พบเมา-ไร้พาสปอร์ตพูดจีนเลยไม่เข้าใจกันยอมรับมีเหตุโต้เถียงแต่สุดท้ายปล่อยตัวเร่งขอข้อมูลคนแฉ

ตร.แจงวุ่น ปมไถเงินดาราสาวไต้หวัน หลังนักแสดงโพสต์ไอจีแฉ บช.น.สอบ 7 ตำรวจห้วยขวาง ยันตั้งด่านเจออีกฝ่ายเมาไม่มีพาสปอร์ต แต่คุยกันไม่รู้เรื่อง เพราะพูดคนละภาษา สุดท้ายปล่อยตัวไป ไม่มีเรียกรับเงินตามที่ถูกหล่าวหา ส่วนพกบุหรี่ไฟฟ้า ก็แค่เตือนผิดกฎหมายไทย

วันที่ 26 ม.ค. พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง โฆษก ตร. เปิดเผย กรณีดารานักแสดงชาวไต้หวัน อันยู๋ชิง หรือ Charlene An อ้างว่า ถูกตำรวจไทยขอค้นตัว ค้นกระเป๋า รีดไถเงินกว่า 20,000 บาทถึงยอมปล่อยตัว ว่าเบื้องต้นทราบตัวนักแสดงสาวคนดังกล่าว และมีข้อมูลว่าเดินทางเข้าประเทศไทย ในวันที่ 29 ธ.ค. 2565 เดินทางออกในวันที่ 5 ม.ค. 2566 จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า เช็กอินห้องพักโรงแรมย่านทองหล่อ โดยสารด้วยรถตู้อเนกประสงค์ ขณะนี้อยู่ระหว่างประสาน ให้คนขับเข้ามาให้ข้อมูลเพิ่มเติม และได้ประสานที่พักตรวจสอบว่านักแสดงสาวเข้าพักที่โรงแรมจริงหรือไม่ รวมทั้งประสาน กับกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) กองบังคับการตำรวจจราจร (บก.จร.) และสน.ทองหล่อ ซึ่งตั้งด่าน ทั้งความมั่นคงและตรวจวัดแอลกอฮอล์ เพื่อให้ตรวจสอบว่ามีการตั้งด่านในช่วงเวลาที่นักแสดงสาวดังกล่าวอยู่ในประเทศไทยในพื้นที่ใดบ้าง โดยเน้นไปจุดที่มีคนต่างชาติพักอาศัย และเป็นสถานที่ท่องเที่ยว อาทิ ทองหล่อ ห้วยขวาง ลุมพินี

พล.ต.ต.อาชยนกล่าวต่อว่า ขณะนี้ได้ติดต่อ ไปยังนักแสดงคนดังกล่าวแล้วผ่านทาง อินสตาแกรมและเฟซบุ๊กเพื่อขอข้อมูลเพิ่มเติม แต่ยังไม่ได้รับการตอบรับ และประสานไปยังเจ้าหน้าที่สำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเปประจำประเทศไทยแล้ว แต่ยังไม่ได้รับการตอบรับเช่นกัน ยืนยันว่าเรื่องนี้จะต้องตรวจสอบอย่างรอบคอบ เนื่องจากเป็นเรื่องละเอียดอ่อนในทุกมิติ เบื้องต้นพบว่าเป็นการเช็กอินหลังเดินทางกลับภูมิลำเนาแล้ว แต่หากตรวจสอบพบเจ้าหน้าที่กระทำผิดจริงสามารถดำเนินคดีอาญากับเจ้าหน้าที่ได้เลย โดยไม่ต้องรอผู้เสียหายเข้ามาร้องทุกข์ แจ้งความ

เมื่อถามว่ากรณีมีการตั้งข้อสังเกตถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่าเกิดตั้งแต่ช่วงปีใหม่ แต่เพิ่งมีประเด็นในช่วงนี้ติดต่อกันเป็นการทำงานทำลายภาพลักษณ์ตำรวจหรือไม่ พล.ต.ต.อาชยนกล่าวว่า จะต้องตรวจสอบข้อมูลที่โพสต์ลงในโซเชี่ยลจะไม่บอกว่าเป็นข้อมูลจริงหรือไม่ เพราะบางครั้งเมื่อกลับ ไปแล้วก็เช็กอินอีกรอบว่าอยู่ที่นี่ที่นั่นจะต้องตรวจสอบ หากพบว่าใครผิดก็ต้องดำเนินการอาญาและวินัย ส่วนเป็นการดิสเครดิตตำรวจหรือไม่ขอให้เป็นดุลพินิจของประชาชนและสื่อมวลชนเอง ตำรวจบอกได้อย่างเดียวว่า ไม่ว่าเหตุการณ์จะเกิดขึ้นวันไหนก็จะต้องตรวจสอบ ทั้งนี้พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. ยังได้สั่งการให้ตรวจสอบเรื่องเจ้าหน้าที่ ตำรวจอำนวยความสะดวกให้แก่นักท่องเที่ยว ต่างชาติในกรณีอื่นๆ อีกด้วย

พล.ต.ต.อาชยนกล่าวอีกว่า จากการ ตรวจสอบพบว่าด่านดังกล่าวเป็นด่านของสน.ห้วยขวาง โดยวันนั้นมีแกร็บขับเข้ามาที่ด่านจุดสกัดเคลื่อนที่เร็ว ซึ่งตำรวจใช้ระยะ เวลาตั้งด่านประมาน 1 ช.ม. จากการตรวจสอบพบว่าในรถมีนักท่องเที่ยว เป็นชาย 3 คน และหญิง 1 คน ไม่มีพาสปอร์ตหรือสำเนาพาสปอร์ตมาแสดง และไม่สามารถสื่อสารรู้เรื่อง ทางกลุ่มนักท่องเที่ยวจะให้เพื่อนส่งภาพพาสปอร์ตที่อยู่ที่โรงแรมมาให้ แต่ผ่านไประยะเวลาหนึ่งก็ไม่ส่งมาให้ ก่อนที่จะโวยวาย เจ้าหน้าที่จึงปล่อยตัวไป เนื่องจากพิจารณาแล้วว่ารู้แหล่งที่พักแน่นอน

“ยืนยันว่าไม่มีการเรียกเงินตามข่าวจากการสอบสวนเจ้าหน้าที่ยืนยันว่าไม่มีการเรียกรับผลประโยชน์ หรือเรียกรับเงินใดๆ ทั้งสิ้น และตำรวจไม่ได้เดินนำนักท่องเที่ยวไปในซอยตามคำกล่าวอ้าง หรือมีนักท่องเที่ยวชาวเกาหลีแต่อย่างใด แต่ทั้งนี้ตำรวจจะต้องตรวจสอบกล้องวงจรปิดในจุดต่างๆ เพื่อให้เกิดความชัดเจน” พล.ต.ต.อาชยนกล่าว

พล.ต.ต.อาชยนกล่าวด้วยว่า อย่างไรก็ตามจากเหตุการณ์นี้อาจทำให้ตำรวจเสียภาพลักษณ์ หากตรวจสอบแล้วไม่ได้เป็นไปตามที่นักแสดง คนดังกล่าวกล่าวอ้าง ตำรวจจะต้องดำเนินการบางอย่างเพื่อชี้แจงข้อมูลที่ถูกต้องต่อไป

รายงานข่าวแจ้งว่า เจ้าหน้าที่ได้จุดพิกัดสถานที่ว่าจุดเกิดเหตุอยู่บนถนนรัชดาภิเษก ใกล้เคียงกับสถานเอกอัครราชทูตจีน

แฉโปลิศไทย – ชาร์ลีน อัน ดาราสาวไต้หวัน โพสต์อ้างถูกตำรวจไทยตั้งด่านเรียกตรวจค้นรีดไถเงินระหว่าง เดินทางมาเที่ยวช่วงปีใหม่ ล่าสุดสำนักงานตำรวจแห่งชาติประสานเจ้าตัวขอข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อคลี่คลายข้อเท็จจริง

ที่บช.น. พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. กล่าวว่า เบื้องต้นได้รับรายงานจากสน.ห้วยขวาง คืนวันที่ 4 ม.ค. ตั้งด่านตรวจจริง ที่บริเวณหน้าสถานทูตจีนอยู่ในช่วงเวลา 01.00 น. ตามที่สาวชาวไต้หวันเล่าเหตุการณ์ ด่านตรวจ ตั้งตามนโยบายห้วงการระดมกวาดล้างอาชญากรรมและป้องกันเหตุช่วงเทศกาลปีใหม่ ด่านตรวจในวันเกิดเหตุ บช.น.รู้ข้อมูลทั้งหมดว่า ตั้งด่านกี่จุดเนื่องจากมีกำหนดผัง ขณะนี้พล.ต.ต.สำเริง สวนทอง รองผบช.น. สั่งการให้ฝ่ายปราบปรามตรวจสอบรวบรวม ข้อมูลมาทั้งหมด

ผบช.น.กล่าวอีกว่า จากการสอบถาม เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ตั้งด่านแจ้งว่า ช่วงเวลา ตีหนึ่ง วันที่ 4 ม.ค. เจอนักท่องเที่ยวชาว ต่างชาติมีทั้งผู้ชายผู้หญิงมาเป็นกลุ่มพฤติกรรม พกบุหรี่ไฟฟ้า เจ้าหน้าที่เพียงแจ้งว่าผิดกฎหมาย แต่คุยไม่รู้เรื่อง เพราะพูด ภาษาจีนและอัดเสียงเอาไว้แต่หาไม่เจอ ตนได้สั่งการผกก.สน.ห้วยขวาง ตรวจสอบข้อเท็จจริงเหตุการณ์ เกิดในลักษณะใด ตรวจสอบดูกล้องวงจรปิดไล่ตั้งแต่วันที่ 3-5 ม.ค. ติดตามหาโชเฟอร์แท็กซี่พยานปากสำคัญมาสอบปากคำ รวมทั้งพยานที่โรงแรมที่พักของนักท่องเที่ยวสาวไต้หวัน เพื่อรวบรวมข้อมูลรายละเอียดให้ชัดเจน

ด้านนายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการ นายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และรมว.กลาโหม รับทราบกรณีนักท่องเที่ยวชาวไต้หวันถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจเรียกเงิน และได้สั่งการไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เร่งติดตาม ตรวจสอบอย่างรอบคอบในทุกขั้นตอน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนและนักท่องเที่ยว หากพบเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกระทำความผิดจริง ต้องดำเนินคดีและลงโทษทางวินัยไม่มีข้อยกเว้น

สั่งตรวจสอบไต้หวัน-จีนกรณีดาราไต้หวัน ถูกตบทรัพย์-ตำรวจนำขบวนนักท่องเที่ยวหวั่นกระทบภาพลักษณ์ท่องเที่ยว

นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยว แห่งประเทศ (ททท.) เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้รวบรวมข้อมูลที่เป็นข้อเท็จจริงให้รอบด้านที่อาจส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวไทยในสายตาต่างประเทศ โดยกำชับให้ ททท.สำนักงานในไต้หวันรวบรวม ข้อมูล ที่เป็น ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับดาราไต้หวันที่โพสต์ในโพสต์ลงอินสตาแกรม สื่อออนไลน์ของตนเองอ้างว่าถูกตำรวจไทยรีดไถเงิน 2.7 หมื่นบาทและถูกข่มขู่จากตำรวจไทยเพราะหากเกิดขึ้นจริงกังวลว่าจะกระทบการท่องเที่ยวของไทยที่กำลังจะฟื้นตัว

รวมถึงสั่งในททท.สำนักงานในจีน รวบรวม ข้อมูลกรณีนักท่องเที่ยวจีนมาเที่ยวไทย โดยในสื่อออนไลน์ระบุกันอย่างกว้างขวางว่า ตำรวจไทยขายบริการรถนำขบวนเพื่อให้ความสะดวกกับนักท่องเที่ยว หากได้ข้อมูลทั้งในส่วนของไต้หวันและจีน จะนำมาประเมินผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับการท่องเที่ยวของไทย ในสายตานักท่องเที่ยวต่างประเทศ

“ต้องเร่งรวบรวมข้อเท็จจริงเกี่ยวกับกรณีดาราสาวไต้หวัน และกรณีรถนำขบวนของนักท่องเที่ยวจีน เพื่อนำมาประเมินสถานการณ์ว่า จะมีผลกระทบต่อเป้าหมายการท่องเที่ยวหรือไม่ ต้องเร่งสื่อสารทำความเข้าใจกับ นักท่องเที่ยวให้เข้าใจสถานการณ์ดังกล่าว”

นางมาริสา สุโกศล หนุนภักดี นายกสมาคมโรงแรมไทย กล่าวว่า เรื่องของการเอารัดเอาเปรียบนักท่องเที่ยวในประเทศไทย มันเกิดขึ้นบ่อย เป็นปัญหาที่รัฐบาลและ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเร่งแก้ไขโดยด่วน โดยเรื่องนี้หากเทียบจากดัชนีของโลกไทยถือเป็นประเทศที่รั้งท้ายของโลก โดยอยู่อันดับ 92 ในโลก

ที่สน.ห้วยขวาง พล.ต.ต.สำเริง สวนทอง รอง ผบช.น. เรียกประชุมกรณีตำรวจสน.ห้วยขวาง กรณีนักแสดงไต้หวันโพสต์ ลงอินสตาแกรมระบุถูกตำรวจไทยไถเงิน 27,000 บาท โดยมีตำรวจป้องกันปราบปราม สน.ห้วยขวางที่ปฏิบัติหน้าที่วันเวลาดังกล่าว เข้าให้ข้อมูล 7 นาย

พล.ต.ต.สำเริงกล่าวว่า จากการสอบถาม ชุดปฏิบัติ 7 นาย ที่เข้าให้ข้อมูลยืนยันไม่มีการเรียกรับเงินนักท่องเที่ยวชาวไต้หวัน แต่ยอมรับว่า มีการโต้เถียง เนื่องจากขอเรียกตรวจสอบหนังสือเดินทาง แต่นักท่องเที่ยวไต้หวันคนนี้ มีอาการมึนเมาอ้างว่า ไม่ได้พกพาหนังสือ เดินทางติดตัวมาด้วย แต่สามารถให้เพื่อน นำมาจากที่พักมาให้ตำรวจตรวจสอบได้ เนื่องจากการสื่อสารและภาษาไม่เข้าใจกัน ประกอบกับในเวลาดังกล่าว เป็นช่วงใกล้เวลาของการยกเลิกจุดตรวจ ว. 43 เคลื่อนที่ป้องกันเหตุอาชญากรรม จึงอนุญาตให้นักท่องเที่ยวคนดังกล่าวเดินทางกลับไปได้ เนื่องจากหัวหน้าชุดจุดตรวจ ประเมินแล้วว่าไม่น่า จะเป็นบุคคลที่เป็นภัยหรือเป็นอันตราย

พล.ต.ต.สำเริงกล่าวต่อว่า ส่วนกรณีพบบุหรี่ไฟฟ้า ที่ตัวของนักท่องเที่ยวไต้หวันคนนี้ ตำรวจไม่ได้จับปรับ แต่ได้ชี้แจงว่าบุหรี่ไฟฟ้ามีความผิดตามกฎหมายของประเทศไทย พร้อมยอมรับว่า การจะเชิญตัวนักท่องเที่ยวไต้หวันคนนี้มาให้ข้อมูลคงเป็นไปได้ยาก เพราะขณะนี้ไม่ได้อยู่ในประเทศไทย แต่เบื้องต้นทราบว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อขอข้อมูลข้อเท็จจริงนี้แล้ว นอกจากนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานกล้องวงจรปิดในจุดต่างๆ เพื่อมาหักล้างและยืนยันว่า ตำรวจไม่ได้ มีพฤติกรรมเรียกรับผลประโยชน์ตามที่นักท่องเที่ยวคนนี้กล่าวอ้าง

รอง ผบช.น. กล่าวว่า ในส่วนของการพิจารณาในฐานะที่ตำรวจไทย ถูกกล่าวหา เสื่อมเสียชื่อเสียงหรือไม่ คงเป็นหน้าที่ของ ผู้บังคับบัญชาระดับสูง หรือ ฝ่ายกฎหมายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่พิจารณาดำเนินคดี ย้อนหลังได้หรือไม่ ยอมรับว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น สร้างความเสื่อมเสียและในฐานะผู้บังคับบัญชาได้ให้กำลังใจนายตำรวจชั้นผู้น้อยระดับปฏิบัติการ ไม่ให้เสียขวัญและกำลังใจไปกว่านี้ เหตุการณ์นี้คงไม่สามารถตอบได้ว่า มีเจตนาต้องการลดความน่าเชื่อถือต่อการท่องเที่ยวของประเทศไทยหรือไม่

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน