ตร.เร่งสอบเหตุไฟคลอกน.ร.บาดเจ็บ 5 ขณะเข้าค่ายลูกเสือ เบื้องต้นยังไม่ได้แจ้งข้อหาใคร เผย ‘น้องคิว’ เหยื่อสาหัสไฟคลอกตามร่างกาย 90% ไม่สามารถหายใจด้วยตัวเองได้ แม่เหยื่อร่ำไห้ลูกชายอาการหนัก ขณะที่ทางโรงเรียนยอมรับเกิดความผิดพลาดในการทำกิจกรรม เบื้องต้นมอบเงินช่วยเหลือ 1 หมื่น สพม.หนองบัวลำภูตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริง หนองบัวลำภู ตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริง

จากกรณีเกิดเหตุนักเรียนมัธยมในพื้นที่ อ.โนนสัง จ.หนองบัวลำภู เข้าค่ายลูกเสือแล้วถูกไฟคลอกขณะทำกิจกรรมรอบกองไฟ ในคืนวันที่ 4 ก.พ.ที่ผ่านมา ได้รับบาดเจ็บรวม 5 คน ประกอบด้วย ด.ช.สุวัฒนชัย ผงทอง อายุ 14 ปี นักเรียนชั้นม.2/3 รักษาตัว ร.พ.ศรีนครินทร์ จ.ขอนแก่น ด.ช.อนุพงษ์ แนวหาญ นักเรียนชั้น ม.2/1 รักษาอยู่ที่ โรงพยาบาลศูนย์จังหวัดขอนแก่น ด.ช.วิทวัท แก้วมาตร์ นักเรียนชั้น ม.2/1 รักษาตัว ร.พ.โนนสัง ด.ช.ชลกาญจน์ กล้าหาญ นักเรียนชั้น ม.2/1 ทำแผลกลับบ้านได้ และ ด.ช.กรวิชญ์ เพ็ญศิริ นักเรียนชั้น ม.2/1 รักษาตัวร.พ.ศูนย์อุดรธานี โดยด.ช.สุวัฒชัยหรือน้องคิวถูกไฟลวกตามร่างกาย 90% อาการ สาหัส และด.ช.อนุพงษ์ หรือน้องโด้ ถูกไฟคลอก ตามร่างกาย 60% ตามที่เสนอข่าวแล้วนั้น

เมื่อวันที่ 6 ก.พ. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ต.อ.กฤษณ์ มาสุข ผกก.สภ.โนนสัง อ.โนนสัง จ.หนองบัวลำภู เจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐานจ.หนองบัวลำภู เดินทางลงพื้นที่ที่โรงเรียนโนนสังวิทยาคารซึ่งเป็นจุดเกิดเหตุ เพื่อตรวจสอบหลักฐานหาสาเหตุเกิดเพลิงไหม้ จนทำให้ลูกเสือบาดเจ็บบริเวณสนามฟุตบอลซึ่งใช้เป็นพื้นที่ชุมนุมรอบกองไฟ เมื่อคืนวันที่ 3 ก.พ. เจ้าหน้าที่เน้นไปที่คบไฟซึ่งใช้เชื้อเพลิงในการจุดเพื่อตรวจสอบว่า เป็นเชื้อเพลิงชนิดใด โดยมีอาจารย์ที่ปรึกษาคนหนึ่งเป็นผู้นำชี้จุดเกิดเหตุ พร้อมเล่าว่า ตนเป็นบิดาของเด็ก 1 ใน 5 คนที่บาดเจ็บ และส่งรักษาตัวที่ร.พ.โนนสัง ขณะนี้อาการดีขึ้น และกลับบ้านได้แล้ว โดยมีบาดแผลที่ขาซ้าย แต่เนื่องจากช่วงเวลานั้นมีการปิดไฟมืด สำหรับ จุดเกิดเหตุนั้นเป็นจุดด้านหลัง แบ๊กดร็อป ที่เป็นฉากกั้น ช่วงเกิดเหตุเป็นช่วงที่ซูลูจะนำคบเพลิงออกไปจุดที่กองไม้ที่อยู่กลางสนาม เพื่อทำเป็นกองไฟที่จะใช้ในงานชุมนุมรอบกองไฟ โดยเด็กจำนวน 8 คนแต่งกายเป็นซูลู ไม่ใส่เสื้อ นุ่งกางเกงขาสั้น มีกิ่งไม้ผูกรอบเอว คบไฟทำด้วยไม้ยาวประมาณ 50 ซ.ม.มีผ้าพันที่ปลายไม้ ใช้ชุบน้ำมันเชื้อเพลิง แล้วจุดไฟวิ่งมาจากด้านหลัง ขณะเตรียมจะจุดคบเพลิง ปรากฏว่าเกิดอุบัติเหตุขึ้น ขณะนั้นตนไม่ทราบ เนื่องจากอยู่ด้านหน้า แต่ยืนยันได้ว่ามีครูควบคุมอยู่ด้านหลัง

พ.ต.อ.กฤษณ์ มาสุข เปิดเผยว่า วันนี้ตำรวจมาตรวจสอบเพื่อหาว่าเหตุที่เกิดขึ้นเป็นการกระทำโดยประมาทหรือไม่ หากกระทำ โดยประมาทใครต้องเป็นผู้รับผิดชอบ เบื้องต้น เริ่มสอบถามผู้ปกครองและเด็กที่ประสบเหตุไปแล้ว 2 คน เด็กเล่าให้ฟังว่า ขณะเกิดเหตุพวกตน 8 คนยืนรวมตัวกันเป็นครึ่งวงกลม 2 ชั้นแถวละ 4 คน ที่ชุบน้ำมันโซลาน้ำมันดีเซลไว้แล้ว 4 อันมาจุดไฟ แต่จุดไม่ติด มีเจ้าหน้าที่ของโรงเรียนคนหนึ่งนำถังเชื้อเพลิงขนาดประมาณ 1-2 ลิตร เด็กยืนยันว่าได้กลิ่นของแอลกอฮอล์ระเหยมาจากเชื้อเพลิงดังกล่าว โดยจุดคนที่ 1 ที่ 2 ติด คนที่ 3 คือน้องโด้ ที่ไฟลุกขึ้น สำหรับน้องคิวยืนเป็นคนที่ 4 หลังน้องโด้ ตำรวจกำลังหาว่าคนที่ถือถัง เชื้อเพลิงสะบัด หรือเหวี่ยงถังเชื้อเพลิงที่ลุกติดไฟหรือไม่ เพราะน้องคิวอยู่หลังน้องโด้ แต่ไฟคลอกมากกว่าน้องโด้ เบื้องต้นสอบสวนได้คร่าวๆ เท่านี้ เนื่องจากต้องรอสหวิชาชีพเข้ามาร่วมสอบสวนด้วย แต่นักจิตวิทยา ซึ่งเป็นหนึ่งในสหวิชาชีพที่จะต้องเข้ามาร่วมสอบสวนของจ.หนองบัวลำภูมีเพียงคนเดียว จึงล่าช้าอยู่บ้าง เจ้าหน้าที่จะพยายามเร่งสอบสวน ผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด โดยเร็วที่สุด

น.ส.วัชรี กองมูล อายุ 37 ปี แม่ของน้องโด้ ด.ช.อนุพงษ์ อยู่บ้านเลขที่ 133 หมู่ 6 ต.โคกใหญ่ อ.โนนสัง จ.หนองบัวลำภู เปิดเผยว่า ก่อนวันเกิดเหตุ ลูกชายบ่นว่าไม่อยากไปเข้าค่าย ลูกเสือครั้งนี้ ลูกชายมีอาการกระสับกระส่ายเดินเข้าเดินออก ตนจึงปลอบว่าไปเถอะ ไม่เป็นไรหรอก แม่ก็เคยไปเข้าค่ายลูกเสือมา ไม่เป็นไร จนลูกชายตัดสินใจไปเข้าค่ายครั้งนี้ ได้รับเลือกเป็นนายหมู่ จึงให้พ่อขนสัมภาระที่ใช้เข้าค่ายจำนวนมาก จนเพื่อนแซวว่า จะย้ายบ้านเหรอ ในวันเกิดเหตุ ตอนกลางวัน ตนรู้สึกแปลกๆ ใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว มีความกังวล แต่ไม่คาดว่าจะเกิดเหตุกับลูกชายของตน โดยญาติที่ไปโรงพยาบาล ทราบว่าเกิดเหตุ ไฟลวกเด็กนักเรียนจำนวนมาก และหนึ่งในนั้น คือน้องโด้ ลูกชายของตน จึงโทร.มาเล่าให้ฟัง ตนจึงเดินทางไปดูลูกที่ร.พ.โนนสัง เห็นลูก ตกอยู่ในสภาพไฟลวก มีเขม่าดำทั้งตัว ลูกร้องว่า “แม่ๆโด้เจ็บ” ตนหัวใจสลาย เข่าอ่อนแทบทรุด วิ่งเข้าไปบอกลูกว่าทำใจดีๆ ให้สู้ๆ จนร.พ.ส่งลูก ไปขอนแก่น ตนกลับมาบ้าน นอนไม่หลับ ให้นายบัวรี แนวหาญ สามีซึ่งเป็นพ่อของน้องโด้ ไปเฝ้าดูอาการที่ร.พ.ศูนย์ขอนแก่น ตั้งแต่ คืนที่เกิดเหตุ จนถึงวันนี้ ทราบจากสามีว่า ไม่สามารถเข้าไปเยี่ยมลูกได้ แต่มองอยู่ ด้านนอกเนื่องจากแพทย์รักษาน้องโด้อยู่ในห้องปลอดเชื้อ ไม่อนุญาตให้ญาติเยี่ยม วันรุ่งขึ้น วันที่ 4 ก.พ. ตนเดินทางไปแจ้งความกับตำรวจสภ.โนนสัง เจ้าหน้าที่รับแจ้งความไว้ แต่ยังไม่ได้สอบปากคำเพิ่มเติม

น.ส.วัชรีกล่าวต่อว่า สาเหตุที่ตนไม่ได้ ไปเฝ้าลูกเนื่องจากเพิ่งคลอดลูกชายคนเล็ก ได้ 4 เดือน จึงจำเป็นต้องอยู่ดูแลลูกที่บ้าน ทราบจากสามีว่าแม้ไปเฝ้าดูลูกก็จะไม่ได้เข้า ไปเยี่ยม ช่วง 2 วันที่ผ่านมา มีเพื่อนที่เป็นอสม.ด้วยกัน และเจ้าหน้าที่จากอบต.โทรศัพท์ มาปลอบใจ ส่วนทางโรงเรียนโทร.มาแจ้งตนหลังจากเกิดเหตุผ่านไปแล้ว 1 ชั่วโมง จนถึงตอนนี้ยังไม่มีใครติดต่อมาอีกเลย สำหรับ น้องคิว ด.ช.สุวัฒนชัย ผงทอง อยู่อีกหมู่บ้านหนึ่ง ใกล้กันคือบ้านหนองตานา ต.โคกใหญ่ เคยเรียนอยู่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กด้วยกันกับ น้องโด้ตั้งแต่เด็ก ตนไม่เข้าใจทำไมถึงเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นกับลูกของตนและเพื่อนๆ ไม่มีการป้องกันดูแลอะไรเลยเหรอ

ด้านร.ต.อ.วรพงษ์ ศิริพงษ์วรนาถ รองสารวัตรสอบสวน สภ.โนนสัง เปิดเผยว่า น.ส.วัชรีมาแจ้งความกับตนไว้ตั้งแต่ช่วงสายของวันที่ 4 ก.พ.ที่ผ่านมา เบื้องต้นตำรวจรับไว้ เป็นคดี โดยมีข้อหาว่ากระทำการอันประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บสาหัส โทษสูงสุด คือจำคุก 3 ปีและปรับ 60,000 บาท ตนลงพื้นที่ ไปดูที่เกิดเหตุและให้กั้นพื้นที่ ห้ามบุคคลเข้าไปเพื่อรอเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้าไปดำเนินการ คาดว่าจะมาในวันที่ 7 ก.พ. ส่วนร้อยเวรจะดำเนินการสอบสวนผู้ที่เกี่ยวข้อง ไว้ก่อน สำหรับตัวเด็ก เมื่อสามารถให้ปากคำได้แล้ว จะประสานสหวิชาชีพเข้ามาร่วมสอบสวนต่อไป

หาหลักฐาน – ตำรวจพิสูจน์หลักฐานจังหวัดหนองบัวลำภู ลงพื้นที่ตรวจสอบหาหลักฐาน สาเหตุที่เกิดเพลิงไหม้ บริเวณสนามฟุตบอล พื้นที่ชุมนุมรอบกองไฟ จนทำให้ลูกเสือร.ร.โนนสังวิทยาคาร อ.โนนสัง ที่เข้าค่ายได้รับบาดเจ็บ 5 ราย เมื่อวันที่ 6 ก.พ.

ขณะเดียวกัน สพม.จังหวัดหนองบัวลำภู พร้อมศึกษาธิการจังหวัดหนองบัวลำภูตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและได้หารือร่วมกับทางโรงเรียน เพื่อหาแนวทางเยียวยานักเรียนที่ได้รับบาดเจ็บ เบื้องต้น ตำรวจยังไม่ได้ แจ้งข้อกล่าวหา ขณะนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานแล้วก็สอบปากคำพยาน ที่เกี่ยวข้อง หากพบว่าเป็นการกระทำการ โดยประมาท จึงจะแจ้งความดำเนินคดีกับ ผู้เกี่ยวข้อง

ในส่วนของโรงเรียน วันนี้มีศึกษาธิการจังหวัด พัฒนาสมาคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด และหน่วยงานของกระทรวงสาธารณสุข เข้าพบนายสำเนา เทียมดวงแข ผอ.โรงเรียน เพื่อพูดคุยวางแผนเรื่องการ ช่วยเหลือเยียวยาเด็กที่ประสบเหตุทั้งหมด โดยเฉพาะน้องคิวและน้องโด้ซึ่งบาดเจ็บสาหัส จะต้องช่วยเหลือระยะยาว นายสำเนาแจ้งว่าทางโรงเรียนมีประกันของนักเรียน แต่ประกันจะจ่ายค่ารักษาพยาบาลได้ครั้งละไม่เกิน 10,000 บาท จำนวน 5 ครั้งต่อปี จากสภาพของเด็กทั้งสองคนมีค่ารักษาพยาบาลจำนวนมากและเป็นระยะยาวต่อเนื่อง เบื้องต้น ทางโรงเรียนมอบเงินช่วยเหลือเป็นค่าใช้จ่าย โดยมอบให้ครอบครัวของน้องคิว 10,000 บาท และครอบครัวของน้องโด้ 5,000 บาทไปก่อนแล้ว

ภายหลังจากการหารือ นายชาติชาย วงศ์กิตตะ ศึกษาธิการจังหวัดหนองบัวลำภู นำกระเช้าไปเยี่ยมครอบครัวเด็ก 3 คน ซึ่งอาการดีขึ้นและกลับไปอยู่ที่บ้านได้แล้ว ขณะที่พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จ.หนองบัวลำภูและหัวหน้าบ้านพักเด็กหนองบัวลำภู เดินทางไปเยี่ยมเด็กที่อาการสาหัสยังรักษาตัวอยู่ 2 คน คือน้องคิว และน้องโด้ ที่ร.พ.ศรีนครินทร์ จ.ขอนแก่น และโรงพยาบาลศูนย์ขอนแก่น

ด้านน.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.ศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยถึงกรณีอุบัติเหตุระหว่างการเปิดกิจกรรมรอบกองไฟ เมื่อคืนวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2566 ณ ค่ายลูกเสือชั่วคราวโรงเรียนโนนสังวิทยาคาร จังหวัดหนองบัวลำภู จากเหตุการณ์ดังกล่าวแล้วว่า มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 5 ราย ซึ่งนักเรียนได้รับการส่งรักษาดูแล โดยขณะนี้อาการปลอดภัยแล้ว ว่า ตนได้รับรายงานเหตุการณ์ดังกล่าวแล้ว รู้สึกเป็นห่วงนักเรียนที่บาดเจ็บ จึงมอบให้ผู้บริหารสำนักงานศึกษาธิการภาค 10 (ศธภ.) สำนักงานศึกษาธิการจังหวัด (ศธจ.) หนองบัวลำภู และสำนักเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.) เลย-หนองบัวลำภูที่เป็นหน่วยงานต้นสังกัด ลงพื้นที่เยี่ยมบ้านนักเรียนที่ได้รับบาดเจ็บทันที เพื่อติดตามสอบถามอาการ ให้กำลังใจและมอบเงินเยียวยาแก่ผู้ปกครอง พร้อมสั่งการให้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยมีศูนย์เฉพาะกิจคุ้มครองและช่วยเหลือเด็กนักเรียน สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (ฉก.ชน. สพฐ.) ร่วมประสานงานในรายละเอียด เพื่อสอบสวนหาสาเหตุที่แท้จริงในการแก้ไขปัญหาและพัฒนาปรับปรุงการจัดกิจกรรมอย่างรอบคอบรัดกุมมากขึ้นต่อไป

“จากรายงานอาการของนักเรียนล่าสุดทราบว่า นักเรียนที่ได้รับบาดเจ็บ 5 ราย ขณะนี้นักเรียน 3 รายได้รับการรักษาและ พักฟื้นอยู่ที่บ้านแล้ว ส่วนนักเรียนอีก 2 รายยังรักษาตัวและอยู่ภายใต้การดูแลจากทีมแพทย์ อย่างใกล้ชิด โดยแพทย์ประเมินบาดแผล ไฟไหม้ของนักเรียนรายแรกอยู่ที่ 45% และนักเรียนรายที่สองอยู่ที่ 19% ซึ่งได้มอบหมายให้เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง เนื่องจากเรื่องของ ความปลอดภัยนักเรียน เป็นเรื่องที่กระทรวงศึกษาธิการให้ความสำคัญและเน้นย้ำเสมอ ทั้งนี้ มอบหมายปลัดกระทรวงศึกษาธิการดำเนินการพิจารณาการจัดกิจกรรมลูกเสือ บนพื้นฐานนโยบายความปลอดภัยด้วย” น.ส.ตรีนุชกล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน