.แพทองธาร ในครั้งนี้ด้วย ถือเป็นครั้งแรกที่ทั้งคู่จะปรากฏตัว และทำกิจกรรมร่วมกันในฐานะสมาชิกพท.

9 ข้อเสนอ – คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย ถกปัญหากับ เครือข่ายรัฐสวัสดิการเพื่อความเท่าเทียมและเป็นธรรม และเครือข่ายสลัมสี่ภาค ที่นำข้อเสนอ 9 ด้านเพื่อรัฐสวัสดิการถ้วนหน้ามาร่วมหารือ ที่พรรคไทยสร้างไทย เมื่อวันที่ 20 ม.ค.

ชูเป็นนายกฯ – นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ เปิดศูนย์ประสานงาน พรรคประชาชาติ เขต 2 อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส พร้อมกับแย้มผลโพลจังหวัดชายแดนใต้ ชูเป็นนายกฯ คนต่อไป เมื่อวันที่ 20 ม.ค.

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน