แค้นไปยิงเพื่อน ตามฆ่าอำมหิต
วินจยย.ตามรุมฟันหนุ่ม วัย 32 ดับสยอง แค้นเพื่อนถูกยิงบาดเจ็บ หลังผู้เสียชีวิตเมาเข้าไปเติมน้ำมันในปั๊มย่านพระโขนง เกิดมีปากเสียงกับหนุ่มวินจยย.อริเก่า บีบแตรใส่ ด่าทอกัน ก่อนยิงใส่ แต่พลาดไปโดนขาเพื่อนวินคันอื่นบาดเจ็บ วิ่งเข้าไปหลบบนตึกร้านขายของชำละแวกใกล้เคียง แก๊งวินจยย.ไล่ตามปีนตึกข้างๆ ขึ้นไปรุมฟันแทงจนแขน-หูซ้ายขาด คอเหวอะถึงหลอดลม จนท.นำส่งร.พ. แต่ทนพิษบาดแผลไม่ไหวสิ้นใจในที่สุด ตำรวจไล่วงจรปิดรู้ตัววินโหดแล้ว 3-4 ราย เร่งหาหลักฐานมัดตัว ตามจับกุมผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมาย
เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 4 มี.ค. พ.ต.ต. ภานุรุจ เกตุกลิ่นหอม สว. (สอบสวน) สน.คลองตัน รับแจ้งเหตุทำร้ายร่างกาย จนมีผู้เสียชีวิต ภายในซอยภูมิจิตร หน้าศาล เจ้าแม่พลับพลึง ถนนพระราม 4 ถนนสุขุมวิท แขวงพระโขนง เขตคลองเตย กรุงเทพฯ จึงเข้าตรวจที่เกิดพร้อมเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนสน.คลองตัน และเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน
จุดเกิดเหตุเป็นตึกแถว 2 ชั้น ปลูกติดกันหลายหลังที่บริเวณบ้านเลขที่ 65/14 พบร่างนายไพฑูรย์ ผลอุดม หรือ โอ๊ต อายุ 32 ปี นอนหมดสติ ได้รับบาดเจ็บสาหัส มีแผลถูกฟันที่ลำคอข้างซ้าย หูข้างซ้ายและแขนซ้ายขาด เจ้าหน้าที่จึงได้ปฐมพยาบาลรีบนำตัวส่ง ร.พ.ทันที แต่นายไพฑูรย์ทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตในเวลาต่อมา
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังพบปืนไทยประดิษฐ์ขนาด 9 ม.ม. ตกอยู่ในที่เกิดเหตุ และพบมือข้างซ้ายของนายโอ๊ดที่ถูกฟันขาด ตกอยู่ที่ชั้น 2 ของบ้านเลขที่ 65/19
จากการสอบสวน นายสุรเชษฎ์ แฉล้มไธสง อายุ 36 ปี ซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้องของนายไพฑูรย์ เล่าว่า จากการพูดคุยกับ แฟนสาวของนายไพฑูรย์ และกลุ่มเพื่อน ทราบว่า นายโอ๊ต รู้จักกับนายโอม วินรถจักรยานยนต์ เบอร์ 34 มานานหลายปีแล้ว ที่ผ่านมาไม่ทราบว่ามีปัญหาอะไรกันหรือไม่ แต่ก่อนเกิดเหตุทราบว่า นายโอ๊ตได้ดื่มสุราเข้าไป ก่อนจะไปเติมน้ำมันที่ปั๊มน้ำมันใกล้ที่เกิดเหตุ และไปมีปากเสียงกับนายโอมที่เข้ามาเติมน้ำมันพอดี โดยมีการบีบแตรใส่กัน ด่าทอด้วยถ้อยคำหยาบคาย และท้าทายว่า เดี๋ยวเจอกัน ขณะที่เพื่อนบางคนบอกว่าอาจมีการยื้อแย่งอาวุธมีดกันด้วย หลังจากนั้นนายโอ๊ตก็นำปืนตามไปยิงนายโอมที่วินรถจักรยานยนต์ แต่กระสุนปืนไปถูกวินคันอื่นได้รับบาดเจ็บบริเวณขา จนทำให้กลุ่มเพื่อนวินโกรธแค้น และน่าจะไล่ตามนายโอ๊ตที่วิ่งหลบหนีเข้าไปในซอย ก่อนเข้าไปหลบยังบ้านเรือนของประชาชน
นายสุรเชษฎ์ เปิดเผยอีกว่า จากการ ดูภาพกล้องวงจรปิดบริเวณปากซอยที่ นายโอ๊ตวิ่งหลบหนีเข้าไป เห็นวินรถจักรยานยนต์ 2 คนไล่ตามมา คนหนึ่งได้ถีบรถจักรยานยนต์ของรุ่นน้องนายโอ๊ตที่กำลังออกไปทำงาน และไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นี้ ส่วนอีกคนก็ขี่รถจักรยานยนต์ตามนายโอ๊ตเข้าไปในซอย ซึ่งตนเชื่อว่าคนที่ฟันนายโอ๊ตมีมากกว่า 1 คน เนื่องจากทั้งแขนขาด หูซ้ายขาด หน้าอกมีแผลถูกฟันฉกรรจ์ และมีแผลที่คอลึกถึงหลอดลม ซึ่งล่าสุดนายโอ๊ตได้เสียชีวิตขณะเข้ารับการรักษาที่ร.พ.จุฬาลงกรณ์ จึงอยากเรียกร้องขอความเป็นธรรมให้กับน้องชาย
นางผ่องศรี แซ่อึ้ง เจ้าของร้านขายของชำที่นายโอ๊ตวิ่งเข้าไปหลบซ่อน เล่าว่า ช่วงเช้าที่ผ่านมาขณะที่ตนเองกำลังทำความสะอาดหน้าร้าน ได้มีชายถืออาวุธปืนวิ่งเข้าไปในร้าน ก่อนจะวิ่งขึ้นไปบริเวณชั้น 3 ซึ่งเป็นห้องนอนของลูกสาว ตนพยายามถามว่าเข้าไปทำไม แต่ชายคนดังกล่าวไม่ตอบแล้ววิ่งเข้าไป จากนั้นด้วยความกลัวจึงให้ลูกสาวล็อกห้อง ส่วนตนก็วิ่งออกมานอกร้าน และได้ยินเสียงกลุ่มชายฉกรรจ์ปีนอาคารพาณิชย์ที่อยู่ติดกันขึ้นไปบนชั้น 3 ของบ้าน โดยชายกลุ่มดังกล่าวตะโกนบอกว่า “เอามันให้ตาย” ก่อนที่จะเห็นชาย 3-4 คน วิ่งออกมา โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นเร็วมาก จึงไม่ทันสังเกตว่าชายกลุ่มดังกล่าวมีลักษณะแต่งกายอย่างไร กระทั่งมาทราบภายหลังว่า ชายที่ถือปืนนั้นถูกฟัน ก่อนจะเสียชีวิตในเวลาต่อมา
หนึ่งในวินรถจักรยานยนต์ที่ปรากฏในคลิปวงจรปิด เล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า ได้เข้าไปให้ปากคำกับตำรวจแล้ว กลุ่มเพื่อนวินได้ไล่ติดตามเข้าไปในซอยที่เกิดเหตุกันทั้งวินจยย. รวมทั้งตนด้วย เมื่อไปถึงซอยดังกล่าวไม่พบผู้ที่ลงมือยิงแต่อย่างใด มา ทราบอีกครั้งเมื่อรถมูลนิธิมารับมือยิงที่ได้รับบาดเจ็บ เนื่องจากถูกฟันแขนขาด และไปเสียชีวิตที่ร.พ. ยืนยันว่าไม่ทราบว่าใครเป็นคนก่อเหตุฟัน แต่กลุ่มเพื่อนวินจยย. ที่ตามไปไม่พบตัวผู้ก่อเหตุยิงก็เลยพากันกลับออกมา ยอมรับว่ามีการติดตามไปจริง เพื่อจะไปควบคุมตัวผู้ก่อเหตุ ซึ่งเป็นคนที่อยู่ในพื้นที่และเคยเห็นหน้ากันมาก่อน ส่วนที่คู่กรณีมีเรื่องบาดหมางกันเมื่อคืน หรือช่วงเช้าหรือไม่ตนไม่ทราบ
ด้านพ.ต.อ.วชิรากรณ์ วงศ์บุญ ผกก.สน.คลองตัน เปิดเผยว่า เบื้องต้นชุดสืบสวนได้ลงพื้นที่ตรวจสอบกล้องวงจรปิด และสอบปากคำพยานที่เกี่ยวข้องทุกคน โดยสามารถระบุตัวกลุ่มเพื่อนวินรถจักรยานยนต์ที่ไล่ติดตามนายโอ๊ตได้ 3-4 คนแล้ว แต่อยู่ระหว่างหาพยานหลักฐานเพิ่มเติมว่าใครคือคนที่ก่อเหตุฟันนายโอ๊ตจนเสียชีวิต ส่วนสาเหตุนั้น ตำรวจเชื่อว่าน่าจะมีปัญหากันมาก่อน ส่วนนายโอ๊ตผู้เสียชีวิต เคยมีประวัติต้องโทษคดียาเสพติด
พ.ต.อ.วชิรากรณ์กล่าวต่อว่า คดีนี้พนักงานสอบสวนจะทำสำนวนแยกออกเป็น 2 สำนวน คือสำนวนคดียิงที่มี นายโอ๊ตเป็นผู้ต้องหา ถึงแม้ว่านายโอ๊ตจะเสียชีวิตแล้ว แต่ตำรวจต้องทำสำนวน และมีความเห็นส่งอัยการ ส่วนอีกสำนวนคือ คดีที่มีการทำร้ายและฟันนายโอ๊ตจนเสียชีวิต ซึ่งตำรวจจะเร่งติดตามจับกุมตัวคนร้ายทั้งหมดมาดำเนินคดีต่อไป