ตามที่อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะอ่างทอง อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี พบสัตว์ทะเลหายาก “วาฬบรูด้า” 2 ตัว เมื่อวันที่ 1 ก.พ.ที่ผ่านมา กำลังหากินอยู่ในบริเวณทางด้านทิศตะวันออกเฉียงใต้ของเกาะนายพุด จึงบันทึกภาพถ่ายเพื่อตรวจสอบรายชื่อ โดยเปรียบเทียบอัตลักษณ์กับฐานข้อมูลการจำแนกประชากรวาฬบรูด้าในอ่าวไทย โดยใช้ภาพถ่ายของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งนั้น
เมื่อวันที่ 4 ก.พ. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่สำรวจพบวาฬบรูด้าเข้ามาหากินในพื้นที่รวม 3 ตัว เมื่อตรวจสอบอัตลักษณ์กับฐานข้อมูลการจำแนกประชากรวาฬบรูด้าแล้ว โดย 2 ตัวแรกพบว่าเป็นแม่วันดี และเจ้าวันรุ่ง ซึ่งเป็นลูกที่เกิดเมื่อวันที่ 5 ก.ย. 2564 ส่วนอีกตัวยังไม่สามารถระบุอัตลักษณ์ได้

วาฬบรูด้า – สัตว์ทะเลหายาก วาฬบรูด้า 2 ตัวแม่ลูก โผล่หากินบริเวณเกาะพุด อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะอ่างทอง อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี เจ้าหน้าที่อุทยานสำรวจตรวจสอบอัตลักษณ์จัดทำฐานข้อมูลจำแนกประชากร เมื่อวันที่ 4 ก.พ.
นายสาธิต ตันติกฤตยา นักวิชาการป่าไม้ชำนาญการพิเศษ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะอ่างทอง เปิดเผยว่า จากฐานข้อมูลในอดีต พบว่ามีวาฬบรูด้าเข้ามาหากินในพื้นที่เฉลี่ย 1-2 ตัวต่อปี กระทั่งเกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 จึงประกาศปิดการ ท่องเที่ยวและพักแรมในอุทยานแห่งชาติ ช่วงปี 2563-2564 ทำให้ระบบนิเวศและทรัพยากรทางทะเลในพื้นที่อุทยานแห่งชาติได้รับการฟื้นฟู ซึ่งช่วงต้นปีจะเป็นฤดูกาลที่วาฬบรูด้าเข้ามาหากินอย่างต่อเนื่อง โดยช่วงเดือนก.พ. – มี.ค. 2564 พบวาฬบรูด้าเข้ามาหากินในพื้นที่รวม 4 ตัว คือแม่วันดี เจ้าวันหยุด เจ้าอิ่มเอม และเจ้าเปรมปรีดิ์ และในช่วงเดือนม.ค. – ก.พ. 2565 พบวาฬบรูด้าเข้ามาหากินในพื้นที่รวม 6 ตัว คือ เจ้าเปรมปรีดิ์ เจ้าสาคู เจ้าเมษา แม่สดใสและลูกชื่อเจ้าแสนดี และอีกตัวไม่ทราบชื่อ ส่วนในช่วงต้นเดือนก.พ. 2566 พบแม่วันดีกับเจ้าวันรุ่ง 2 แม่ลูกวาฬบรูด้าเข้ามาหากินโชว์ความน่ารักในพื้นที่อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะอ่างทอง พร้อมเพื่อนอีก 1 ตัว จึงสั่งการให้ เจ้าหน้าที่ติดตามว่าจะมีวาฬบรูด้าเข้ามาหากินเพิ่มเติมหรือไม่ และจะว่ายหากินอยู่ในพื้นที่นานเท่าไหร่
ด้านนายวิชวุทย์ จินโต ผู้ว่าฯ สุราษฎร์ธานี กล่าวว่า การที่พบวาฬบรูด้าสัตว์ทะเลหายากกลับเข้ามาหากินในพื้นที่อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะอ่างทอง อ.เกาะสมุย ในช่วงทุกต้นปี สามารถยืนยันชี้วัดได้ถึงความอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติในแถบทะเลเกาะสมุยแล้ว ยังสะท้อนให้เห็นถึงกระแสการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติที่จะดึงดูดให้นักท่องเที่ยว ผู้ประกอบการท่องเที่ยว ประชาชนในพื้นที่ทุกฝ่ายให้ร่วมกันปฏิบัติตามกฎระเบียบ ตลอดจนข้อแนะนำของเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติในการเดินเรือ และการประกอบกิจกรรมท่องเที่ยวอื่นๆ เพื่อช่วยกันดูแลสัตว์ทะเลหายาก ซึ่งเป็นทรัพยากรล้ำค่าของท้องทะเลอ่าวไทยให้ยั่งยืนตลอดไป