ยอมรับทำไม่เหมาะขู่เอาผิดคนปล่อยรูป
‘ครูบาไก่’ โผล่ชี้แจง ภาพเล่นน้ำตก นั่งเจ็ตสกีห้อมล้อมด้วยชายหนุ่ม เป็นลูกหลาน และเด็กวัดที่ติดตามขณะไปรับกิจนิมนต์ทั้งที่กำแพงเพชร จังหวัดชายทะเล กรุงเทพฯ ยันขณะนั้นไม่คิดอะไร แค่อยากให้สนุกสนาน ยอมรับทำไม่เหมาะสม แต่ก็ไม่ได้ทำผิดกฎหมาย โดยโยม 2 คนที่ติดตามไปด้วยเป็นคนถ่ายรูปแล้วนำมาเผยแพร่ แต่ไม่เคียดแค้น ให้ทนายความจัดการตามกฎหมาย ด้าน ‘แพรรี่’ โพสต์ถามครูบาไก่เบื้องหน้ากับเบื้องหลัง สะอาดบริสุทธิ์เหมือนกันหรือไม่
เมื่อวันที่ 22 ม.ค. ที่สถานที่พักสงฆ์ วัดป่าปฐมเทวาราม ต.สวนหม่อน อ.มัญจาคีรี จ.ขอนแก่น พระสุวิทย์ ชินวโร หรือ ครูบาไก่ อายุ 30 ปี ประธานที่พักสงฆ์วัดป่าปฐมเทวาราม กล่าวชี้แจงกรณีภาพขณะเล่นน้ำกับกลุ่มชายหนุ่มห้อมล้อม นั่งเจ็ตสกีในทะเลว่า เห็นภาพที่แชร์ในโซเชี่ยลมีเดียแล้ว ไม่ได้ตกใจ คิดว่าภาพทั้งหมดนั้นเกิดจากโยม 2 คน ชื่ออิคคิว และบุ๋ม เพราะ 2 คนนี้เคยมาอยู่ที่วัด ติดตามไปด้วยทุกที่ที่มีกิจนิมนต์ต่างจังหวัด ภาพถ่ายที่มีผู้ชายหลายคนรายล้อม 2 คนนั้นถ่ายไว้เมื่อครั้งไปกิจนิมนต์ จ.กำแพงเพชร และที่พักอยู่ใกล้น้ำตกคลองลาน ลูกหลานจึงชวนเล่นน้ำตก จึงลงไปสรงน้ำด้วย แต่ตอนนั้นไม่คิดอะไร เห็น 2 คนนั้นถ่ายรูปไว้จำนวนมาก ก็ไม่คิดอะไร
พระสุวิทย์กล่าวว่า รวมถึงเมื่อครั้งรับกิจนิมนต์ไปที่กรุงเทพฯ นั่งเครื่องบินไปเจอกับคณะของทางวัดที่กรุงเทพฯ และถูกนิมนต์ให้พาเด็กวัดไปเที่ยวจังหวัดชายทะเล ซึ่ง 2 คนนั้นก็ติดตามไปด้วย และถ่ายรูปตอนนั่งเจ็ตสกี ตอนนั้นไม่คิดอะไร คิดเพียงว่าให้เด็กวัดและคนติดตามได้เล่นน้ำทะเลสนุกสนานกัน อิคคิว และบุ๋ม ถ่ายภาพเก็บไว้จำนวนมาก ไม่คิดว่าจะนำภาพเหล่ามาทำร้ายในวันนี้ ส่วนภาพผ้าห่มที่ถ่ายออกมาและแชร์กันนั้น ยอมรับว่าเป็นผ้าห่มที่ห่มจริงๆ แต่การห่มผ้าและการถ่ายภาพในห้อง เป็นเรื่องปกติที่ลูกศิษย์ใกล้ชิดเข้าออกห้องได้ เป็นภาพที่ถ่ายในช่วงที่อิคคิวและบุ๋มนำหลานชายมาบวชที่วัด จึงให้อาตมาดูแลหลาน และพามานอนในห้องด้วย ไม่ได้ตกใจกับภาพต่างๆ ที่ 2 คนนั้นปล่อยออกมา เพราะรู้อยู่แล้วว่าถ้าหาเรื่องทำร้ายกันได้ ภาพต่างๆ เรื่องต่างๆ ก็จะตามมาอีกเรื่อยๆ
“เรื่องการถ่ายภาพในลักษณะดังกล่าว หากมองถึงความเหมาะสม ในทางพระสงฆ์ก็ต้องยอมรับว่าไม่เหมาะ แต่ก็ไม่ได้ผิดมากมาย เพราะทุกอย่างที่ถ่ายออกมาก็อยู่กับลูกหลานที่มาอยู่ในวัด บางคนก็เป็นสายเลือดเดียวกัน เพราะเป็นลูกพี่สาวที่มาอยู่ดูแลในวัด จึงไม่ได้ตกใจ และไม่มีอะไรปิดบังซ่อนเร้น โดยส่วนตัวจึงไม่มีความเคียดแค้นกับ 2 คนนั้น ส่วนทางกฎหมายให้เป็นหน้าที่ของทนายความที่จะดำเนินการ จึงอยากจะบอกว่ายังมีภาพอะไร เรื่องอะไรที่ยังไม่พูด ให้รีบนำออกมาพูด จะได้ชี้แจง จะได้เคลียร์ให้จบทุกประเด็น” ครูบาไก่กล่าว
วันเดียวกันนายไพรวัลย์ วรรณบุตร หรือแพรรี่ หรืออดีตพระมหาไพรวัลย์ โพสต์เฟซบุ๊กถึงกรณีครูบาไก่ว่าปัญหาครูบาไก่ไม่ได้อยู่ที่ว่าท่านจะไปนอนแช่น้ำตกที่ไหน ขี่เจ็ตสกีซ้อนท้ายหนุ่มหล่อยังไง ต่อให้เห็นภาพแล้วจะรู้สึกว่าสิ่งที่ท่านทำอยู่ไม่ควรแก่สมณสารูปก็ตาม ตนจะไม่สนใจเลยถ้าครูบาไก่ไม่ใช่พระที่ถูกยกย่องให้เป็นเกจิอาจารย์ ให้เป็น พระหูทิพย์ตาทิพย์ หนักเข้าถึงกับบางคนบอกว่าเป็นพระอรหันต์ ให้เป็นพระที่มี สตอรี่ หรือเรื่องเล่าในทางวัตรปฏิบัติมากมายไปหมด
“ดิฉันจะไม่สนใจค่ะ ถ้าครูบาไก่เป็นเพียงพระหนุ่มทั่วๆ ไปรูปหนึ่ง ซึ่งตลอดเวลาที่ผ่านมาไม่ได้พยายามด้วยตนเอง หรือมีคนอื่นพยายาม ทำให้ชาวพุทธบางส่วนเข้าใจว่าท่านมีคุณวิเศษ เป็นเกจิอาจารย์ เป็นผู้ซึ่งควรแก่การที่ฆราวาสจะกราบไหว้บูชาได้อย่างสนิทใจ ปัญหาของดิฉัน หรืออาจของใครหลายคนด้วย อยู่ที่ว่าตกลงแล้วภาพลักษณ์ที่ครูบาไก่สร้างขึ้นเพื่อต้องการให้ชาวบ้านเข้าใจ กับภาพลับที่มีคนขุดแฉออกมา เป็นภาพเดียวกันหรือเปล่า ครูบาไก่เบื้องหน้ากับเบื้องหลัง สะอาดบริสุทธิ์เหมือนกันหรือไม่ นี่คือสิ่งที่ดิฉันสนใจและตั้งคำถามค่ะ” แพรรี่โพสต์ระบุ