ธรรมนัสชูนายกคนที่30 ตู่โหมใต้-พื้นที่เป้าหมาย ชทพ.ชักธงรบสุพรรณฯ

‘บิ๊กตู่’ โหมลงพื้นที่ ลุยสุราษฎร์ธานี 13 ก.พ. ‘บิ๊กป้อม’คิกออฟนโยบายก๊อกสอง แจกที่ทำกิน- แก้ปัญหาน้ำ ลั่น ‘มีเรา ไม่มีแล้ง ไม่มีจน’ ‘ธรรมนัส’ เปิดใจคืนรังเก่าอบอุ่นเหมือนเดิม เดินหน้าเข็น ‘ประวิตร’ นั่งนายกฯ คนที่ 30 ‘อนุทิน’ เปิดปราศรัยใหญ่กาญจนบุรี มั่นใจยึดหมด 5 เขต ปชป.เปิดตัวครบ 58 ผู้สมัครภาคใต้ ประกาศพร้อมสู้ศึกเต็มร้อย ชาติไทยพัฒนาชักธงรบเลือกตั้ง อ้อนชาวสุพรรณฯ ขอแลนด์สไลด์ ‘รมต.เฮ้ง’ ปฏิเสธทิ้งนายกฯ หนีซบปชป. รองฯสุชาติงัดรธน.-ข้อบังคับสภาแย้ง ‘วิษณุ’ ยันองค์ประชุมล่มในวันซักฟอก ไม่ทำให้การอภิปรายสิ้นสุด จี้รัฐบาลอย่าหนีการตรวสอบ

‘บิ๊กตู่’ปรับลุกส์-แทนตัวเอง‘ลุง’
เมื่อวันที่ 10 ก.พ. เวลา 09.30 น. ที่กระทรวง การต่างประเทศ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม กล่าวปาฐกถา พิเศษหัวข้อ “การเป็นยุวทูตคุณธรรมขับเคลื่อน กิจกรรมในการพัฒนาสังคมไทยและสังคมโลก” ตอนหนึ่งว่า ขวานเคยพูดแล้วว่าต้องมีด้าม เราต้องให้ความสนใจภาคใต้ด้วยจะทำอย่างไรให้สถานการณ์ดีขึ้น ซึ่งมันก็ดีขึ้นเยอะแล้ว ขอให้เข้าใจด้วย หลายคนบอกว่าใช้อำนาจ ลุงบอกไปว่าเบื่อการใช้อำนาจ เราอยากได้ความร่วมมือ ไม่ต้องบังคับมีจิตใจที่อยาก จะช่วยในการทำงาน เพราะทุกคนคือส่วนหนึ่ง ในสังคม ไม่ใช่ไปขัดแย้งอะไรกันทั้งหมด ลุงไม่เคยไปรังเกียจใครทั้งสิ้น ไม่ว่าจะรักลุง ไม่รักลุง แต่อยากให้รักประเทศไทย ที่ผ่านมารัฐบาลพยามยามทำทุกเรื่อง ไม่ใช่ไม่ทำอะไรเลย มีแผนงานทั้งหมด เพียงแต่ต้องร่วมมือกัน

อะไรไม่รู้ก็เข้าไปดูในกูเกิ้ล ลุงเองก็พยายาม ปรับตัวตรงนี้ อย่าหาว่าลุงโบราณ วันนี้ไม่ใช่แล้ว ก็พยายามปรับตัวตรงนี้อยู่ ทุกอย่างขอให้ดูสิ่งที่เป็นประโยชน์ อะไรที่สนุกสนานลุงไม่ว่า เป็นวัยเรา แต่เปิดกูเกิ้ล ดูอะไรที่เป็นประโยชน์บ้าง แม้แต่ในโทรทัศน์แล้วเป็นเรื่องการเมืองมาก ลุงก็ไม่ดูปวดหัว แต่ดูอะไรที่มีความก้าวหน้า หลายช่องมีเรื่องความรักความสามัคคี การพัฒนา ต่างๆ มีเยอะไปหมด

“วันนี้ดีใจได้พบคนในห้องนี้ ขอให้ช่วยกัน สร้างเครือข่ายให้ลุง อะไรไม่ดีให้คิดและ ช่วยกันแก้ แต่ก่อนจะด่าว่าใครให้เปิดกูเกิ้ล ดูเสียก่อน ลุงก็ทันสมัยเหมือนกัน ครูกูฯ เปิดไปเจอหมด และให้อ่านอะไรของราชการนั่นคือสิ่งที่เป็นหลักการ ถ้าพูดอย่างเดียว สั่งอย่างเดียวมันทำไม่ได้ ต้องมีหลักการและมีแผน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมมือกัน นั่นคือระบบบริหารของเรา” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว

การปาฐกถาวันนี้ พล.อ.ประยุทธ์พยายามปรับการพูด จากที่ผ่านมาจะแทนตัวเองว่า นายกฯ แต่วันนี้พยายามแทนตัวเองว่า “ลุง” ซึ่งนอกจากจะเป็นการมาพูดกับเยาวชนแล้ว ส่วนหนึ่งทางทีมงานและพล.อ.ประยุทธ์เกรงว่า จะติดปากในการแทนตัวเองว่านายกฯ ช่วงที่ลงพื้นที่หาเสียงแล้วจะผิดกฎหมายเลือกตั้ง

เอ็นดูวัว – พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และรมว.กลาโหม ลูบหัววัวบูธโคล้านตัว ด้วยความเอ็นดู ระหว่างเป็นประธานพิธีเปิดงาน ‘ก้าวสู่ทศวรรษที่ 3 กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง’ ที่เมืองทองธานี เมื่อวันที่ 10 ก.พ.

เวลา 15.00 น. ที่บริเวณเวทีกลาง อาคารเอ็กซิบิชั่น ฮอลล์ 6 ศูนย์การแสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี จ.นนทบุรี พล.อ.ประยุทธ์เป็นประธานในพิธีเปิดงาน “ก้าวสู่ทศวรรษที่ 3 กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง” เสร็จแล้วเดินเยี่ยมชมบูธภายในงาน โดยมีประชาชนและผู้ร่วมงานตะโกนบอก “นายกฯ สู้ๆ” พล.อ.ประยุทธ์ได้ยิ้มรับ และแอบยกนิ้วโป้งให้ พล.อ.ประยุทธ์ได้ร่วมชิมขนมในแต่ละบูธ พร้อมชมว่าอร่อยเกือบทุกร้าน และพูดคุยกับชาวบ้านภายในงานอย่างอารมณ์ดี ซึ่งนายกฯ ได้ร่วมโพสท่า Y2K ที่กำลังเป็นที่นิยมในหมู่วัยรุ่นขณะนี้ด้วย อีกทั้งเมื่อเดินมาถึงบูธโคล้านตัว พล.อ.ประยุทธ์ ได้เข้าไปลูบหัว และเขกหัววัว 1 ครั้งด้วยความ เอ็นดู

ภายหลังเสร็จสิ้นงาน ผู้สื่อข่าวได้สอบถามพล.อ.ประยุทธ์ว่าเมื่ออยู่ในงานได้แสดงท่าอะไรระหว่างการเยี่ยมชมบูธ พล.อ.ประยุทธ์หันไปถามน.ส.ทิพานันท์ ศิริชนะ รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ ก่อนหันมาตอบเสียงดังว่า “Y2K” พร้อมทำท่าประกอบถึง 3 ครั้ง

ลงพื้นที่สุราษฎร์ธานี 13 ก.พ.
นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำ สำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์มีกำหนดการปฏิบัติราชการในพื้นที่จ.สุราษฎร์ ธานี วันจันทร์ที่ 13 ก.พ. เวลา 13.30 น. ออกเดินทางจาก บน.6 ดอนเมือง ไปยังท่าอากาศยานทหารกองบิน 7 ต.มะลวน อ.พุนพิน โดยเครื่องบินของกองทัพอากาศ แล้วเดินทางต่อไปยังวัดพระบรมธาตุไชยาราชวรวิหาร ต.เวียง อ.ไชยา เพื่อสักการบูชาพระบรมธาตุไชยา นมัสการพระครูพิทักษ์เจติยานุกูล เจ้าคณะอำเภอไชยา รักษาการเจ้าอาวาสวัดพระบรมธาตุไชยาราชวรวิหาร

จากนั้นพล.อ.ประยุทธ์ไปที่ว่าการอำเภอไชยา เขตเทศบาลตำบลตลาดไชยา ตรวจติดตามการบริหารจัดการน้ำ การแก้ไขปัญหาอุทกภัย พื้นที่อ.ไชยา และเป็นประธานสักขีพยาน การมอบหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดิน (ส.ป.ก.4-01) เวลา 18.00 น. เป็นประธานเปิดงานมหกรรมว่าวสุราษฎร์ธานี บริเวณหาดนายอำเภอ อ.ไชยา และเดินทางกลับถึงบน.6 เวลา 21.00 น.

การลงพื้นที่ครั้งนี้เพื่อตรวจติดตามการบริหารจัดการน้ำ ปัญหาที่ดินทำกิน รวมทั้งส่งเสริมการท่องเที่ยวจ.สุราษฎร์ธานี โดยใช้ประเพณีเล่นว่าวเป็นสื่อกลางประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยว และของดีจ.สุราษฎร์ธานีให้เป็น ที่รู้จัก หวังให้เป็นซอฟต์ เพาเวอร์ สร้างแรง ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ

‘เฮ้ง’ปฏิเสธทิ้งนายกฯซบปชป.
นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน สมาชิก พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวเตรียมยกทีม ส.ส.ชลบุรี และ ส.ส.ในกลุ่ม เข้าสังกัดพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ว่า ไม่เป็นความจริง ยืนยันตนยังคงอยู่เคียงข้างพล.อ.ประยุทธ์ ตามที่เคยประกาศไว้ก่อนหน้านี้ ไม่มีเปลี่ยนแปลง และเตรียมสู้ในสนามเลือกตั้งครั้งหน้าอย่างเต็มที่ เพื่อผลักดันให้ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯ อีกสมัย ส่วนกระแสข่าวที่ออกมาคาดว่าเกิดจากการพูดเล่นไปมาระหว่างตนเองกับนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ เลขาธิการปชป. ซึ่งมีความสนิทสนมกัน ยืนยัน ตนไม่ได้มีความขัดแย้งใดๆ กับแกนนำบางส่วน ของรทสช. และตนจะเปิดตัวว่าที่ผู้สมัครส.ส. ชลบุรี และว่าที่ผู้สมัครส.ส.ภาคตะวันออก ภาคตะวันตก และภาคกลาง ที่ตนรับผิดชอบดูแล หลังปิดสมัยประชุมสภาวันที่ 28 ก.พ.

‘เฮียหวัง-เจ๋ง’พลิกขั้วเข้ารทสช.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 9 ก.พ. นายสมหวัง อัสราษี หรือเฮียหวัง และนายยศวริศ ชูกล่อม หรือ เจ๋ง ดอกจิก อดีตแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) มายื่นใบสมัครเป็นสมาชิกรทสช. มี นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการพรรค ต้อนรับ ซึ่งทั้งสองคนเป็นแกนนำสำคัญของนปช. เคลื่อนไหว เคียงบ่าเคียงไหล่กับนายจตุพร พรหมพันธุ์ อดีตประธาน นปช.ตลอด ถึงขั้นต้องเข้าคุก มาแล้ว สำหรับนายสมหวัง ถือเป็นนายทุน คนสำคัญของคนเสื้อแดง อดีตเคยดำรงตำแหน่ง ผู้ช่วยเลขานุการ รมช.พาณิชย์ (นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ)

นายสมหวังให้สัมภาษณ์ถึงการตัดสินใจ มาร่วมงานกับ รทสช.ว่า คิดมานาน เห็นการทำงานและติดตามข่าวของพรรคมาตลอด เห็นว่าทำเพื่อชาติไม่มีอะไรแอบแฝง ซ่อนเร้น ตรงกับอุดมการณ์ตน ทำให้คิดว่าพรรคนี้ แตกต่างกับที่เคยอยู่มาในอดีต อุดมการณ์ ของตนคือมีหัวใจ 3 สี คือขาว น้ำเงิน แดง ไม่ว่าจะอยู่ นปช.หรืออะไรก็ตามแต่ก้นบึ้งหัวใจของตนเป็นแบบนี้มาตลอด

“การปราศรัยบนเวทีไม่เคยแตะต้อง หรือพูดถึงสถาบัน ได้มาอยู่ตรงนี้ถือเป็นความภาคภูมิใจ พร้อมทุกเวลาที่จะลงสมัครส.ส.ในนามพรรค เห็นการทำงานของ พล.อ.ประยุทธ์ที่เสียสละ เกษียณแล้วแต่ยังอุทิศตัวมาทำงานก็อยากเดินตามรอยแบบเดียวกับท่านนายกฯ เช่นกัน” นายสมหวังกล่าว

ลั่นพอแล้ว‘สู้เพื่อเขาเราติดคุก’
ด้านนายยศวริศกล่าวว่า ที่ผ่านมาตนมีแนวความคิดอยู่อีกฝั่งหนึ่งตลอดกว่า 10 ปี มาถึงวันนี้เห็นแล้วว่าบ้านเมืองไม่ควรมีความแตกแยก อีกต่อไป ทุกคนต้องหันหน้าเข้ามาสามัคคีกัน ไม่มีแดง ไม่มีเหลือง ไม่มีนกหวีด หรือกลุ่มพันธมิตรฯ จากที่ติดตามรทสช. น่าจะได้เป็นพรรคที่จัดตั้งรัฐบาลในครั้งหน้า โดยพิจารณาจากหลายปัจจัยไม่เพียงผู้นำอย่าง พล.อ.ประยุทธ์ เท่านั้นแต่ดูภาพรวมอื่นๆ

“สิ่งสำคัญอีกประการหนึ่งคือการต้องหาจุดยืนที่มั่นคงให้ตัวเอง การเดินหน้าต่อสู้แบบสู้ เพื่อเขา เราติดคุก ที่เคยทำมาแบบเดินเข้าออกคุกหลายรอบ เป็นบทเรียนแล้วว่าไม่ได้ทำให้เกิดประโยชน์อะไรกับผมและครอบครัวเลย สู้ เพื่อเขา แต่เวลาอับเฉาเราไร้คนดูแล สำหรับผมเพียงพอแล้ว เมื่อเขาเห็นค่า เห็นมูลค่าผมและชวนมาร่วมงานผมก็ยินดีอย่างยิ่ง”

การเปิดตัววันนี้อาจจะมีทัวร์ลง คงต้องทำที่ไว้จอดรถทัวร์มากๆ ตนไม่ได้เอาอุดมการณ์มาเป็นเครื่องพันธนาการตัวเอง ต้องจงรักภักดีต่อพรรคฝั่งเดิมอยู่ตลอด จนขยับไปไหนไม่ได้ การพูดว่าทรยศ อุดมการณ์เปลี่ยน กินกล้วย เหล่านี้เป็นการกล่าวหากัน คนเรามีอุดมการณ์แต่ไม่ใช่เอาอุดมการณ์มาพันธนาการตัวเอง จนขยับขยายไปไหนไม่ได้ พรรคไหนที่ทำประโยชน์ให้ประชาชนได้ตนสนับสนุนทั้งสิ้น ไม่มีว่าฝั่งเผด็จการ ฝั่งประชาธิปไตย เหล่านั้นคือคำครหา

ยุทธศาสตร์ – พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ประชุมแกนนำ พรรคและคณะทำงานด้านยุทธศาสตร์พรรค ออกนโยบายเพิ่มเติมในการหาเสียง ที่พรรคพลังประชารัฐ ถนนรัชดาภิเษก กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 10 ก.พ.

‘ป้อม’คิกออฟมีพปชร.ไม่มีจน
เวลา 15.00 น. ที่พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพปชร. เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการจัดทำนโยบายพปชร. โดยที่ประชุมพิจารณาร่างนโยบายพรรค เรื่อง การแก้ไขปัญหาความยากจน ปัญหาที่ดิน ทำกิน ปัญหาน้ำท่วมน้ำแล้ง เพื่อมอบหมายผู้รับผิดชอบ จัดทำรายละเอียดแผนดำเนินการ จัดทำสื่อประชาสัมพันธ์ และจัดทำข้อมูลเตรียมการปราศรัยนโยบาย ในที่ประชุมได้เปิด โอกาสให้ตัวแทนเกษตรกรจาก จ.นครราชสีมา และจ.ชัยภูมิ เข้ามาร่วมรับฟัง ซึ่งตัวแทนอวยพร พล.อ.ประวิตร “ขอให้เป็นเจ้านายคนไปตลอด เป็นนายกฯ คนที่ 30 เป็นที่รักของประชาชน” ทำให้พล.อ.ประวิตรยิ้มรับ

พล.อ.ประวิตรแถลงว่า เราทำเรื่องที่ดิน โดยคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) จัดซื้อที่ดิน เพื่อนำไปแจกจ่ายให้ประชาชน ที่ยากจน ต่อเนื่องกว่า 5 หมื่นไร่ สำหรับ อยู่อาศัยปลูกบ้านกว่า 2 หมื่นหลัง จากวันนี้จะเร่งรัดให้ทีมงานที่ได้รับมอบหมายไปทำให้บรรลุเป้าหมาย และให้ผู้สมัครส.ส.ทุกเขตเลือกตั้งชี้แจงให้ประชาชนทราบ เพราะการสร้างการรับรู้เรื่องที่ดินค่อนข้างยาก ต้องชี้แจงให้ชัดเจนกับทุกคน โดยเฉพาะคนยากจน มีสิทธิ์ ในที่ดินทำกิน

“วันนี้เราเปิดเรื่องน้ำ มีเราไม่มีแล้ง มีน้ำไม่มีจน ส่วนนโยบายเรื่องที่ดิน คือ มีเรามีที่ทำกิน มีที่ดินไม่มีจน โดยผู้สมัครจะไปชี้แจงให้ประชาชนรับทราบว่าเป็นนโยบายหลักของพรรค ที่จะทำให้ประชาชน เราต้องการทำทุกอย่างเพื่อไม่ให้ประชาชนยากจน สรุปคือมีเราไม่มีจน มีพปชร.จะไม่มีคนจนในประเทศ ยืนยันว่าจะทำให้ประชาชน 20 ล้านคน หายจากความยากจนจากการดำเนินการของพปชร.” พล.อ.ประวิตรกล่าว

พล.อ.ประวิตรให้สัมภาษณ์ถึงบรรยากาศการประชุมหลังจากร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา กลับเข้าพรรควันแรกว่า ดูแลทุกวันอยู่แล้ว และจะให้ร.อ.ธรรมนัส ดูแลพื้นที่ภาคเหนือ ผู้สื่อข่าวถามว่ามั่นใจพื้นที่ภาคเหนือจะได้ส.ส.เพิ่มขึ้นหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า “ผมก็ไม่ทราบ สื่อรู้หรือไม่” ต่อข้อถามว่าประเมินหรือไม่ว่าพปชร.จะได้ส.ส. ถึง 200 ที่นั่งหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า “คุณรู้ก็ตอบมาสิ ก็ต้องให้เขาประเมินกัน” เมื่อถามว่าวันนี้ดูอารมณ์ดีเป็นพิเศษ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ก็อารมณ์ดีทุกวัน มีวันไหนที่อารมณ์ไม่ดี

หวังเป็นแกนนำรัฐบาลอีก 4 ปี
ด้านนายอรรถกร ศิริลัทธยากร ส.ส. ฉะเชิงเทรา โฆษกพปชร. แถลงว่า พล.อ.ประวิตร ได้ลงพื้นที่แก้ไขปัญหาเรื่องที่ดินให้กับประชาชน ทำให้หลายคนหลั่งน้ำตา เพราะปัญหาที่รอคอยมาตลอดชีวิตได้รับการแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม และการทำงานของพปชร. ประสบความสำเร็จ มาจากการสะท้อนปัญหาจากส.ส.ในพื้นที่มาถึงผู้บริหารพรรค จนนำไปสู่ การแก้ไข และพล.อ.ประวิตร มอบภารกิจให้ทีมงานจัดทำนโยบายของพปชร.ว่าจะทำอย่างไร ให้ประเทศไทยไร้ปัญหาน้ำท่วม น้ำแล้ง อย่างยั่งยืน รวมถึงการทำให้เกษตรกรมีที่ดินเป็นของตัวเอง ใช้ที่ดินในการทำมาหากินต่อไป เพราะพปชร.ต้องการให้คนไทยทุกคนกินดีอยู่ดี จึงออกมาเป็นนโยบาย “มีเราไม่มีแล้ง มีน้ำไม่มีจน” ให้ประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดีให้ทัดเทียมกับประชาชนประเทศอื่น

“คาดหวังว่าพปชร.จะเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลอีก 4 ปี จึงต้องการให้ประชาชน มีที่ทำกินเพื่อเลี้ยงชีพสร้างรายได้ ยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดี มั่นใจว่านโยบายที่ออกมาเป็นนโยบายที่ดีกับประชาชนอย่างแน่นอน”

‘ธรรมนัส’คืนรังอบอุ่น-ลืมอดีต
ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา พปชร. ให้สัมภาษณ์ก่อนประชุมคณะกรรมการจัดทำนโยบายของพปชร.ว่า วันนี้เข้ามาพปชร. ครั้งแรกหลังจากถูกขับออกไป และไม่ได้ เข้ามาในรอบ 1 ปี ยอมรับว่าคิดถึงบ้านเก่า และผูกพัน เมื่อกลับมาครั้งนี้ยังอบอุ่นเหมือนเดิม ตลอดเวลาที่ผ่านมาถือว่าเป็นคนของพปชร. ที่ผ่านมาไม่ใช่คนหาเรื่องคน และนโยบาย ของพล.อ.ประวิตร คือก้าวข้ามความขัดแย้ง ดังนั้น อะไรที่ผ่านมาแล้วก็ให้ผ่านไปกับปีเก่า เริ่มต้นใหม่ทุกเรื่องทุกประเด็น

ผู้สื่อข่าวถามว่าการกลับมาครั้งนี้ได้รับมอบหมายให้ดูแลในเรื่องใด ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า ตนเป็นส.ส.เขต ที่คุ้นเคยภาคเหนือ จะช่วยดูแลในภาคเหนือ ต่อข้อถามว่าหวังที่นั่ง ส.ส.ภาคเหนือกี่เขต ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า ตอนนี้ยังไม่เห็นหน้าคู่แข่งว่าเป็นใครบ้าง รอให้ชัดเจนก่อนถึงจะกล้าพูด แต่สำหรับจ.พะเยา หวังได้หมดอยู่แล้ว ส่วนตัวผู้สมัครใน 8 จังหวัดภาคเหนือ วางตัวไว้หมดแล้ว

เมื่อถามว่าไม่กลัวกระแสแลนด์สไลด์ในภาคเหนือของบางพรรคใช่หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ไม่ห่วง มั่นใจในการทำพื้นที่ แม้กระแส การเมืองครั้งนี้ต่างกับปี 2562 อย่างมาก โดยเฉพาะเรื่องบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ การแก้ปัญหาน้ำและที่ดิน ที่เป็นผลงานโดดเด่น ของพรรค ต่อข้อถามว่าการเข้าพรรคครั้งนี้ จะไม่เอาตำแหน่งอะไรในพรรค แต่เพื่อช่วยงาน พล.อ.ประวิตร เท่านั้นใช่หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า เรามีนายบุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ เป็นกรรมการบริหารพรรคอยู่แล้ว

เข็น‘ประวิตร’นายกฯคนที่ 30
ต่อข้อถามว่ารอบนี้พปชร.จะสร้างนายกฯ ได้อีกครั้งหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า ทุกพรรคหวังว่าพรรคตัวเองจะสามารถทำได้ ผู้สื่อข่าวถามว่ามั่นใจจะผลักดันให้พล.อ.ประวิตร เป็นนายกฯ คนที่ 30 ได้หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า จะพยายามผลักดันให้เป็นผู้นำของประเทศ ในสถานการณ์ บ้านเมืองอย่างนี้ พล.อ.ประวิตร เหมาะสมที่สุด ผู้สื่อข่าวถามว่า จะลืมอดีตและทำงานร่วมกับพล.อ.ประยุทธ์ ได้หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า ยืนยันว่าไม่คิดจะทะเลาะกับใคร ต้องการทำงานการเมืองอย่างสร้างสรรค์ เพื่อประโยชน์ ประเทศและประชาชน

ผู้สื่อข่าวถามว่าการกลับมาพปชร.จะมีดีลกับบางพรรคการเมืองหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า เร็วไปที่จะพูดเรื่องนี้ ตอนนี้ขอทำให้สมาชิกกลับมาเป็นส.ส.ให้มากที่สุดก่อน ต่อข้อถามว่าหลังเลือกตั้ง ถ้าพรรคการเมืองขั้วรัฐบาลเดิม ชูพล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯ จะไม่ยกมือสนับสนุน ใช่หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ไม่สามารถไปกำหนดหรือให้คำตอบได้ว่าจะสนับสนุนหรือไม่ ต้องฟังคณะกรรมการ และนโยบายของหัวหน้าพรรคก่อน เมื่อถามว่า วันนี้พปชร.ประกาศพร้อมจับมือทุกขั้วก้าวข้าม ความขัดแย้ง แสดงว่าในพื้นที่ภาคเหนือ สามารถ ทำงานร่วมกับพรรคเพื่อไทย(พท.) ใช่หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า เรื่องนี้เป็นหน้าที่หัวหน้า พรรค เราเพิ่งเข้ามา อย่าไปพูดอะไรมาก

‘บิ๊กน้อย’ไร้ปัญหากับ‘ผู้กอง’
พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา ที่ปรึกษาหัวหน้าพปชร. ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์ภายในพปชร.ว่า ไม่มีปัญหา ทุกอย่างไม่มีอะไร พล.อ.ประวิตร มอบให้มาทำงาน ก็ทำงานปกติ ไม่เป็นศัตรูกับใคร ผู้สื่อข่าวถามว่า ตอนนี้ ทุกคนในพปชร.ไม่ได้มีปัญหา และสามารถทำงานร่วมกันได้ใช่หรือไม่ พล.อ.วิชญ์กล่าวว่า ไม่มี และตนไม่เคยมีปัญหากับใคร

ต่อข้อถามว่า ได้พูดคุยกับร.อ.ธรรมนัส หรือไม่ พล.อ.วิชญ์กล่าวว่า คุยมาตั้งนานแล้ว จบแล้ว ไม่มีอะไรแล้ว ผู้สื่อข่าวถามว่า เคลียร์กันเรียบร้อยแล้ว พล.อ.วิชญ์กล่าวว่า ไม่ต้องเคลียร์ ตนไม่มีอะไรกับเขา เมื่อถามว่า คิดว่าพื้นที่ภาคเหนือตอนบน ที่รับผิดชอบจะได้ ส.ส.กี่ที่นั่ง พล.อ.วิชญ์กล่าวว่า หัวหน้าพรรคบอกแล้วว่าให้ร.อ.ธรรมนัสดูแล เราก็ช่วยกัน ทุกอย่างก็จะดีขึ้น พล.อ.ประวิตรสั่งแค่ ร.อ.ธรรมนัส คนเดียว ส่วนตนแค่มาช่วย ในเรื่องที่ปรึกษา

แกรนด์เซล – นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯ และรมว.พาณิชย์ เปิดโครงการ ‘พาณิชย์ลดราคา! Grand Sale ทั่วไทย @ บางพลัด’ จำหน่ายสินค้าราคาถูก ที่ลานกีฬาใต้สะพานพระราม 8 เขตบางพลัด กทม. ถึงวันที่ 12 ก.พ.

ปชป.เปิดตัว 58 ผู้สมัครใต้
นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกปชป. เปิดเผยว่า ปชป.จัดสัมมนาว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ภาคใต้ ระหว่างวันที่ 11-12 ก.พ.ที่จ.นครศรีธรรมราช ภายใต้หัวข้อ “ประชาธิปัตย์ยุคใหม่ โอกาสใต้บ้านเรา” พร้อมเปิดตัวว่าที่ผู้สมัครส.ส.ภาคใต้ทั้ง 58 เขต โดยนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรค นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตร และสหกรณ์ ในฐานะเลขาธิการพรรค และนายเดชอิศม์ ขาวทอง ส.ส.สงขลา รองหัวหน้า พรรคดูแลภาคใต้ นำทีม ให้ความรู้กับผู้สมัครเพื่อเตรียมความพร้อมในการเลือกตั้ง และเปิดตัว ว่าที่ผู้สมัครทั้ง 58 เขต

“พื้นที่ในภาคใต้ขณะนี้มีความพร้อมแล้ว 100 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งปชป.มีความมั่นใจทั้งในตัว ว่าที่ผู้สมัครและผลงานของพรรคตลอดช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา จึงมั่นใจว่าประชาชนจะไว้ วางใจเพื่อโอกาสภาคใต้บ้านเรา”นายราเมศกล่า

‘หนู’ลั่นกาญจน์ยกจว.-ให้นั่งรมต.
เมื่อเวลา 19.00 น. ที่ลานอเนกประสงค์ วัดเขาเม็งอมรเมศร์ ต.ปากแพรก อ.เมือง จ.กาญจนบุรี พรรคภูมิใจไทย(ภท.) นำโดย นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) พร้อมแกนนำพรรค ขึ้นเวทีปราศรัยใหญ่ พร้อมเปิดตัวผู้สมัคร ส.ส.กาญจนบุรี ทั้ง 5 เขต ประกอบด้วย เขต 1 พล.อ.สมชาย วิษณุวงศ์ เขต 2 นายสมเกียรติ วอนเพียร เขต 3 นายยศวัฒน์ มาไพศาลสิน เขต 4 นายธรรมวิชญ์ โพธิพิพิธ และเขต 5 นายอัฏฐพล โพธิพิพิธ ซึ่งนายยศวัฒน์ เป็น ส.ส.ภท.อยู่แล้ว ขณะที่ผู้สมัคร คนอื่นๆ เคยเป็น ส.ส.พปชร.ก่อนย้ายมาสังกัดภท. มีประชาชนฟังกว่า 15,000 คน

นายอนุทินกล่าวว่า ขอให้เลือก 5 คนนี้ของภท. ซึ่งแต่ละท่านมีคุณสมบัติที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว มีความรู้ ประสบการณ์ ที่จะทำงานให้ชาวกาญจนบุรี หากท่านเลือกมาครบ 5 คน ก็เอารัฐมนตรีไปเพื่อทำความเจริญให้เมืองกาญจนบุรี ถ้าเลือกยกจังหวัด จะได้ส.ส.บัญชีรายชื่ออีก 2 คน ครั้งหน้าถ้าเลือกภท. กฎหมายของพรรคจะผ่านฉลุยไม่ถูกสกัด ไม่ว่าจะเป็นกัญชา ดอกเบี้ยกู้ยืมเพื่อการศึกษาเป็นศูนย์ กฎหมายเกษตร พักหนี้ให้ประชาชน 3 ปี สิ่งเหล่านี้ต้องการมือของส.ส.มาออกกฎหมาย

“ถ้าพี่น้องเมืองกาญจน์ เลือกยกจังหวัด ผมก็พร้อมรับใช้พี่น้อง ในชีวิตนี้ขอให้ได้ยินพี่น้องชาวกาญจนบุรีพูดว่า อั๊วมีนายกฯ เป็นลูกน้อง ถ้าได้ยกจังหวัดไปเรื่อยๆ ผมก็ต้องเป็นคนรับใช้ของคนไทยทุกคน พวกเราจะทำทุกอย่างเพื่อที่จะบอกให้รู้ว่าทุกคะแนนที่กาให้เรามีความหมาย ขอให้เราได้ทำหน้าที่นี้ พรรคเราพูดแล้วทำ ขอให้เก็บภูมิใจไทยไว้ในหัวใจ ขอให้เลือกทั้งคน เลือกทั้งพรรค” นายอนุทินกล่าว

เวทีแรก – นายวราวุธ ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา พร้อมด้วยแกนนำและสมาชิกพรรค สักการะอนุสาวรีย์นายบรรหาร ศิลปอาชา อดีตนายกฯ ก่อนเปิดปราศรัยใหญ่ครั้งแรก ที่อุทยานมังกรสวรรค์ ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง จ.สุพรรณบุรี เมื่อวันที่ 10 ก.พ.

ชทพ.ขอแลนด์สไลด์สุพรรณฯ
เวลา 16.00 น. ที่ลานหน้าศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสุพรรณบุรี พรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) เปิดเวทีปราศรัยเวทีแรก สุพรรณบุรี ‘ชักธงรบ พร้อมสู้ศึกเลือกตั้ง‘ โดยนายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม (ทส.) หัวหน้าพรรค พร้อมแกนนำ และสมาชิกพรรค ก่อนปราศรัยได้เอาฤกษ์เอาชัยด้วยการสักการะศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสุพรรณบุรี และสักการะอนุสาวรีย์นายบรรหาร ศิลปอาชา นายกฯ คนที่ 21 หน้าศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสุพรรณบุรี

นายประภัตร โพธสุธน รมช.เกษตรและสหกรณ์ เลขาธิการพรรค ปราศรัยว่า ชทพ.ต้องแลนด์สไลด์ในสุพรรณบุรี แต่ก่อนจะไป กทม.ลำบาก นายบรรหารผลักดัน จนเกิดถนนบางบัวทอง-สุพรรณบุรี เราต้องทำให้เกิดนายกฯ คนที่ 2 ใน จ.สุพรรณบุรี เราจะต้องได้ 24-25 ที่นั่ง โอกาสที่นายวราวุธจะเป็นนายกฯก็มี

ด้านน.ส.กัญจนา ศิลปอาชา ประธานคณะกรรมการอำนวยการชทพ. กล่าวว่า ครั้งที่แล้วสุพรรณฯ เสียคะแนนบัญชีรายชื่อให้พรรคอื่น 1 แสนคะแนน ครั้งนี้อย่าให้กระเด็นแม้แต่คะแนนเดียว แม้ชทพ.เป็นพรรคเล็กก็ไม่ได้หมายความว่าอนาคตจะโตขึ้นไม่ได้ ขอเพียงชาวสุพรรณฯ สนับสนุนต่อเนื่อง เชื่อว่าสักวันจะทำให้นายวราวุธ เป็นนายกฯ คนที่ 2 ของสุพรรณฯ

นายวราวุธกล่าวว่า อีกไม่กี่เดือน เราจะมาทดสอบความรัก ความเข้มแข็งของคนสุพรรณฯ ว่า ยังรัก ชทพ.อยู่หรือไม่ มีหลายพรรคเสนอว่าหัวหน้าพรรคจะเป็นแคนดิเดตนายกฯ เมื่อก่อนตนไม่ได้คิดอะไรมาก พอทำงานได้สามปีกว่าๆ เห็นการทำงานของหลายคนแล้ว ต้องขอบคุณพลพรรค ชทพ.ทุกคนที่เสนอชื่อให้ตนเป็นแคนดิเดตนายกฯ ครั้งต่อไป รับประกัน เลือกตั้งครั้งนี้ ดีเบตเวทีไหนก็ได้ แคนดิเดตนายกฯ ของ ชทพ.ไม่แพ้พรรคไหนแน่ ตอนนี้มีหลายพรรครวมกับพรรคนั้นพรรคนี้ ตนขอรับประกันว่า จะให้ชทพ.ไปรวมกับใคร รอให้ดินกลบหน้าวราวุธก่อน แต่ถ้าใครจะมารวมกับพรรคเรายินดีต้อนรับ มายิ่งเยอะยิ่งดี

วันเดียวกัน พรรคก้าวไกล(ก.ก.) นำโดย นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรค และแกนนำพรรค เปิดเวทีปราศรัยแนะนำตัวว่าที่ผู้สมัครในพื้นที่อีสานใต้ ประกอบด้วย ศรีสะเกษและบุรีรัมย์ พร้อมเปิดรายละเอียดนโยบายด้านการเกษตรของพรรคตามแนวคิด “กระดุม 5 เม็ด” ได้แก่ ทวงคืนผืนป่า ปลดหนี้สินเกษตรกร ลดต้นทุนให้เกษตรกรครบวงจร การเพิ่มมูลค่าด้วยสุราก้าวหน้า และเพิ่มรายได้ใหม่ให้เกษตรกร เพื่อแก้ไขปัญหาเรื้อรังของเกษตรกรทั้งระบบ

จับตาพท.บินพบ‘แม้ว-ปู’
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายทักษิณและ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้บินมาพักผ่อน ส่วนตัวที่ประเทศสิงคโปร์ตั้งแต่เมื่อวันที่ 9 ก.พ.โดยนายทักษิณจะได้ใช้เวลาเพื่อตรวจสุขภาพ รวมทั้งเช็กอัพร่างกายหลังเคยเข้ารับการผ่าตัดถุงน้ำดีและไส้เลื่อนเมื่อ 10 ก.ค.2565

คาดว่าจะมีบุคคลใกล้ชิดรวมทั้ง ส.ส.ของพรรคเพื่อไทย (พท.) ใช้โอกาสนี้ทยอยเดินทางไปพบปะและเยี่ยมคารวะทั้งสองเป็นจำนวนมาก เนื่องจากใช้เวลาเดินทางไม่นาน โดยนายทักษิณและน.ส.ยิ่งลักษณ์จะใช้เวลาอยู่ในประเทศสิงคโปร์จนถึงวันที่ 16 ก.พ. แล้วเดินทางกลับนครดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ต่อไป

ขอนแก่นวุ่น-นำงูค้านแบ่งเขต
เมื่อเวลา 13.00 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการ การเลือกตั้ง (กกต.) จังหวัดขอนแก่น นายปัญญา ศรีปัญญา ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ขอนแก่น พปชร. พร้อมสมาชิกพปชร. นำงูจงอาง งูหลามจากบ้าน โคกสง่า อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น บุกเข้ายื่นหนังสือร้องเรียนกับ นายวัชระ สีสาร ผอ.กกต.ขอนแก่น เพื่อให้ทบทวนการแบ่งเขตเลือกตั้งส.ส.ที่กำลังจะมาถึง สร้างความแตกตื่นให้กับเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานอย่างมาก

นายปัญญากล่าวว่า การแบ่งเขตเลือกตั้งจากเดิม 10 เขต แต่ปัจจุบันแบ่งเป็น 11 เขต ซึ่งมีส.ส.ได้ 11 คน โดยขอนแก่น เคยแบ่งเขตในลักษณะนี้มาแล้ว ในการเลือกตั้งส.ส. เมื่อปี 2544 ขณะนั้นได้ไปยื่นคัดค้านเรื่องการแบ่งเขตเช่นกัน เพราะอ.น้ำพอง เป็นอำเภอขนาดใหญ่ การแบ่งเขตในลักษณะนี้ไม่เป็นธรรม กับชาวบ้านอ.น้ำพอง จึงต้องการให้เป็นเขตเดียว เพื่อเป็นประโยชน์กับประชาชนได้เลือก ส.ส. ที่อยู่ในพื้นที่ เพื่อให้เกิดการพัฒนาพื้นที่ชุมชน ดูแลประชาชนอย่างต่อเนื่อง

“ผมต้องการให้ กกต.แบ่งเขตอย่างเป็นธรรม กับว่าที่ผู้สมัครทุกฝ่าย อย่าแบ่งเขตเพื่อ เอื้อประโยชน์ให้กับพรรคการเมืองบางพรรค เพราะผมเชื่อว่าการแบ่งเขตครั้งนี้เอื้อประโยชน์ กับพรรคคู่แข่ง เนื่องจากมีการติดป้ายหาเสียงในพื้นที่ เหมือนรู้ล่วงหน้าว่าจะมีการแบ่งเขตแบบนี้ จึงต้องการเสนอกกต.ให้ทบทวน นำรูปแบบทางเลือกที่ 3 ให้มีความแตกต่าง มาแบ่งเขตการเลือกตั้งด้วย” นายปัญญากล่าว

ชพก.ยื่นโละ 3 แบบใหม่กทม.
เมื่อเวลา 13.00 น. ที่สำนักงานสำนักงาน กกต. นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี รองหัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า (ชพก.) ยื่นหนังสือถึงประธานกกต. คัดค้านประกาศแบ่งเขตเลือกตั้ง เพิ่มเติมแบบที่ 6, 7 และ 8 ผิดต่อพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. เพื่อให้ กกต.ได้ตรวจสอบและถอนการแบ่งเขตเลือกตั้งทั้ง 3 รูปแบบนี้

นายอรรถวิชช์กล่าวว่า ตามจริงแล้วกกต.มีมติออกมาว่าให้ไปแบ่งเขตเลือกตั้งทั่วประเทศ เป็นการประกาศลงราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 31 ม.ค.2566 ระบุว่าให้กกต.ประจำจังหวัดแบ่งเขตในรูปแบบต่างๆ ให้แล้วเสร็จภายใน 3 วัน และให้ประชาชนและพรรคการเมืองแสดงความคิดเห็น ซึ่งกกต.กทม.ได้แบ่งออกมา เป็น 5 รูปแบบถูกต้องตามประกาศแล้ว แต่เมื่อวันที่ 9 ก.พ. กกต.กทม.ได้ประกาศ แบ่งเขตแบบที่ 6, 7 และ 8 ขึ้นมาเฉยๆ เลย โดยเอกสารฉบับนี้ไม่ได้ลงประกาศในราชกิจจานุเบกษา และไม่ได้เปิดเผยต่อสาธารณะ มองว่าเป็นประเด็นที่ผิด เพราะขัดต่อมติของ กกต.ในวันที่ 31 ม.ค. ซึ่งต้องแบ่งเสร็จตั้งแต่วันที่ 3 ก.พ. จะมาแบ่งเพิ่มเติมในวันที่ 9 ก.พ. ไม่ได้แล้ว

เมื่อมาดูไส้ในของการแบ่งเขตรูปแบบที่ 6, 7 และ 8 ผิดปกติคือ ตามหลักพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. มาตรา 27 วรรคหนึ่ง และวรรคสอง ระบุชัดเจนว่า ให้คำนึกถึงสภาพเขตเลือกตั้งเดิม ต้องเอาเกณฑ์ของปี 2554 และ 2557 แต่แบบที่ 6, 7 และ8 ไม่มีร่องรอยของปีเหล่านั้นเหลือเลย และในวรรคสองระบุให้เอาลักษณะที่เป็นชุมชนเดียวกัน ตนมองว่าหนักไปอีก เพราะในรูปแบบที่ 6 กับ 7 นั้น แบ่งโดยเลือกรวมบางแขวงจาก 4 เขต การปกครอง

เชื่อเหมือนดีไซน์ให้ใครชนะ
อย่างเช่น รูปแบบที่ 6 แบ่งเขตพญาไท โดยยกเว้นแขวงสามเสนใน แล้วเอามาบวกกับเขตจตุจักร เฉพาะแขวงจตุจักรและแขวงจอมพล และเอามาบวกกับเขตดินแดง ยกเว้นแขวงดินแดง และมาบวกกับเขตห้วยขวาง เฉพาะแขวงห้วยขวาง การทำแบบนี้คือการเลือก เฉพาะบางแขวงแล้วมารวมเป็นเขตเลือกตั้งใหม่ แบบนี้ไม่มีใครเขาทำกัน และกรุ๊ปนี้ ไม่เคยอยู่ในเขตเลือกตั้งด้วยกันมาก่อน เชื่อว่าประชาชนจะงงมาก อีกทั้งในแบบที่ 6, 7 และ 8 มีการสลายเขตจตุจักรแล้วเอาไปกระจาย อยู่ใน 3 เขต ตนมองว่าความผิดปกตินี้ กกต.ต้องชัดเจน เพราะเรื่องคำสั่งภายในให้แบ่งเขตเพิ่มเติมนั้นมาลอยฟ้ามาก จึงมาร้องให้กกต. มีการตรวจสอบการแบ่งเขต และถอนการ แบ่งเขตเพิ่มเติมรูปแบบที่ 6, 7 และ 8 ออกไป

“ถ้าปล่อยให้มีการแสดงความคิดเห็นใน 3 รูปแบบนี้แล้วมีการเลือกแล้วจะมีการร้องเรียนตามมาว่ากระบวนการทำไม่ถูกต้อง และทำให้พรรคการเมืองอื่นๆ ไม่สามารถทำไพรมารีโหวตได้ เพราะแบ่งเขตในกทม.ไม่เสร็จก็จะไม่สามารถจัดเลือกตั้งได้ ส่วนการแบ่งเขตเลือกตั้งรูปแบบที่ 1-5 นั้นตนไม่ได้มีปัญหาอะไร เพราะมีการยึดโยงการแบ่งตั้งแต่ในปี 2554 แล้ว แต่การแบ่งเพิ่มเติมนี้ตนไม่เห็นด้วยและมองว่าเป็นการแบ่งเพื่อดีไซน์ให้ใครคนใด คนหนึ่งชนะเลยหรือไม่” นายอรรถวิชช์กล่าว

กกต.กทม.ยันรับฟังทุกเสียง
นายสำราญ ตันพานิช ผู้อำนวยการสำนักงาน คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำกรุงเทพ มหานคร (ผอ.กกต.กทม.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีมีผู้ยื่นคัดค้านกับรูปแบบการแบ่งเขตเลือกตั้งส.ส.กทม.ว่า วันที่ 10-19 ก.พ.เปิดรับฟัง ความคิดเห็นจากพรรคการเมืองและประชาชนในพื้นที่กทม. สามารถแสดงความคิดเห็น เข้ามาได้เลยว่าเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยอย่างไร เมื่อครบกำหนด กกต.กทม.จะรวบรวม ทุกความเห็นที่เสนอเข้ามาทุก ช่องทางที่เข้าหลักเกณฑ์ โดยไม่ทิ้งแม้แต่ความคิดเห็นเดียว มาประมวลและสรุปเป็นรายงานเพื่อเสนอให้กกต.พิจารณาเลือกรูปแบบ การแบ่งเขตเลือกตั้ง ที่เหมาะสมที่สุด

สำหรับเสียงวิจารณ์การทำงานของกกต.กทม.โดยเฉพาะเรื่องการแบ่งเขต ยืนยันว่าไม่มีความหนักใจ เพราะเป็นหน้าที่ที่ต้องใช้ความระมัดระวัง ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์อย่างเคร่งครัด การแบ่งเขตเลือกตั้งต้องดำเนินการ ตามกฎหมาย ไม่สามารถใช้ความเห็นหรือความ รู้สึกส่วนตัวมาตัดสินได้ ต้องยึดหลักรวมอำเภอ ใกล้ชิดติดกัน จำนวนราษฎรใกล้เคียงกัน การเดินทาง การคมนาคมต้องสะดวก หลีกเลี่ยง การผ่าตำบล สังคมชุมชนต้องไม่แบ่งแยก

ส่วนกรณีที่ 3 รูปแบบใหม่ไม่เหมือนกับ 5 รูปแบบที่เผยแพร่ออกมาก่อนหน้านี้ ยืนยันว่า แม้ก้าวแรกจะเริ่มต่างกันแต่ปลายทางเหมือนกัน คือ เป้าหมายต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ โดยครั้งแรกเริ่มจากการรวมอำเภอ จากเขตพระนคร-ดุสิต-ป้อมปราบศัตรูพ่าย-สัมพันธวงศ์ แต่ 3 รูปแบบเริ่มต้นด้วยค่าเฉลี่ยจำนวน ประชากรกทม. ซึ่งไม่ได้ผิดเพี้ยนไปจาก หลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนดไว้เลย ยกตัวอย่าง จะเดินทางไปจ.เชียงใหม่ คนหนึ่งเริ่มต้น เดินทางจากเขตหนองจอก ส่วนอีกคนเริ่มต้นจากเขตบางแค แต่ปลายทางคือเป้าหมาย ที่จ.เชียงใหม่ ดังนั้น จึงไม่มีความหนักใจ ไม่ได้ทำผิดหลักเกณฑ์ของกฎหมาย

รองฯสุชาติแย้ง‘วิษณุ’
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทน ราษฎร คนที่ 1 ให้สัมภาษณ์กรณีนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ระบุถึงการอภิปราย ทั่วไปโดยไม่ลงมติ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 152 ในวันที่ 15-16 ก.พ. หากองค์ประชุมไม่ครบ หรือสภาล่มตั้งแต่การอภิปรายวันแรก ต้องถือว่าจบการอภิปรายและสิ้นสุดญัตติทันทีว่า ในฐานะประธานการประชุม คณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร (วิป) 2 ฝ่าย การประชุมเมื่อวันที่ 25 ม.ค. เพื่อพิจารณาแนวทางการพิจารณาญัตติตามมาตรา 152 ถึงหลักปฏิบัติในกรณีที่องค์ประชุม ไม่ครบ ตนชี้แจงว่าเรื่องนี้เป็นเพียงความคิดเห็นส่วนตัว ของนายวิษณุ และไม่ถูกต้อง เพราะตามข้อบังคับการประชุมสภา ไม่มีการระบุว่า การที่องค์ประชุมไม่ครบ ถือเป็นการสิ้นสุดญัตติ เป็นเพียงการทำให้ญัตติสะดุดลง ต้องเลิกประชุม และต้องนำกลับมาพิจารณาต่อในการประชุมคราวต่อไป

ที่ผ่านมาเกิดเหตุการณ์เช่นที่ว่าเป็นประจำ อย่างกรณีญัตติที่ยังไม่สิ้นสุดการอภิปราย หรือญัตติที่ต้องมีการลงมติ แล้วเกิดองค์ประชุม ไม่ครบ ก็จะเลิกประชุมทุกครั้งและประธานจะแจ้งว่า ให้ส่วนที่เหลือนำมาพิจารณาต่อเพื่ออภิปราย หรือลงมติในการประชุมครั้งถัดไป

จี้รัฐบาลอย่าหนีตรวจสอบ
การอภิปรายในญัตติตามมาตรา 152 ที่ไม่มีการลงมตินั้น ต้องปฏิบัติตามข้อ 73 ในข้อบังคับการประชุมสภา ที่ระบุการอภิปราย เป็นอันยุติ เมื่อ 1.ไม่มีผู้ใดอภิปราย 2.ที่ประชุมลงมติให้ปิดอภิปราย และ 3.ที่ประชุมลงมติให้ยกเรื่องอื่นขึ้นปรึกษา และข้อ 74 ที่ว่า ในกรณีที่ประธานพิจารณาเห็นว่าได้อภิปรายกันพอสมควรแล้ว จะขอให้ที่ประชุมวินิจฉัยว่า จะปิดอภิปรายหรือไม่ก็ได้

อีกทั้งตามข้อตกลงของวิป 2 ฝ่าย ที่ได้ เห็นพ้องที่จะให้มีการประชุมเป็นเวลา 2 วัน พรรคร่วมฝ่ายค้านมีเวลา 24 ชั่วโมง คณะรัฐมนตรี (ครม.) และพรรคร่วมรัฐบาลมีเวลา 8 ชั่วโมง จึงควรดำเนินการประชุมให้เป็นไปตามข้อบังคับสภา และข้อตกลงของวิป 2 ฝ่าย จนกระทั่งใช้เวลากันจนครบ รวมถึงการใช้สิทธิ อภิปรายสรุป ของผู้เสนอญัตติตามข้อบังคับข้อที่ 75

“การอภิปรายตามมาตรา 152 ครั้งนี้ ถือเป็นกระบวนการตรวจสอบหนึ่งของฝ่ายนิติบัญญัติ และเป็นครั้งสุดท้ายของสภาชุดนี้แล้ว ฝ่ายบริหารเองจะได้มีโอกาสในการชี้แจงทำความเข้าใจกับส.ส. รวมถึงประชาชน ที่ติดตาม ฝ่ายรัฐบาลจึงควรที่จะร่วมรักษา องค์ประชุมเพื่อให้การประชุมดำเนินไปได้อย่างราบรื่น ส่วนตัวเป็นห่วงว่า หากฝ่ายรัฐบาล หวังปฏิบัติตามความเห็นของนายวิษณุ อาจถูกมองว่ารัฐบาลหนีการตรวจสอบหรือไม่” นายสุชาติกล่าว

ก.ก.คุยซักฟอกมีหลักฐานมัด
นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ โฆษก ก.ก. ให้สัมภาษณ์ว่า ก.ก.เตรียมขุนพลไว้อภิปรายทั่วโดยไม่ลงมติ ตามมาตรา 152 จำนวนมาก ในวันที่ 13 ก.พ. จะชัดเจนว่ามีผู้อภิปรายจำนวนเท่าใด วันนี้ได้ยินมาว่า ส.ส.บางท่านมีพยานหลักฐานมาก จนอภิปรายคนเดียวไม่ไหว ต้องแบ่งให้คนอื่นช่วยอภิปราย ดังนั้น เรื่องพยายานหลักฐาน และข้อมูล จะเป็นหนึ่งในครั้งที่ดีที่สุดของก.ก. ไฮไลต์สำคัญมีหลายเรื่อง แต่จำนวนไม่น้อยจะเกี่ยวกับความผิดพลาดและการทุจริตคอร์รัปชั่น มั่นใจว่าข้อมูลครั้งนี้ คาหนังคาเขาจริงๆ หลังจากที่อภิปรายเสร็จ จะดำเนินการทางกฎหมายด้วย

ผู้สื่อข่าวถามว่าก.ก.จะเน้นหนักประเด็นตำรวจหรือไม่ นายรังสิมันต์กล่าวว่า การอภิปราย เรื่องนี้น่าจะมาจากหลากหลายพรรคการเมือง ต้องบอกว่าเรื่องตำรวจ พล.อ.ประยุทธ์ รับผิดชอบเต็มๆ เพราะเป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุด ของตำรวจ แต่จะกระทบชิ่งไปถึงรัฐมนตรี คนอื่นหรือไม่ต้องจับตาดู และถ้ามีหลักฐานชัดจะมีเรื่องอื่นด้วย แต่บางเรื่อง ถ้ายังหา หลักฐานมัดตัวไม่ได้ อาจต้องเก็บไว้ก่อน แต่เชื่อว่าความชั่วร้ายที่รัฐบาลนี้ก่อเอาไว้ไม่ช้า ก็เร็วจะต้องปรากฏ ต่อข้อถามว่า ข้อมูลที่ได้จากนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ถือเป็นข้อมูลที่เป็นประโยชน์มากเพียงใด นายรังสิมันต์กล่าวว่า ถือเป็นแผนที่สำคัญที่ทำให้ตนไปเจออีกหลายอย่าง ส่วนจะนำไปอภิปรายหรือไม่ต้องรอดู

“สิ่งที่เราต้องการมากที่สุดคือให้รัฐบาลชี้แจง เพราะทั้งหมดเป็นประโยชน์ต่อประชาชน ถ้ารัฐบาลมั่นใจว่าตัวเองแน่จริงก็มาเจอกัน ไม่ใช่หนีสภา และขอให้พล.อ.ประยุทธ์ อยู่ฟัง ตอนตนอภิปรายด้วย ถ้าทำได้ ประชาชน จะให้ความมั่นใจต่อตัวท่าน แต่ท่านจะกล้าหรือไม่” นายรังสิมันต์กล่าว

บิ๊กอบต.ซัด 3 พรรคค้านขึ้นเงิน
วันเดียวกัน นายวิระศักดิ์ ฮาดดา นายกสมาคมองค์การบริหารส่วนตำบลแห่งประเทศไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีมีพรรค การเมืองออกมาคัดค้านการขึ้นค่าตอบแทนให้สมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบล(อบต.)ว่า ขณะนี้มีความพยายามบิดเบือนว่าการเรียกร้องของสมาคมเป็นเรื่องการเมืองพยายามโยง ให้เห็นว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม สั่งให้ขึ้นเพื่อหาเสียงกับสมาชิก อบต.ทั่วประเทศ ที่เห็นชัด มีแกนนำ 3 พรรคการเมืองใหญ่ออกมาคัดค้านทั้ง พท. ก.ก. และพปชร.

อบต.ไม่ได้ขึ้นค่าตอบแทบมานานกว่า 15 ปีแล้ว จนกระทั่งกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น(สถ.) กระทรวงมหาดไทย พิจารณาแล้วเห็นว่าควรจะเพิ่มค่าตอบแทนให้ จึงได้ยื่นให้คณะกรรมการกลั่นกรองของกระทรวงมหาดไทยพิจารณาตามขั้นตอน ยื่นมาตั้งแต่วันที่ 30 ก.ย.2562 ตามลำดับจนถึงปัจจุบัน ใกล้จะเสนอรมว.มหาดไทยลงนามอนุมัติ เป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมายและตามอำนาจหน้าที่ของราชการทั้งนั้น พวกตน แค่มาติดตามเรื่องในช่วงนี้ แต่กลับถูกมองว่าเป็นเรื่องการเมือง

“ถ้าเรื่องนี้สะดุด ให้นายกอบต.ทั่วประเทศรอสัญญาณจากผม เตรียมรถตู้ไว้จะขึ้นมาทำเนียบรัฐบาล เพื่อให้กำลังใจนายกฯ ลุงตู่ ให้กำลังใจเลขาธิการนายกฯ อีกครั้งว่าท่าน ไม่ต้องกลัวอะไร ถ้าทำตามกฎหมาย ทำตามขั้นตอน จะมาเมื่อไรขอหารือกันก่อน ส่วนพรรค การเมืองไหนที่คัดค้านพวกเราก็ให้จำไว้ เลือกตั้งในเวลาอันใกล้นี้ ก็อย่าไปเลือก พวกมัน” นายวิระศักดิ์กล่าว

พปชร.แจงเปล่าต้าน-ดันมานาน
นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้า พปชร. กล่าวชี้แจงกรณีมีข่าวคัดค้านการขึ้นค่าตอบแทนอบต.ว่า พปชร.ยินดีสนับสนุนเงินให้กับองค์กรบริหาร ส่วนท้องถิ่น และขอเสนอให้รัฐบาลดูแล เงินเดือนของกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ไปพร้อม ในคราวเดียว เนื่องจากท้องถิ่นอยู่ในพื้นที่ และท้องถิ่นมีกำนันผู้ใหญ่บ้าน ดูแล เพราะที่ผ่านมาไม่ได้ขึ้นเงินเดือน แต่เป็นการขึ้นขั้น ขั้นละ 200 บาท จึงขอฝากให้รัฐบาลช่วยพิจารณาในเรื่องนี้

ด้านร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา พปชร. กล่าวว่า พปชร.พูดคุยเรื่องนี้มานานแล้ว ตั้งแต่ช่วงแรกได้รับเลือกตั้งเป็นรัฐบาล ว่า ค่าตอบแทนของนายกอบต. เทศบาล กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ควรปรับให้เข้ากับสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบัน หากเดือดร้อนเรื่องค่าครองชีพก็ไม่สามารถทำงานให้กับประชาชนได้ พปชร.สนับสนุนไม่ใช่คัดค้าน

ผู้สื่อข่าวถามว่า มีการมองว่าการเสนอเรื่องดังกล่าวในช่วงนี้ เป็นการหวังผลช่วงหาเสียงเลือกตั้ง ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า ถ้าจะพูดตอนนี้ก็ประมาณนั้น แต่พปชร.ผลักดันมานานแล้ว พล.อ.ประวิตร ซึ่งกำกับดูแลกระทรวงมหาดไทย เคยปรารภและให้เราทำการบ้านเรื่องดังกล่าว และควรมีการขึ้นเงินเดือนทั้งในท้องถิ่นและในท้องที่

‘พีระพันธุ์’ฉะคนโจมตีนายกฯ
นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค เลขาธิการ นายกฯ หัวหน้ารทสช. ให้สัมภาษณ์ว่า เรื่องการขึ้นค่าตอบแทนอบต.เกิดจากการที่นายกสมาคมอบต.มายื่นเรื่องกับตน ในฐานะที่เป็นประธานกรรมการอำนวยความเป็นธรรมและเร่งรัดการปฏิบัติราชการ ภายหลังจากมีการ ขอขึ้นเงินเดือนไปยังกระทรวงมหาดไทย แต่ผ่านมานานแล้วยังไม่มีความคืบหน้า จึงมาขอให้ช่วยติดตามเรื่องให้

“ที่ผ่านมามีคนมาเสนอเรื่องเดือดร้อนมากมายให้ช่วยติดตามและแก้ปัญหา ไม่เห็นเป็นข่าว แต่เรื่องนี้กลับมีความพยายามนำไปเป็นประเด็นทางการเมือง ผมไม่ขอเล่นด้วย เพราะไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเรื่องนี้ และต้อง บอกว่าเรื่องนี้ไม่ได้เป็นนโยบายของรทสช. เป็นเรื่องที่มีการเสนออยู่แล้ว แต่มีความพยายามจะนำเรื่องนี้มาหาแง่ หามุม มาโจมตีนายกฯ และรัฐบาลเท่านั้น”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน