ฝนถล่มเหนือ ทั้งเชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ช่วยลดฝุ่นพิษจางลง ที่ขุนยวม แม่ฮ่องสอนฟ้าผ่าวัวตาย ลมพัดต้นไม้ใหญ่
โค่นทับสายไฟแรงสูงพังระเนระนาด ไฟดับ 6 อำเภอ เชียงใหม่บุกจับหนุ่มบุกเผาป่าทำไร่เลื่อนลอย เลยระดมจนท.ดับไฟป่าภูสะนาว หลังไหม้ติดกันหลายวัน จิสด้าพบพื้นที่จุดความร้อนลดลงเหลือ 461 จุด คพ.เผยค่าฝุ่นลดลงทั่วประเทศเกินมาตรฐานเหลือ 3 จว. ที่น่าน สุโขทัย และสมุทรสงคราม
เมื่อวันที่ 17 ก.พ. นายปิ่นสักก์ สุรัสวดี อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ในฐานะศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ (ศกพ.) กล่าวว่า ศกพ.รายงานการติดตามตรวจสอบคุณภาพอากาศ สรุปภาพรวมปริมาณ PM 2.5 ในประเทศอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานเป็นส่วนใหญ่ (ค่ามาตรฐานไม่เกิน 50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.) พบเกินค่ามาตรฐาน 3 พื้นที่ทั่วประเทศ ภาคเหนือ ตรวจวัดได้ 22-68 มคก./ลบ.ม. เกินมาตรฐาน 2 พื้นที่ ได้แก่ ต.ในเวียง อ.เมือง จ.น่าน ค่าฝุ่น 68 มคก./ลบ.ม. และ ต.ธานี อ.เมือง จ.สุโขทัย ค่าฝุ่น 62 มคก./ลบ.ม. ภาคกลาง ตรวจวัดได้ 20-56 มคก./ลบ.ม. พบเกินมาตรฐาน 1 พื้นที่ ได้แก่ ต.ลาดใหญ่ อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม ค่าฝุ่น 56 มคก./ลบ.ม. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาพรวมอยู่ในเกณฑ์ดีมาก ตรวจวัดได้ 13-28 มคก./ลบ.ม. ภาคตะวันออก ภาพรวมอยู่ในเกณฑ์ดีมาก ตรวจวัดได้ 19-28 มคก./ลบ.ม. ภาคใต้ ภาพรวมอยู่ในเกณฑ์ดีมาก ตรวจวัดได้ 10-24 มคก./ลบ.ม. กรุงเทพฯ และปริมณฑล โดยสถานีตรวจวัดของ คพ. ร่วมกับ กทม. ภาพรวมอยู่ในเกณฑ์ดี ตรวจวัดได้ 19-48 มคก./ลบ.ม.
นายปิ่นสักก์กล่าวต่อว่า ปีนี้สถานการณ์ฝุ่นละออง PM 2.5 ภาคเหนือ PM 2.5 มีความรุนแรงกว่าปีที่ผ่านมา จากข้อมูลของสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือจิสด้า (GISTDA) พบสัดส่วนจุดความร้อนสะสมพื้นที่ป่าร้อยละ 77 พื้นที่เกษตร ร้อยละ 18 และพื้นที่เมือง ร้อยละ 5 ซึ่งหน่วยงานในสังกัดกระทรวงทรัพยากรฯ ดำเนินการอย่างเข้มข้นกว่าที่ผ่านมา เพื่อให้สถานการณ์คลี่คลายโดยเร็วที่สุด เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานเพื่อลดจุดความร้อนในพื้นที่ป่า
นายปิ่นสักก์กล่าวต่อว่า กองจัดการคุณภาพอากาศและเสียง กรมควบคุมมลพิษ คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ระหว่างวันที่ 18-20 ก.พ.66 อาจมีแนวโน้มฝุ่นละอองขึ้นสูงได้ในบางพื้นที่ สำหรับพื้นที่ 17 จังหวัด ภาคเหนือมีแนวโน้มที่ควรเฝ้าระวังบริเวณภาคเหนือตอนบน ช่วงวันที่ 18-24 ก.พ.66 ทั้งนี้ประชาชนทั่วไปควรเฝ้าระวังสุขภาพ ลดเวลาการทำกิจกรรมกลางแจ้ง หรือใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเองหากมีความจำเป็น ผู้ที่ต้องดูแลสุขภาพเป็นพิเศษ ควรลดระยะเวลาการทำกิจกรรมกลางแจ้ง หรือใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเองหากมีความจำเป็น ถ้ามีอาการทางสุขภาพ ควรปรึกษาแพทย์
ด้านจิสด้า (GISTDA) เผยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ เอ็นพีพี ของระบบเวียร์ ไทยพบจุดความร้อน เมื่อวันที่ 16 ก.พ. ลดลงจากเดิมเหลือเพียง 461 จุด คาดเป็นผลมาจากมาตรการห้ามเผาเด็ดขาดใน 17 จังหวัดภาคเหนือ โดยส่วนใหญ่ประกาศไว้เป็นช่วงระหว่างวันที่ 15 ก.พ.-30 เม.ย.66 ขณะที่จุดความร้อนของประเทศเพื่อนบ้าน เมียนมา ครองอันดับหนึ่ง 3,768 จุด กัมพูชา 1,879 จุด สปป.ลาว 432 จุด เวียดนาม 135 จุด และมาเลเซีย 23 จุด
สำหรับจุดความร้อนในประเทศไทย ส่วนใหญ่สูงสุดยังคงพบในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ 176 จุด ป่าสงวนแห่งชาติ 140 จุด พื้นที่เกษตร 57 จุด พื้นที่เขตส.ป.ก. 45 จุด ชุมชนและอื่นๆ 40 จุด ริมทางหลวง 3 จุด จังหวัดที่พบจุดความร้อนมากที่สุดคือ จ.แม่ฮ่องสอน 48 จุด จ.น่าน 46 จุด และ จ.ชัยภูมิ 45 จุด ตามลำดับ จากภาพแสดงให้เห็นว่าจุดความร้อนลดลงอย่างมาก ส่วนคุณภาพอากาศภาคเหนือวันนี้ดีขึ้นมากอย่างเห็นได้ชัด ส่วนหนึ่งน่าจะเป็นผลจากมาตรการห้ามเผา ประกอบกับบางพื้นที่มีฝนตกลงมา ทำให้เกิดการชะล้างฝุ่นละออง PM 2.5 ลงไปได้บ้าง
เมื่อดูจากแอพพลิเคชั่น “เช็คฝุ่น” ก็สอดคล้องกันกับลักษณะอากาศดังกล่าว โดยวันนี้ค่าคุณภาพอากาศ เฉพาะ PM 2.5 อยู่ในระดับดี
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 16 ก.พ. เกิดพายุฝนฟ้าคะนองอย่างรุนแรงในพื้นที่อ.ขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอน ทำให้กระแสไฟฟ้าดับเป็นวงกว้างนานหลายชั่วโมง นอกจากนี้ ยังเกิดฟ้าผ่าสวนมะขามของชาวบ้านที่ใช้เป็นที่เลี้ยงวัว ทำให้วัวตาย 2 ตัว และเกิดเพลิงลุกไหม้ที่เก็บฟางข้าวที่เจ้าของวัวนำมาสต๊อกไว้เพื่อเป็นอาหารวัวจนเสียหายทั้งหมด ส่วนเจ้าของวัวได้รับบาดเจ็บนำส่งร.พ.ขุนยวม ขณะนี้อาการปลอดภัยแล้ว ส่วนค่าเสียหายไม่ต่ำกว่า 1 แสนบาท
ด้านการไฟฟ้าจังหวัดแม่ฮ่องสอนแจ้งว่า สาเหตุที่กระแสไฟฟ้าดับทั้ง 6 อำเภอเนื่องจากมีต้นไม้ใหญ่โค่นล้มทับสายไฟฟ้าเสียหาย ที่บ้านป่าแป๋ถนนสาย 1095 แม่แตง-ปาย หลักก.ม.30-32 บ้านป่าแป๋ ต.ป่าแป๋ อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นต้นทางของกระแสไฟฟ้า โดยตั้งแต่เวลา 01.30-04.00 น. ฝนยังคงตก ทำให้ดับไฟป่า ขณะเดียวกันทำให้หมอกควันฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 จางลงได้อย่างดี
ส่วนที่จ.เชียงใหม่ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สภาพอากาศกลับมาสดใสอีกครั้ง หลังจากตลอดเกือบ 2 สัปดาห์ในหลายพื้นที่ต้องเจอปัญหาฝุ่นควันพิษ โดยเฉพาะ อ.ฮอด และ อ.เชียงดาว มีค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กขึ้นไปเกือบถึง 300 มคก./ลบ.ม.อยู่ในพื้นที่สีแดง กระทั่งเมื่อวานเกิดฝนตกลงมาในช่วงค่ำ และช่วงเช้ามืดวันนี้ เรดาร์ของศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคเหนือตรวจพบกลุ่มฝนทางตอนเหนือปกคลุมเกือบทั้งหมด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนปราบปรามประจำจังหวัดเชียงใหม่-ฮอด, ลำพูน กก.4 ปทส., ตำรวจ กก.ตชด.33, ตำรวจ กก.ปพ.บก.สส.ภ.5, ตำรวจสภ.บ่อหลวง พร้อม เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษป่าไม้เชียงใหม่ 3 ลงพื้นที่ลาดตระเวนตรวจพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าขุนแม่ลาย ต.บ่อหลวง อ.ฮอด จ.เชียงใหม่ และจับกุมนายตรีวิทย์ ปันติ๊บ ชาวบ้านหมู่ 2 ต.บ่อหลวง อ.ฮอด จ.เชียงใหม่ พร้อมไฟแช็ก 1 อัน ขณะกำลังเผาป่าเพื่อเตรียมพื้นที่เพาะปลูกพืชไร่ ทำให้เกิดควันปกคลุมไปทั่วบริเวณ พบว่าเป็นพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าขุนแม่ลาย เขตบ้านวังกอง ต.บ่อหลวง อ.ฮอด ถูกบุกรุกเนื้อที่ 2 ไร่ 2 งาน 52 ตารางวา เจ้าหน้าที่แจ้งข้อหากระทำความผิดฐานก่อสร้าง แผ้วถาง เผาป่า โดยไม่ได้รับอนุญาต, ครอบครองทำประโยชน์ หรืออยู่อาศัยในที่ดิน ก่อสร้างโดยไม่ได้รับอนุญาต และฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามประกาศจังหวัดเชียงใหม่ เรื่องมาตรการป้องกันการจุดไฟเผาในที่โล่ง นำตัวผู้ต้องหาส่งสภ.บ่อหลวง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทหารกองร้อยมณฑลทหารบกที่ 28 (มทบ.28) จำนวน 100 นาย พร้อมเจ้าหน้าที่ปกครองและจิตอาสา เดินเท้าขึ้นไปยังภูสะนาว ต.ศรีสองรัก อ.เมือง จ.เลย เพื่อดับไฟป่าที่ลุกไหม้อย่างหนัก 4 วันติดต่อกัน เนื้อที่กว่า 5 ตร.ก.ม. โดยเร่งดำเนินการดับไฟป่าทางภาคพื้นดินตลอดทั้งวัน เพื่อลดความเสียหายให้กับพื้นที่ป่า ลดผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายพศวีร์ สมใจ ปศุสัตว์จังหวัดนครราชสีมา พร้อมนายบัญชา ชุติมันตานนท์ ปศุสัตว์อำเภอครบุรี จ.นครราชสีมา ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการเลี้ยงปศุสัตว์ ที่บ้านใหม่จอมทอง หมู่ที่ 11 ต.จระเข้หิน อ.ครบุรี ซึ่งเป็นหนึ่งในหมู่บ้านอนุรักษ์ควายไทยที่สำคัญของจ.นครราชสีมา ที่มีเกษตรกรกลุ่มหนึ่ง นำโดยนายจำเนียร ดายครบุรี อายุ 57 ปี เกษตรกรผู้ปลูกอ้อยและเลี้ยงกระบือร่วมด้วย เป็นต้นแบบช่วยลดปัญหามลภาวะทางอากาศและฝุ่นละออง PM 2.5 ด้วยการตัดอ้อยสด ลดมลพิษ ไม่ทิ้งวัตถุดิบให้เสียเปล่า นำยอดอ้อยมาเป็นอาหารกระบือช่วงหน้าแล้ง ลดต้นทุนการผลิตได้อย่างมาก
วันเดียวกัน กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศเรื่องอากาศแปรปรวนบริเวณประเทศไทยตอนบน ฉบับที่ 12 มีผลกระทบถึงวันที่ 17 ก.พ.2566 ซึ่งเป็นฉบับสุดท้าย ระบุว่า คลื่นกระแสลมฝ่ายตะวันตกปกคลุมภาคเหนือ ทำให้บริเวณดังกล่าวมีพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และลูกเห็บตกบางแห่ง ระบุว่า คลื่นกระแสลมฝ่ายตะวันตกปกคลุมภาคเหนือ ทำให้บริเวณดังกล่าวมีพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และลูกเห็บตกบางแห่ง รวมถึงอาจมีฟ้าผ่าเกิดขึ้นได้ หลังจากนั้นอุณหภูมิจะลดลง 2-4 องศาเซลเซียส ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และลูกเห็บตกบางแห่ง รวมถึงฟ้าผ่าที่อาจจะเกิดขึ้นได้ โดยหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ ป้ายโฆษณา และสิ่งปลูกสร้างที่ไม่แข็งแรง สำหรับเกษตรกรควรเตรียมการป้องกันและระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย และดูแลสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงใน ระยะนี้
โดยมีพื้นที่ได้รับผลกระทบดังนี้ ภาคเหนือ จ.แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา น่าน แพร่ อุตรดิตถ์ ตาก สุโขทัย กำแพงเพชร และเพชรบูรณ์
มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือกำลังค่อนข้างแรงพัดปกคลุมอ่าวไทย ภาคใต้ และทะเลอันดามัน ทำให้ภาคใต้ยังคงมีฝนฟ้าคะนอง ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยตอนล่างมีกำลังค่อนข้างแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ชาวเรือบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือ หลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง และเรือเล็กบริเวณอ่าวไทยตอนล่างควรงดออกจากฝั่งในช่วงเวลาดังกล่าว