50 เหยื่อร้องศูนย์ร้องทุกข์ บช.ก. ถูกบริษัททัวร์ต้มตุ๋น โพสต์โฆษณาชวนเชื่อออนไลน์ อ้างจัดหางานให้ทำในต่างประเทศได้ ทั้งญี่ปุ่น ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ เรียกเก็บค่านายหน้าหัวละ 1.4 แสนถึง 2 แสนบาท มีเหยื่อหลงเชื่อ 2-3 ร้อยราย รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 20 ล้านบาท เมื่อหลงเชื่อจ่ายเงินให้ก็เชิดเงินหนีหายไป ส่วนคนที่ได้เดินทาง เมื่อไปถึงก็ถูกปล่อยเคว้ง ลอยแพทิ้ง ต้องอยู่อย่างอดอยาก ไม่มีงาน ไร้เงินดำรงชีวิต บางคนต้องไปอาศัยนอนพักตามวัด รอญาติส่งเงินค่าตั๋วให้เดินทางกลับ วอนตร.จับกุมบริษัทนี้ เพราะยังโฆษณาหลอกลวงไปทำงานอยู่
เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 10 ก.พ. ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ หนึ่งในผู้ก่อตั้งสายไหมต้องรอด พากลุ่มผู้เสียหายเป็นชาวบ้านจากหลากหลายพื้นที่ รวมเกือบ 50 คน เข้าพบ พ.ต.ท.ภาณุภัค สืบปรุ รองผกก.สอบสวน กก.4 บก.ปคม. เพื่อร้องขอความเป็นธรรมหลังถูกบริษัททัวร์ชื่อดังแห่งหนึ่งหลอกให้จ่ายเงินอ้างพาไปทำงานยังต่างประเทศ ก่อนถูกปล่อยลอยแพแล้วเชิดเงินหนีไป โดยนำเอกสารหลักฐานการโอนเงินต่างๆ มามอบให้พนักงานสอบสวนประกอบการพิจารณา
นายเอกภพกล่าวว่า ก่อนหน้านี้กลุ่ม ผู้เสียหายได้ส่งเรื่องร้องเรียนเข้ามาผ่านเพจ เฟซบุ๊กสายไหมต้องรอดว่า ถูกบริษัททัวร์แห่งหนึ่งที่เบื้องหลังมีการดำเนินกิจการรับจัดหาพาคนไปทำงานต่างประเทศ หลอกลวงเงิน โดยการอ้างว่าพาไปทำงานยังประเทศนิวซีแลนด์ ญี่ปุ่น และออสเตรเลีย ได้ ก่อนเรียกเก็บเงินค่าดำเนินการจากรายละ 140,000-200,000 บาท แต่เมื่อมีผู้หลงเชื่อจ่ายเงินให้กับบริษัทดังกล่าวแล้วกลับไม่สามารถไปทำงานยังต่างประเทศได้จริง หรือบางรายที่ได้เดินทางส่วนใหญ่ก็มักถูกปล่อยลอยแพทิ้งไว้ที่ต่างประเทศ ไม่มีงาน ไม่มีเงิน จนบางคนต้องอาศัยนอนพักตามวัดเพื่อรอให้ญาติส่งเงินมาให้ใช้เป็นค่าเดินทางกลับ
นายเอกภพกล่าวต่อว่า ที่ผ่านมามีผู้หลงเชื่อตกเป็นเหยื่อจำนวนมาก เนื่องจากบริษัทดังกล่าวมีการโพสต์โฆษณาตามสื่อสังคมออนไลน์ รวมถึงบอกต่อหรือชักชวนกันปากต่อปาก ซึ่งรวบรวมรายชื่อได้แล้ว 2-3 ร้อยคน ส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ จ.ชัยภูมิ ขอนแก่น และชลบุรี รวมความเสียหายกว่า 20 ล้านบาท อีกทั้งทราบว่าปัจจุบันบริษัทดังกล่าวยังคงมีพฤติกรรมหลอกลวงเหยื่อรายใหม่ในลักษณะเดียวกันนี้อย่างต่อเนื่อง จึงอยากให้หน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะตำรวจเร่งดำเนินการเอาผิดเพื่อป้องกันไม่ให้มีผู้ตกเป็นเหยื่อเพิ่มขึ้นอีก ทั้งนี้อยากฝากถึงผู้ที่ต้องการ เดินทางไปทำงานยังต่างประเทศว่าต้องติดต่อผ่านกระทรวงแรงงานเพียงเท่านั้น หากติดต่อผ่านเอเยนซี่เหล่านี้ซึ่งเป็นเอเยนซี่เถื่อนโอกาสที่จะถูกหลอกเงินก็จะมีสูง
เบื้องต้น พนักงานสอบสวนได้สอบปากคำผู้เสียหายไว้ เพื่อนำไปพิจารณาควบคู่กับพยานหลักฐานต่างๆ ก่อนส่งต่อให้ผู้บังคับบัญชาพิจารณาสั่งการต่อไป