หล่นลงใส่ตู้ยามตร.ที่บางใหญ่ เร่งเคลียร์เยียวยา!
สั่งหยุดสร้างมอเตอร์เวย์บางใหญ่ เคลียร์คานยักษ์หนัก 40 ตันร่วงใส่ป้อมยามตร. ริมถนนกาญจนาภิเษก นนทบุรี โครงการมอเตอร์เวย์บางใหญ่-กาญจนบุรี คนงานร่วงลงมาด้วยเจ็บ 1 ราย เหตุเกิดช่วงค่ำ 10 ก.พ. อธิบดีกรมทางหลวงแจง สั่งทีมวิศวะตรวจสอบเร่งด่วน สั่งหยุดก่อสร้างชั่วคราว พบตัวเหล็กลิฟยกเกิดงอ ทำให้คานร่วงลงมา ส่วนคนงานที่ขึ้นไปเป็นดูการประกอบตัวคานก็หล่นลงพร้อมกันจากความสูง 12 เมตร ชี้เหล็กลิฟเกิดเสื่อมสภาพจากการใช้งานมานาน ไม่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างสะพานมอเตอร์เวย์ เป็นเหตุสุดวิสัย ขอโทษประชาชน เป็นความผิดของโครงการ ที่ไม่ได้เข้าตรวจสอบอุปกรณ์ให้ดีหลังจากใช้ทำงานหนักมาอย่างต่อเนื่อง
เมื่อวันที่ 11 ก.พ. รายงานข่าวจากกรมทางหลวง (ทล.) ระบุว่า ตามที่ได้มีสื่อสังคมออนไลน์นำเสนอข่าว กรณีเกิดอุบัติเหตุแผ่นซีเมนต์ขนาดใหญ่ น้ำหนักกว่า 40 ตัน หล่นใส่บริเวณตู้ยามของตำรวจทางหลวงบางใหญ่ ถนนกาญจนาภิเษก ต.เสาธงหิน อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี เป็นเหตุให้ตู้ยามบริการของตำรวจทางหลวงได้รับความเสียหายและคนงาน 1 รายได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย เมื่อเวลา 20.30 น. วันที่ 10 ก.พ.นั้น
นายสราวุธ ทรงศิวิไล อธิบดีทล. เปิดเผยว่า ได้สั่งการด่วนให้สำนักก่อสร้างทางที่ 1 สำนักงานทางหลวงที่ 13 (กรุงเทพ) และแขวงทางหลวงนนทบุรี พร้อมทีมวิศวกรผู้เชี่ยวชาญลงพื้นที่ตรวจสอบทันที ขอเรียนชี้แจงว่า พื้นที่ดังกล่าวอยู่ระหว่างดำเนินโครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 81 (M81) สายบางใหญ่ – กาญจนบุรี ตอนที่ 2 ระหว่าง ก.ม.40 ถนนกาญจนาภิเษก ต.เสาธงหิน อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่ปิดภายในโครงการ รถทั่วไปจะเข้าพื้นที่ไม่ได้
นายสราวุธกล่าวว่า จากการตรวจสอบพบว่าแผ่นคานซีเมนต์ดังกล่าวเป็นคานรองรับ น้ำหนักของงานโครงการก่อสร้าง โดยระหว่างเกิดเหตุเป็นการก่อสร้างพื้นสะพานระบบคานสมดุล เสาต้นที่ ML-15 ที่ได้ติดตั้งไปแล้วทั้งสิ้น 6 คู่ (ด้านต้นทาง – ปลายทาง) คู่ที่เกิดเหตุเป็นพื้นคู่ที่ 7 จากหัวเสา ขณะยกพื้นสะพานคานยกชิ้นส่วนสะพานเกิดเสียรูปจากการใช้งานเนื่องจากรับน้ำหนักที่มากและต่อเนื่องมาระยะหนึ่งแล้ว จึงทำให้ชิ้นส่วนสะพานดังกล่าวเกิดหลุดจากโครงสร้างแขวนหลัก เป็นเหตุให้หลังคาและตัวอาคารสถานีบริการทางหลวง (บางใหญ่) เสียหายบางส่วนและคนงานได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย 1 ราย ตามที่รายงานข่าวนั้น

คานร่วง – ผู้รับเหมาเร่งเคลียร์คานคอนกรีตขนาดใหญ่ หนัก 40 ตัน ของโครงการมอเตอร์เวย์บางใหญ่-กาญจนบุรี ที่หล่นใส่ป้อมตำรวจทางหลวง ถนนกาญจนาภิเษก อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี พังเสียหาย เมื่อวันที่ 11 ก.พ.
ภายหลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ทล.พร้อมผู้รับจ้างได้ประสานเจ้าหน้าที่กู้ภัยพร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสายตรวจรุดตรวจสอบ และได้เร่งเก็บกู้แผ่นซีเมนต์ดังกล่าวออกจากพื้นที่พร้อมนำผู้ได้รับบาดเจ็บส่งโรงพยาบาลเกษมราษฎร์ ซึ่งได้รับบาดเจ็บบริเวณเอวและหลัง ทางโครงการได้หารือกับผู้รับจ้างโดยในเบื้องต้นผู้รับจ้างพร้อมเยียวยาผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น สำหรับตัวอาคารที่เสียหายได้สั่งการให้ผู้รับจ้างตรวจสอบความเสียหายพร้อมซ่อมแซมให้ตัวอาคารกลับมาใช้งานได้ต่อไป
“กรมขอแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ ซึ่งกรมให้ความสำคัญกับมาตรการความปลอดภัยในระหว่างการก่อสร้างอย่างสูงสุดมาโดยตลอด ภายหลังจากเกิดเหตุ สำนักก่อสร้างทางที่ 1 และหน่วยงานในพื้นที่ร่วมดำเนินการตรวจสอบ พร้อมสั่งการให้โครงการหยุดดำเนินการโครงสร้างพื้นสะพานตั้งแต่วันที่ 10 ก.พ. เป็นต้นไปจนกว่าจะได้รับการตรวจสอบความปลอดภัยของเครื่องมือ เครื่องจักร และอุปกรณ์ต่างๆ ซักซ้อมขั้นตอนการปฏิบัติงาน การป้องกันอุบัติเหตุต่างๆ พร้อมใบรับรองจากวิศวกรทั้งหมด ซึ่งปัจจุบันโครงสร้างที่ยกลอยจากพื้นทั้งหมดที่ยังไม่ได้ติดตั้งได้ปลดลงพื้นไว้แล้ว และกำชับให้เพิ่มมาตรการความปลอดภัยเต็มที่ในทุกโครงการก่อสร้าง ป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำ รวมทั้งเข้มงวดกับเจ้าหน้าที่ ผู้ปฏิบัติงานทั้งในส่วนกรมทางหลวง และผู้รับจ้าง เพื่อความปลอดภัยและสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน” นายสราวุธกล่าว
เวลา 13.30 น. ที่จุดบริการตำรวจทางหลวง ต.เสาธงหิน อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี นายเอกภพ โกวิทกูลไกร วิศวกรกรมทางหลวง นายช่างโครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง หมายเลข 81 บางใหญ่-กาญจนบุรี ตอนที่ 2 พร้อมด้วย นายทิศชัย หงษ์ศิรินาถ นักวิชาการแรงงานชำนาญการพิเศษ สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดนนทบุรี ลงพื้นที่บริเวณจุดบริการตำรวจทางหลวงบางใหญ่ตรวจสอบความเสียหายจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยพบว่าคนงานของบริษัทรับเหมาก่อสร้างได้เข้ารื้อถอนอาคารจุดบริการตำรวจทางหลวงที่ได้รับความเสียหาย เพื่อประเมินความเสียหายทั้งหมดและแจ้งให้กับโครงการก่อสร้างทราบ สำหรับอาการของผู้บาดเจ็บ หลังจากเข้ารักษาที่ร.พ.เกษมราษฎร์ พบว่ากระดูกสะโพกร้าว แพทย์อยู่ระหว่างดำเนินการรักษา ขณะนี้อาการปลอดภัยแล้ว
นายเอกภพ เปิดเผยว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อคืนเป็นช่วงที่เครนกำลังยกคานตัวที่ 7 ขึ้นไปเชื่อมต่อระหว่างเสาต้นที่ ML15 กับเสาต้นที่ ML14 โดยมีตัวเหล็กลิฟติ้งเป็นตัวยก ระหว่างยกแขนของเหล็กลิฟติ้งได้เกิดการงอตัว ทำให้คานที่มีน้ำหนักประมาณ 7 ตันหล่นลงมา ส่วนคนงานที่ขึ้นไปเป็นคนงานที่ขึ้นไปดูการประกอบตัวคานจึงได้หล่นลงพร้อมกันด้วย ซึ่งจุดที่หล่นลงมามีความสูงประมาณ 12 เมตร สาเหตุเป็นเพราะเหล็กลิฟติ้งเกิดเสื่อมสภาพลงจากการใช้งานมานาน ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างของสะพานมอเตอร์เวย์ เหตุที่เกิดขึ้นเป็นเหตุสุดวิสัย ตนต้องขอโทษประชาชนเพราะทางโครงการบกพร่องขาดการบำรุงรักษา เป็นความผิดของโครงการ ที่ไม่ได้เข้าตรวจสอบอุปกรณ์ให้ดี เพราะต้องใช้ทำงานมาอย่างต่อเนื่อง จนอุปกรณ์เกิดชำรุดลง
สำหรับมาตรการต่อไปทางโครงการจะเปลี่ยนตัวคานลิฟติ้งซึ่งเป็นตัวยกทั้งหมด ส่วนอาคารจุดบริการตำรวจทางหลวงนั้น ทางโครงการจะรับผิดชอบให้ทั้งหมดในการซ่อมแซมให้กลับเหมือนเดิม ซึ่งทางตำรวจทางหลวงจากการที่พูดคุยก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร สำหรับตัวคานที่หล่นลงมามีน้ำหนักเพียง 7 ตันเท่านั้น ไม่ได้หนักถึง 40 ตัน อย่างที่เข้าใจเนื่องจากคานตัวดังกล่าวมีสภาพข้างในกลวง ในเบื้องต้นได้สั่งหยุดงานเป็นเวลา 2 สัปดาห์ เพื่อตรวจสอบความปลอดภัยจากอุปกรณ์ทั้งหมด รวมทั้งเตรียมออกแบบตัว ลิฟติ้งใหม่ให้รองรับน้ำหนักได้เพิ่มมากขึ้น
ขณะที่ นายทิศชัย หงษ์ศิรินนาถ นักวิชาการแรงงานชำนาญการพิเศษ สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดนนทบุรี กล่าวว่า ได้ลงมาตรวจสอบที่เกิดเหตุเพราะมีลูกจ้างได้รับบาดเจ็บจากการทำงาน แต่พบว่าหลังเกิดเหตุได้มีการเคลื่อนย้ายอุปกรณ์ไปแล้ว ซึ่งหลังจากนี้ต้องดูว่าเหตุที่เกิดขึ้นมีข้อบกพร่องตรงจุดไหน จากนั้นจึงไปสอบปากคำแรงงานที่ได้รับบาดเจ็บอีกครั้งว่า ในระหว่างที่เข้าไปทำงาน เกิดเหตุการณ์อะไรขึ้น
ด้าน พ.ต.อ.รณภัฎ ทับทิมธงไชย ผกก.สภ.บางใหญ่ เปิดเผยว่า จากเหตุการณ์ดังกล่าว พบว่าโรงจอดรถ ห้องน้ำ และห้องวิทยุของตำรวจทางหลวงได้รับความเสียหาย ส่วน ผู้บาดเจ็บมีเพียงคนงานของบริษัทก่อสร้างได้รับบาดเจ็บเพียง 1 ราย อาการพ้นขีดอันตรายแล้ว ซึ่งหลังจากนี้ทางพนักงานสอบสวนจะได้เรียกตัววิศวกรผู้ดูแลรับผิดชอบโครงการมาให้ปากคำเพิ่มเติม เพื่อเตรียมแจ้งข้อกล่าวหาว่ากระทำการโดยประมาทเลินเล่อต่อไป