สธ.เตือนป้องกันตัวเอง เชียงใหม่คลุ้งทุกอำเภอ มองไม่เห็น‘ดอยสุเทพ’ แม่สอด-ตากพุ่งสูงสุด ตราดระดมฮ.ดับไฟป่า
ภาคเหนืออ่วมฝุ่นพิษ 128 พื้นที่วิกฤต วัดค่าฝุ่น PM 2.5 ได้สูงสุดในประเทศ ที่ ต.แม่ปะ แม่สอด จ.ตาก ถึง 196 มคก./ลบ.ม. กรมควบคุมมลพิษคาด 17 จังหวัด เหนือค่าฝุ่นพุ่งยาวถึง 11 มี.ค. แนะสวมแมสก์-งดกิจกรรมกลางแจ้ง เมืองเชียงใหม่ฝุ่นคลุมปิดดอยสุเทพอีก ขี่จยย.ต้องสวมแมสก์กันแสบตา ส่วนบนดอยจุดความร้อนพุ่งสูงขึ้นต่อเนื่อง เหตุไฟป่า-ลอบเผา เมืองพะเยาหมอกควันคลุ้งเมือง เขม่าไฟป่าปลิวว่อนหลังคาบ้าน-รถยนต์ ตราดขอเฮลิคอปเตอร์บินโปรยน้ำดับไฟป่าบ่อไร่แนวตะเข็บชายแดนติดกับเมืองพระตะบอง กัมพูชา คาด 7 มี.ค.ลมเปลี่ยนทิศ สถานการณ์ดีขึ้น
128 พื้นที่ฝุ่นพิษคลุ้ง
เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 4 มี.ค. ศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) รายงานสถานการณ์คุณภาพอากาศพื้นที่ทั่วประเทศ คุณภาพอากาศอยู่ในระดับคุณภาพดีมากถึงมีผลกระทบต่อสุขภาพ ตรวจวัดค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน หรือ PM 2.5 พบค่าฝุ่นระหว่าง 12-196 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.) (ค่ามาตรฐานไม่เกิน 50 มคก./ลบ.ม.) พบเกินมาตรฐานรวม 128 พื้นที่ ขณะที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ตรวจวัดค่าฝุ่นระหว่าง 41-89 มคก./ลบ.ม. พบเกินมาตรฐาน 81 พื้นที่
ภาคเหนือ ตรวจวัดค่าฝุ่นระหว่าง 42-196 มคก./ลบ.ม. พบเกินมาตรฐาน 31 พื้นที่ โดยเป็นพื้นที่สีแดง มีกระทบต่อสุขภาพ 22 พื้นที่ 1.จ.เชียงใหม่ ต.ช้างเผือก, ต.ศรีภูมิ, ต.สุเทพ อ.เมือง, ต.หางดง อ.ฮอด, ต.ช่างเคิ่ง อ.แม่แจ่ม 2.ลำปาง ต.พระบาท อ.เมือง 3.เชียงราย ต.เวียง อ.เมือง, ต.เวียง อ.เชียงของ, ต.เวียงพางคำ อ.แม่สาย 4.แม่ฮ่องสอน ต.จองคำ อ.เมือง, ต.แม่คง อ.แม่สะเรียง, ต.เวียงใต้ อ.ปาย 5.ลำพูน ต.ลี้ อ.ลี้, ต.บ้านกลาง อ.เมือง 6.น่าน ต.ในเวียง อ.เมือง, ต.ห้วยโก๋น อ.เฉลิมพระเกียรติ 7.แพร่ ต.นาจักร อ.เมือง 8.พะเยา ต.บ้านต๋อม อ.เมือง 9.พิษณุโลก ต.ในเมือง อ.เมือง 10.อุตรดิตถ์ ต.ท่าอิฐ อ.เมือง 11.สุโขทัย ต.ธานี อ.เมือง และ จ.ตาก ต.แม่ปะ อ.แม่สอด พบค่าฝุ่นสูงสุดในไทย 196 มคก./ลบ.ม.
ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตรวจวัดค่าฝุ่นระหว่าง 31-67 มคก./ลบ.ม. พบเกินมาตรฐาน 4 พื้นที่ ภาคกลาง ตรวจวัด ค่าฝุ่นระหว่าง 36-83 มคก./ลบ.ม. พบเกินมาตรฐาน 6 พื้นที่
ภาคตะวันออก ตรวจวัดค่าฝุ่นระหว่าง 40-60 มคก./ลบ.ม. พบเกินมาตรฐาน 6 พื้นที่ ขณะที่ภาคใต้ คุณภาพอากาศอยู่ในระดับคุณภาพดีมากถึงคุณภาพ
ทั้งนี้ กองจัดการคุณภาพอากาศและเสียง คพ. คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็กในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ระหว่างวันที่ 5-8 มี.ค. อาจมีแนวโน้มฝุ่นขึ้นสูงได้ในบางพื้นที่ จากนั้น ตั้งแต่วันที่ 9 มี.ค.เป็นต้นไปมีแนวโน้มที่ดี เนื่องจากลมทางใต้ช่วยพัดพาฝุ่นละอองออกจากพื้นที่ ส่วนพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือมีแนวโน้มฝุ่นละอองขึ้นสูงในพื้นที่ภาคเหนือทั้งตอนบนและล่างระหว่างวันที่ 5-11 มี.ค. ดังนั้น ขอให้ประชาชนควร เฝ้าระวังสุขภาพ ลดเวลาการทำกิจกรรมกลางแจ้ง หรือใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเองหากมีความจำเป็น โดยติดตามสถานการณ์ผ่านทางเว็บไซต์ Air4Thai.com และ airbkk.com แอพพลิเคชั่น Air4Thai และ AirBKK
เชียงใหม่สวมแมสก์ขี่จยย.
ส่วนสถานการณ์ฝุ่นพีเอ็ม 2.5 หมอกควันไฟป่า และจุดความร้อน (Hotspot) ในพื้นที่ต่างๆ ที่ จ.เชียงใหม่ นายชัชวาลย์ ปัญญา รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เน้นย้ำให้ศูนย์บัญชาการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละออง พีเอ็ม 2.5 ทุกอำเภอ และทุกหน่วยงาน ปฏิบัติตามมาตรการและข้อสั่งการของผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่อย่างเคร่งครัด
ทั้งนี้ จากการประเมินสถานการณ์ คาดว่าอำเภอรอบใน ได้แก่ อ.สันป่าตอง แม่วางหางดง สะเมิง แม่ริม แม่แตง สันกำแพง แม่ออน สันทราย และดอยสะเก็ด จะเกิดจุดความร้อนเพิ่มมากขึ้น จึงขอให้เพิ่มและเข้มงวดในการปฏิบัติงานให้มากขึ้น โดยเน้นหนักประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนเข้าใจในมาตรการการห้ามเผาและเพิ่มกำลังในการลาดตระเวน
ที่ อ.สันกำแพง เวลา 08.00 น. วันเดียวกัน ถนนทุกสายในตัว อ.สันกำแพง ต่างมีหมอกควันพิษในอากาศปกคลุมไปหมด มองไม่เห็นดอยสุเทพ ตรวจวัดดัชนีคุณภาพอากาศ (AQi ) และมลพิษทางอากาศ พีเอ็ม 2.5 ใน จ.เชียงใหม่ มีค่า 105 มคก./ลบ.ม. มีผลต่อสุขภาพ ขณะที่ถนนสายวัฒนธรรมสันกำแพง-เชียงใหม่ (สายเก่า ต้นจามจุรี) ตลอดสายและตามสี่แยกต่างๆ มีแต่หมอกควันพิษทางอากาศ ส่งผลให้คนที่ขี่รถจักรยานยนต์ต้องใส่หน้ากากอานามัย เปิดไฟหน้ารถเพื่อป้องกัน และแสบตามาก
ด้านนายนิรันดร บุญเกิด สาธารณสุขอำเภอสันกำแพง แจ้งเตือนสถานการณ์ฝุ่น พีเอ็ม 2.5 ซึ่งมีผลกระทบต่อสุขภาพประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง ควรงดกิจกรรมนอกอาคาร หลีกเลี่ยงพื้นที่ที่มีมลพิษทางอากาศสูง และสวมอุปกรณ์ป้องกันตนเองได้แก่ หน้ากาก N95 หรือหน้ากากอนามัยเมื่อออกนอกอาคาร ผู้มีโรคประจำตัวควรเตรียมยาและอุปกรณ์ที่จำเป็น โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง โรคหอบหืด โรคหัวใจและหลอดเลือด รวมทั้งผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์และเด็ก ซึ่งอาจได้รับผลกระทบจากค่าฝุ่นเกินค่ามาตรฐาน
ขณะที่ ว่าที่ร้อยตรีปัญญา อุ่นประดิษฐ์ นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลสันกำแพง พร้อมผู้บริหาร ได้นำเจ้าหน้าที่และรถน้ำออกพ่นละอองน้ำไปทั่วถนนในเขตเทศบาล เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้น บรรเทาฝุ่นลง เช่น อาคารศูนย์เด็กเล็ก และเพื่อสุขภาพของประชาชนชาวบ้าน ในเขตพื้นที่รับผิดชอบอย่างต่อเนื่องเหมือนทุกวัน

ไฟป่า – ชุดปฏิบัติการเหยี่ยวไฟนำอุปกรณ์เข้าดับไฟป่าและทำแนวกันไฟเพื่อป้องกันไฟป่าลุกลาม หลังตรวจพบจุดความร้อนถึง 4 จุด ภายในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่ออน อ.แม่ออน จ.เชียงใหม่ เมื่อวันที่ 4 มี.ค.
จุดร้อนบนดอยพุ่ง
ที่ อ.แม่ออน พบจุดความร้อนจำนวน 4 จุด ในเขตป่าสงวนฯ ป่าแม่ออน หมู่ 10 ต.ออนกลาง นายชลิต ทิพย์คำ นายอำเภอแม่ออน จึงสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งองค์การบริหารส่วนตำบลออนกลาง ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 4 หมู่ 10 ป่าไม้เชียงใหม่ 9 ไฟป่าแม่ตะไคร้ และชุดเหยี่ยวไฟ จัดชุดปฏิบัติการเข้าดับไฟและทำแนวกันไฟตั้งแต่เวลา 09.00 น. แต่เนื่องจากบริเวณ ดังกล่าวเป็นหน้าผาสูงชันและไฟได้ขยายวงกว้าง จึงจำเป็นต้องใช้ระยะเวลาในการดำเนินการ
ทั้งนี้ข้อมูลแผนที่แสดงจุดความร้อนจากดาวเทียม เมื่อวันที่ 3 มี.ค. พบว่าในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ มีจุดความร้อนทั้งสิ้น 76 จุด จากจำนวนทั้งหมด 1,085 จุด ที่ตรวจพบในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ ขณะที่รอบเช้าวันเดียวกัน จ.เชียงใหม่ พบจุดความร้อนทั้งสิ้น 26 จุด ได้แก่ อ.เชียงดาว 3 จุด, อ.ดอยเต่า 3 จุด, อ.ดอยหล่อ 1 จุด, อ.พร้าว 2 จุด, อ.แม่แจ่ม 2 จุด, อ.แม่แตง 3 จุด, อ.แม่วาง 1 จุด, อ.แม่ออน 4 จุด, อ.เวียงแหง 1 จุด, อ.สันทราย 1 จุด, อ.อมก๋อย 2 จุด และ อ.ฮอด 3 จุด
ด้านเว็บไซต์ Iqair.com ซึ่งรายงานคุณภาพอากาศจากทั่วโลก แจ้งผลการตรวจวัดคุณภาพอากาศและการจัดอันดับเมืองที่มลพิษทั่วโลก เมื่อเวลา 13.00 น. วันเดียวกัน พบว่า จ.เชียงใหม่ มีดัชนีคุณภาพอากาศอยู่ที่ 172 US AQI และค่า PM 2.5 วัดค่าได้ 96.4 มคก. ซึ่งเกินค่ามาตรฐาน และอยู่ในระดับที่มีผลกระทบต่อทุกคน โดยผลการตรวจวัดคุณภาพอากาศดังกล่าวถูกจัดอยู่ในอันดับที่ 4 ของเมืองหลักที่มีมลพิษอากาศสูงสุดของโลก ทั้งนี้ 3 อันดับแรกได้แก่ อันดับ 1 เมืองมุมไบ ประเทศอินเดีย ดัชนีคุณภาพอากาศ 192 US AQI, อันดับ 2 เมืองธากา ประเทศบังกลาเทศ 191 US AQI และอันดับ 3 เมืองปักกิ่ง ประเทศจีน 187 US AQI
พะเยาไฟป่ายังโหม
ส่วนที่ จ.พะเยา สถานการณ์ไฟป่ายังคงรุนแรง หลังเกิดไฟไหม้ป่าหลายบริเวณ และลามไหม้เพิ่มขึ้นอีกหลายจุดตลอด แนวเขาดอยหลวง ส่งผลให้ควันไฟลอยกระจายปกคลุมพื้นที่เพิ่มขึ้นเข้าทั่วตัวเมืองพะเยา และอำเภอใกล้เคียง
จากผลการตรวจวัดคุณภาพอากาศในพื้นที่ ต.บ้านต๋อม อ.เมือง พบปริมาณฝุ่นพีเอ็ม 2.5 มีค่า 128 มคก. อยู่ในเกณฑ์มีผลกระทบต่อสุขภาพ ขณะที่ค่าฝุ่นพีเอ็ม 10 มีค่า 148 มคก. อยู่ในเกณฑ์มีผลกระทบต่อสุขภาพ ทำให้ประชาชนต่างสวมหน้ากากอนามัยมาใส่ป้องกันอันตรายจากควันไฟและเขม่าควันไฟ ที่ลอยมาในระยะทาง 20-30 กิโลเมตร ส่วนรถยนต์ที่จอดอยู่หน้าบ้านหรือตามท้องถนน จะมีเขม่าควันไฟลอยลงมาตกใส่รถอย่างเห็นได้ชัด รวมไปถึงบ้านเรือนประชาชนที่มีเขม่าลอยลงมาตกจำนวนมาก
นายยุรนันท์ จอมมิ่ง ปลัดฝ่ายป้องกัน นายประยุทธ์ เกษมเศษฐพัฐน์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 8 บ้านต๊ำกลาง นายไพรโรจน์ ท้าวการ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 9 บ้านต๊ำใน และนายอนุชา รัศมี หัวหน้าอุทยานน้ำตกจำปาทอง และทีมงาน ได้นำกำลังเข้าไปดับไฟป่าตามแนวเขา บนดอยหลวงจนควบคุมไฟป่าไว้ได้ แต่ยังคงมีอุปสรรคที่ไม่สามารถเข้าไปดับไฟได้บางจุด เนื่องจากเป็นเขาสูงและป่า ซึ่งทำได้เพียงทำแนวกันไฟและดับไฟบริเวณที่เจ้าหน้าที่ปลอดภัยเท่านั้น
ด้านพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ดัชนีคุณภาพอากาศ จากแอพพลิเคชั่น Air4Thai รายงานสรุป ค่าเฉลี่ย 24 ชั่วโมง สถานการณ์ฝุ่นพีเอ็ม 2.5 ที่ จ.นครราชสีมา ดัชนีคุณภาพอากาศอยู่ที่ 71 อยู่ระดับปานกลาง ประชาชนทั่วไปสามารถทำกิจกรรมกลางแจ้งได้ตามปกติ
ขณะที่ อ.พิมาย พ.ต.อ.สิทธิศักดิ์ พรหมหมื่นไวย ผกก.สภ.พิมาย จ.นครราชสีมา ได้รับแจ้งว่ามีเหตุไฟโหมลุกไหม้หญ้าข้างทางอย่างรุนแรง เมื่อวันที่ 3 มี.ค. ที่บริเวณริมถนนสาย 226 สายพิมาย-จักราช ในเขตพื้นที่หมู่ 14 ต.ในเมือง อ.พิมาย จึงสั่งการให้ ร.ต.อ.สุรเชษฐ์ เมธานันทิวรรช รอง สวป.สภ.พิมาย พร้อม ตร.ชุด 191 ประสานแจ้งรถดับเพลิงจากองค์การบริหารส่วนตำบลในเมือง อ.พิมาย ไปตรวจสอบเพื่อร่วมกันระงับเหตุ โดยพบไฟไหม้หญ้าอย่างรุนแรง ลุกลามเป็นระยะทางกว่า 800 เมตร ใกล้กับเสาไฟฟ้า และควันลอยฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณ ปกคลุมผิวจราจร ทำให้รถที่สัญจรไปมามองไม่เห็นเส้นทาง ต้องเปิดไฟหน้ารถวิ่ง ส่วนรถดับเพลิงก็เร่งฉีดน้ำสกัดไม่ให้ไฟไหม้ออกเป็น วงกว้างมากขึ้น ต้องใช้เวลากว่า 30 นาทีจึงควบคุมเพลิงไว้ได้ ซึ่งสาเหตุคาดว่าน่าจะมีคนที่สัญจรผ่านทิ้งก้นบุหรี่ลงข้างทาง แล้วไปโดนหญ้าแห้ง จนเกิดไฟลุกลามไหม้เป็นบริเวณกว้าง
ตราดบิน‘ฮ.’ดับไฟป่า
ที่ จ.ตราด น.อ.สันติ เกศาพงศรี ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินตราด เปิดเผยถึงสถานการณ์ไฟป่าที่ลุกไหม้ที่บริเวณ ต.นนทรีย์ และลุกลามไปยัง ต.ด่านชุมพล อ.บ่อไร่ จ.ตราด ตรงข้ามกับ อ.สำรูด จ.พระตะบอง ประเทศกัมพูชา ว่า ไฟป่ายังคงมีความรุนแรงและลุกลามขยายพื้นที่ไปในวงกว้าง ทำให้มีพื้นที่ป่าเสียหายไปแล้ว 2,500 ไร่ อย่างไรก็ตาม ไฟป่าที่เกิดขึ้นยังไม่กระทบกับพืชผลการเกษตรของประชาชนในพื้นที่ทั้งสองตำบล ซึ่งความรุนแรงที่เกิดขึ้นและพื้นที่ เสียหายขยายวงกว้างไปเพิ่มขึ้นนั้น มาจากสาเหตุลมมีความรุนแรง และมีทิศทางการพัดผ่านมายังฝั่งประเทศไทย ส่งผลกระทบกับป่าไม้ในพื้นที่ อ.บ่อไร่ โดยจากการติดตาม กรมอุตุนิยมวิทยาที่รายงานว่า ในวันที่ 7 มี.ค.เป็นต้นไป ลมจะเปลี่ยนทิศทางการพัดผ่านโดยมีทิศไปยังประเทศกัมพูชา ซึ่งหากเป็นไปตามนี้จะทำให้สถานการณ์ไฟป่าในพื้นที่ อ.บ่อไร่ จะลดความรุนแรงลง
ส่วนในห้วงเวลานี้ น.อ.สันติกล่าวว่า ทางจังหวัด และ ฉก.นย.ตราด ได้ประสานขอเฮลิคอปเตอร์จากกองกำลังป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด นำน้ำมาดับ ไฟป่าในวันที่ 5 มี.ค. ด้วย