ช่วยกันดูแลเผา-แหล่งก่อมลพิษ
วิกฤตลามคลุมพื้นที่ 32 จังหวัด

ผู้ว่าฯ ชัชชาติขอความร่วมมือจังหวัดข้างเคียงคุมเข้มแหล่งกำเนิดมลพิษ-ลอบเผา สถานการณ์ฝุ่นพิษพีเอ็ม 2.5 คลุมคลุ้ง 32 จังหวัดทั่วประเทศ ภาคเหนือ 13 จว.ค่าเกินมาตรฐานสูงสุด อีสาน 5 จว. กลาง-ตะวันตก 6 จว. ตะวันออก 2 จว. ขณะที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ค่าฝุ่นเกิน 59 พื้นที่ สูงสุดเขตลาดกระบัง มี 8 สวนสาธารณะใน 7 เขต ค่าฝุ่นพุ่งเกิน ที่ลาดกระบัง ดอนเมือง บึงกุ่ม ทวีวัฒนา ทุ่งครุ หนองจอก และบางพลัด คาดตั้งแต่ 28 ม.ค.สถานการณ์จะคลี่คลายลง

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 27 ม.ค. ศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ (ศกพ.) รายงานการติดตามตรวจสอบคุณภาพอากาศ ภาพรวมปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน หรือ PM2.5 ในประเทศ พบเกินมาตรฐาน 32 จังหวัด ได้แก่ ภาคเหนือ 13 จังหวัด ตรวจวัดได้ 38-82 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.) (ค่ามาตรฐาน 50 มคก./ลบ.ม.) เกินมาตรฐาน 17 พื้นที่ ได้แก่ 1.เชียงใหม่ บริเวณต.ศรีภูมิ อ.เมือง, ต.หางดง อ.ฮอด, ต.เมืองนะ อ.เชียงดาว 2.ลำปาง ต.พระบาท อ.เมือง 3.เชียงราย ต.เวียง อ.เมือง, ต.เวียง อ.เชียงของ 4.น่าน ต.ในเวียง อ.เมือง 5.ลำพูน ต.บ้านกลาง อ.เมือง, ต.ลี้ อ.ลี้ 6.ตาก ต.แม่ปะ อ.แม่สอด 7.พิษณุโลก ต.ในเมือง อ.เมือง 8.อุตรดิตถ์ ต.ท่าอิฐ อ.เมือง 9.พิจิตร ต.ในเมือง อ.เมือง 10.สุโขทัย ต.ธานี อ.เมือง 11.เพชรบูรณ์ ต.ในเมือง อ.เมือง 12.อุทัยธานี ต.อุทัยใหม่ อ.เมือง และ13.แม่ฮ่องสอน ต.เวียงใต้ อ.ปาย

อย่างไรก็ตาม มีพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือทั้งตอนบนและตอนล่าง ที่ควรเฝ้าระวังค่าฝุ่นเกินมาตรฐานอีก โดยเฉพาะช่วงวันที่ 28 ม.ค. และ 1-3 ก.พ.

ขณะที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เกินค่ามาตรฐาน 5 พื้นที่ ใน 5 จังหวัด ตรวจวัดได้ 27-69 มคก./ลบ.ม. 1.ขอนแก่น บริเวณต.ในเมือง อ.เมือง 2.นครราชสีมา ต.ในเมือง อ.เมือง 3.หนองคาย ต.มีชัย อ.เมือง 4.นครพนม ต.ในเมือง อ.เมือง และ 5.หนองบัวลำภู ต.ลำภู อ.เมือง

ภาคกลางและตะวันตก เกินค่ามาตรฐาน 6 พื้นที่ ใน 6 จังหวัด ตรวจวัดได้ 25-78 มคก./ลบ.ม. 1.พระนครศรีอยุธยา ที่บริเวณต.ประตูชัย อ.พระนครศรีอยุธยา 2.สระบุรี ต.หน้าพระลาน อ.เฉลิมพระเกียรติ 3.ราชบุรี ต.หน้าเมือง อ.เมือง 4.สมุทรสงคราม ต.ลาดใหญ่ อ.เมือง 5.ลพบุรี ต.ทะเลชุบศร อ.เมือง จ.ลพบุรี และ 6.อ่างทอง ต.ย่านซื่อ อ.เมือง

