เปลี่ยนชื่อเกาหลีตบตาตร.ซ้อนแผนจับกุมตัว

ตร.บุกรวบหนุ่มวัย 25 ผ่าตัดแปลงโฉม เลียนแบบโอปป้า เปลี่ยนชื่อไทยเป็นเกาหลี หัวโจกสั่งยาอี-ยาเลิฟรายใหญ่จากยุโรปเข้า มาขาย สอบสวนสารภาพมีคอนเน็กชั่น-เครือข่ายอยู่ทั่วโลก สั่งของจาก ดาร์กเว็บ กำลังรอยาอีส่งมาอีกล็อตกว่า 30 ก.ก. แต่ลูกน้องกลับทำผิดแผน ถูกสารวัตร บช.น. ปลอมเป็นเด็กส่งยา บุกจับได้คา คอนโดฯ ย่านบางนา ยึดของกลางมือถือ 2 เครื่องที่ใช้ติดต่อซื้อขายยาเสพติด ทรัพย์สินอีก 22 รายการ แม่ก็เคยถูกจับติดคุกคดีขายยาเสียสาวกว่า 2 แสนเม็ด รองผบ.ตร.ชี้ผู้ต้องหาอายุยังน้อย แต่ขึ้นเป็นหัวหน้านำเข้ายาเสพติดจากยุโรปได้ ต้องมีคนสนับสนุนอยู่เบื้องหลัง เร่งขยายผลคดีถึงตัวคนบงการใหญ่

เมื่อวันที่ 24 ก.พ. พล.ต.อ.ชินภัทร สารสิน รอง ผบ.ตร. ผอ.ศอ.ปส.ตร. สั่งการให้ พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น. พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. หน.ศอ.ปส.ตร. ชุดที่ 5 พ.ต.อ.วรพจน์ รุ่งกระจ่าง พ.ต.อ. จักราวุธ คล้ายนิล ผกก.วิเคราะห์ข่าวฯ บก.สส.บช.น. พ.ต.อ.ธัญญพัทธ์ บุญสุข ผกก.สส.2 บก.สส.บช.น. พ.ต.ท.มาโนชย์ ทองแก้ว สว.กก.สส.2 บก.สส.บช.น. พ.ต.ต.ธัญพีรสิษฐ์ จุลพิภพ สว.(สอบสวน) กลุ่มงานสอบสวน บก.น.4 ร.ต.อ.พลวัต นาคถมยา ร.ต.อ.วรภัทร แสงเทียนประไพ ร.ต.อ.ศิวัช ยังอุ่น, ส.ต.ท. จิรวัฒน์ ศรีมั่นมีชัย ร่วมกับชุด ศอ.ปส.ตร. และชุดสืบสวนนครบาล (บก.สส.บช.น.) จับกุมนายจีมิน-ซอง ชื่อเดิม นายสหรัฐ (สงวนนามสกุล) อายุ 25 ปี สัญชาติไทย ชาวกรุงเทพฯ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 626/2565 ลงวันที่ 2 ธ.ค.2565 ข้อหา “ร่วมกันนำเข้ายาเสพติดให้โทษประเภท 1 (MDMA) เข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาตและร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 โดยการมีไว้เพื่อจำหน่ายโดย ผิดกฎหมาย และสมคบกันเพื่อกระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติด

โดยจับกุมได้ที่ห้องพักในคอนโดฯ ชื่อดังแห่งหนึ่งในพื้นที่เขตบางนา แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 23 ก.พ. เวลา 15.16 น. ตรวจยึดของกลางโทรศัพท์ 2 เครื่อง ซึ่งใช้ในการติดต่อสั่งนำเข้ายาเสพติดจากต่างประเทศ และตรวจยึดทรัพย์สินอีกจำนวน 22 รายการ

สืบเนื่องจากชุดวิเคราะห์แผนประทุษกรรมของ พล.ต.อ.ชินภัทร ได้วิเคราะห์สถิติการจับกุมพบว่ามีการแพร่ระบาดหนักของกลุ่มยาเสพติดชนิด ยาอี หรือยาเลิฟ (MDMA) ต่อมาได้ประสานงานรวบรวมข้อมูลกับ บก.สส.บช.น. วิเคราะห์แกะรอยจากข้อมูลคดีการจับกุมยาเสพติดในพื้นที่กรุงเทพฯ จนได้พบเบาะแสแหล่งที่มา จึงให้ พล.ต.ต.ธีรเดช ผบก.สส.บช.น. นำกำลังชุดสืบสวนลงพื้นที่จนกระทั่งได้เบาะแสว่าแหล่งที่มาของยา เสพติดดังกล่าวคือ “หนุ่มเกาหลี” หน้าตาดี รายหนึ่ง ซึ่งอยู่ในพื้นที่ย่านเขตบางนา กรุงเทพฯ มีพฤติกรรมสั่งนำเข้ายาเสพติดชนิด ยาอี หรือยาเลิฟ (MDMA) ทางพัสดุไปรษณีย์ทางอากาศ จากประเทศแถบทวีปยุโรป ทำมาอย่างต่อเนื่องหลายครั้ง โดยมักใช้บุคคลที่รู้จักผ่านทางเฟซบุ๊กให้คอยรับส่งพัสดุยาเสพติด ดังกล่าว โดยที่ตนเองไม่ต้องสัมผัสกับ ยาเสพติดโดยตรง

เฟซออฟ – ตร.ซ้อนแผนจับนายสหรัฐ สว่างแจ้ง เอเยนต์นำเข้า ยาอี-ยาเลิฟรายใหญ่จากยุโรป ได้ที่คอนโดฯ ย่านบางนา กทม. โดย นายสหรัฐผ่าตัดแปลงหน้าเป็นโอปป้า เปลี่ยนชื่อเป็นเกาหลีเพื่อตบตา เจ้าหน้าที่ เมื่อวันที่ 24 ก.พ.

ต่อมา พล.ต.ต.ธีรเดชสืบสวนจนกระทั่งยืนยันว่าผู้กระทำผิดคือ นายจีมิน-ซอง ซึ่งแท้จริงเป็นคนสัญชาติไทย แต่จงใจเปลี่ยนชื่อให้เหมือนคนเกาหลี โดยมีชื่อเดิมว่า นายสหรัฐ อีกทั้ง นายจีมิน-ซอง ยังเปลี่ยนแปลงใบหน้าด้วยการศัลยกรรมไปจนกลายเป็นคนละคน ไม่เหลือเค้าโครงเดิม (Face off)

จากการตรวจสอบพบว่า นายจีมิน-ซอง เป็นบุคคลตามหมายจับ ซึ่งเคยถูกพนักงานสอบสวน บช.ปส. ออกหมายจับไว้ตามหมายจับศาลอาญาที่ 626/2565 ลงวันที่ 2 ธ.ค.2565 ในคดีที่เจ้าหน้าที่กรมศุลกากรได้ตรวจพบยาเสพติดยาอี หรือยาเลิฟ แบบผลึกสีขาวขุ่น น้ำหนัก 2,575 กรัม และแบบเม็ดยาจำนวน 290 เม็ด ที่แอบบรรจุมาในพัสดุ “กล่อง จิ๊กซอว์” เมื่อวันที่ 11 พ.ย. 2565 ซึ่งมีแผนประทุษกรรมเดียวกัน แม้เจ้าหน้าที่ได้ใช้เวลาสืบสวนติดตามมาเป็นเวลาเกือบ 3 เดือน แต่ยังไร้ร่องรอย กระทั่ง พ.ต.ท.มาโนชย์ ใช้อุบายเสนอตัวผ่านทางเฟซบุ๊กเพื่อสมัครเป็น “เป็นเด็กส่งของ ให้จนสามารถสืบทราบได้ว่า นายจีมิน-ซอง พักอยู่ที่คอนโดฯ หรูแห่งหนึ่งในพื้นที่เขตบางนา จ.กรุงเทพฯ

ต่อมาวันที่ 23 ก.พ. เวลา 15.16 น. พล.ต.ต.ธีรเดช นำกำลังเจ้าหน้าที่ บก.สส.บช.น. และศอ.ปส.ตร. ชุดที่ 5 นำหมายค้นของศาลจังหวัดสมุทรปราการ ที่ ค.29/2566 ลงวันที่ 23 ก.พ. 2566 เข้าตรวจค้นห้องพักในคอนโดฯ ชื่อดังแห่งหนึ่งในพื้นที่เขตบางนา กรุงเทพฯ พบนายจีมิน-ซอง อยู่ในห้องพัก จึงจับกุมตัวตามหมายจับพร้อมของกลางดังกล่าว

สอบสวน นายจีมิน-ซอง ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหาว่า บ้านเดิมอยู่ย่านบางกอกน้อย ส่วนเหตุผลที่เปลี่ยนชื่อเป็นภาษาเกาหลีเพราะอยากย้ายไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่ประเทศเกาหลีใต้ เนื่องจากเบื่อหน่ายชีวิตในประเทศไทย และพูดภาษาเกาหลีได้เพียงเล็กน้อย และยังออกเสียงไม่ได้ ขณะที่มารดาเคยถูกดำเนินคดีจำหน่ายยาเสพติดชนิด “ยาเสียสาว” จำนวนกว่า 200,000 เม็ด โดยนำเข้ามาจากประเทศปากีสถาน เมื่อปี 2554 ซึ่งปัจจุบันมารดาได้พ้นโทษออกมาแล้ว และย้ายไปอยู่ที่ประเทศฝรั่งเศส

นายจีมิน-ซองให้การต่อว่า เริ่มเข้าวงการจำหน่ายยาเสพติด จากการเข้าไปศึกษาใน ดาร์กเว็บและแช็ตพูดคุย โดยไม่รู้จักชื่อและตัวตนจริง ผ่านทางหลายเว็บไซต์ เช่น คิงดอม และโบคีเมีย ซึ่งตนมีคอนเน็กชั่นนำเข้ายาอีจากทั่วโลก แต่ที่ประสานงานดีที่สุดคือ ประเทศเนเธอแลนด์ โดยจะนำเข้ามาในรูปแบบการส่งเป็นพัสดุเข้ามาตามปกติ และอ้างว่าสามารถเล่นแร่แปรธาตุแปลงยา จากน้ำเป็นก้อน จากก้อนเป็นน้ำได้ โดยศึกษาวิธีการจากอินเตอร์เน็ต ซึ่งการซื้อขายยาเสพติดจากดาร์กเว็บนั้นจะซื้อขายจ่ายเงินผ่านทางคริปโตเคอเรนซี่และยอมรับว่า ล่าสุดตนเองได้สั่ง ยาอีที่กำลังจะเข้ามาในไทย อีกครึ่งกิโลกรัม และ 30 กิโลกรัม แต่มาถูกจับกุมเสียก่อน ซึ่งรู้ตัวว่ามีหมายจับ แต่เข้าใจว่าอาจเป็นคดีอื่น โดยคดีนี้ที่ถูกออกหมายจับเพราะว่าทำพลาดจนถูกศุลกากรตรวจพบยาอีที่ส่งพัสดุเข้ามาจำนวน 2.5 กิโลกรัม เพราะลูกน้องไม่ได้ทำตามแผนที่ตนสั่งการไว้

ภายหลังเสร็จสิ้นการจับกุม เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัว นายจีมิน-ซอง ส่งพนักงานสอบสวน บก.ปส.1 บช.ปส. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ด้าน พล.ต.ต.ธีรเดชกล่าวว่า เเจ้าหน้าที่ตำรวจได้สืบสวนติดตามตัวนายจีมิน-ซองมาเป็นเวลาเกือบ 3 เดือน ทำให้ทราบว่าคนร้ายรายนี้รู้จักวิธีการตัดช่องทางการสืบสวนของเจ้าหน้าที่เป็นอย่างดี และมีการศัลยกรรมเปลี่ยนแปลงใบหน้า เพื่ออำพรางการติดตามจากเจ้าหน้าที่ และด้วยอายุเพียง 25 ปี แต่สามารถเป็นระดับหัวของการนำเข้ายาเสพติดจากทางยุโรปได้ น่าเชื่อว่าจะมีผู้ที่คอยให้การสนับสนุนอยู่ในต่างแดน ซึ่งตำรวจจะขยายผลคดีให้ถึงที่สุด

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน