มท.-ชูวิทย์แจ้งจับเอาผิด ‘บิ๊กเด่น’ย้ำทำคดีรัดกุม

‘หยู ซินฉี’ จีนเทาประธานหลายสมาคมจีนในไทย โดนแล้ว ม.112 สมาคมเถื่อน กรมการปกครอง แจ้งจับ 3 ข้อหาหนัก ‘ชูวิทย์’ ก็แจ้งจับผิดแอบอ้างเบื้องสูงเพื่อหาผลประโยชน์ จี้มหาดไทยจัดการอีกกว่า 500 สมาคมเถื่อน รวมถึงของแก๊ง 14 K ที่ดอดตั้งอยู่ย่านศรีวรา ใจกลางกรุงเทพฯ จ่อบุกร้องนายกฯ ถึงทำเนียบในวันประชุมครม. ‘บิ๊กโจ๊ก’ รับลูกลุยดำเนินคดีหมิ่นเบื้องสูงทันที หลังมีผู้เข้ากล่าวหาแจ้งความแล้ว

เมื่อวันที่ 20 ก.พ. นายวิธาร สุขการ ผู้อำนวยการ ส่วนรักษาความสงบเรียบร้อย 2 สำนักการสอบสวนและพฤติการณ์ กรมการปกครอง เข้าพบ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. ที่ สน.นางเลิ้ง เพื่อแจ้งความดำเนินคดีนายหยู ซินฉี ประธานมณฑลส่านซีสมาคมแห่งประเทศไทย ประธานสมาคมจีนจื้อกงแห่งอาเซียน ประธานสมาคมชาวจีนโพ้นทะเลแห่ง ส่านซีแห่งอาเซียน และสมาคมชาวจีน อื่นๆ กรณีลักลอบเปิดสมาคมโดยไม่ได้รับอนุญาตและนำไปแสวงหาผลประโยชน์โดยไม่ชอบ

นายวิธารเปิดเผยว่า ได้รับมอบหมายจากอธิบดีกรมการปกครอง ให้ร้องทุกข์กล่าวโทษนายหยู 3 ข้อหา ฐานใช้สมาคมนำหน้าโดยที่ไม่ได้จดทะเบียนเป็นสมาคมตามกฎหมาย, ดำเนินกิจการให้ผู้อื่นหลงเชื่อว่าเป็นสมาคม โดยไม่ได้เป็นสมาคมตามกฎหมาย ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของหุ้นส่วนบริษัท มูลนิธิ และสมาคม และนำเข้าข้อมูลเท็จสู่ระบบคอมพิวเตอร์ โดยปลัดกระทรวงมีหนังสือกำชับไปยัง ผู้ว่าราชการแต่ละจังหวัด ในฐานะนายทะเบียนสมาคมของจังหวัดให้ตรวจตราสมาคมมูลนิธิที่มีอยู่แล้ว หากประชาชนพบสมาคมเถื่อนหรือสมาคมผิดกฎหมาย ให้แจ้งศูนย์ดำรงธรรมทั้งส่วนอำเภอ จังหวัด และกระทรวง

“จากการตรวจสอบพบว่าสมาคมของนายหยู ไม่มีข้อมูลในระบบ เชื่อว่ายังมีสมาคมลักษณะนี้อีกหลายแห่งทั่วประเทศ หากพบการกระทำผิดก็จะดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย ซึ่งได้ทำมาตลอด เช่น มูลนิธิที่ จ.เชียงใหม่ และ จ.เชียงราย ได้ยื่นคำร้องต่อพนักงานอัยการให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนไปแล้ว แต่หากเป็นรูปแบบสมาคม นายทะเบียนสามารถเพิกถอนได้เอง” นายวิธารกล่าว

ช่วยตำรวจ – นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ เข้าพบพล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. เพื่อให้ข้อมูลบ่อนพนันออนไลน์และกลุ่มจีนสีเทา พร้อมมอบเงินช่วยเหลือครอบครัวตำรวจบันนังสตา จ.ยะลา ที่ได้รับบาดเจ็บจำนวน 2.5 แสนบาท เมื่อวันที่ 20 ก.พ.

วันเดียวกัน นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตนักการเมืองชื่อดัง เข้าพบ พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ ที่สน.นางเลิ้ง เช่นกัน เพื่อแจ้งความดำเนินคดีนายหยู ในความผิดตามกฎหมายอาญา ม.112 และความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ หลังพบว่านายหยูตั้งสมาคมเถื่อนและแอบอ้างเบื้องสูงเพื่อหาผลประโยชน์

นายชูวิทย์กล่าวว่า รวบรวมข้อมูลและพฤติการณ์ของนายหยูมานาน ก่อนจะส่งให้นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล นำไปอภิปรายในสภา โดยนายหยูเป็นตัวอย่างของทุนจีนสีเทาอีกประเภท ที่อวดอ้างว่าใกล้ชิดกับข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ทั้งทหารและตำรวจ รวมทั้งสถาบันหลัก โดยนายหยูต่อวีซ่าประเภทเกษียณ ที่ จ.ชลบุรี แต่เมื่อไปตรวจสอบพบเป็นบ้านร้างในย่านหนองปรือ มีเพียงสุนัข 2 ตัว ส่วนตัวนายหยูอยู่กรุงเทพฯ โดยบ้านดังกล่าวลักษณะเหมือนกับบ้านร้างในภาคอีสานที่ใช้จัดตั้งเป็นสมาคมเถื่อน เรื่องดังกล่าว ส่วนตัวมองว่าสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองมีความรั่วไหล ถึงเวลาที่ควรจะย้ายสังกัดให้ไปขึ้นตรงกับกระทรวงมหาดไทย

นายชูวิทย์กล่าวอีกว่า นายหยูยังนำเรื่องแอบอ้างสถาบันไปอวดอ้างกับชาวจีนให้เกิดความเข้าใจผิด จึงเห็นควรจะแจ้งข้อหาตามกฎหมายอาญามาตรา 112 กฎหมายข้อนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อน แต่ด้วยพฤติการณ์นายหยูมีความเข้าข่ายความผิดดังกล่าว จึงต้องการแจ้งข้อหานี้เพื่อปกป้องสถาบันหลักของชาวไทย พร้อมฝากให้ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติ ประภัสร์ ผบ.ตร.ต้องจัดการให้ถูกคน ถูกเรื่อง โดยจะแจ้งข้อหาตาม พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์เพิ่มเติมจากการที่นายหยูกล่าวหาว่าข้อมูลเรื่องทุนจีนเทาของตนเป็นเศษขยะ

“ผมยังพบว่ามีสมาคมต่างๆ ถึง 500-600 กลุ่ม เฉพาะที่ จ.กาญจนบุรี ไม่ทราบว่ากระทรวงมหาดไทยได้ตรวจสอบสมาคมเหล่านี้หรือไม่ และยังมีกลุ่มชาวจีนที่เปิดสำนักงานทนายความโดยใช้ชื่อชาวไทยบังหน้า มีที่ตั้งย่านพระราม 9 แต่แท้จริงกลับใช้ทนายคนจีน ที่สำคัญยังมีสมาคมเถื่อนของนายไบ๋เจ้า ฮวย มาเฟียแก๊ง 14 K ของชาวจีนที่มีลักษณะเป็นการซ่องสุมอั้งยี่ มีที่ตั้งสมาคมหงเหมิน ย่าน ถ.ศรีวรา โดยวันพรุ่งนี้เวลา 13.00 น. ผมจะเข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ทำเนียบรัฐบาล หลังการประชุมคณะรัฐมนตรี” นายชูวิทย์กล่าว

ด้านพล.ต.อ.สุรเชษฐ์กล่าวว่า ขณะนี้นายหยูถูกแจ้งข้อหา ตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ความผิดตาม พ.ร.บ.เรี่ยไร และความผิดเกี่ยวกับการตั้งสมาคมโดยไม่ได้รับอนุญาต พร้อมขึ้นบัญชีแบล็กลิสต์ถาวร ก่อน ผลักดันออกนอกประเทศต่อไป เบื้องต้นพบว่าลักษณะของสมาคมเถื่อน มีทั้งการตั้งโดยไม่ได้รับอนุญาต หรือไม่ได้ดำเนินการตามวัตถุประสงค์ของสมาคม ส่วนข้อหาตามกฎหมายอาญา ม.112 นั้น ต้องมีผู้กล่าวหา โดยนายชูวิทย์ทำหน้าที่เป็นพลเมืองดีในการปกป้องสถาบัน เบื้องต้นได้นำเรียนให้ ผบ.ตร.รับทราบแล้ว จากนี้ตำรวจจะรับเรื่องดำเนินการต่อไป และทยอยตรวจสอบพร้อมเพิกถอนสมาคมเถื่อนร่วมกับกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย

วันเดียวกันที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. เปิดเผยว่า ได้รับรายงานจาก พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. ว่ามีตัวแทนจากกระทรวงมหาดไทยไปแจ้งความที่ สน.นางเลิ้ง ในข้อหาการเปิดสมาคมโดยไม่ได้รับอนุญาตและเรื่องขอพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ที่เอาข้อมูล อันเป็นเท็จไปหลอกลวงคนจีนในประเทศไทยและนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ไปกล่าวโทษให้ดำเนินคดีอาญามาตรา 112 กับ นายหยู ซินฉี ซึ่งคดี 112 เป็นคดีอาญาแผ่นดินไม่ว่าจะเป็นประชาชนหรือเจ้าหน้าที่สามารถร้องทุกข์กล่าวโทษได้

“หลังรับเรื่องแล้วจะรวบรวมพยานหลักฐานต่อไป สำหรับสมาคมเถื่อนใหม่ที่ นายชูวิทย์ออกมาเปิดโปงจะต้องประสานกับมหาดไทยแต่ละพื้นที่เพื่อตรวจสอบหากกระทำความผิดก็จะให้ทางมหาดไทยร้องทุกข์กล่าวโทษที่สถานีตำรวจท้องที่ต่อไป ส่วนเรื่องของนายพล จ. ที่พัวพันกับเว็บพนันออนไลน์นั้น กำลังสอบสวนอยู่ และทางนายชูวิทย์จะเข้าให้ข้อมูลในวันพฤหัสบดีที่ 23 ก.พ.นี้” ผบ.ตร.กล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน