พปชร.เปิดตัว 71ผู้สมัครสส. มีลูกบิ๊กบังด้วย
ครม.อนุมัติ 5.9 พันล้านให้กกต.จัดเลือกตั้ง พปชร. เปิดตัว‘สกลธี’ พร้อม 71 ว่าที่ ผู้สมัคร 4 ภาค ส่งลูก ‘บิ๊กบัง’ ชิงกทม.สั่งลูกพรรคหาเสียงเน้นเคาะประตูบ้าน ชูสโลแกน ‘ป้อม 700’ รวมไทยสร้างชาติ ขยับเวลาเปิดปราศรัยชุมพร 28 ม.ค. จากกลางวันเป็นหัวค่ำ เลี่ยงชน ‘ป้อม’ หาเสียง ‘ตู่’ ฉุนสื่อจี้ถามปมโดนปาดหน้าลงพื้นที่หาเสียง ลั่นไม่ได้ผูกขากันไว้ ใครไปไหนก็ได้ เผย 2 ป.คุยกะหนุงกะหนิงระหว่างประชุมครม. ‘อุ๊งอิ๊ง’ ขนแกนนำเพื่อไทยบุกอีสาน-กลาง เปิดปราศรัยใหญ่ 3 วันรวด 27-29 ม.ค. ชาติพัฒนากล้าแถลงชู 12 นโยบาย หารายได้ใหม่ 5 ล้านล้าน ใน 5 ปี
ตู่ยันลงพื้นที่-แยกบทบาทชัด
เวลา 12.30 น. วันที่ 24 ม.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์หลังการประชุมครม. ถึงการเดินทางลงพื้นที่ไปตรวจราชการที่ อ.ด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี ช่วงบ่ายวันนี้ โดยไม่มีกำหนดการล่วงหน้า ว่า เป็นกำหนดการมาหลายวันแล้วในการไปแก้ปัญหาที่ดินทำกิน ซึ่งต้องไปดูแลเกี่ยวกับเรื่องเกษตรกรและที่ดินทำกินต่างๆ หลังได้รับการร้องเรียนมาก็ต้องไปดูแลและแก้ปัญหา ยืนยันไม่ได้ไปเรื่องอื่น ทั้งหมดที่นายกฯ ไปในเวลาราชการเป็นการทำงานตามกรอบของนายกฯและของรัฐบาลอยู่แล้ว
เมื่อถามว่า ปัจจุบันนายกฯ ต้องลงพื้นที่ทั้งในภารกิจของนายกฯ และในนามของพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) โดยยอมรับว่า แน่นอนบทบาทของตนก็ต้องเปลี่ยนไปตามวาระที่ไป อะไรที่เป็นเรื่องของรัฐบาลก็ไป เพราะตนมีหน้าที่เป็นนายกฯ ต้องดูแลประชาชนทั้งประเทศ ติดตามแผนงานโครงการว่าได้ผลหรือไม่ได้ผลอย่างไร มีปัญหาส่วนไหนก็ต้องไปแก้ ส่วนเรื่องของพรรคก็เป็นเรื่องการหาเสียงก็ว่ากันไป ตนก็ต้องกำหนดบทบาทให้ชัดเจนเท่านั้นเอง
ฉุนสื่อเสนอข่าวปมปาดหน้า
เมื่อถามถึงการลงพื้นที่ จ.ชุมพร 28 ม.ค.นี้ ที่จะเป็นเวทีปราศรัยครั้งแรก พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า เรื่องนี้เดี๋ยวค่อยว่ากันอีกที เป็นเรื่องของรทสช. เมื่อถามว่าแต่วันเดียวกัน พล.อ. ประวิตรจะลงพื้นที่ชุมพรด้วย พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า “ใครจะไปก็ไปสิ แผ่นดินผืนนี้ ใครไปไหนก็ไปได้ไม่ใช่หรือ ใครจะไปก่อน ไปหลังก็ไม่ได้มีปัญหา ไม่ได้ขัดข้อง อย่าไปเสนอข่าวทำนองนี้นะเพราะไม่เกิดประโยชน์อะไรอยู่แล้ว”
เมื่อถามว่าหลายคนมองการลงพื้นที่ของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เป็นการปาดหน้าชิงคะแนนเสียง พล.อ.ประยุทธ์กล่าวน้ำเสียงฉุนเฉียว ว่า “คนที่มองก็สื่อไม่ใช่หรือ คนอื่นไม่ได้มามอง” เมื่อสื่อพยายามถามต่อในประเด็นดังกล่าว พล.อ.ประยุทธ์ตัดบทว่า “ไม่มีแต่พอแล้ว”
ลั่นไม่ได้ผูกขากันไว้
เมื่อถามว่าเป็นการลงพื้นที่ในเวลาใกล้เคียงกันจึงเลี่ยงจะมองแบบนั้นไม่ได้ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวเสียงดังว่า “ผมไม่ได้ผูกขาเขาไว้นี่นา ท่านก็ไม่ได้ผูกขาผม ผมไปไหนก็ไปได้ ท่านไปไหนก็ได้ ไปเวลาเดียวกันก็ได้ไม่มีปัญหาหรอก”
เมื่อถามว่าเป็นยุทธศาสตร์ทางการเมืองหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ตอบ แต่เดินออกจากวงสัมภาษณ์ทันที และช่วงท้ายเมื่อถามว่า ตอนนี้ดูเหมือนพี่น้อง 2 ป. มีระยะห่างต่อกัน พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า “ไม่มีหรอกครับ” ก่อนเดินขึ้นตึกไทยคู่ฟ้าไปทันที
ขยับเวลาปราศรัย-เลี่ยงป้อมปาดหน้า
มีรายงานข่าวว่า รทสช.ได้เลื่อนกำหนดการปราศรัยที่ จ.ชุมพร จากเดิมจะปราศรัยที่สนามหน้าที่ว่าการ อ.เมือง เวลา 10.00-12.00 น. แต่หลังจากมีข่าวว่า พล.อ.ประวิตรจะลงพื้นที่จ.ชุมพร ช่วงเช้า จึงปรับแผนโดยเปลี่ยนเวลาเป็นช่วงเย็น โดย นายกฯ และคณะจะเดินทางจากกรุงเทพฯ โดยเครื่องบินเช่าเหมาลำ การปราศรัยจะเริ่มขึ้นเวลา 17.00 น. โดยนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ต่อด้วย นายธนกร วังบุญคงชนะ นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ไฮไลต์อยู่ที่พล.อ.ประยุทธ์ จะพบปะประชาชนและขึ้นเวทีปราศรัยซึ่งถือเป็นครั้งแรก ในเวลาประมาณ 18.45 น.
