‘เศรษฐา’เปิดใจพร้อมเป็นผู้นำ
อีสานโพลชูอิ๊งพท.โหมโคราช
สามสีเผาปชป.ซื้อเก้าอี้กก.บห.
‘บิ๊กตู่’ปรับเพิ่มเงินตอบแทน อบต. ประกาศในราชกิจจาฯ สัปดาห์หน้าให้มีผลเดือนต.ค. พร้อมเตรียมยกฐานะเป็นเทศบาล ยันไม่ใช่การหาเสียง เพราะทำเรื่องขอมานานแล้ว แต่บังเอิญทำได้ในช่วงนี้ ‘ไตรรงค์’ เผาบ้านเก่า สวนกลับ ‘จุรินทร์’ สาวไส้ ปชป. แค่เลือกกรรมการบริหารพรรค ยังต้องยัดเงิน รองเลขาฯปชป.ท้าโชว์หลักฐาน ‘เศรษฐา ทวีสิน’ เปิดใจ พร้อมเป็นผู้นำ เข้าใจประเทศไม่ใช่บริษัท แต่มั่นใจมีทักษะบริหารจัดการได้ เผยยังไม่เคยคิดออกกฎหมายนิรโทษ พา ‘ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์’ กลับบ้าน อีสานโพลชี้ คนอีสานชู ‘อุ๊งอิ๊ง’ เป็นนายกฯ ทิ้งห่าง ‘ประยุทธ์’ ลิบลับ
‘บิ๊กตู่’ลงพื้นที่อุดรฯ-รปภ.เข้ม
เมื่อวันที่ 2 มี.ค. เวลา 07.45 น. ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) ดอนเมือง กทม. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม พร้อมพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย นายธนกร วังบุญคงชนะ รมต.ประจำสำนักนายกฯ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค เลขาธิการนายกฯ เดินทางไปที่ท่าอากาศยานทหาร กองบิน 23 ต.หมากแข้ง อ.เมืองอุดรธานี จ.อุดรธานี เพื่อลงพื้นที่ตรวจราชการ จ.อุดรธานี และหนองบัวลำภู
จุดแรกเวลา 09.57 น. ที่หอประชุมมหาวิทยาลัยราชภัฏ (มรภ.) อุดรธานี (ศูนย์สามพร้าว) ต.สามพร้าว อ.เมืองอุดรธานี พล.อ.ประยุทธ์ เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการ สัมมนาบทบาทท้องถิ่นไทยกับการกระจาย อำนาจเพื่อการไปต่ออย่างยั่งยืน พร้อมกล่าวปาฐกถา “ท้องถิ่นต้องไปต่อ”
ทันทีที่ พล.อ.ประยุทธ์ มาถึงประชาชน ให้กำลังใจ “ลุงตู่สู้ๆ” นายกฯตอบกลับ “ขอให้ช่วยกันสู้เช่นเดียวกัน ขอให้สู้เพื่อประเทศชาติ” ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัย ที่เข้มงวด มีการตั้งด่านจุดตรวจสกัดและตรวจค้น บุคคลที่จะเข้าพื้นที่ 2 ด่าน ตำรวจคอยตรวจสอบ และสแกนไม่ให้มีกลุ่มคนเสื้อแดงอุดรธานี เข้ามาเคลื่อนไหว ส่วนกระทรวงมหาดไทย ตั้งศูนย์ดำรงธรรมเพื่อรับเรื่องร้องเรียนด้านหน้า ก่อนถึงหอประชุมมรภ. 3 กิโลเมตร
ภายในห้องประชุมมีเจ้าหน้าที่ทั้งในและนอกเครื่องแบบตรวจค้นและสแกนบุคคลก่อนเข้าอย่างเข้มงวด ทุกคนต้องผ่านเครื่องสแกนและติดสติ๊กเกอร์ รวมถึงตรวจค้นกระเป๋า อย่างละเอียด ในงานจัดเตรียมเก้าอี้ไว้สำหรับสมาชิกสภาท้องถิ่น ข้าราชการและพนักงานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ที่มาร่วมงาน 5,000 ที่นั่ง

ดอกไม้บาน – พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ร่วมทำท่าดอกไม้บานกับสมาชิกอบต. ระหว่างไปติดตามการแก้ปัญหายาเสพติด ที่อบต.อุทัยสวรรค์ อ.นากลาง จ.หนองบัว ลำภู เมื่อวันที่ 2 มี.ค.
จ่อเพิ่มเงินอบต.-ไม่ยุบท้องถิ่น
เวลา 10.40 น. พล.อ.ประยุทธ์กล่าวปาฐกถา “ท้องถิ่นต้องไปต่อ” และทำพิธีเปิดโครงการสัมมนา “บทบาทท้องถิ่นไทยกับการกระจายอำนาจเพื่อการไปต่ออย่างยั่งยืน” ว่า นโยบายของรัฐบาลคือสนับสนุนให้มีส่วนร่วม ทั้งในระดับท้องถิ่น รัฐบาลก็เติมด้วยงบ ส่วนกลาง อะไรที่ทำได้ตนทำแล้วต้องไม่ผิดกฎหมาย ต้องให้ความเป็นธรรมทุกพื้นที่ มีข่าวบางข่าวตนไม่แน่ใจใครพูดจะยุบท้องถิ่น จะให้เขายุบหรอ การจะให้อะไรก็ตามในฐานะ ที่เป็นรัฐบาลเป็นนายกฯต้องดูงบประมาณ มีแค่ไหน ไม่ใช่ได้เท่าไรจ่ายหมด
รัฐบาลสนับสนุนการกระจายอำนาจ ไม่หวงไว้ แต่ทำอย่างไรถึงจะปลอดภัย วันเดียวกันนี้ได้พูดคุยกับคณะกรรมการและกระทรวงมหาดไทย รัฐบาลจะปรับค่าตอบแทน ให้กับนายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) รองนายกอบต. ประธานสภา รองประธานสภา สมาชิกสภาอบต. และเลขานุการ ขณะนี้รมว.มหาดไทยกำลังดำเนินการ คาดว่าจะลงนามแล้ว และประกาศในราชกิจจานุเบกษาสัปดาห์หน้า ยืนยันไม่ใช่การหาเสียงนะ เพราะเรื่องนี้ทำมานานแล้ว แต่บังเอิญทำได้ในช่วงนี้ มาที่นี่พอดี
ยกเป็นเทศบาล-ไม่เกี่ยวหาเสียง
นอกจากนี้ รัฐบาลจะยกฐานะอบต. ขณะนี้ รัฐบาลกำลังทำร่างประมวลกฎหมายท้องถิ่นให้อบต.ยกฐานะเป็นเทศบาล ตามหลักการของการปกครองท้องถิ่น ตามสากล ต่อไป ทุกคนต้องเรียกตัวเองว่า นายกเทศมนตรี โอ้โห ใหญ่โตกันทั้งหมด ถือว่าใหญ่โต และวันข้างหน้า จะได้เป็นนายกฯ มายืนอยู่ตรงนี้ ตรงที่ตนยืนอยู่ แต่โจทก์เยอะหน่อยนะ” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวพร้อมหัวเราะและทุบอกตัวเอง และว่าเรื่องสวัสดิการของนายกและรองนายกอบต. ประธาน รองประธาน สมาชิกและเลขานุการ รัฐบาลทราบถึงความยากลำบากกำลังพิจารณาถึงสวัสดิการ เช่น ค่ารักษาพยาบาล ค่าเลี้ยงดูบุตร
“ไม่ใช่การมาหาเสียง เป็นการมาทำงานตามปกติ แต่ผมจำเป็นจะต้องเร่งรัดให้แล้วเสร็จให้เร็วๆ เพราะไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้น วันข้างหน้าอาจมีการปรับเปลี่ยน พัฒนาไปให้ดี ยิ่งกว่าเดิมก็ได้ ซึ่งเริ่มไปแล้วและทำไปไปแล้ว วันหน้าก็ทำต่อๆ ไป ไม่ใช่จะเสนอให้ยุบองค์กร บริหารส่วนท้องถิ่น มันไม่ได้ พูดมากไป เดี๋ยวมีเรื่องอีก” พล.อ.ประยุทธ์ยืนยัน
ด้านนายวิระศักดิ์ ฮาดดา นายกสมาคมองค์การบริหารส่วนตำบลแห่งประเทศไทย กล่าวรายงานต่อ พล.อ.ประยุทธ์ ว่า “พวกเราพร้อมสนับสนุนให้นายกฯทำงานต่อ เรามาให้กำลังใจนายกฯสานต่องานให้สำเร็จ ขอบคุณที่มาเป็นกำลังใจ
ลงราชกิจจาฯ 6 มี.ค.-มีผลต.ค.นี้
พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์ถึงการปรับขึ้นค่าตอบแทนสมาชิกอบต.ว่า เป็นการพิจารณาของกระทรวงมหาดไทยมาแล้ว ผู้สื่อข่าวถามว่าจะใช้งบส่วนใด นายกฯกล่าวว่า เป็นงบของ อบต. ต่อข้อถามว่า อบต.แต่ละที่มีรายได้ ไม่เท่ากันอัตราการปรับขึ้นจะไม่เท่ากัน พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า “เขากำลังพิจารณาอยู่ ส่วนจะขึ้นกี่เปอร์เซ็นต์ผมไม่รู้ รายละเอียด ขอให้ไปถามนายกสมาคมอบต.”
ผู้สื่อข่าวถามว่าการพิจารณาเพิ่มค่าตอบแทน ให้อบต.อาจถูกตีความได้ว่าเป็นการหาเสียงช่วงก่อนเลือกตั้ง พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า “คุณมองอย่างไรมันก็เป็นอย่างนั้นแหละ แล้วแต่คุณจะมอง นี่คือการทำงานตามปกติของรัฐบาล” ต่อข้อถามว่า การยกระดับอบต.เป็นเทศบาล จะทำได้เมื่อไร นายกฯ กล่าวว่า เร็วๆ นี้ เมื่อถามว่าหากเป็นเช่นนั้นต่อไป จะไม่มีอบต. แต่จะถูกยกระดับเป็นเทศบาล นายกฯกล่าวว่า “ผมก็พูดไปแล้วไง ยกระดับอบต.เป็นเทศบาล ยกระดับทั้งหมด”
ด้านพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีพล.อ.ประยุทธ์ จะยกอบต. เป็นเทศบาล ว่า เรื่องอยู่ในขั้นตอนการตรา ในประมวลกฎหมายท้องถิ่น ใกล้จะเสร็จสิ้นแล้ว ที่จะมีผลกับอบต.ทั่วประเทศ ถือว่าเป็นไปตามหลักสากลให้เป็นนายกเทศมนตรี สถานะของอบต.จะเป็นเทศบาลทั้งหมด ส่วนการเพิ่มค่าตอบแทนขณะนี้กฎหมายเสร็จแล้วอยู่ใน ขั้นตอนพิจารณาในรายละเอียด คาดว่าจันทร์ที่ 6 มี.ค.จะประกาศได้ในราชกิจจานุเบกษา และจะมีผลช่วงต.ค. โดยหลักการนั้นจะคำนวณ จากรายได้ที่จะมีหลักเกณฑ์อยู่
อ้อนชาวบ้านให้รักลุงตู่
เวลา 12.30 น. ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี (ศูนย์สามพร้าว) ต.สามพร้าว อ.เมืองอุดรธานี พล.อ.ประยุทธ์พบปะประชาชน ชาวอุดรธานี ที่มาให้กำลังใจ พร้อมชูป้ายขอบคุณ โครงการรัฐบาล ที่สร้างอาชีพ สร้างรายได้ เกษตรกร เช่น ‘ชาวอีสานรักลุงตู่’ ลุงตู่ซื่อสัตย์จริงใจไร้โกง ‘โคตรรักลุงตู่ ‘ใครด่าลุงกูด่ากลับ’ และยังได้ร่วมร้องเพลงรักกันไว้เถิด ร่วมกับชาวบ้านอย่างอารมณ์ดี
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า พวกเราอย่าเรียกตัวเองว่ารากหญ้า เราคือรากแก้วของแผ่นดิน คือรากแก้วของบ้านเมือง บ้านทุกหลังต้องมีโครงสร้างพื้นฐานมาจากเสาข้างล่าง จนมาเป็นคาน ถ้าข้างล่างไม่เข้มแข็ง ไม่แข็งแรง บ้านทั้งหลังก็จะทรุด ตนต้องการทำบ้านทั้งหลัง ให้เข้มแข็งขึ้นกว่าเดิม ต้องใช้เวลาพอสมควร ต้องทำต่อไปให้ถึงจุดหมายปลายทางของเราให้ได้ สิ่งที่รัฐบาลทำวันนี้หลายเรื่อง อยากให้พวกเราไปศึกษาว่าเราได้ประโยชน์อะไร วันนี้ ทำทั้งโครงสร้างพื้นฐาน รถไฟ รถไฟฟ้า รถไฟ รางคู่
“ในการมอบนโยบายให้อบต.เมื่อช่วงเช้า ได้ให้แนวทางว่าต้องกลับมาดูแลประชาชนฐานรากให้มากขึ้น รัฐบาลจำเป็นต้องหา งบประมาณเพิ่มมากขึ้น เพื่อกระจายไปสู่ท้องถิ่น ให้มากขึ้น ยืนยันว่าผมจะทำอย่างเต็มที่ ให้ดีที่สุด เพราะนี่คือคนไทยด้วยกัน เราต้องร่วมจิต ร่วมใจเป็นคนไทยที่ดี สำหรับดินแดนแหลมทอง ของเรา อีสานเป็นส่วนที่สำคัญมาก เพราะมีการเชื่อมโยงกันทั้งในและต่างประเทศ ขออย่างเดียวคือความรัก ความสามัคคี”
พล.อ.ประยุทธ์ได้ถามชาวบ้านว่า “ให้นายกฯได้มั้ย ความรัก ความสามัคคี ไม่ทะเลาะเบาะแว้ง แตกแยกกัน รัฐบาล ต้องเป็นแบบนี้ ดูแลทุกคนอย่าง ทั่วถึง วันนี้ผมไปทุกจังหวัดได้ทั่วประเทศ ไปรับฟังปัญหา หาวิธีการแก้ไข”
ช่วงท้าย พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า “ถ้าไม่รัก ลุงตู่ แล้วจะไปรักแมวที่ไหน มาวันนี้เอาหัวใจมาฝาก ในนามนายกฯต้องรักทุกคน ผมเป็นนายกฯ วันนี้ต้องรักวันนี้ วันหลังก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่ทำเพื่อคนไทยทุกคน ทำมาตลอดเวลาที่ผ่านมา รักทุกคน วันนี้พูดเยอะลมเข้าท้อง ขอบคุณในน้ำใจไมตรี แด่ชีวีที่ยังคงมีค่า กว่าไตรรงค์ที่คลุมโปง เมื่อยามตาย”
ติดตามแก้ยาเสพติดหนองบัวฯ
เวลา 14.00 น. พล.อ.ประยุทธ์เดินทางด้วยเฮลิคอปเตอร์ถึงอบต.อุทัยสวรรค์ อ.นากลาง จ.หนองบัวลำภู เพื่อตรวจติดตามการดำเนินงาน ตามมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด จ.หนองบัวลำภู ในระยะเร่งด่วน 3 เดือน (หนองบัวลำภูต้นแบบสีขาวปลอดยาเสพติด) และร่วมเป็นสักขีพยานในโอกาสผู้ว่าฯ หนองบัวลำภูมอบหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดิน (ส.ป.ก. 4-31 ก.) สำหรับใช้ก่อสร้างศูนย์พัฒนาเด็กเล็กอบต.อุทัยสวรรค์แห่งใหม่ ให้แก่นายกอบต.อุทัยสวรรค์ ซึ่ง อบต.อุทัยสวรรค์ เป็นสถานที่คนร้าย ก่อเหตุกราดยิงภายในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมากเมื่อปี 2565
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า เรื่องยาเสพติด วันนี้ รัฐบาลมุ่งเน้น 3 ระดับด้วยกันคือการป้องปราม ป้องกันและปราบปราม สุดท้ายคือการบำบัดฟื้นฟู สิ่งที่คาดหวังตอนนี้คือความร่วมมือ ร่วมใจในชุมชน ในหมู่บ้าน รักลูก อย่ารักในทาง ที่ผิด ตนให้เวลาไปแล้ว 3 เดือน เหลืออีก 1 เดือน จะต้องทำเป็นรูปธรรมให้เห็น ถ้าทำแล้วไม่สำเร็จ ก็อย่าทำ กลับบ้านดีกว่าเสียเวลา
“มีอะไร คิดอะไรไม่ออกบอกทหารแล้วกัน ขืนไม่มีทหารจะลำบาก ขอให้เชื่อมั่นถ้าเรา มีปัญหาน้ำท่วม ฝนแล้งทหารเข้าไปช่วยก่อน ไม่ต้องจ้าง ให้เงินเดือนทำทุกอย่าง นั่นคือ ลูกหลานของท่าน แล้วทำไมจงเกลียดจงชังทหาร นักหนาไม่เข้าใจ”
จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์เยี่ยมชมนิทรรศการการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดของแต่ละ อำเภอของจ.หนองบัวลำภู ถ่ายรูปกับสมาชิก อบต.หนองบัวลำภู พร้อมยกมือขึ้นแนบ ที่ใบหน้าทั้งสองข้าง เป็นท่าดอกไม้บาน อย่างอารมณ์ดี ขณะที่ชาวบ้านมอบดอกกุหลาบ ชูป้ายสนับสนุน เช่น ‘ทำแล้ว ทำอยู่ ทำต่อ’ และเชียร์เป็นนายกฯ ต่ออย่างคึกคัก
เกิดนิ้วล็อก-ยืนยันไม่เหนื่อย
พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์ภายหลังลงพื้นที่ จ.อุดรธานีและหนองบัวลำภูว่า “รักทุกคน จริงใจให้กันเดินได้แน่ประเทศไทย”
ผู้สื่อข่าวถามว่ามือนายกฯ มีลักษณะบวมเป็นอะไร พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า “มันบวมนิดหน่อย ไม่รู้เป็นอะไรเหมือนกัน แต่ไปเช็กแล้วไม่เป็นอะไร อาจเป็นเพราะพูดมากมั้ง เดี๋ยวก็หาย ขอให้ทุกคนเดินทางปลอดภัย อะไรที่พูดไปเป็นเรื่องที่เราอยากให้เขามีความสุข เข้าใจหรือไม่ ซึ่งเรารู้ว่าบรรยากาศที่นี่ก่อนหน้านี้ มันเศร้า เราอยากให้เขาคลายเครียด แต่งานต้องทำจริง นั่นคือสิ่งที่รัฐบาลเอาจริงเอาจัง การแก้ไขปัญหายาเสพติดต้องครบทั้งระบบ และระบบที่ 3 ในส่วนของการรักษา แต่ก่อนค่อนข้างมีปัญหา วันนี้เอามาเซ็ตใหม่ และการมาช่วยกันก็ซ้ำซ้อน คุมไม่ได้ก็ยังมีอยู่ แต่อย่าไปตำหนิเขาเลยขึ้นอยู่กับรัฐบาล ในฐานะที่เป็น รัฐบาลก็ต้องทำให้ดีที่สุด”
ต่อข้อถามว่าลงพื้นที่บ่อยๆ เหนื่อยหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ไม่เหนื่อยๆ ลงมาตรวจงาน นายกฯจะไปเหนื่อยอะไร ผู้สื่อข่าวถามว่าจะตรวจราชการถึงวินาทีสุดท้ายจนยุบสภาใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอย่างอารมณ์ดี ว่า “ฉันเป็นนายกฯ ต้องมีหน้าที่ทำงานทุกวันหรือเปล่าจ๊ะ งานมันเข้ามาตลอดแหละจ้ะ เดี๋ยวก็หาเรื่องกันจนได้”
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มือด้านขวาของพล.อ.ประยุทธ์ บวมเป่งอย่างเห็นได้ชัด จากการสอบถามคนใกล้ชิดเปิดเผยว่าเกิดจากอาการนิ้วล็อก ซึ่งพล.อ.ประยุทธ์ได้โทรศัพท์ไปหาแพทย์ประจำตัวระหว่างลงพื้นที่แล้ว
นายกฯจัดคิวเดินสายต่อเนื่อง
นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกฯ เผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ และคณะ เตรียมลงพื้นที่จ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อติดตามโครงการก่อสร้างอาคารจัดแสดงเครื่องทองอยุธยา พร้อมรับฟังการดำเนินโครงการปรับปรุงระบบชลประทานเจ้าพระยา ฝั่งตะวันตก ในวันศุกร์ที่ 3 มี.ค. โดยเมื่อลง ฮ.แล้ว นายกฯ จะไปที่วัดใหญ่ชัยมงคล ต.คลองสวนพลู อ.พระนครศรีอยุธยา เข้ากราบ สักการะพระประธาน นมัสการเจ้าอาวาส วัดใหญ่ชัยมงคล สักการะพระเจดีย์ชัยมงคล สักการะพระพุทธรูปปางไสยาสน์ และพระบรม ราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช เพื่อความเป็นสิริมงคล
จากนั้น ไปพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา ต.ประตูชัย อ.พระนครศรีอยุธยา ตรวจติดตามโครงการก่อสร้างอาคารจัดแสดงเครื่องทองอยุธยา และการจัดแสดงเครื่องทองอยุธยาและพระบรมสารีริกธาตุ เยี่ยมสภาพโบราณสถานเพื่อเตรียมการบูรณะ ที่วิหารพระมงคลบพิตร และวัดพระศรีสรรเพชญ์ อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา
เวลา 14.30 น. ตรวจเยี่ยมบริเวณพื้นที่โครงการปรับปรุงระบบชลประทานเจ้าพระยา ฝั่งตะวันตก ที่วัดใหม่หญ้าไทร ต.ลาดบัวหลวง อ.ลาดบัวหลวง โดยกราบสักการะพระประธาน และนมัสการเจ้าอาวาสวัดใหม่หญ้าไทร ก่อนติดตามโครงการดังกล่าว และจะพบปะประชาชน ก่อนเดินทางกลับ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนยุบสภาและเลือกตั้ง พล.อ.ประยุทธ์ยังมีกำหนดการลงพื้นที่ ตรวจราชการในฐานะนายกฯต่อเนื่อง หลังจาก จ.พระนครศรีอยุธยาแล้ว เบื้องต้นยังมีกำหนด การลงพื้นที่จ.สงขลา ระนอง และนราธิวาส
‘ขิง’แจงรทสช.ไร้เหยื่อตกปลา
นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ให้สัมภาษณ์กรณี นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ระบุมีพรรคจ้องตกปลาในบ่อเพื่อน และจะเป็นเพียงพรรคเฉพาะกิจว่า การขับเคลื่อน ของพรรคเป็นคำตอบในตัวแล้วว่า รทสช.ไม่ใช่พรรคเฉพาะกิจ ขับเคลื่อนด้วยอุดมการณ์และแนวทางที่ชัดเจนเพื่อมุ่งสู่ความเป็นสถาบัน การเมืองหลักของประเทศ เป็นที่พึ่งให้กับประชาชน และประเทศชาติ ทั้งปัจจุบันและในอนาคต
แม้เราเป็นพรรคเกิดใหม่ แต่มีความมุ่งมั่นตั้งใจเต็มเปี่ยม ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่ามีความพร้อมไม่แพ้พรรคอื่นๆ “เราไม่สนใจที่จะไปตกปลาจากบ่อใคร เราไม่มีเหยื่อ และเราไม่ดูถูกตัวแทนประชาชนเป็นผักปลา คนที่เข้ามาเป็นเรื่องของความศรัทธาในตัวผู้นำพรรค เชื่อมั่นในจุดยืนและอุดมการณ์ของพรรค เราคงไม่ต้องไปสร้างวาทกรรมเพื่อการตอบโต้ เพราะคนของพรรค จะเน้นที่การทำงาน และผลงาน
การย้ายพรรคคงมีหลายเหตุผล แต่ทุกคนที่มา รทสช. ปราศจากอามิสสินจ้าง ที่ออกมาไล่กล่าวหาโจมตีเพื่อนล้วนเป็นการทำงานอย่างไม่สร้างสรรค์ ควรเก็บเวลาสำหรับ การสร้างวาทกรรมหรูเพื่อมาโจมตีเพื่อน มาเป็นการฟื้นสร้างความศรัทธาด้วยการทำงานให้มีผลงานจะดีกว่า เราจะตอบโต้ทางการเมืองให้น้อยที่สุด หากไม่มีประเด็น ใส่ร้ายหรือให้ร้ายกัน เราไม่อยากตอบโต้ เราอยากทำการเมืองอย่างสร้างสรรค์ ไม่ให้ตกต่ำลงไปกว่าเดิม
‘สามสี’เผากลับปชป.
ด้านนายไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองหัวหน้าพรรค ให้สัมภาษณ์ว่า พรรคที่นายจุรินทร์ พูดถึงคงชั่วจังเลย แต่ปชป.ต้องมีวิธีป้องกันคนของตัวเองไม่ให้ออกด้วย เรื่องนี้มี 2 ประเด็น 1.มีพรรคที่พยายามไปตกลงกับสมาชิกพรรคอื่น โดยระบุว่าจะให้เงินให้ทอง 2.มีบางพรรคที่กลัวสมาชิกจะออกก็ยัดเงิน อย่าออก แบบนี้ เรียกว่าตกปลาในบ่อตัวเอง
ผู้สื่อข่าวถามว่ามีการระบุว่านายไตรรงค์ ดึงสมาชิก ปชป.มาอยู่ รทสช. นายไตรรงค์กล่าวว่า คนที่มาจากปชป.เหมือนตน อยากถาม ว่าใครจะมาตกตนได้ แค่คันเบ็ดมาก็ถูกเตะก้านคอแล้ว ยังไม่ทันได้ตกเลย คนที่ออกมาจาก ปชป.ต้องไปถามเขาดูทำไมถึงออก เพราะปชป.ไม่สามารถรักษาอุดมการณ์เดิม ไว้ได้แล้ว ตั้งแต่ ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช เสียชีวิต อุดมการณ์ก็อ่อนมาเรื่อยๆ ตนสังเกตมาตลอดและคนที่อยู่ก็ไม่รักษาอุดมการณ์
“เมื่อก่อนปชป.เลือกตั้ง เลือกกรรมการบริหารพรรค(กก.บห.) ไม่เคยซื้อเสียง แต่ระยะ หลังซื้อกันคนละแสนสองแสน และได้ข่าว ยัดเงินบางคนไปจนถึงล้านแล้ว คนอย่างผมจะอยู่ได้อย่างไร ถ้าพรรคตกต่ำถึงขนาดนี้”
แฉคนหนี-อุดมการณ์อ่อน
ต่อข้อถามว่า ยืนยันไม่ได้ไปตกคนจาก ปชป. นายไตรรงค์กล่าวว่า ไม่มี เขามาเอง ไปตกเขาได้อย่างไรแต่ละคนมีเงินมากมาย กันทั้งนั้น นายชุมพล กาญจนะ มีเงินเป็นพันๆ ล้าน ใครจะไปตกได้ อย่างตนไม่ค่อยมีเงิน ไม่ต้องถึง 200 ล้านหรอก แค่ 1 ล้านก็ไปแล้ว ยืนยันมารทสช.เอง ส.ส.จากพรรคอื่นที่มา ไม่เห็นมีใครมาด้วยเงิน ที่มาสมัครกันเยอะเพราะทนที่เดิมไม่ได้
“ผมเป็นคนไปเจรจากับนายชุมพลเองเพราะเขาอึดอัด เนื่องจากลูกสาวเขาบอกว่าอยู่ๆ ก็มีเลือกตั้งกก.บห. ปรากฏว่ามีคนเอาเงิน มาให้ 5 แสนบาทบอกให้ช่วยเจรจาในกลุ่ม ซึ่งมีอยู่ 3 คนให้ช่วยยกมือเลือก นายชุมพล จึงบอกให้ลูกสาวเอาเงินไปคืนโดยบอกว่า เงิน 5 แสนบาท ไม่มีความหมาย เพราะพ่อมีเงิน เป็นพันๆ ล้าน นี่คือความอึดอัดของลูกสาวนายชุมพล ที่บอกว่าไม่อยากอยู่แล้วปชป.เพราะไม่เหมือนเดิมแล้ว” นายไตรรงค์กล่าว
เมื่อถามว่า เรื่องนี้หัวหน้าพรรคเกี่ยวข้องด้วยใช่หรือไม่ นายไตรรงค์กล่าวว่า ไม่ทราบ แต่นายจุรินทร์ เป็นคนไม่มีตังค์อยู่แล้ว ตนว่าตนรวยกว่านะ เพราะภรรยารวย นายจุรินทร์ไม่ได้รวยเหมือนตน แต่ที่ได้เป็นหัวหน้าพรรคเพราะนายชวน หลีกภัย หนุน นายชวนบอกกับ ตนเอง ตนก็บอกไปว่าก็ดีแล้ว
‘ชุมพล’ยันไปรทสช.ไม่มีค่าจ้าง
นายชุมพล กาญจนะ รองหัวหน้ารทสช. ให้สัมภาษณ์กรณีนายชวนแฉว่ารทสช.ตกปลาในบ่อเพื่อนด้วยเงิน 200 ล้านบาทหากได้ ส.ส.ยกจังหวัดว่า ยอมรับว่าคนที่นายชวน พูดถึงเป็นตนเอง ตนกับนายชวนเคารพรักกันมานาน มีวันหนึ่งตนป่วย และนายชวนไปเยี่ยม ที่โรงพยาบาล ตนได้พูดกับนายชวนว่าหนักใจ หลายเรื่องในปชป. เหมือนต่างคนต่างอยู่ มีความแตกแยกกันเยอะ ลูกสาวตนอยู่ที่ปชป.หลายปีมาบอกว่าที่พรรคอยู่กันเป็นก๊วน เป็นก๊ก เขาไม่สบายใจ ไม่อยากอยู่เลย ตนจึงพูดกับนายชวนว่า ลำบากใจ และบอกว่าตอนนี้มีพรรคมาคุยเยอะ เรื่องเงินเรื่องทองตนบอกได้เลยว่าอยู่ปชป.มา 30 ปี มีแต่ให้ไม่เคยได้เงินจากพรรค
ผู้สื่อข่าวถามว่าข่าวเงิน 200 ล้านที่นายชวน อ้างถึงมาจากไหน นายชุมพลกล่าวว่า นายชวน อาจประเมินเอา แต่ตนไม่ได้บอกนายชวนเรื่องเงิน 200 ล้าน เพียงแต่บอกว่าตอนนี้มีการซื้อกันเยอะแยะ รู้สึกไม่ธรรมดาแล้ว มีหลายพรรคมาหาตนบอกว่าจะให้เท่าโน้นเท่านี้ แต่ตนไม่ได้คุยอะไรในเรื่องเหล่านี้ ต่อข้อถามว่า จากข่าวที่บอกว่ามีการเสนอให้ทั้งจังหวัด 200 ล้าน นายชุมพลกล่าวว่า ไม่มี มีแต่พรรคโน้นพรรคนี้บอกว่ามาอยู่ด้วยกัน จะช่วยเงินช่วยทอง ตนบอกว่าเดี๋ยวรอปรึกษาครอบครัว ปรึกษาลูกก่อนว่าจะเอาอย่างไร ลูกสาวก็หนักใจ ผลที่สุดบอกว่าให้มาด้วยกัน
“ผมเขียนจดหมายลานายชวน ไม่กล้า ไปหาท่าน เพราะคนเคยกิน เคยอยู่ด้วยกัน ผมมาอยู่ที่รทสช. มีความสุข ได้เจอพรรคพวกเก่าๆ ที่มีอุดมการณ์ทางการเมืองเหมือนกัน มาร่วมกันทำงานเหมือนพี่เหมือนน้อง ไม่ได้มีอะไรอย่างอื่น มาที่นี่ก็ไม่ได้เงินได้ทองเหมือนกัน มีแต่หมด ทุกคนเหมือนจะรู้ว่า ผมไปอยู่ที่ไหนมีแต่จะหมดเงิน เสียเงิน ไม่มีได้เงินจากพรรคนั้นๆ เลย มาที่นี่ไม่มีพูดถึงเรื่องเงิน ไม่เคยได้เลยแม้แต่บาทเดียว เพราะเป็น พี่เป็นน้องกันทั้งนั้น”
เมื่อถามว่าตกใจกับข่าวที่ออกมาหรือไม่ นายชุมพลกล่าวว่า ไม่ตกใจ เพราะตนกับ นายชวนไม่มีอะไร และไม่ได้โทร.ไปเคลียร์ เพราะตนกับนายชวนอยู่กันอย่างพี่น้องและคิดว่านายชวนเข้าใจตนดี แต่ถ้ามีโอกาสคงจะได้ พูดคุยกัน

ยึดพังงา – นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และนายนิพนธ์ บุญญามณี รองหัวหน้าพรรค นำคณะลงพื้นที่ อ.คุระบุรี จ.พังงา จัดทัพผู้สมัครลงเลือกตั้งส.ส.พังงา มั่นใจชนะยกจังหวัดทั้ง 2 เขต เมื่อวันที่ 2 มี.ค.
‘อู๊ดด้า’แย้มมีเซอร์ไพรส์ที่พัทลุง
ที่ จ.พังงา นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ หัวหน้าปชป. นายนิพนธ์ บุญญามณี รองหัวหน้าพรรค พร้อมคณะลงพื้นที่ อ.คุระบุรี จ.พังงา เพื่อรวมพลังจัดทัพชิง ส.ส.พังงา ยกจังหวัดทั้ง 2 เขต ซึ่งปชป.ส่งผู้สมัคร เขต 1 นางกันตวรรณ ตันเถียร ส่วนเขต 2 นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรค และนายบำรุง ปิยนามวาณิช อดีตนายก อบจ.พังงา ลงสมัครส.ส.บัญชีรายชื่อ
นายจุรินทร์ให้สัมภาษณ์ว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ปชป.สู้พังงาทั้ง 2 เขตอย่างเต็มที่ และมั่นใจว่าจะได้ ส.ส.พังงา ยกจังหวัด ส่วนวันที่ 3 มี.ค. ศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยกรณีการนับรวมคนต่างด้าวเข้าเป็นจำนวนประชากร หรือไม่ในการแบ่งเขตเลือกตั้ง เท่าที่ทราบ ถ้าสมมติว่าปรับจำนวนประชากรใหม่จะด้วยเหตุใดก็ตาม ถ้าเหมือนเดิมภาคใต้ก็มี 58 เขต แต่ถ้าปรับใหม่ภาคใต้อาจจะเป็น 60 เขต ซึ่งปชป.เตรียมตัวผู้สมัครไว้ล่วงหน้าแล้ว จากนี้ไปปชป.จะปราศรัยใหญ่ในวันที่ 4 มี.ค. ที่ จ.พัทลุง และเปิดตัวผู้สมัครพัทลุงทั้ง 3 เขต โดยที่พัทลุงจะมีเซอร์ไพรส์ด้วย
ผู้สื่อข่าวถามถึงการทาบทามนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าปชป. ลงสมัครส.ส. บัญชีรายชื่อ ได้พูดคุยกันหรือยัง นายจุรินทร์กล่าวว่า ยัง เพราะท่านเพิ่งกลับมาจากเมืองนอก เดี๋ยวจะคุยกับท่าน และนายชวน หลีกภัย พูดชัดแล้วว่าอดีตหัวหน้าพรรค ถือเป็นหน้าที่ในการเข้ามาช่วยสนับสนุนพรรคในอดีต เช่น ตอนนายอภิสิทธิ์เป็นหัวหน้าพรรค นายชวนและนายบัญญัติ บรรทัดฐาน อดีตหัวหน้าพรรค ก็ลงสมัครส.ส.บัญชีรายชื่อ เที่ยวนี้ตนเป็นหัวหน้าพรรค ก็ให้เกียรติอดีตหัวหน้าพรรค ทั้งท่านชวน ท่านบัญญัติ ท่านอภิสิทธิ์ จะไปเชิญ ทั้ง 3 ท่าน
ซัดรู้กันทั้งปท.พรรคตกปลา
ต่อข้อถามว่า ขณะนี้ยังมีส.ส.ย้ายไปย้ายมา และมีบางพรรคพูดว่าไม่เคยตกปลาในบ่อเพื่อน นายจุรินทร์กล่าวว่า เขารู้กันทั้งประเทศ ความลับ ไม่มีในโลกและไม่ใช่เรื่องที่เป็นความลับอะไร พรรคตกปลาในบ่อเพื่อนสุดท้ายก็กลายเป็นพรรคเฉพาะกิจ ไม่มีวันเป็นสถาบันทางการเมืองได้ สถาบันทางการเมืองต้องสร้างคน ให้ประเทศ สร้างนักการเมืองที่มีคุณภาพ ให้ประเทศ ไม่ใช่ไปรวมพลคนย้ายพรรคมา หรือว่าไปดูด ไปตกปลาในบ่อเพื่อน บ่อพวก อย่างนั้นไม่ยั่งยืน
ตัวอย่างชัดที่สุดในประวัติศาสตร์การเมืองไทยมันบอก พรรคสามัคคีธรรมไปดูดคนนี้คนนั้น มากลายเป็นรวมพลคนย้ายพรรค สุดท้ายอยู่ได้กี่วัน คนที่ประกาศตัวจะเป็น นายกฯ ก็ล้มเหลว สุดท้ายไปต่อไม่ได้ ฉะนั้นเราต้องช่วยกันสนับสนุนพรรคการเมืองที่เป็นสถาบันที่สร้างคนคุณภาพให้การเมืองของประเทศ ไม่ใช่ไปสนับสนุนการทำการเมืองฉาบฉวยเฉพาะกิจ
‘ชัยชนะ’ท้าโชว์หลักฐาน
นายชัยชนะ เดชเดโช ส.ส.นครศรีธรรมราช รองเลขาธิการปชป. กล่าวว่า ตนนึกไม่ถึงว่านายไตรรงค์ ที่เคยถูกยกย่องว่าเป็นนักการเมือง คุณภาพคนหนึ่งในวงการการเมือง จะทำตัวเข้าทำนอง ‘ให้ร้ายบ้านเก่าเพื่อเอาใจบ้านใหม่’ เพราะที่ผ่านมา หลังจากนายไตรรงค์ได้ย้ายไปสังกัดรทสช.แล้ว ไม่ได้มีการพูดถึงปชป. แต่เมื่อ นายจุรินทร์ ระบุว่า มีพรรคการเมืองที่ไม่ได้เติบโตด้วยตนเอง แต่อาศัยตกปลาในบ่อเพื่อน ปรากฏว่า นายไตรรงค์ ออกอาการตบะแตก และแสดงพฤติกรรมไม่ต่างจากบางคน ที่ออกจากปชป. และไปสังกัดพรรคใหม่ คือการวาดภาพให้พรรคเดิมออกมาเลวร้าย เพื่อหวังให้ประชาชนสงสาร และตัดสินใจเลือกกลับเข้าไปทำหน้าที่ในสภาอีกครั้ง
ขอยืนยันไม่มีใครเสนอให้เงินน.ส.วชิราภรณ์ กาญจนะ บุตรสาวนายชุมพล ถึง 5 แสนบาท เพื่อไปล็อบบี้เพื่อนอีก 3 คน ให้คนคนนั้นเป็นกก.บห. หากนายไตรรงค์และน.ส.วชิราภรณ์ มีข้อเท็จจริงขอให้ยืนยันมา หากไม่มีหลักฐานตามที่กล่าวอ้างแล้ว นายไตรรงค์ก็ทราบดีว่า คนที่ถูกพาดพิงมีสิทธิที่จะปกป้องตัวเองตามกฎหมายเช่นเดียวกัน ยืนยันอุดมการณ์ปชป. ยังเข้มแข็งอยู่ตลอดไป แต่บางคนเท่านั้น ที่อ่อนไหวไม่มั่นคง

วิสัยทัศน์ – นายเศรษฐา ทวีสิน ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์พิเศษ ‘ข่าวสด’ ถึงนโยบายด้านการเมือง เศรษฐกิจ สังคม และแนวทางการทำงาน ที่พรรคเพื่อไทย เมื่อวันที่ 2 มี.ค.
‘เศรษฐา’เปิดใจลุยเวทีการเมือง
นายเศรษฐา ทวีสิน ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ ถึงการที่เข้ามาทำงานร่วมกับพรรคเพื่อไทย (พท.) ว่า เพราะมีจิตวิญญาณเหมือนกัน คือเอาประชาชน เป็นที่ตั้ง ตนเข้าใจและตระหนักดีว่าประเทศไม่ใช่บริษัท แต่หากเรามีความมุ่งมั่นจริง มีวินัย ความประสงค์ที่จะทำงานหนักจริง และเอาประชาชนเป็นที่ตั้ง ตรงนี้จะเป็นภูมิคุ้มกันให้เรา เป็นแรงบันดาลใจให้เราทำงานต่อไป การเป็นผู้นำควรมองเห็นว่าปัญหาที่จะเกิดขึ้นคืออะไร ต้องบอกว่าผู้นำคนต่อไปจะเจอปัญหา หนักแน่นอน แต่หากเข้ามาแล้วบอกทำไม่ได้ก็อย่าเข้ามาแต่แรก หรือหากเข้ามาแล้วแก้ปัญหา ไม่ได้ ก็ลาออกไป
ส่วนทีมเศรษฐกิจต้องมีผู้ชำนาญการจากทุกภาคส่วนเข้ามา สำคัญสุดคือต้องเอา ปากท้องประชาชนเป็นที่ตั้ง ไม่รังแกคนที่มีเยอะ หรือไม่ดูแลคนที่มีน้อย เชื่อว่าเมื่อพท.ประกาศคณะทำงานด้านเศรษฐกิจขึ้นมาก็จะชัดเจน พูดได้ ตอบได้ เมื่อเราเสนอตัวมารับใช้ประชาชน คณะทำงานเศรษฐกิจของเราต้องพร้อม อยู่ดีๆ คนอยู่ข้างหลังเราบอกว่าไม่อยากให้บอก คืออะไร เขาละอายใจที่มาอยู่กับคุณหรือเปล่า ตนก็ไม่ทราบ
สำหรับตน จากนักธุรกิจเข้ามาเป็นนักการเมือง กลัวทุกอย่าง ก้าวที่เดินไปข้างหน้าเป็นก้าวใหม่ ต้องเตรียมพร้อม ต้องระมัดระวังตัวพอสมควร กลัวที่สุดคือเรื่องที่ไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้น อย่างที่ เขาบอกว่าประเทศไม่ใช่บริษัท ตนรับฟังจริงๆ ว่าประเทศเป็นสภาพแวดล้อมที่ใหญ่กว่า แต่ทักษะที่เรามีเชื่อว่าจะบริหารจัดการได้
สัปดาห์หน้าเตรียมลงพื้นที่ ขอไปรับฟังความคิดเห็นประชาชนก่อน เมื่อมีองค์ความรู้พอประมาณพอที่จะโน้มน้าวเรื่องนโยบายได้ ตนจะขึ้นเวทีปราศรัย และถ้ากรรมการบริหารพรรคเลือกเป็นแคนดิเดตนายกฯ เมื่อยอมเป็นตรงนั้น หากพท.ชนะการเลือกตั้งแบบแลนด์สไลด์ แล้วพรรคไปเลือกคนอื่นเข้ามา ตนก็ต้อง ยอมรับอยู่ดี ไม่ตีอกชกตัว หรือถ้าพรรคไม่เสนอ ชื่อตนเป็นแคนดิเดตนายกฯ ตนก็เป็นประธานที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทยต่อไป และหากพท.ได้เป็นรัฐบาล ยืนยันยังไม่มีแนวคิด เสนอออกกฎหมายนิรโทษกรรมพานายทักษิณและ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร กลับบ้าน
‘อุ๊งอิ๊ง’ยกพลหาเสียงอีสานใต้
เมื่อเวลา 11.00 น. ที่พรรคเพื่อไทย นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผอ.ครอบครัวเพื่อไทย กล่าวว่า ในวันที่ 4-5 มี.ค. นพท.ลงพื้นที่หาเสียง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ใน 3 จังหวัดอีสานใต้ ได้แก่ นครราชสีมา บุรีรัมย์ และสุรินทร์ โดยวันที่ 4 มี.ค. เวลา 10.00 น.เริ่มเวทีแรก ที่อาคารกีฬาเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา เทศบาลเมืองปักธงชัย อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา จากนั้นไปสักการะอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี ก่อนเปิดเวทีที่ 2 ในเวลา 14.00 น. ที่ลานข้างสถานีรถไฟ อ.คง จ.นครราชสีมา และเวลา 17.00 น.เปิดเวทีปราศรัยใหญ่ ที่สนามหน้าศาลากลาง อ.เมือง จ.นครราชสีมา ซึ่งสนามนี้ เคยมีเวทีรทสช.ตั้งเมื่อสัปดาห์ก่อน เชื่อว่าพท.จะได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี เก้าอี้จะเต็ม ทุกที่นั่ง
ส่วนวันที่ 5 มี.ค. เริ่มเวลา 11.00 น. เปิดเวที ปราศรัย ที่ศูนย์ประสานงานพท. อ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์ ก่อนไปต่อเวทีปราศรัย ที่ตลาด เมืองใหม่ไอคิว อ.เมือง จ.สุรินทร์ โดยแกนนำที่จะร่วมขึ้นเวทีปราศรัยครั้งนี้ นำโดยนพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรค อุ๊งอิ๊ง-น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ประธานคณะที่ปรึกษา ด้านการมีส่วนร่วมและนวัตกรรม และหัวหน้า ครอบครัวเพื่อไทย เป็นต้น
‘เต้น’ตอก‘ตู่’หยัน‘เสี่ยนิด’
นายณัฐวุฒิ กล่าวกรณีพล.อ.ประยุทธ์ ย้อนถามผู้สื่อข่าวว่า นายเศรษฐาเก่งตรงไหน ประเทศไม่ใช่ธุรกิจว่า ทุกคนทราบว่าประเทศเป็นของประชาชนทุกคน นายเศรษฐาเป็นที่ยอมรับในแวดวงเศรษฐกิจและธุรกิจ ต่างจากพล.อ.ประยุทธ์ที่อยู่ในค่ายทหารมาตลอด แต่กลับเป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจของรทสช. พล.อ.ประยุทธ์ควรแสดงวุฒิภาวะที่ดีมากกว่านี้ ตลอด 8 ปีที่ผ่านมาไม่คิดว่าคนไทยจะเห็นพล.อ.ประยุทธ์เป็นที่พึ่งอีกแล้ว และไม่สามารถ เห็นอนาคตภายใต้การนำของท่านได้ เพราะประเทศไทยไม่ใช่ค่ายทหาร ประชาชนไม่ใช่พลทหาร อำนาจที่มี แนวทางที่เป็นไม่ได้ สอดรับกับความต้องการของประชาชนที่รออยู่ พท.จะขับเคลื่อนนโยบายและเดินหน้าเป้าหมาย แลนด์สไลด์ต่อไป
ส่วนกรณีที่นายเศรษฐายังไม่ได้เข้าร่วม เวทีปราศรัยของพท.นั้น เนื่องจากติดภารกิจ แต่หลังจากนี้ไปจะเห็นนายเศรษฐาร่วมด้วยแน่นอน เพราะนายเศรษฐามีสถานะที่แวดวงธุรกิจยอมรับ มีมิติด้านนโยบายที่จะเข้ามามีส่วนร่วมได้ ยอมรับว่าความเป็นที่รู้จักของนายเศรษฐาต่อประชาชนอาจต้องใช้เวลา แต่เชื่อว่าภายใต้การทำงานเป็นทีมของพท. จะทำให้ประชาชนสัมผัสและให้การตอบรับนายเศรษฐา ส่วนแคนดิเดตนายกฯ พท. ยืนยันมาตลอดว่าจะส่งรายชื่อครบ 3 รายชื่อ ทุกคนล้วนเป็นตัวจริง ไม่มีตัวหลอก ประชาชน
‘แรมโบ้’จวกทำไมรับไม่ได้
นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ที่ปรึกษาของ นายกฯ กล่าวตอบโต้นายณัฐวุฒิว่า เป็นเรื่องธรรมดาที่นายเศรษฐาเข้ามาเป็นบุคคลสาธารณะ แล้ว และเสนอตัวทำงานเพื่อบ้านเมืองย่อมมีใครๆ หรือแม้แต่นายกฯ ที่อยากรู้ว่ามีความสามารถมากน้อยแค่ไหน หรือแม้แต่ การตั้งคำถามว่าทำธุรกิจของครอบครัวใดครอบครัวหนึ่งหรือไม่ เพราะคนทั้งประเทศ รู้ว่านายเศรษฐาสนิทสนมกับคนตระกูลชินวัตร อย่างไร และการเข้ามาอาจทำเพื่อคนในตระกูล ชินวัตรหรือไม่
ตนยังสงสัยว่าแค่นายกฯ ประยุทธ์วิพากษ์วิจารณ์นายเศรษฐาที่เป็นบุคคลสาธารณะ แค่นี้ทำไมถึงรับไม่ได้ หากนายเศรษฐาทนฟังไม่ได้ ก็ถอนตัวออกไป เพราะไม่แน่จากนี้ไปอาจต้องทนฟังประชาชนวิจารณ์ อย่างนี้ไปอีกนาน เผลอๆ ทนเสียงวิจารณ์ไม่ได้ คงถอดใจไปเอง
พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์กรณีที่มีเสียงวิจารณ์ความสามารถของนายเศรษฐา ว่า ยินดีที่มีคนเก่งๆ จากทุกภาคสนใจงานการเมือง ส่วนพปชร. ก็มีทีมเศรษฐกิจที่มีประสบการณ์ มีผลงาน ในหลายด้านอยู่หลายคน การที่มีคนเก่ง มาเยอะๆ ดีกับบ้านเมืองแน่นอน
‘พี่ศรี’บุกสภาฟ้อง‘ชวน’
เวลา 10.30 น. ที่รัฐสภา นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญ ยื่นหลักฐานภาพนิ่งและคลิปวิดีโอถึงนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะประธานคณะกรรมการจริยธรรม สภาผู้แทนราษฎร ผ่านน.ส.ผ่องศรี ธาราภูมิ โฆษกประธาน สภา ให้ตรวจสอบและเอาผิดทางจริยธรรม ส.ส.เล่นการพนันบริเวณชั้น 5 อาคารรัฐสภา (ห้องทำงานสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร)
นายศรีสุวรรณอ้างมีคนเจตนาดีส่งพัสดุ มาให้ เป็นรูปภาพและคลิปวิดีโอของส.ส. ขณะกำลังเล่นไพ่ เกิดขึ้นเมื่อ 11 ม.ค.2566 เป็นคลิปและภาพ ส.ส.เปิดเผยหน้าที่ชัดเจน ไม่มีการเบลอ แต่ข้อเท็จจริงและรายละเอียดทั้งหมดขอส่งให้นายชวน ตรวจสอบ เท่าที่ตรวจสอบเป็น ส.ส.อยู่ในพื้นที่ห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ 100 กิโลเมตร เป็น ส.ส.หนุ่ม อายุรุ่นน้องตน เพิ่งเป็น ส.ส.ประมาณ 1 ปี ประวัติเป็นบุคคลประเภทนี้อยู่แล้ว สังกัดพรรค เก่าแก่ ยังเป็น ส.ส.อยู่ ไม่ได้ลาออก ส่วน ส.ส. อีก 3 คน ยังไม่มีข้อมูล
นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ หัวหน้าปชป. กล่าวว่า ปชป.เน้นเรื่องการทำหน้าที่ ให้กับคนไทย ให้กับประเทศ ส่วนเรื่องที่จะมากระทบบ้างทุกอย่างมีกรอบกติกา กฎหมาย ระเบียบ คนที่มีหน้าที่ก็จะชี้แจงต่อไป ส่วนจะเป็นคนของพรรคหรือไม่ ยังไม่ได้ตรวจสอบอะไร เพราะเพิ่งทราบ
อีสานโพลชี้คนอีสานชู‘อิ๊ง’นายกฯ
เมื่อวันที่ 2 มี.ค. ศูนย์วิจัยธุรกิจและเศรษฐกิจอีสาน (ECBER) คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น หรือ อีสานโพล เผยผลสำรวจเรื่อง “นโยบายเศรษฐกิจที่ใช่ของคน อีสาน” ว่า 5 นโยบายเศรษฐกิจเด่น ที่คนอีสานให้ความสำคัญช่วงหาเสียงเลือกตั้ง คือ ขึ้นค่าแรง เงินเดือนขั้นต่ำ นโยบายแก้หนี้ พักหนี้ เติมทุน บำนาญหรือเบี้ยผู้สูงอายุ เพิ่มเงินบัตรประชารัฐ คนละครึ่ง และลดค่าน้ำมัน ค่าแก๊ส ค่าไฟ หนุนโซลาร์เซลล์
นายสุทิน เวียนวิวัฒน์ หัวหน้าโครงการอีสานโพล เปิดเผยว่า การสำรวจนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อสำรวจความคิดเห็นของคนอีสานเกี่ยวกับนโยบายหาเสียงด้านเศรษฐกิจที่คนอีสานให้ความสำคัญ และความนิยมของพรรคการเมือง ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 24-26 ก.พ.2566 จากกลุ่มตัวอย่างอายุ 18 ปีขึ้นไป 1,200 รายในเขตพื้นที่ภาคอีสาน 20 จังหวัด
เมื่อสอบถามว่า ถ้าเลือกตั้ง ส.ส.วันนี้ ท่านมีแนวโน้มจะลงคะแนน ส.ส.บัญชีรายชื่อ (ปาร์ตี้ลิสต์) ให้พรรคใด พบว่า อันดับหนึ่งเป็น พรรคเพื่อไทย (พท.) ร้อยละ 33.4 รองลงมาพรรคไทยสร้างไทย(ทสท.) ร้อยละ 16.0 อันดับ 3 พรรคก้าวไกล (ก.ก.) ร้อยละ 14.6 ตามมาด้วย พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ร้อยละ 11.1 พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ร้อยละ 11.1 พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ร้อยละ 5.7 พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ร้อยละ 3.5 พรรคเสรีรวมไทย (สร.) ร้อยละ 1.7 และพรรคอื่นๆ ร้อยละ 2.9
สอบถามว่า ถ้าเลือกตั้ง ส.ส.วันนี้ ท่านมีแนวโน้มจะลงคะแนน ส.ส.แบบเขต ให้ผู้สมัคร จากพรรคใด พบว่า อันดับหนึ่งเป็น พรรคเพื่อไทย ร้อยละ 35.1 รองลงมา พรรคไทยสร้างไทย ร้อยละ 15.7 อันดับ 3 พรรคก้าวไกล ร้อยละ 13.7 ตามมาด้วยพรรคภูมิใจไทย ร้อยละ 11.3 พรรครวมไทยสร้างชาติ ร้อยละ 11.2 ร้อยละ 5.1 พรรคประชาธิปัตย์ ร้อยละ 3.4 พรรคเสรีรวมไทย ร้อยละ 1.7 และพรรคอื่นๆ ร้อยละ 2.9
เมื่อถามว่า การเลือกตั้งที่จะมาถึงอยากให้ใครเป็นนายกฯ มากที่สุด อันดับหนึ่ง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ร้อยละ 30.1 คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ร้อยละ 17.1 อันดับ 3 นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ร้อยละ 14.5 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ร้อยละ 11.2 นายอนุทิน ชาญวีรกูล ร้อยละ 10.8 พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ร้อยละ 5.3 นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ร้อยละ 3.4 คนอื่นๆ จากพรรคเพื่อไทย ร้อยละ 2.3 พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ร้อยละ 1.9 นายกรณ์ จาติกวณิช ร้อยละ 1.4 และอื่นๆ ร้อยละ 1.9

วิถีภูมิใจไทย – นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กเป็นภาพขณะเตะใส่นายยศวัฒน์ มาไพศาลสิน ส.ส.กาญจนบุรี ลูกพรรค พร้อมระบุว่าเป็นวิธี การแสดงออกถึงความรักกันของคนในพรรคภูมิใจไทย เมื่อวันที่ 2 มี.ค.