เมื่อวันที่ 28 ม.ค. ที่วัดด่านกำจัด หรือวัดสระแก้ว หมู่ 1 ต.นาหลวงเสน อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช นายถิรนาท เอสะนาชาตัง นายอำเภอทุ่งสง ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานสร้างการมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนโครงการวังหีบ หรือโครงการอ่างเก็บน้ำวังหีบ หรือที่ชาวบ้านเรียกเขื่อนวังหีบ ได้นัดหมายการรับฟังการชี้แจงของคณะทำงาน ซึ่งประกอบด้วยตำรวจทหาร ฝ่ายปกครอง ป่าไม้ เพื่อเร่งขับเคลื่อนโครงการ และมีชาวบ้านที่ได้รับผล กระทบจำนวนมากมาร่วมเวที
นายชูศักดิ์ สุทธิ ผู้อำนวยการสำงานก่อสร้างชลประทานขนาดใหญ่ที่ 15ชี้แจงถึงโครงการในส่วนที่ชาวบ้านจะได้รับค่าชดเชยจากที่ดินทำกิน บ้านเรือน ผลอาสิน แต่ชาวบ้านซึ่งได้หารือร่วมกันมาแล้วได้ยืนยันมติว่า ไม่รับฟังการชี้แจง เนื่องจากไม่ยอมรับให้มีการสร้างเขื่อนหรืออ่างเก็บน้ำวังหีบอย่างเด็ดขาด แต่จะให้ชี้แจงถึงเหตุผลที่จะสร้างเพื่อตั้งต้นให้ได้ก่อนว่า มีเหตุผลอย่างไร สมเหตุสมผลหรือไม่ ทำให้บรรยากาศเป็นไปอย่างตึงเครียด

ค้านเขื่อน – ชาวบ้าน อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช รวมตัวคัดค้านการสร้างเขื่อนวังหีบ ก่อนปะทะคารมอย่างดุเดือด ในเวทีรับฟังความคิดเห็น ที่วัดด่านกำจัด หรือวัดสระแก้ว หมู่ 1 ต.นาหลวงเสน อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช เมื่อวันที่ 28 ม.ค.
ขณะที่นายชูศักดิ์พยายามชี้แจงถึงหลักการเหตุผลของโครงการนี้ว่า มีความจำเป็นสำหรับพื้นที่การเกษตรอย่างน้อย 2 หมื่นไร่ กักเก็บน้ำหน้าแล้ง แต่นายวุฒิชัย แก้วลำหัด หนึ่งในแกนนำชาวบ้านให้เหตุผลข้อเท็จจริงภูมิศาสตร์ในพื้นที่ ระบุถึงทิศทางของสายน้ำที่ไม่ได้ส่งผลกระทบกับตัวเมืองทุ่งสงแม้แต่น้อยเหมือนที่ทางราชการได้อ้างก่อนหน้านี้ ส่วนพื้นที่การเกษตรที่มีความเปลี่ยนแปลงไปมากแล้ว ไม่มีนาข้าวเหลืออยู่แล้ว รวมทั้งข้ออ้างขาดแคลนน้ำไม่สมเหตุสมผลเนื่องจากปริมาณน้ำมีเพียงพอในแหล่งการผลิตประปาหล่อเลี้ยงตัวเมืองทุ่งสงอยู่แล้ว และยืนยันว่ามีตัวอย่างที่เกิดขึ้นกับอ่างคลองสังข์มาแล้ว ให้ชาวบ้านอพยพออกจากพื้นที่แต่ไม่มีพื้นที่รองรับ ปัจจุบันอ่างคลองสังข์ใกล้เสร็จแล้ว แต่ชาวบ้านยังต้องอาศัยอยู่ในบ้านก้นอ่างไม่รู้จะอพยพไปไหน “นี่คือความเป็นจริง” นายวุฒิชัยระบุ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบรรยากาศในการรับฟังความเห็นเป็นไปด้วยความตึงเครียด โดย ชาวบ้านยืนยันจะคัดค้านเต็มที่ จึงยังไม่มีข้อสรุปในเรื่องดังกล่าว