ขณะเดียวกัน คณะทำงานของพล.อ.ประวิตร อยู่ระหว่างพิจารณาจัดสรรเวลาลงพื้นที่ จ.ชุมพร วันเดียวกับที่พล.อ.ประยุทธ์ กำหนดปราศรัยใหญ่
ป้อมยัวะสื่อซักปมปาดหน้าตู่
ด้าน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รอง นายกฯ หัวหน้าพปชร. ซึ่งเดินทางมาเข้าร่วมประชุมครม. เมื่อถูกถามว่าเสาร์ที่ 28 ม.ค.จะลงพื้นที่ จ.ชุมพร ใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตร ไม่ตอบ แค่หันหน้ามามองกลุ่มสื่อมวลชนด้วยสีหน้ายิ้มๆ อย่างอารมณ์ดี แต่ไม่กล่าวตอบอะไร
หลังประชุม ครม. พล.อ.ประวิตรยังปฏิเสธจะตอบถึงกระแสข่าวลงพื้นที่จ.ชุมพร 28 ม.ค.นี้หรือไม่ แต่เมื่อผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามว่าช่วงนี้ได้พูดคุยกับ พล.อ.ประยุทธ์ หรือไม่ ทำให้พล.อ.ประวิตร หันมาตอบกลับแบบมีอารมณ์ว่า “คุยทุกวัน โธ่ ถามอยู่ได้ คุยทุกวัน”
เมื่อถามว่าพูดคุยกันดีแล้วใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า “ไม่มีอะไร” เมื่อถามว่าจะมีการพูดคุยชี้แจงเรื่องลงพื้นที่หรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า “ไม่มี ไม่รู้” ก่อนขึ้นรถออกจากทำเนียบ
ทั้งนี้ ช่วงเย็น พล.อ.ประวิตรเดินทางเข้าที่ทำการพรรคเพื่อเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กทม. เมื่อถามถึงกำหนดการลงพื้นที่ช่วงเวลานี้ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ไม่มี ไม่มี เมื่อถามว่าถึงกระแสข่าวเตรียมลงพื้นที่ จ.ชุมพร 28 ม.ค. พล.อ.ประวิตร กล่าวเสียงดังว่า “ไม่มี้ ไม่มี” เมื่อถามว่ามีกำหนดการลงพื้นที่ 26 ม.ค.นี้หรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า “ไม่มีก็ไม่สิ ปัดโธ่เอ๊ย! ถามอยู่ได้ถามทั้งวัน”
2 ป.คุยกะหนุงกะหนิง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การประชุมครม. เป็นไปอย่างรวดเร็ว ทั้งที่มีวาระประชุมถึง 54 วาระ เนื่องจาก พล.อ.ประยุทธ์มีภารกิจติดตามการแก้ปัญหาที่ดินทำกินที่ อ.ด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี การประชุมครม.ส่วนใหญ่พูดกันที่เนื้อหาของวาระประชุม ไม่มีการแสดงความคิดเห็นแตกประเด็นเหมือนทุกครั้ง ไม่มีการหยิบยกเรื่องการอภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 152 ไม่มีการพูดคุยถึงสถานการณ์การเมืองในปัจจุบันขึ้นมาพูดคุยหารือ
อย่างไรก็ตามท่ามกลางกระแสข่าว พล.อ.ประยุทธ์ และพล.อ.ประวิตร ช่วงชิงการลงพื้นที่หลายครั้ง จนเกิดเสียงวิจารณ์ว่าพล.อ.ประวิตร ปาดหน้าแย่งคะแนน แต่ปรากฏว่าในครม. พล.อ.ประยุทธ์ และ พล.อ.ประวิตร ซึ่งนั่งติดกันได้พูดคุยกันอย่างสนิทสนมเหมือนปกติ ไม่มีท่าทีระหองระแหงแต่อย่างใด
พท.คิกออฟปราศรัย 3 วันรวด
เวลา 10.30 น. ที่ทำการ พท. นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย กล่าวว่า ช่วงปลายก.พ. ครอบครัวเพื่อไทยเตรียม เปิดเวทีปราศรัยใหญ่หลายจังหวัดในภาค ตะวันออกเฉียงเหนือและภาคกลาง นำโดยนพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรค น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ประธานคณะที่ปรึกษาด้านการมีส่วนร่วมและนวัตกรรม และหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย นายสุทิน คลังแสง รองหัวหน้าพรรค น.ส.จิราพร สินธุไพร กก.บห.พรรค นายจาตุรนต์ ฉายแสง และตน
เริ่มเวทีแรก 27 ม.ค.ลงพื้นที่และเปิดเวทีปราศรัยใหญ่ที่สนามกีฬากลาง จ.เลย ในเวลา 13.30-15.00 น. ตามด้วยเวทีที่ลานตลาดนัดเก้าค่ำ ต.กุดดินจี่ อ.นากลาง จ.หนองบัวลำภู วันที่ 28 ม.ค.เปิดเวทีปราศรัยที่ อ.ท่าบ่อ จ.หนองคาย ในเวลา 09.00 น. จากนั้นไปปราศรัยใหญ่ที่ อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย ส่วนวันที่ 29 ม.ค. เปิดเวทีปราศรัยใหญ่ที่ลาน อบจ. อ.เมืองกาญจนบุรี เริ่มเวลา 17.30 น. โดยก่อนหน้านั้นจะลงพื้นที่พบปะผู้ประกอบการท่องเที่ยวของจ.จันทบุรี
จ่อเปิดเวทีใหญ่ในกทม.
ทั้ง 3 วันนี้จะเป็นการคิกออฟเวทีปราศรัยใหญ่ของพรรค พร้อมรณรงค์เป้าหมาย แลนด์สไลด์เพื่อไทยเท่านั้น เราจะเดินหน้าในจังหวัดที่อยู่ห่างไกล กทม. ที่สามารถเดินทางด้วยเครื่องบิน เดินทางถี่ได้ เพื่อให้เหมาะสมกับน.ส.แพทองธารที่อยู่ระหว่างการตั้งครรภ์ ซึ่งเจ้าตัวยืนยันไม่เป็นอุปสรรค และแสดงความพร้อมตลอดเวลาในการลงพื้นที่ การเสวนารวมทั้งการขึ้นเวทีปราศรัย
ทุกองคาพยพกำลังทำงานอย่างหนักเพื่อเตรียมลงพื้นที่พบปะประชาชน หากประกาศยุบสภาภายใน ก.พ.จะมีการเปิดเวทีปราศรัยใหญ่ใน กทม. ซึ่งอาจประกาศนโยบายในโค้งสุดท้ายก่อนเลือกตั้ง แต่หากไม่มีการยุบสภา โปรแกรมการลงพื้นที่และเปิดเวทีปราศรัยใหญ่ทุกอย่างจะเดินหน้าตามแนวทางที่กำหนดไว้ เดือนมี.ค.จะเดินหน้านำเสนอนโยบายและแนวทางของพรรคต่อประชาชน คาดการณ์ พล.อ.ประยุทธ์ต้องการรักษาอำนาจให้นานที่สุด คาดจะลากไปถึงสัปดาห์สุดท้ายของเดือนมี.ค. แต่บรรยากาศสภาล่มไม่เป็นท่า ขณะที่ฝ่ายบริหารมีการชิงไหว ชิงพริบในพรรคร่วมรัฐบาล จากที่พล.อ. ประวิตร ลงพื้นที่ปาดหน้าพล.อ.ประยุทธ์ บรรยากาศทั้งหมดมีความเป็นไปได้ที่พล.อ.ประยุทธ์อาจยุบสภาเร็วขึ้น โดยมีเงื่อนไขสำคัญคือการอภิปรายแบบไม่ลงมติตามมาตรา 152
ชพก.เปิด 12 นโยบายสู้เลือกตั้ง
ที่โรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ กรุงเทพ พรรคชาติพัฒนากล้า (ชพก.) นำโดย นายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรค นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานพรรค นายเทวัญ ลิปตพัลลภ เลขาธิการพรรค นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ ประธานยุทธศาสตร์และนโยบายเศรษฐกิจ พร้อมแกนนำ ว่าที่ผู้สมัครส.ส. และสมาชิกพรรค ร่วมแถลงเปิดตัวนโยบาย
นายสุวัจน์กล่าวว่า 35 ปีที่ตนอยู่ในการเมืองไม่เคยเจอวิกฤตอย่างนี้ ชพก.พร้อมอาสาและมีนโยบายรื้อโครงสร้างเศรษฐกิจ ให้ทุกคนมีงาน มีเงิน และของไม่แพงแนวคิดคือการสร้างแพลตฟอร์มเศรษฐกิจใหม่ บนพื้นฐานของทรัพยากรที่เข้มแข็งและสร้างความยั่งยืนให้ประชาชน
นโยบาย 12 ด้าน เป้าหมายกอบกู้วิกฤตเศรษฐกิจชาติ ได้แก่ 1.หาเงินใหม่ให้ประเทศ 5 ล้านล้านบาท 2. ลดภาษีบุคคคล เงินเดือน 40,000 บาทแรกไม่ต้องเสียภาษี 3.น้ำมัน แก๊ส ไฟฟ้าต้องถูกลง รื้อโครงสร้างพลังงาน 4. ยกเลิกแบล็กลิสต์บูโร ระบบสินเชื่อ 5.รื้อระบบราชการ ใช้ GOv-Tech ราชการ มือถือรวดเร็ว ปลอดคอร์รัปชั่น 6.เกษตรสร้างชาติ เพิ่มมูลค่าด้วยเทคโนโลยี-อุตสาหกรรม 7.สร้างเด็กไทย 3 ภาษา 8.ทุนธุรกิจสร้างสรรค์ สูงสุดรายละ 1 ล้านบาท 9. สูงวัยไฟแรง งานใหม่ 5 แสนตำแหน่ง 10. อารยสถาปัตย์ เพื่อผู้สูงวัยและผู้พิการ 11.มอเตอร์เวย์ทั่วไทย 4 ทิศ 2,000 ก.ม. 12.ท่องเที่ยวนำไทย เพิ่ม นักท่องเที่ยว 2 เท่า

เปิดนโยบาย – นายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานที่ปรึกษาพรรค แถลงเปิดนโยบายเศรษฐกิจ ภายใต้แคมเปญ ‘งานดี มีเงิน ของไม่แพง’ ที่โรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ เมื่อ 24 ม.ค.
สร้างรายได้5ล้านล.ใน 5 ปี
ด้านนายกรณ์กล่าวถึงนโยบายสร้างรายได้ใหม่ให้คนไทย 5 ล้านล้านบาท ในช่วงเวลา 5 ปี หากขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ที่นำเสนอทำได้แน่นอน ยุทธศาสตร์ 7 กลุ่ม คือ กลุ่มยุทธศาสตร์สีเขียว คือ รักษ์โลก แก้ปัญหาโรคร้อน นำประเทศสู่ภาวะเป็นกลางทางคาร์บอน, กลุ่มยุทธศาสตร์สีเทา นำธุรกิจและเศรษฐกิจสีเทาสู่ที่สว่าง ทำกาสิโน รีสอร์ตสร้างรายได้ให้ประเทศ แก้ปัญหาเงินจากบ่อนใต้ดิน ลอตเตอรี่ราคาแพง, ยุทธศาสตร์สีขาว ตั้งกองทุนให้ 77 จังหวัด ส่งเสริมการท่องเที่ยวสายมู
ยุทธศาสตร์เศรษฐกิจสร้างสรรค์ ตั้งกองทุนสนับสนุนคนไทยเป็นเจ้าของแพลตฟอร์ม เช่น การจองห้องพัก, ยุทธศาสตร์สีฟ้า ใช้เทคโนโลยีปฏิรูประบบราชการ ลดโอกาสการทุจริต ลดต้นทุนการบริหารจัดการ, ยุทธศาสตร์สีเหลือง ใช้ซอฟต์เพาเวอร์ของไทยทั้งศิลปวัฒนธรรม อาหาร กีฬา เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจ, ยุทธศาสตร์สีเงินเพื่อ ผู้สูงอายุ ให้เงินสนับสนุนผู้ประกอบการ เพื่อจ้างงานผู้สูงอายุและมีกองทุน 50,000 บาทต่อครัวเรือน เพื่อปรับอารยสถาปัตย์ เพื่อการใช้ชีวิตของผู้สูงอายุ ตั้งเป้า 4 ล้านครัวเรือนในปีแรก และยุทธศาสตร์สีรุ้ง ยุทธศาสตร์ของพรรคคือการสร้างรายได้ใหม่ให้คนไทยและประเทศ มีงานดี มีรายได้ที่เหมาะสม มีเงินพออยู่พอกิน มีความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ไม่มีหนี้สิน และไม่แพงคือ ผู้ประกอบการมีกำไรที่เหมาะสม
มั่นใจคัมแบ๊ก-กวาดส.ส.โคราช
นายสุวัจน์ให้สัมภาษณ์ว่า หลังจากเปิดตัวนโยบายเศรษฐกิจภาพรวมแล้ว จากนี้จะไปเปิดตัวนโยบายในพื้นที่ จ.นครราชสีมา ซึ่งเป็นนโยบายเฉพาะพื้นที่จ.นครราชสีมาและพื้นที่ภาคอีสาน ในวันที่ 14 ก.พ.ส่วนเป้า ส.ส.นคร ราชสีมา เบื้องต้นพรรคจะส่งให้ครบ 16 เขต จะได้เท่าไรขึ้นอยู่กับประชาชน แต่มั่นใจ ชพก.จะคัมแบ๊กและได้ส.ส. มากกว่าเดิมแน่นอน
เมื่อถามถึงการจับขั้วการเมือง นายสุวัจน์กล่าวว่า การเมืองมี 2 อย่างคือฝ่ายค้านและรัฐบาล หากเป็นรัฐบาลก็ดีเพื่อนำนโยบายไปปฏิบัติ ขณะที่ฝ่ายค้านคือฝ่ายตรวจสอบ ซึ่งแล้วแต่ผลของการเลือกตั้ง พรรคไปได้ทั้ง 2 กรณี เมื่อถามว่าแสดงว่าจับมือได้ทั้ง 2 ขั้วใช่หรือไม่ นายสุวัจน์กล่าวว่า ตนไม่เห็นมีขั้วการเมือง
พปชร.เปิดตัวสกลธี-71ชิงส.ส.
เวลา 16.00 น. ที่ทำการ พปชร. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ในฐานะหัวหน้าพรรค นายวิรัช รัตนเศรษฐ รองหัวหน้าพรรค นายไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวหน้าพรรค นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ เหรัญญิกพรรค นายสกลธี ภัทธิยกุล ร่วมเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. 4 ภาค และว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กทม. รวม 71 คน แบ่งเป็นต่างจังหวัด 43 คน
จากนั้นร่วมกันเปิดตัว นายสกลธี ภัททิยกุล อดีตรองผู้ว่าฯ กทม. ในฐานะหัวหน้าทีมดูแลการเลือกตั้งใน กทม. พร้อมว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กทม. ล็อตแรก 28 คน อาทิ ร.อ.รชฏ พิสิษฐบรรณกร, นายภักดีหาญส์ หิมะทองคํา, นายกานต์ กิตติอําพน, นายสุวัฒน์ ม่วงศิริ, นายคมสัน พันธุ์วิชาติกุล และ น.ต.นิธิ บุญยรัตกลิน ลูกชาย พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน อดีตผบ.ทบ. อดีตหัวหน้า คมช.
สั่งเคาะประตูบ้านทุกหลัง
พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า วันนี้เราเปิดผู้สมัคร 71 คน และเปิดไปแล้ว 350 คน จะทยอยเปิดต่อเนื่องให้ครบทุกเขตเลือกตั้ง พยายามจะส่งให้ครบทุกจังหวัดทั้ง 400 คน อยากฝากให้ ผู้สมัครทั้งหลายลงพื้นที่ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้ให้มากที่สุด อยู่ที่ทุกคนต้องทำงาน อย่างหนัก และต้องระมัดระวังเกี่ยวกับเรื่องผิดกฎหมาย ขอให้ผู้สมัครพยายามเดินตามบ้านเรือนทุกหลัง ขอให้อดทน ต้องเดินให้มาก ฝากหัวคะแนนอย่าเดียวคงไม่พอ พปชร.ก้าวข้ามความขัดแย้ง ขจัดทุกปัญหา พัฒนาพื้นที่ ฝากผู้สมัครทุกคนเรื่องนี้ด้วย ส่วนพวกผู้สมัครส.ส.ที่สูงอายุให้ใช้รถ หรือจักรยานก็ได้
หลังเปิดตัวนายวิรัชประกาศว่า เวทีปราศรัยที่แรกของพรรคคือ “ป้อมปราบศัตรูพ่าย” เรียกเสียงฮือฮาจากบรรดาว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เพราะล้อมาจากชื่อเล่นของ พล.อ.ประวิตร และยังเป็นชื่อมงคลที่ปราบศัตรูพ่ายหมด
ย้ำผู้สมัครหาเสียง‘ป้อม700’
ก่อนหน้าเปิดตัวว่าที่ผู้สมัครส.ส. พปชร.มีการอบรมว่าที่ผู้สมัครส.ส.รุ่นที่ 5 ที่จะลงสมัครรับเลือกตั้งทั้งในกทม. โดยนายวิรัช รัตนเศรษฐ รองหัวหน้าพรรค ระบุ การอบรมเน้นเรื่องเทคนิคการหาเสียงและปราศรัย โดยเน้นย้ำในส่วนของนโยบายบัตรประชารัฐ 700 บาทต่อเดือน หรือ “ป้อม700” ที่เป็นสโลแกนจำง่ายและจะเป็นตัวชูการหาเสียง จึงมั่นใจจะเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้พรรคได้รับชัยชนะ สัปดาห์หน้าจะทยอยเปิดนโยบายอื่นๆ เพิ่มเติมอีก หลังจากนี้ พปชร. พล.อ.ประวิตรจะเดินสายลงพื้นที่อีกหลายจังหวัด แต่ยังไม่มีกำหนดการออกมาชัดเจน
ช่วงหนึ่งนายวิรัช แนะนำ นางศรีสมร รัศมีฤกษ์เศรษฐ์ หรือซ้อเจน ที่เพิ่งย้ายมาจากปชป. และจะลงสมัครส.ส.บัญชีรายชื่อ ช่วยสนับสนุนพื้นที่จ.กาญจนบุรี ซึ่งเป็นจังหวัดที่ พปชร.บอบมากช้ำที่สุด เพราะมีการย้ายออกไปคนละแห่ง ท้ายสุดมีคนเข้ามาช่วย
ครม.อนุมัติ 6 พันล.จัดเลือกตั้ง
นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการ นายกฯ ฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า ครม.อนุมัติหลักการให้สำนักงาน กกต. 5,945 ล้านบาท เป็นค่าใช้จ่ายในการควบคุมและการจัดการเลือกตั้งส.ส.ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพ แบ่งเป็น ค่าใช้จ่าย รายการค่าใช้จ่ายในการควบคุมและจัดการเลือกตั้งส.ส. ที่ดำเนินการโดยสำนักงาน กกต. 5,104,546 บาท อาทิ ภารกิจจัดการเลือกตั้งส.ส. เตรียมความพร้อมบุคลากร วิทยากร และเจ้าพนักงานดำเนินการเลือกตั้งส.ส.ทุกระดับ รวมทั้งภารกิจจัดการเลือกตั้งกรณีกกต.สั่งให้ลงคะแนนเลือกตั้งใหม่แทนตำแหน่งที่ว่าง รายการค่าใช้จ่ายในการควบคุมและจัดการเลือกตั้ง ดำเนินการโดยหน่วยงานสนับสนุน ทั้งราชการและรัฐวิสาหกิจ รวม 10 หน่วยงาน วงเงิน 840,614,250 ล้านบาท
นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ กล่าวว่า การของบครั้งนี้ของกกต. ไม่มีนัยทางการเมือง เป็นเรื่องจำเป็นที่ต้องขอผูกพัน หากมีการเลือกตั้งใช้เท่าไรก็เท่านั้น กกต.ขอมา 5,945 ล้านบาท หากเหลือก็จะเก็บไว้ กกต.ได้แจกแจงรายละเอียดทั้งหมดมาแล้ว ส่วนจะใช้ทั้ง 6 พันล้านหรือไม่นั้นตนไม่ทราบ ได้ทำความเข้าใจไว้แล้วว่าเมื่อถึงเวลาจะใช้ต้องมาพูดกันอีกครั้งว่าใช้เท่าไร
‘หน่อย’อ้ารับชวลิต-การุณ
ที่พรรคไทยสร้างไทย (ทสท.) คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรค พร้อมคณะผู้บริหาร ต้อนรับ นายการุณ โหสกุล อดีตส.ส.กทม. นายชวลิต วิชยสุทธิ์ อดีตส.ส.นครพนม เข้าเป็นสมาชิกพรรค คุณหญิงสุดารัตน์มอบและสวมเสื้อทสท. ให้กับอดีตส.ส.ทั้งสองคน
คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวว่า ยินดีที่เราจะได้นักรบที่หัวใจเต็มเปี่ยมไปด้วยประชาธิปไตย ทั้ง 2 คนจะนำทัพทสท.เข้มแข็ง จะไม่ใช่ 2 คนสุดท้าย แต่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น ที่จะมีอดีต ส.ส.เข้ามาทำงานอีกหลายคน

เปิดตัว – คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย ต้อนรับนายชวลิต วิชยสุทธิ์ อดีตส.ส.นครพนม และนายการุณ โหสกุล อดีตส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย สมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรคไทยสร้างไทย เมื่อวันที่ 24 ม.ค.
3 มิตรยังกั๊ก-ชี้มีเวลาตัดสินใจ
นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม และประธานยุทธศาสตร์พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ให้สัมภาษณ์ถึงความชัดเจนของกลุ่มสามมิตร หลังการเมืองมีการย้ายเข้าออกกันมากขึ้นว่า ถ้าดูจากข่าวสารเชิงลึกมีการควบรวมกันหลายพรรค จะเป็นข้อมูลที่ทำให้จำนวน ส.ส. อดีต ส.ส.และผู้สมัครแต่ละพรรคที่ควบรวมกันเปลี่ยนแปลงไปเพิ่มขึ้น ซึ่งต้องให้เวลากับการควบรวมอีกสักระยะ ยังมีเวลาอยู่ ฉะนั้นเรื่องของกลุ่มสามมิตรปล่อยให้เป็นตามธรรมชาติ
เมื่อถามว่าจุดยืนของสามมิตร ถ้าถึง 7 ก.พ.คือชัดเจนยังไม่มีการออกจาก พปชร. นายสมศักดิ์กล่าวว่า “พอแล้ว การเมืองขอตอบพอแล้ว มันเป็นคำถามซํ้าซาก พอเถอะนะการเมือง เอาไว้แค่นั้นที่ผมตอบไปแล้ว ว่ามันมีข้อมูลเรื่องควบรวมพรรค” เมื่อถามว่าแม้ชัดเจนแล้วว่า ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา จะกลับมา พปชร. กลุ่มสามมิตรก็ยังอยู่ที่เดิม นายสมศักดิ์กล่าวว่า “คุณก็ถามการเมืองอยู่นั่น ผมไม่อยากตอบซ้ำเดิม ขอโทษด้วย”
จุติปัดข่าวย้ายพรรค-เบื่อตอบ
นายจุติ ไกรฤกษ์ รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์(พม.) ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวจะย้ายจากพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ว่า ปชป.เป็นสถาบัน ดังนั้นพรรค ยิ่งใหญ่กว่าบุคคลใดทั้งสิ้น ปชป.อยู่มานาน 70-80 ปีแล้ว คนไปคนมาเยอะแต่พรรคก็อยู่ได้ อยากให้ประชาชนสนใจพรรคไหนทำประโยชน์ให้ประชาชน มากกว่าสนใจว่าใครจะย้ายไปอยู่พรรคไหน เพราะบุคคลไม่สำคัญเท่าสถาบัน ส่วนที่มีชื่อนายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ ส.ส.ตาก ปชป.จะย้ายพรรคนั้น ตนได้สอบถามนายชัยวุฒิแล้ว ยืนยันว่าไม่เคยพูดกับใครเรื่องย้ายพรรค
เมื่อถามว่าแสดงว่าจะไม่ย้ายพรรค นายจุติกล่าวว่า เมื่อวันปีใหม่และวันเด็ก ตนยังไปทำกิจกรรมกับพรรคอยู่เลย ไม่รู้ว่าข่าวมาจากไหน เบื่อที่จะตอบคำถามนี้แล้ว
ภท.รอหารือปรับครม.แทน‘ป้อ’
นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรมว.สาธารณสุข หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ให้สัมภาษณ์กรณี นายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล ลาออกจากรมช.คมนาคม แจ้งการลาออกอย่างไร ว่า นายวีรศักดิ์ ลาออกตาม ขั้นตอน ตอนนี้ก็ยังเป็นสมาชิก ภท.อยู่ แต่ไม่ได้เป็น กก.บห.พรรค เมื่อถามถึงกระแสข่าวนายวีรศักดิ์จะไปอยู่พรรคเพื่อไทย(พท.) รวมถึง นายอภิชา เลิศพชรกมล ที่มีข่าวจะ ลาออกไปด้วย นายอนุทินกล่าวว่า ยังไม่ทราบ นายวีรศักดิ์แจ้งเพียงสุขภาพไม่ดี เมื่อตัดสินใจลาออก ก็ต้องให้กำลังใจ ขอให้ไปรักษาตัวให้แข็งแรง
เมื่อถามถึงกระแสข่าวจะไปพท. จะทำให้พื้นที่นครราชสีมายวบไปหรือไม่ หรือจะ ให้ใครมาดูแลแทน นายอนุทินกล่าวว่า การ มีส.ส.เข้าหรือออก เป็นเรื่องความสบายใจ เป็นเรื่องปกติ สมมติมีจาก ภท.ไป พท.จะได้เคลียร์ว่าใครเป็นประชาธิปไตยไม่เป็นประชาธิปไตย และเลิกคุยเรื่องนี้ เพราะ เมื่อคน พท.มาอยู่ ภท.ถูกกล่าวหาไม่เป็นประชาธิปไตย แต่ตอนนี้คน ภท.ไป พท.เป็นประชาธิปไตยหรือไม่ สรุปได้ว่าทุกอย่างเป็นประชาธิปไตย
เมื่อถามว่าการลาออกของนายวีรศักดิ์ ไม่เกี่ยวกับความขัดแย้ง นายอนุทินกล่าวว่า ไม่มี บุคลิกของนายวีรศักดิ์ไม่น่าจะมีใครโกรธลง เพราะยิ้มทั้งวัน เมื่อถามว่าจะเสนอให้ปรับครม.แทนหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ขอหารือกับนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม ในเบื้องต้นก่อน เพราะมีหลายปัจจัยประกอบกัน ทั้งเรื่องเวลาที่เหลือของสภาอีก 2 เดือน
สภาร่วมถกร่างแก้รธน.วันนี้
นายอรรถกร ศิริลัทธยากร ส.ส.พปชร. เลขานุการวิปรัฐบาล เผยถึงการนัดประชุมร่วมรัฐสภา 25 ม.ค.ว่า มีวาระพิจารณา 2 เรื่อง คือร่างพิธีสารเพื่อแก้ไขข้อตกลงว่าด้วยการยอมรับร่วมรายสาขาของอาเซียน สำหรับการตรวจประเมินตามมาตรฐานวิธีการในการ ผลิตยา ที่ครม.เสนอ จากนั้นพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่..) พ.ศ… ซึ่งพท.เสนอให้แก้ไขมาตรา 159 ว่าด้วยการเลือกนายกฯ จากบัญชีของพรรคที่สนับสนุนให้ดำรงตำแหน่งนายกฯ ซึ่งเพิ่มให้บุคคลที่สภาจะเลือกเป็นนายกฯ มาจากส.ส.ได้ และยกเลิกมาตรา 272 ว่าด้วยอำนาจส.ว.ร่วมเลือกนายกฯ ในที่ประชุมรัฐสภา เบื้องต้นวางกรอบเวลาไว้ฝ่ายละ 2 ชั่วโมง 30 นาที แต่ยังไม่มีข้อยุติที่ตกผลึก ต้องหารือร่วมกันอีกครั้ง
ด้านนายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลฯ พท. รองประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวว่า การพูดคุยกับวิปรัฐบาลและวิปวุฒิสภาเบื้องต้น คาดว่าจะใช้เวลาอภิปรายวาระแก้ไขรัฐธรรมนูญรวม 5-6 ชั่วโมง ลงมติวาระแรกไม่เกิน เวลา 17.00 น. การลงมติจะใช้วิธีการขานชื่อเป็นรายบุคคล คาดว่าจะแล้วเสร็จไม่เกิน 21.00 น.
ฝ่ายค้านยื่นฟันศักดิ์สยาม
รายงานข่าวจากพรรคร่วมฝ่ายค้านเผยว่า พรรคร่วมฝ่ายค้านมีมติเสนอคำร้องผ่าน นายชวน หลีกภัย ประธานสภา เรื่อง ขอให้ส่งคำร้องไปยังประธานศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยว่าความเป็นรัฐมนตรีและสมาชิกภาพส.ส. ของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม สิ้นสุดลง และให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง คาดว่าจะยื่นต่อประธานสภา 25 ม.ค.
ข้อหาที่หยิบยกมาเป็นกรณีการใช้นอมินีถือหุ้น ก่อนหน้านี้นายศักดิ์สยาม ถือหุ้นในบริษัทรับเหมาก่อสร้าง ต่อมาให้พนักงานเป็นผู้ถือหุ้นแทน แต่โดยพฤตินัยนายศักดิ์สยามคือเจ้าของบริษัทตัวจริง ขณะที่บริษัทแห่งนี้ รับงานภายในกระทรวงคมนาคม เข้าข่ายเอื้อผลประโยชน์ต่อบริษัทดังกล่าวทั้งที่นาย ศักดิ์สยาม เป็นรัฐมนตรีในกระทรวงนี้
ตู่บินด่วนสุพรรณ-ปัดหาเสียง
ทั้งนี้หลังประชุมครม.เสร็จ เวลา 14.30 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ออกเดินทางด้วยเฮลิคอปเตอร์จาก พล.ม.2 รอ. ไปตรวจราชการที่ อ.ด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี เพื่อตรวจติดตามพื้นที่ใช้ประโยชน์ กรณีชาวบ้าน 113 ราย ร้องเรียนการขอจัดสรรที่ดินทำกินล่าช้า
ระหว่างพบปะชาวบ้าน พล.อ.ประยุทธ์ได้รับทั้งพวงมาลัยและดอกไม้ จึงเอ่ยว่า ขอบคุณทุกคน ตนมีกำลังใจมากขึ้น และระหว่างนายกฯ พูดไมค์ติดๆ ดับๆ ชาวบ้านจึงเอ่ยว่า ไม่ต้องใช้ไมค์ นายกฯ ไฟแรงอยู่แล้ว โดยนายกฯ รับปากจะดูแลแต่ต้องตรวจสอบเอกสารสิทธิ และดูว่าชาวบ้านมีที่ดินทำกินอยู่แล้วหรือไม่ พร้อมระบุว่า การจัดสรรถ้านายกฯ ตัดสินไม่ได้ ใครก็ตัดสินใจไม่ได้ ซึ่งสั่งผู้ว่าฯ ไปดำเนินการแล้ว
ชาวบ้านบอกว่าดีใจที่นายกฯ ลงมาดูแลเอง บางคนสวมกอด ขอถ่ายรูป บอกว่าหล่อกว่าในทีวี มีคนขอหอมแก้มด้วยแต่นายกฯ บอกว่าโควิดยังมี ให้แค่ถ่ายรูป
ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ยืนยันว่า มาในฐานะรัฐบาล ไม่ได้มาเอาคะแนนเสียงจากใคร หน้าที่ของนายกฯต้องให้ความเป็นธรรมกับคนทั้งประเทศ มาเพื่อแก้ไขปัญหา ลดความขัดแย้ง ให้ประชาชนได้รับความเป็นธรรม
ธนกรสวน‘วันชัย’อย่าด้อยค่ารทสช.
นายธนกร วังบุญคงชนะ รมต.สำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ว่าเห็นอย่างไรต่อกรณี นายวันชัย สอนศิริ ส.ว. ผวนชื่อพรรค รวมไทยสร้างชาติ เป็น “รวมทาสสร้างชัย” นายธนกรกล่าวว่า แต่ละคนก็เป็นผู้หลักผู้ใหญ่ของบ้านเมือง ฉะนั้นจะพูดจาอะไรก็เป็นผู้ใหญ่ที่พวกเราเคารพ แต่ก็ถือเป็นวิจารณญาณ ให้ประชาชนตัดสินใจดีกว่าว่าพฤติกรรมของแต่ละคนเป็นแบบไหนอย่างไร การหาเสียงหรือทำงานการเมืองสมัยใหม่นี้อย่าไปทำในลักษณะด้อยค่า ดูถูก ดูแคลน โจมตีดิสเครดิตกันไปมา แม้แต่ตนเองก็พยายามจะลดตรงนี้ลง ควรจะเสนอนโยบายที่เป็นประโยชน์กับประชาชน
เมื่อถามว่าการทำหน้าที่ส.ว.กับการศึกษาเรื่องโหราศาสตร์ไปด้วย และมาวิจารณ์ อย่างนี้ถือเป็นการดิสเครดิตหรือไม่ นายธนกรกล่าวว่า ตัวนายวันชัยทราบอยู่แล้วว่าคิดอะไร ตนคงไม่ไปก้าวล่วง ใครจะพูดอะไรประชาชนก็เห็นอยู่