ภาคตะวันออก เกินค่ามาตรฐาน 2 พื้นที่ ตรวจวัดได้ 29-68 มคก./ลบ.ม. 1.ระยอง ต.ท่าประดู่ อ.เมือง และ 2.สระแก้ว ต.อรัญประเทศ อ.อรัญประเทศ

ส่วนที่เหลือคือ กรุงเทพมหานครและปริมณฑล โดยสถานีตรวจวัดของ คพ. ร่วมกับ กทม. ค่าพีเอ็ม 2.5 เกินค่ามาตรฐานเป็นส่วนใหญ่ ตรวจวัดได้ 35-73 มคก./ลบ.ม. เกินมาตรฐาน 59 พื้นที่ โดยค่าฝุ่นสูงสุดอยู่ที่ริมถนนลาดกระบัง เขตลาดกระบัง ขณะที่ภาคใต้ ตรวจวัดได้ 11-26 มคก./ลบ.ม. ไม่พบพื้นที่ใดมีค่าฝุ่นเกินมาตรฐาน

ที่สำนักสิ่งแวดล้อม (สสล.) ศูนย์ข้อมูลคุณภาพอากาศกรุงเทพมหานคร รายงานสรุปผลการตรวจวัด พีเอ็ม 2.5 เวลา 05.00-07.00 น. วันเดียวกัน ตรวจวัดได้ 36-74 มคก./ลบ.ม. ค่าเฉลี่ยของกรุงเทพมหานคร อยู่ที่ 52.1 มคก./ลบ.ม. โดยค่าพีเอ็ม 2.5 มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นและมีค่าเกินมาตรฐานอยู่ในระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ จำนวน 43 พื้นที่ ดังนี้

1.เขตลาดกระบัง ด้านหน้าโรงพยาบาลลาดกระบังข้างป้อมตำรวจ 74 มคก./ลบ.ม. 2.เขตหนองแขม สามแยกข้างป้อมตำรวจ ถนนมาเจริญ เพชรเกษม 81 มีค่าเท่ากับ 71 มคก./ลบ.ม. 3.เขตหนองจอก บริเวณหน้าสำนักงานเขตหนองจอก 69 มคก./ลบ.ม. 4.เขตยานนาวา ใกล้ธนาคารกรุงศรีอยุธยา สำนักงานใหญ่ 66 มคก./ลบ.ม. 5.เขตคลองสามวา ภายในสำนักงานเขตคลองสามวา 64 มคก./ลบ.ม. 6.เขตบางเขน ภายในสำนักงานเขตบางเขน 62 มคก./ลบ.ม. 7.เขตปทุมวัน หน้าห้างสามย่านมิตรทาวน์ 60 มคก./ลบ.ม. 8.เขตมีนบุรี สวนเฉลิมพระเกียรติ ร.9 ตรงข้ามสำนักงานเขตมีนบุรี 60 มคก./ลบ.ม. 9.เขตประเวศ ด้านหน้าห้างซีคอน สแควร์ 59 มคก./ลบ.ม. 10.สวนหนองจอก เขตหนองจอก 58 มคก./ลบ.ม.

11.เขตบางบอน ใกล้ตลาดสุขสวัสดี 58 มคก./ลบ.ม. 12.เขตบางนา บริเวณหน้าห้าง สรรพสินค้าบิ๊กซี บางนา 58 มคก./ลบ.ม. 13.เขตดอนเมือง ด้านข้างสำนักงานเขตดอนเมือง 58 มคก./ลบ.ม. 14.เขตบางซื่อ ภายในสำนักงานเขตบางซื่อ 57 มคก./ลบ.ม. 15.เขตตลิ่งชัน ถนนพุทธมณฑลสาย 1 ตัดกับถนนบรมราชชนนี 57 มคก./ลบ.ม. 16.เขตภาษีเจริญ หน้ามหาวิทยาลัยสยาม (ประมาณซอยเพชรเกษม 36) ทางเข้ามหาวิทยาลัย 57 มคก./ลบ.ม. 17.เขตหลักสี่ ภายในสำนักงานเขตหลักสี่ 56 มคก./ลบ.ม. 18.สวนทวีวนารมย์ เขตทวีวัฒนา 56 มคก./ลบ.ม. 19.สวนพระนคร เขตลาดกระบัง 56 มคก./ลบ.ม. 20.เขตบึงกุ่ม ภายในสำนักงานเขตบึงกุ่ม 56 มคก./ลบ.ม.

21.เขตวังทองหลาง หน้าปั๊มน้ำมันเอสโซ่ ซอยลาดพร้าว 95 มีค่าเท่ากับ 56 มคก./ลบ.ม. 22.สวน 60 พรรษาสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ เขตลาดกระบัง 56 มคก./ลบ.ม. 23.เขตบางพลัด ภายในสำนักงานเขตบางพลัด 55 มคก./ลบ.ม. 24.เขตสาทร สี่แยกหน้าสำนักงานเขตสาทร ซอยถนนเซนต์หลุยส์ 55 มคก./ลบ.ม. 25.เขตธนบุรี ริมป้ายรถเมล์บริเวณแยกมไหศวรรย์ 55 มคก./ลบ.ม. 26.เขตดินแดง ริมถนนวิภาวดีรังสิต 55 มคก./ลบ.ม. 27.เขตทวีวัฒนา ทางเข้าสนามหลวง 2 มีค่าเท่ากับ 54 มคก./ลบ.ม. 28.เขตคลองสาน บริเวณหน้าห้องสมุดใต้สะพานสมเด็จพระเจ้าตากสิน 54 มคก./ลบ.ม. 29.เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย ด้านหน้าสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ 54 มคก./ลบ.ม. 30.เขตคันนายาว บริเวณปากทางถนนสวนสยามตัดกับถนนรามอินทรา 53 มคก./ลบ.ม.

31.เขตสัมพันธวงศ์ บริเวณหน้าหัวมุม ซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติ (วงเวียนโอเดียน) 53 มคก./ลบ.ม. 32.สวนเสรีไทย เขตบึงกุ่ม เขตบึงกุ่ม 52 มคก./ลบ.ม. 33.เขตบางกอกใหญ่ บริเวณสี่แยกท่าพระ แขวงวัดท่าพระ 52 มคก./ลบ.ม. 34.เขตพระโขนง ภายในสำนักงานเขตพระโขนง 52 มคก./ลบ.ม. 35.เขตบางรัก ข้างป้อมตำรวจหน้าลานบางรักเลิฟลี่ พลาซ่า 52 มคก./ลบ.ม. 36.เขตสายไหม ป้ายรถเมล์ด้านหน้าสำนักงานเขตสายไหม 52 มคก./ลบ.ม. 37.เขตบางขุนเทียน ภายในสำนักงานเขตบางขุนเทียน 51 มคก./ลบ.ม. 38.เขตราษฎร์บูรณะ ภายในสำนักงานเขตราษฎร์บูรณะ 51 มคก./ลบ.ม. 39.สวนธนบุรีรมย์ เขตทุ่งครุ 51 มคก./ลบ.ม. 40.สวนรมณีย์ทุ่งสีกัน เขตดอนเมือง 51 มคก./ลบ.ม.

41.เขตพญาไท หน้าแฟลตทหารบกใกล้โรงพยาบาลวิชัยยุทธ ตรงข้ามกระทรวงการคลัง 51 มคก./ลบ.ม. 42.เขตจตุจักร ด้านหน้ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ 51 มคก./ลบ.ม. และ 43.เขตคลองเตย ภายในสำนักงานเขตคลองเตย 51 มคก./ลบ.ม.

ขณะที่เวลา 09.00-11.00 น. วันเดียวกัน มี 8 สวนสาธารณะในพื้นที่ 7 เขตที่มีค่าฝุ่นเกิน คือ 1.สวน 60 พรรษา สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ 2.สวนพระนคร เขตลาดกระบัง 3.สวนรมณีย์ทุ่งสีกัน เขตดอนเมือง 4.สวนเสรีไทย เขตบึงกุ่ม 5.สวนทวีวนารมย์ เขตทวีวัฒนา 6.สวนหนองจอก เขตหนองจอก 7.สวนธนบุรีรมย์ เขตทุ่งครุ และ 8.สวนหลวงพระราม 8 เขตบางพลัด

ขณะที่ปัจจัยที่เกี่ยวข้อง ตั้งแต่ช่วงวันที่ 25-31 ม.ค. อัตราการระบายอากาศค่อนข้างอ่อน (น้อยกว่า 2,000-4,000m2/s) (ยกเว้นวันที่ 28 ม.ค. และ 29 ม.ค. อัตราการระบายอากาศดีมาก/ดี แต่เนื่องจากเกิดสภาวะอากาศปิดอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เกิดการสะสมของพีเอ็ม 2.5 มีแนวโน้มค่อนข้างทรงตัวถึงลดลงเล็กน้อย

โดยช่วงวันที่ 27-28 ม.ค. และช่วงวันที่ 1-2 ก.พ. พื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลควรเฝ้าระวังการสะสมของฝุ่นละออง เนื่องจากสภาพอากาศที่นิ่ง และปิด โดยพื้นที่ที่ควรเฝ้าระวัง ได้แก่ พื้นที่กรุงเทพกลาง กรุงธนเหนือ และกรุงธนใต้ (พื้นที่ท้ายลม)

ส่วนประชาชนตรวจสอบข้อมูลคุณภาพอากาศก่อนออกจากบ้าน ผ่านทางแอพพลิเคชั่น AirBKK www.airbkk.com www.pr-bangkok.com เฟซบุ๊ก : สำนักสิ่งแวดล้อม กรุงเทพมหานคร, เฟซบุ๊ก : กองจัดการคุณภาพอากาศและเสียง สำนักสิ่งแวดล้อม, เฟซบุ๊ก : กรุงเทพมหานคร หากพบเห็นแหล่งกำเนิดมลพิษสามารถแจ้งเบาะแส ผ่านทางทราฟฟี่ฟองดูว์

ที่ศาลาว่าการกทม. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. กล่าวถึงสถานการณ์ฝุ่นพีเอ็ม 2.5 ว่า จากการพยากรณ์ในวันที่ 26-27 ม.ค. มีค่าฝุ่นสูงขึ้น เนื่องจากอากาศที่กดลงและมีลมต่ำ แต่คาดว่าในวันที่ 28-29 ม.ค. สถานการณ์ฝุ่นจะคลี่คลาย

นายชัชชาติกล่าวว่า ปัจจุบันกทม.มีมาตรการเร่งกำจัดแหล่งกำเนิดมลพิษ ซึ่งในช่วงนี้จะเห็นว่ามีการเผาชีวมวลที่เพิ่มสูงขึ้น จึงได้มีการส่งจดหมายถึงจังหวัดข้างเคียง เพื่อให้ช่วยกันกำกับดูแลในเรื่องนี้ ขณะเดียวกันในพื้นที่กรุงเทพฯ ไฟไหม้หญ้าและการเผาขยะของคนไร้บ้าน จึงต้องกำชับเรื่องนี้ให้มากขึ้น นอกจากนี้ได้มีการขอความร่วมมือทำงานแบบเวิร์กฟรอมโฮม ซึ่งมีบริษัทที่ให้ความร่วมมือแล้ว 30 กว่าแห่ง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน