ฝุ่นพิษลามหนักเชียงใหม่-พะเยา

กรมอุตุฯ ประกาศไทยเข้าสู่ฤดูร้อนวันนี้ 5 มี.ค. อุณหภูมิสูงสุดถึง 43 องศา ชี้ 2 สาเหตุหลักทำไทยเข้าหน้าร้อนช้า จากพิษเอลนีโญ ลานีญา อีกทั้งกระแสลมกรดโลกผิดปกติ อ่อนกำลังลง ขณะที่เหนือยังสำลักฝุ่นพิษ พะเยา พิษณุโลก เชียงใหม่ค่าฝุ่นพิษสูงต่อเนื่อง ชาวบ้านต้องใส่หน้ากากอนามัย จิสด้าพบจุดความร้อน 2,460 จุด พื้นที่ป่าอนุรักษ์มากสุด 1,417 จุด ตากส่งฮ.ขนน้ำดับไฟป่าเหนือเขื่อนภูมิพล ทส.จับตา 4-10 มี.ค.ฝุ่นพิษฟุ้งเหนือ กทม. และปริมณฑล

ไทยเข้าสู่ฤดูร้อน 5 มีค.
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 3 มี.ค. กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศเรื่องการเข้าสู่ฤดูร้อนของประเทศไทย พ.ศ. 2566 ความว่า ประเทศไทยจะสิ้นสุดฤดูหนาว และเริ่มเข้าสู่ฤดูร้อน ในวันที่ 5 มี.ค.2566 โดยในตอนกลางวันพื้นที่ส่วนใหญ่บริเวณประเทศไทยตอนบนจะมีอากาศร้อนโดยทั่วไปอย่างต่อเนื่อง อุณหภูมิสูงสุดตั้งแต่ 35 องศาเซลเซียสขึ้นไป ประกอบกับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมประเทศไทยตอนบน ได้เปลี่ยนเป็นลมตะวันออกเฉียงใต้หรือลมฝ่ายใต้พัดปกคลุมแทน ซึ่งเป็นการเข้าสู่ฤดูร้อนของประเทศไทย

อย่างไรก็ตาม บริเวณภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือยังคงมีอากาศเย็นในตอนเช้า ส่วนบริเวณยอดภูและยอดดอย รวมทั้งเทือกเขายังคงมีอากาศหนาวเย็นต่อไปอีกระยะหนึ่ง และคาดว่าฤดูร้อนจะสิ้นสุดประมาณกลางเดือนพ.ค.2566

ทั้งนี้ อุณหภูมิสูงสุดจะอยู่ที่ 40-43 องศาเซลเซียส ส่วนสาเหตุหลักที่ประกาศเข้าสู่ฤดูร้อนช้ามาจาก 2 ปัจจัย คือ 1.สถานการณ์ เอลนีโญและลานีญา ทำให้ประเทศไทยยังมีอากาศเย็นในช่วงเช้า และ 2.สถานการณ์กระแสลมกรดขั้วโลก ตอนนี้มีความผิดปกติของกระแสลมกรดขั้วโลกที่มีกำลังอ่อนกว่าปกติ และการเกิดปรากฏการณ์สภาพภูมิอากาศแปรปรวน หรือ Polar vortex

เตือนเหนือ-กทม.ฝุ่นฟุ้ง 4-10 มีค.
ด้านศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) รายงานสถานการณ์คุณภาพอากาศพื้นที่ทั่วประเทศ คุณภาพอากาศอยู่ในระดับคุณภาพดีมาก ถึงมีผล กระทบต่อสุขภาพ ตรวจวัดค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน หรือ PM2.5 พบค่าฝุ่นระหว่าง 10-162 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.) โดยค่ามาตรฐานไม่เกิน 50 มคก./ลบ.ม.

กรุงเทพฯ และปริมณฑล ตรวจวัดค่าฝุ่นระหว่าง 31-67 มคก./ลบ.ม. เกินมาตรฐาน 11 พื้นที่ ได้แก่ ริมถนนกาญจนาภิเษก เขตบางขุนเทียน, ริมถนนศรีนครินทร์ เขตประเวศ, สวนทวีวนารมย์ เขตทวีวัฒนา, ริมถนนคลองทวีวัฒนา เขตทวีวัฒนา, ริมถนนมาเจริญ เพชรเกษม 81 เขตหนองแขม, แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ, ต.อ้อมน้อย อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร, ต.มหาชัย อ.เมือง จ.สมุทรสาคร, ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี, ต.บางพูด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี และต.นครปฐม อ.เมือง จ.นครปฐม

ภาคเหนือ ตรวจวัดค่าฝุ่นระหว่าง 50-162 มคก./ลบ.ม. เกินมาตรฐาน 31 พื้นที่ ได้แก่ ที่บริเวณต.ช้างเผือก อ.เมือง จ.เชียงใหม่, ต.ศรีภูมิ อ.เมือง จ.เชียงใหม่, ต.สุเทพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่, ต.ช่างเคิ่ง อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่, ต.หางดง อ.ฮอด จ.เชียงใหม่, ต.เมืองนะ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่, ต.พระบาท อ.เมือง จ.ลำปาง, ต.สบป้าด อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง, ต.บ้านดง อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง, ต.แม่เมาะ อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง, ต.เวียง อ.เชียงของ จ.เชียงราย, ต.เวียง อ.เมือง จ.เชียงราย, ต.จองคำ อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน, ต.เวียงใต้ อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน, ต.ในเวียง อ.เมือง จ.น่าน, ต.บ้านกลาง อ.เมือง จ.ลำพูน, ต.ลี้ อ.ลี้ จ.ลำพูน, ต.นาจักร อ.เมือง จ.แพร่, ต.บ้านต๋อม อ.เมือง จ.พะเยา, ต.เวียงพางคำ อ.แม่สาย จ.เชียงราย, ต.ห้วยโก๋น อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.น่าน, ต.แม่ปะ อ.แม่สอด จ.ตาก, ต.ในเมือง อ.เมือง จ.พิษณุโลก, ต.ท่าอิฐ อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์, ต.ในเมือง อ.เมือง จ.กำแพงเพชร, ต.ในเมือง อ.เมือง จ.พิจิตร, ต.ในเมือง อ.เมือง จ.เพชรบูรณ์, ต.อุทัยใหม่ อ.เมือง จ.อุทัยธานี, ต.แม่คง อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน, ต.น้ำรึม อ.เมือง จ.ตาก และต.ธานี อ.เมือง จ.สุโขทัย ค่าฝุ่นสูงสุดในไทย วัดได้ 162 มคก./ลบ.ม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตรวจวัดค่าฝุ่นระหว่าง 28-61 มคก./ลบ.ม. เกินมาตรฐาน 2 พื้นที่ ได้แก่ บริเวณต.กุดป่อง อ.เมือง จ.เลย และต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครพนม ภาคกลาง ตรวจวัดค่าฝุ่นระหว่าง 30-73 มคก./ลบ.ม. เกินมาตรฐาน 3 พื้นที่ ได้แก่ ต.หัวหิน อ.หัวหิน จ.ประจวบคิรีขันธ์, ต.หน้าเมือง อ.เมือง จ.ราชบุรี และต.ลาดใหญ่ อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม

สำหรับภาคตะวันออกและภาคใต้ ค่าฝุ่นอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานทุกพื้นที่

กองจัดการคุณภาพอากาศและเสียง กรมควบคุมมลพิษ คาดการณ์สถานการณ์ ฝุ่นละอองขนาดเล็กในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ระหว่างวันที่ 4-10 มี.ค. พื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลอาจมีแนวโน้มฝุ่นละอองขึ้นสูงได้ในบางพื้นที่ สำหรับพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือมีแนวโน้มฝุ่นละอองขึ้นสูงในพื้นที่ภาคเหนือทั้งตอนบนและล่างระหว่างวันที่ 4-10 มี.ค. ซึ่งในช่วงสัปดาห์แรก ของเดือนมี.ค. 66 เป็นช่วงที่ควรเฝ้าระวัง ทั้งสองพื้นที่

พิษณุโลกต้องใส่แมสก์ทั้งเมือง
ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 ในพื้นที่จ.พิษณุโลกว่า อยู่ในเกณฑ์วิกฤตแถบแดง ส่งผลกระทบต่อสุขภาพระบบการหายใจมาแล้ว 4 วัน ประชาชนทั่วไปต้องสวมหน้ากากอนามัยป้องกันละอองฝุ่น และการติดเชื้อโควิด-19 ส่วนสถานการณ์การตรวจ วัดคุณภาพอากาศในพื้นที่ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.พิษณุโลก พบฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน มีค่า 176 มคก./ลบ.ม. ส่วนฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 10 ไมครอน มีค่า 255 มคก./ลบ.ม. อยู่ในเกณฑ์มีผลกระทบต่อสุขภาพ นับเป็นวันที่ 4 ที่สภาพอากาศเป็นแบบนี้ทำให้ทัศนวิสัยค่อนข้างไม่ดี เมื่อมองจากมุมสูงจะเห็นคล้ายหมอกปกคลุมทั่ว ทั้งเมือง แต่ที่จริงเป็นฝุ่น

ด้านนายสมพงษ์ หอมสนิท นายอำเภอวังทอง จ.พิษณุโลก ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ไฟป่าในพื้นที่เทือกเขากระยาง บ้านโป่งปะ หมู่ที่ 10 บ้านห้วยพลู หมู่ที่ 3 และบ้านทรัพย์เจริญ หมู่ที่ 8 ต.แก่งโสภา อ.วังทอง พร้อมเจ้าหน้าที่ควบคุมไฟป่าหน่วย พล.8 (น้ำยาง) หน่วยพล.7 (บ้านแยง) ศูนย์ส่งเสริมการควบคุมไฟป่าพิษณุโลก หน่วยภูแดงร้อน และกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน พร้อมชาวบ้านร่วมเข้าดับไฟป่าโดยตรง และทำแนวกันไฟ เพื่อควบคุมไฟดังกล่าว พบว่าตั้งแต่กลางเดือนก.พ.ที่ผ่านมาในพื้นที่อ.วังทองที่เป็นเขาและป่าไม้เกิดไฟป่าบ่อยครั้ง สาเหตุส่วนหนึ่งมาจากการเผาเพื่อหาของป่า เจ้าหน้าที่และชาวบ้านช่วยกันดับไฟป่าและทำแนวป้องกันไฟป่า พร้อมเร่งประชาสัมพันธ์ขอความร่วมมือ หากพบคนกระทำความผิดจะดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

พะเยาก็สำลักฝุ่นพิษ
ส่วนที่จ.พะเยา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์หมอกควันจากไฟป่าวิกฤตแล้ว หลังจากมีหมอกควันจากการเผาลอยมาสะสมตัวในเขตพื้นที่อ.เมือง จ.พะเยา ทำให้ค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมครอนพุ่งสูงขึ้นต่อเนื่อง ทำให้ทั่วทั้งตัวเมืองปกคลุมด้วยฝุ่นควันหนาทึบ มองไม่เห็นยอดดอยหลวงจากตัวเมืองได้เหมือนปกติ

จากผลการตรวจวัดคุณภาพอากาศในพื้นที่ต.บ้านต๋อม อ.เมือง, พะเยา พบปริมาณฝุ่นละออง ขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน มีค่า 116 มคก./ลบ.ม. ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 10 ไมครอน มีค่า 134 ลบ.ม. อยู่ในเกณฑ์มีผล กระทบต่อสุขภาพของประชาชนทำให้ประชาชนต้องสวมหน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันฝุ่นพิษ

ระดมฮ.ดับไฟป่าเหนือเขื่อนภูมิพล
ด้านสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ จิสด้า (GISTDA) รายงานว่า ดาวเทียมตรวจพบจุดความร้อนที่เกิดขึ้นในพื้นที่จ.ตาก สะสมระหว่าง วันที่ 1 ม.ค.ถึงปัจจุบัน จำนวน 4,927 จุด มากที่สุดอยู่ในพื้นที่ อ.สามเงา และผืนป่าเหนืออ่างเก็บน้ำเขื่อนภูมิพล อ.สามเงา จ.ตาก 1,448 จุด ซึ่งในการเข้าดับไฟป่านั้นยากลำบาก เพราะพื้นที่เกิดไฟป่าอยู่บนภูเขาสูงที่สลับซับซ้อน บางจุดเป็นหน้าผา เสี่ยงอันตราย โดยจุดความร้อนทั้ง 4,927 จุด เกิดในห้วงก่อนมาตรการห้ามเผามากถึง 4,560 จุด

ในส่วนผืนป่าเหนืออ่างเก็บน้ำเขื่อนภูมิพล อ.สามเงา ซึ่งมีลักษณะเป็นเขาสูงชัน สลับซับซ้อน เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการดับไฟป่า หรือทีมเสือไฟ และหน่วยงานต่างๆ ที่สนธิกำลังเข้าดับไฟป่า อยู่บนภูเขาเหนืออ่างเก็บน้ำเขื่อนภูมิพล กำลังเผชิญกับความร้อนและความยากลำบาก เจ้าหน้าที่ใช้เฮลิคอปเตอร์จากศูนย์การบินส่วนกลางนครสวรรค์ กระทรวงทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 1 ลำ และเฮลิคอปเตอร์ ปภ. รุ่น KA-32 อีก 1 ลำ เพื่อปฏิบัติภารกิจดับไฟป่าในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่ตื่น ต.บ้านนา อ.สามเงา จ.ตาก ปฏิบัติงานควบคู่ระหว่างภาคพื้นดินและอากาศยาน ด้วยการสนับสนุนดับไฟทางอากาศยาน โดยสูบน้ำจากอ่างเก็บน้ำเขื่อนภูมิพล ขึ้นไปทิ้งน้ำดับไฟป่าที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง เบื้องต้นคาดว่าไฟป่าเกิดจากการหาของป่าของชาวบ้านในพื้นที่ ระหว่างการปฏิบัติงาน เจ้าหน้าที่พบอุปสรรคไฟแนวยาวขึ้นสันเขาสูง และมีลมพัดแรงมาก การควบคุมไฟทำได้ยาก

พบจุดความร้อน 2,460 จุด
จิสด้า เปิดเผยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ เอ็นพีพี ของวันที่ 2 มี.ค. ไทยพบจุดความร้อน 2,460 จุด ขณะที่เมียนมาขึ้นนำอีกครั้ง 3,742 จุด สปป.ลาว 2,004 จุด กัมพูชา 1,171 จุด เวียดนาม 177 จุด และมาเลเซีย 1 จุด

สำหรับจุดความร้อนในประเทศไทย ส่วนใหญ่พบในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ 1,417 จุด, พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ 524 จุด, พื้นที่เกษตร 202 จุด, พื้นที่ชุมชนและอื่นๆ 164 จุด, พื้นที่เขตส.ป.ก. 139 จุด และพื้นที่ริมทางหลวง 14 จุด จังหวัดที่พบจุดความร้อนมากที่สุด 3 อันดับคือจ.กาญจนบุรี 305 จุด จ.ตาก 170 จุด จ.ชัยภูมิ 149 จุด

ทส.เฝ้าระวังวิกฤตฝุ่นเหนือ
ที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) น.ส.ศิวพร รังสิยานนท์ โฆษกศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ (ศกพ.) แถลงข่าวแจ้งเตือนสถานการณ์ไฟป่า หมอกควันและฝุ่นละอองในพื้นที่ภาคเหนือ ว่า ภาคเหนือส่วนใหญ่คุณภาพอากาศอยู่ในเกณฑ์มีผลกระทบต่อสุขภาพ ค่าเฉลี่ยของปริมาณฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน สูงเกินค่ามาตรฐาน ทั้งนี้ ศกพ.คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละอองในพื้นที่ภาคเหนือ PM2.5 ยังมีแนวโน้มฝุ่นละอองสูงเกินมาตรฐาน ระหว่างวันที่ 4-10 มี.ค.นี้ ซึ่งตามที่ศกพ.คาดการณ์ล่วงหน้าว่าในปี 2566 สถานการณ์จะมีความรุนแรง เนื่องจากสภาพอุตุนิยมวิทยาที่ไม่เอื้อต่อการกระจายตัวของฝุ่นละออง

เล็งปิดอุทยานฯเพิ่ม
โฆษกศกพ. กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ภาครัฐยังกำกับดูแลควบคุมการเผาอ้อย ประสานการจัดทำฝนหลวง และอยู่ระหว่างการเตรียมการจัดประชุมคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปตามแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติ การแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง ซึ่งเรายกระดับมาอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันอยู่ในระดับที่ 4 ทั้งนี้ คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ (กก.วล.) จะยกระดับการแก้ปัญหาในระดับสูงสุด ซึ่งจะประชุมในวันที่ 15 มี.ค.นี้ เพื่อบังคับเข้มดำเนินคดีผู้ลักลอบเผาป่า กรมอุทยานฯ จะพิจารณาปิดพื้นที่อุทยานฯเพิ่มเติม เพื่อลดการใช้พื้นที่ หากมีผู้ประสงค์จะเข้าพื้นที่ป่าอาจจำเป็นต้องขอบัตรประชาชนไว้ด้วย เพื่อป้องกันการลักลอบการจุดไฟเผาป่า

เชียงใหม่ต้องใส่แมสก์
วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จ.เชียงใหม่อันดับ 3 ของโลกเมืองแห่งมลพิษทางอากาศ ภาพมุมสูงจากจุดชมวิวบนดอยสุเทพตัวเมืองเชียงใหม่จมอยู่ใต้หมอกควัน จนแทบมองไม่เห็นตึกรามบ้านช่อง ประชาชนต้องป้องกันตนเองด้วยการหลีกเลี่ยงการออกนอกอาคาร และต้องใส่หน้ากากอนามัยชนิด N95 ที่สามารถป้องกันฝุ่นละอองขนาดเล็กได้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่เชียงใหม่ สถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศ ศูนย์ราชการตำบลช้างเผือกวัดได้ 96 มคก./ลบ.ม. ที่ต.ศรีภูมิ อ.เมือง วัดค่า PM 2.5 ได้ 90 มคก/ลบ.ม. ที่ดอยสุเทพ วัดได้ 115 มคก./ลบ.ม. ที่ต.เมืองนะ อ.เชียงดาว ค่า PM2.5 วัดได้ 127 มคก./ลบ.ม. ส่วนต.หางดง อ.ฮอด วัดได้ 157 มคก./ลบ.ม.

เชียงรายวิกฤตฝุ่นพิษ
ที่อ.แม่สาย จ.เชียงราย ฝุ่น PM2.5 หนาแน่นมาก วัดค่าได้ 223 มคก./ลบ.ม. อยู่ในระดับมีผลกระทบต่อสุขภาพ ทำให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่อ.แม่สาย จ.เชียงราย มีอาการแสบตา แสบจมูก บางรายมีอาการระคายผิวหนังด้วย

นายณรงค์พล คิดอ่าน นายอำเภอแม่สาย กล่าวว่า อ.แม่สายเตรียมพร้อมรับมือกับปริมาณฝุ่น PM2.5 ไว้โดยสั่งการให้ทำกรีนโซน หรือห้องปลอดฝุ่น ที่ศูนย์เด็กเล็ก และรพ.สต.ทุกแห่งในพื้นที่รับผิดชอบ เพื่อให้ประชาชนได้เข้าไปใช้บริการในวันที่มีฝุ่น PM2.5 หนาแน่น และเน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ออกตรวจตราป้องกันการลักลอบเผาในช่วงเวลานี้

สำหรับพื้นที่อื่นๆ ของจ.เชียงราย ที่ อ.เมือง วัดค่าฝุ่น PM2.5 ได้ 201 มคก./ลบ.ม. และที่อ.เชียงแสน วัดได้ 228 มคก./ลบ.ม. ประชาชนส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในบ้านพักเพื่อเลี่ยงฝุ่น PM2.5

ด้านนพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุขกล่าวว่า ภาพรวมประเทศมีค่า PM2.5 สูงขึ้น โดยเฉพาะภาคเหนือเกือบทั้งหมดอยู่ในระดับสีส้ม เริ่มกระทบต่อสุขภาพ และสีแดงกระทบต่อสุขภาพ โดยมีแนวโน้มสูงขึ้นอีก ปัจจัยหลักมาจากพื้นที่เผาไหม้หรือจุดความร้อนเพิ่มสูงขึ้นกว่าช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เฉพาะวันที่ 28 ก.พ.2566 พบสถิติสูงสุดถึง 3,768 จุด ประกอบกับสภาพอากาศปิด กระแสลมอ่อนลง ส่งผลให้พื้นที่ในบริเวณ ดังกล่าวได้รับผลกระทบโดยตรง

นพ.สุวรรณชัยกล่าวต่อว่า ฝุ่น PM 2.5 ก่อให้เกิดอาการเล็กน้อยถึงเจ็บป่วยต่างๆ ได้แก่ระบบทางเดินหายใจ ระบบหัวใจและหลอดเลือด โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง เช่นเด็ก ผู้ป่วยโรคหอบหืด ผู้สูงอายุ อาจกำเริบและทรุดหนักได้ จากการเฝ้าระวังอาการ พบว่าช่วงวันที่ 21-28 ก.พ.2566 มีผู้ที่มีอาการจากการสัมผัส PM2.5 ร้อยละ 68.3 อาการพบมากที่สุด คือคันตา ร้อยละ 23.3 รองลงมาคือแสบตาและแสบจมูก ร้อยละ 20 และคัดจมูก ร้อยละ 16.7 คาดการณ์สถานการณ์ PM2.5 ช่วงระหว่างวันที่ 1-7 มี.ค.2566 พบว่าในพื้นที่ภาคเหนือ กทม.และปริมณฑลจะมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอยู่ในระดับที่มีผลกระทบต่อสุขภาพ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน