ชักปืนขู่ไม่พอใจห้ามเข้า
คลิปข่มขู่รปภ.หมู่บ้าน ชัดแล้วเป็นตำรวจจริง หนุ่มรปภ.พร้อมพี่เข้าแจ้งความสภ.บางแม่นาง นนทบุรี ขณะโรงพักยันเป็นชุดสืบสวนจริง ด้านผู้กำกับบางแม่นางชี้ ต่างคนต่างทำหน้าที่ แค่ไม่เข้าใจกัน พร้อมเจรจาปรับความเข้าใจ ยันไม่มีเจ้าหน้าที่ไป ทำร้ายรปภ.แน่นอน ตำรวจมีหน้าที่คุ้มครองประชาชนอยู่แล้ว
จากคลิปเหตุการณ์การปะทะคารมอย่าง ดุเดือดระหว่างเจ้าหน้าที่ รปภ. ที่ป้อมรปภ.ของหมู่บ้านธนกร หมู่ 11 ต.บางแม่นาง อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี กับกลุ่มชายฉกรรจ์ ที่อ้างตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน นอกเครื่องแบบ เหตุเกิดเมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 8 ก.พ.
วันที่ 9 ก.พ. นายยุทธนา ร่วมใจ อายุ 25 ปี รปภ.หมู่บ้านธนกร ผู้ถ่ายคลิปเหตุการณ์ ดังกล่าวเปิดเผยว่า เมื่อวานนี้มีกลุ่มชายฉกรรจ์เดินทางมาที่หมู่บ้านโดยอ้างตัวว่าเป็น เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนนอกเครื่องแบบ มีภารกิจจะขอเข้าไปในหมู่บ้าน ซึ่งตามกฎระเบียบของหมู่บ้านบุคคลภายนอกจะเข้า ออกในหมู่บ้านจะต้องแลกบัตรให้รปภ.ไว้ตรวจสอบ แต่ชายฉกรรจ์กลุ่มนี้ไม่ยอมแลกบัตรให้ตรวจสอบ เพียงโชว์บัตรตำรวจให้ดูเพียงแวบเดียว ยังไม่ทันมองเห็นชื่อกับสังกัดเลย จึงปฏิเสธที่จะให้เข้าไปในหมู่บ้าน ทำให้ชายคนดังกล่าวไม่พอใจ แล้วเปิดอาวุธที่เหน็บเอวโชว์ให้ตนดู แต่ตนไม่สนใจยังคงปฏิเสธไม่ให้กลุ่มชายชุดนี้เข้าหมู่บ้าน จึงถูกด่าว่าปัญญาอ่อนแล้วเดินเข้ามาประชิดตัว ตนเกรงว่าจะไม่ปลอดภัยจึงหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่ายบันทึกเหตุการณ์เอาไว้เป็นหลักฐาน
นายยุทธนากล่าวอีกว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้เกิดความหวาดกลัวเกรงว่าจะไม่ปลอดภัย จึงตัดสินใจปรึกษากับพี่ชายแล้ว เดินทางไปแจ้งความไว้ที่สภ.บางแม่นางแล้วเมื่อเช้านี้ หลังจากเกิดเรื่องแล้วทางฝ่ายนิติ ของหมู่บ้านก็ชมเชยว่าตนได้ทำงานปฏิบัติตามหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา เพราะตนทำหน้าที่เป็น รปภ.หมู่บ้านนี้มานานกว่า 5 ปีแล้ว บุคคลภายนอกที่เข้าออกหมู่บ้านต้องแลกบัตรผ่านเข้าออกทุกครั้ง แม้จะเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ตาม เพราะหากเกิดเหตุร้ายอะไรขึ้นมา รปภ.ของหมู่บ้านจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบก่อน เป็นอันดับแรก ดังนั้นการที่เขาไม่แสดงบัตรให้ตรวจสอบ ก็ต้องไม่ให้เขาเข้าไปในหมู่บ้าน เป็นการปฏิบัติตามหน้าที่ด้วยเช่นกัน
นายพงศกร ร่วมใจ อายุ 27 ปี พี่ชายของนายยุทธนา เปิดเผยว่า น้องชายของตนเป็น โรคสมาธิสั้นมาตั้งแต่เกิด แม้เขาจะดูเชื่องช้า แต่ก็พูดจาสื่อสารกันรู้เรื่องจนสามารถทำงานเป็น รปภ.เลี้ยงดูตัวเองมานานหลายปีแล้ว หลังเกิดเรื่องน้องชายเล่าให้ฟัง เมื่อเช้านี้ตนกับน้องจึงเดินทางไปเข้าแจ้งความไว้ที่สภ.บางแม่นาง ซึ่งเป็นพื้นที่เกิดเหตุ ก็ได้รับข้อมูลยืนยัน กลับมาว่า กลุ่มชายดังกล่าวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนของโรงพักแห่งนี้จริง
“ก็รู้สึกกังวลขึ้นมาทันที เพราะเกรงว่าคดีที่น้องชายไปแจ้งความไว้จะล่าช้า อาจมีการช่วยเหลือกันของเจ้าหน้าที่ด้วย ทำให้ผมกับน้องเป็นห่วงในเรื่องความปลอดภัย อย่าง เมื่อคืนก็ต้องย้ายที่นอนกัน เรื่องนี้หาก เจ้าหน้าที่ตำรวจคนนั้นยอมออกมาขอโทษน้องชายและพร้อมชดใช้ความเสียหายที่ เกิดขึ้นที่น้องชายผมกระทบกระเทือนจิตใจและต้องลาหยุดงาน ก็พร้อมที่จะพูดคุยด้วย” นายพงศกรกล่าว

แจ้งจับตร. – นายยุทธนา ร่วมใจ อายุ 25 ปี รปภ.หมู่บ้านแห่งหนึ่ง อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี แจ้งความดำเนินคดีตำรวจนอกเครื่องแบบชักอาวุธปืนข่มขู่ และใช้วาจารุนแรง สาเหตุไม่พอใจที่ไม่ให้เข้าพื้นที่หมู่บ้าน เมื่อวันที่ 9 ก.พ.
ด้านพ.ต.อ.ธรรศกร ก้อนทอง ผกก.สภ.บางแม่นาง กล่าวว่า จากการตรวจสอบคลิปที่ลงในโซเชี่ยล ภาพที่ปรากฏเป็น เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.บางแม่นาง ที่ไปปฏิบัติหน้าที่สืบสวนเพื่อจับตัวคนร้าย แต่มีเหตุที่ปะทะคารมกันจริงในเรื่องการ แลกบัตรเข้าหมู่บ้าน ทางรปภ.จึงไม่ให้เข้าเพราะไม่แลกบัตร ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แสดงบัตรไปแล้ว และได้พยายามติดต่อ ขอคุยกับทางนิติเพื่อชี้แจงว่ามาทำอะไร ครั้งแรกทางรปภ.ก็ไม่ได้ให้เบอร์นิติบุคคล มาคุย สุดท้ายก็ให้เบอร์นิติมาแต่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ไม่ได้เข้าไป เนื่องจากทาง รปภ. ไม่อนุญาตให้เข้า
พ.ต.อ.ธรรศกรกล่าวต่อว่า เหตุการณ์ เกิดขึ้นต่างคนต่างปฏิบัติหน้าที่ รปภ.ก็รักษาระเบียบของหมู่บ้าน แต่ต่างคนต่างไม่เข้าใจกัน ส่วนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจใช้วาจาที่รุนแรงไป เบื้องต้นได้ว่ากล่าวตักเตือนไประดับหนึ่งแล้ว แต่ก็ต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงและให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ตนต้องขอโทษทางหมู่บ้าน ทางนิติบุคคล ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจใช้คำรุนแรงหรือขึงขังเกินไป สำหรับเรื่องการเยียวยาตอนนี้ยังไม่ได้พูดคุยกับทาง รปภ.
พ.ต.อ.ธรรศกรกล่าวอีกว่า วันนี้ทาง รอง ผกก.สภ.บางแม่นาง ได้เดินทางเข้าพบนิติบุคคล จนเป็นที่เข้าใจว่าต่างคนต่างปฏิบัติหน้าที่ ทางตำรวจพร้อมที่จะขอโทษ ส่วนเรื่องที่อ้างว่าใช้อาวุธปืนข่มขู่ ได้ตรวจสอบแล้วทางเจ้าหน้าที่ยืนยันว่าไม่มีเหตุการณ์แบบนั้น ซึ่งดูตามคลิปก็ประมาณนั้น ซึ่งคลิปที่ตำรวจถ่ายไว้ก็เรื่องราวประมาณกัน พอเริ่มมีปากเสียงต่างคนก็ต่างถ่าย หลังจากนี้ถ้าฝ่ายคู่กรณีพร้อมเจรจาทางตำรวจก็พร้อมจะพูดคุย เพื่อปรับความเข้าใจ ครั้งหน้าที่จะต้องเข้าไปปฏิบัติหน้าที่ในหมู่บ้านจะต้องมีมาตรการอย่างไรบ้าง ส่วนเรื่องที่ผู้เสียหายกลัวเรื่องความปลอดภัย ทางตำรวจให้คำมั่นอยู่แล้วเพราะ เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ต้องดูแล ความปลอดภัยให้ประชาชนอยู่แล้ว เชื่อมั่นได้
พ.ต.อ.ธรรศกรกล่าวถึงขั้นตอนในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ที่ต้องแต่งกายนอกเครื่องแบบว่า ปกติต้องแสดงตัวให้ทราบก่อน ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้แสดงบัตรแล้ว แต่ขั้นตอนในการเข้าหมู่บ้านแต่ละแห่งไม่เหมือนกัน หมู่บ้านนี้ต้องแลกบัตร แต่เจ้าหน้าที่เราไม่ได้แลกบัตร จึงเริ่มมี ปากเสียงและมีอารมณ์กัน ยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจแสดงบัตรประจำตัวแล้ว