อุตุเตือนอุณหภูมิพุ่ง กทม.ฝุ่นพิษฟุ้ง63พื้นที่

เตือนฤดูร้อนอุณหภูมิพุ่ง 43 องศา สธ.เฝ้าระวังป่วย‘ฮีตสโตรก’ แนะดื่มน้ำให้มากๆ ช่วยคลายร้อน โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง ‘ผู้สูงอายุ-เด็ก-หญิงตั้งครรภ์’ ชี้อากาศร้อนกว่าปี 65 โดยเฉพาะเหนือ กาญจนบุรี พบจุดความร้อนมากสุด 335 พื้นที่ สั่งห้ามเข้าเขตไฟป่าลุก 3 อุทยานฯ ‘ไทรโยค-เขาแหลม-ลำคลองงู’ กรมควบคุมมลพิษแจง 51 จังหวัด 158 พื้นที่ ฝุ่นพีเอ็ม 2.5 ยังคลุ้งหนัก เมืองสุโขทัยมากสุด 132 มคก. 17 จังหวัดเหนืออ่วมฝุ่นยาวถึง 14 มี.ค. 6 เขตกรุงเทพฯ ยังวิกฤต 63 พื้นที่ ค่าฝุ่นพุ่งเกินมาตรฐาน เฉลี่ยอยู่ที่ 79 ไมโครกรัม มีผลต่อสุขภาพ

ฝุ่นพิษคลุม 51 จังหวัด
เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 7 มี.ค. ศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) รายงานสถานการณ์คุณภาพอากาศพื้นที่ทั่วประเทศ คุณภาพอากาศอยู่ในระดับ คุณภาพดีมากถึงมีผลกระทบต่อสุขภาพ ตรวจวัดค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน หรือ PM 2.5 พบค่าฝุ่นระหว่าง 17-132 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.) (ค่ามาตรฐานไม่เกิน 50 มคก./ลบ.ม.) พบเกินมาตรฐานใน 51 จังหวัด รวม 158 พื้นที่

ส่วนกรุงเทพฯ และปริมณฑล ตรวจวัดค่าฝุ่นระหว่าง 56-119 มคก./ลบ.ม. พบเกินมาตรฐาน 6 จังหวัด รวม 90 พื้นที่ พบเป็นพื้นที่สีแดง (กระทบต่อสุขภาพ) 7 พื้นที่ ได้แก่ แขวงคลองกุ่ม เขตบึงกุ่ม ค่าฝุ่น 119 มคก. เขตคลองสามวา ค่าฝุ่น 94 มคก. ริมถนนลาดกระบัง เขตลาดกระบัง ค่าฝุ่น 91 มคก. ริมถนนสีหบุรานุกิจ เขตมีนบุรี ค่าฝุ่น 95 มคก. ริมถนนเลียบวารี เขตหนองจอก ค่าฝุ่น 94 มคก. ริมถนนศรีนครินทร์ เขตประเวศ ค่าฝุ่น 95 มคก. และต.บางพูด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ค่าฝุ่น 119 มคก.

สุโขทัยหนักสุด 132 มคก.
ภาคเหนือ ตรวจวัดค่าฝุ่นระหว่าง 58-132 มคก./ลบ.ม. พบเกินมาตรฐานใน 17 จังหวัด รวม 32 พื้นที่ พบเป็นพื้นที่สีแดง (กระทบต่อสุขภาพ) 11 พื้นที่ ได้แก่ 1.เชียงราย ต.เวียงพางคำ อ.แม่สาย ค่าฝุ่น 97 มคก., ต.เวียง อ.เชียงของ ค่าฝุ่น 100 มคก., ต.จองคำ อ.เมือง ค่าฝุ่น 97 มคก., ต.แม่คง อ.แม่สะเรียง ค่าฝุ่น 97 มคก., ต.เวียงใต้ อ.ปาย ค่าฝุ่น 120 มคก., 2.เชียงใหม่ ต.หางดง อ.ฮอด ค่าฝุ่น 114 มคก. 3.น่าน ต.ในเวียง อ.เมือง ค่าฝุ่น 92 มคก. 4.พะเยา ต.บ้านต๋อม อ.เมือง ค่าฝุ่น 93 มคก. 5.ตาก ต.แม่ปะ อ.แม่สอด ค่าฝุ่น 117 มคก. 6.พิษณุโลก ต.ในเมือง อ.เมือง ค่าฝุ่น 114 มคก. และ 7.ต.ธานี อ.เมือง จ.สุโขทัย ค่าฝุ่น 132 มคก./ลบ.ม. ซึ่งมีค่าฝุ่นสูงสุดในไทย

ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตรวจวัดค่าฝุ่นระหว่าง 45-78 มคก./ลบ.ม. พบเกินมาตรฐานใน 12 จังหวัด รวม 12 พื้นที่ ด้านภาคกลาง ตรวจวัดค่าฝุ่นระหว่าง 47-90 มคก./ลบ.ม. พบเกินมาตรฐานใน 9 จังหวัด รวม 10 พื้นที่ โดยพบเป็นพื้นที่สีแดง 1 พื้นที่ ได้แก่ ต.หน้าพระลาน อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.สระบุรี ค่าฝุ่น 83 มคก. ขณะที่ภาคตะวันออก ตรวจวัดค่าฝุ่นระหว่าง 53-78 มคก./ลบ.ม. พบเกินมาตรฐานใน 7 จังหวัด รวม 14 พื้นที่ ส่วนภาคใต้ คุณภาพอากาศอยู่ในระดับ คุณภาพดีมากถึงคุณภาพปานกลาง

กาญจน์จุดร้อนสุด 335 พื้นที่
กองจัดการคุณภาพอากาศและเสียง คพ. คาดการณ์ว่า พื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ในวันที่ 8 มี.ค. อาจมีแนวโน้มฝุ่นละอองขึ้นสูงได้ในบางพื้นที่ จากนั้นตั้งแต่วันที่ 9 มี.ค. เป็นต้นไปสถานการณ์มีแนวโน้มที่ดี เนื่องจากลมทางใต้ช่วยพัดพาฝุ่นละอองออกจากพื้นที่ ส่วนพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ มีแนวโน้มฝุ่นละอองขึ้นสูงในพื้นที่ภาคเหนือทั้งตอนบนและล่างระหว่างวันที่ 8-14 มี.ค. จึงขอให้ประชาชนควรเฝ้าระวังสุขภาพ ลดเวลาการทำกิจกรรมกลางแจ้ง หรือใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเองหากมีความจำเป็น ผู้ที่ต้องดูแลสุขภาพเป็นพิเศษ ควรลดระยะเวลาการทำกิจกรรมกลางแจ้ง ทั้งนี้ติดตามสถานการณ์ผ่านทางเว็บไซต์ Air4Thai.com และ airbkk.com แอพพลิเคชั่น Air4Thai และ AirBKK

6เขตกรุงฝุ่นพิษคลุ้ง63จุด
ขณะที่ศูนย์ข้อมูลคุณภาพอากาศกรุงเทพ มหานคร สรุปผลการตรวจวัดค่าฝุ่นพีเอ็ม 2.5 ระหว่างเวลา 09.00-11.00 น. วันเดียวกันว่า ตรวจวัดได้ 62-104 มคก./ลบ.ม. โดยค่าฝุ่นเฉลี่ยของกรุงเทพฯ อยู่ที่ 79.1 มคก./ลบ.ม. มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเกินมาตรฐาน จำนวน 69 พื้นที่ โดยอยู่ในระดับเริ่มมีผลกระทบ ต่อสุขภาพ จำนวน 63 พื้นที่ ได้แก่

1.เขตราชเทวี 2.สัมพันธวงศ์ 3.พญาไท 4.วังทองหลาง 5.ปทุมวัน 6.บางรัก 7.บางคอแหลม 8.ยานนาวา 9.จตุจักร 10.บางกะปิ 11.ธนบุรี 12.คลองสาน 13.บางกอกน้อย 14.ภาษีเจริญ 15.บางเขน 16.บางพลัด 17.บางขุนเทียน 18.พระนคร 19.สาทร 20.คลองเตย 21.บางซื่อ 22.หลักสี่ 23.สวนหลวง 24.ลาดพร้าว 25.สายไหม 26.ห้วยขวาง 27.สะพานสูง 28.ป้อมปราบศัตรูพ่าย 29.บางแค 30.จอมทอง 31.ดอนเมือง 32.ดินแดง 33.พระโขนง 34.ราษฎร์บูรณะ 35.บางกอกใหญ่ 36.ตลิ่งชัน 37.ทวีวัฒนา 38.ดุสิต 39.หนองแขม 40.บางบอน 41.ทุ่งครุ 42.วัฒนา 43.บางนา 44.คันนายาว

45.สวนลุมพินี เขตปทุมวัน 46.สวนวชิรเบญจทัศ เขตจตุจักร 47.สวนจตุจักร เขตจตุจักร 48.สวนหลวง ร.9 เขตประเวศ 49.สวน 60 พรรษา สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เขตลาดกระบัง 50.อุทยานเบญจสิริ (สวนเบญจสิริ) เขตคลองเตย 51.สวนรมณีย์ทุ่งสีกัน เขตดอนเมือง 52.สวนธนบุรีรมย์ เขตทุ่งครุ 53.สวนเบญจกิติ เขตคลองเตย 54.สวนเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา เขตบางกอกน้อย 55.สวนเสรีไทย เขตบึงกุ่ม 56.สวนบางแคภิรมย์ เขตบางแค 57.สวนทวีวนารมย์ เขตทวีวัฒนา 58.สวนพระนคร เขตลาดกระบัง 59.สวนหนองจอก เขตหนองจอก 60.สวนกีฬารามอินทรา เขตบางเขน 61.สวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบพระชนมพรรษา เขตบางคอแหลม 62.สวนสันติภาพ เขตราชเทวี และ63.สวนหลวงพระราม 8 เขตบางพลัด

“ค่าฝุ่นอยู่ในระดับมีผลกระทบต่อสุขภาพ จำนวน 6 พื้นที่ ได้แก่ เขตบึงกุ่ม เขตคลองสามวา เขตมีนบุรี เขตหนองจอก เขตประเวศ เขตลาดกระบัง โดยในวันที่ 8 มี.ค. พื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล อาจมีแนวโน้มฝุ่นละอองขึ้นสูงได้ในบางพื้นที่ จากนั้นตั้งแต่ วันที่ 9 มี.ค. เป็นต้นไป สถานการณ์ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลมีแนวโน้มที่ดี เนื่องจากลมทางใต้ช่วยพัดพาฝุ่นละอองออกจากพื้นที่

ส่วนสำนักงานแผนพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ หรือ จิสด้า (GISTDA) เปิดเผยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ เอ็นพีพี (Suomi NPP) วันที่ 6 มี.ค. ว่า ไทยพบจุดความร้อน จำนวน 2,020 จุด ส่วนประเทศเพื่อนบ้านอย่างเมียนมา พบจุดความร้อนจำนวน 4,171 จุด สปป.ลาว 2,194 จุด กัมพูชา 2,028 จุด เวียดนาม 147 จุด และมาเลเซีย 2 จุด

สำหรับจุดความร้อนในประเทศไทย ส่วนใหญ่พบในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ 952 จุด, พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ 499 จุด, พื้นที่เกษตร 244 จุด, พื้นที่เขต ส.ป.ก. 159 จุด, พื้นที่ชุมชนและอื่นๆ 158 จุด และพื้นที่ริมทางหลวง 8 จุด ในส่วนของจังหวัดที่พบจุดความร้อนมากที่สุดคือ จ.กาญจนบุรี 335 จุด

ห่วงร้อนจัดป่วย‘ฮีตสโตรก’
นพ.สุวรรณัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า กรมอนามัย ร่วมกับ กรมอุตุนิยมวิทยา เฝ้าระวังและสื่อสารเตือนภัยด้านสุขภาพในช่วงฤดูร้อน เฝ้าระวังอาการและการป้องกันผลกระทบต่อสุขภาพจากความร้อน ซึ่งเข้าฤดูร้อนตั้งแต่วันที่ 5 มี.ค.ที่ผ่านมา โดยกรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่า ช่วงกลางเดือนมี.ค.ถึงปลายเดือนเม.ย. อากาศจะร้อนอบอ้าวโดยทั่วไป มีอากาศร้อนจัดในหลายพื้นที่ อุณหภูมิสูงสุดอยู่ที่ 40-43 องศาเซลเซียส ได้แก่ สุโขทัย ตาก ลำปาง และแม่ฮ่องสอน โดยสูงกว่าปีที่ผ่านมา

สำหรับ กทม.และปริมณฑล จะมีอุณหภูมิสูงสุดอยู่ที่ 38-39 องศา ช่วงปลาย เม.ย.ถึงกลาง พ.ค.เป็นช่วงปลายฤดูร้อน ลักษณะอากาศจะเริ่มแปรปรวน โดยยังคงมีอากาศร้อน อบอ้าวในบางช่วง ประกอบกับมีฝนฟ้าคะนอง

นพ.สุวรรณชัยกล่าวว่า สภาพอากาศร้อนจะก่อให้เกิดอาการเจ็บป่วยตั้งแต่อาการเล็กน้อย ได้แก่ ปวดศีรษะ เวียนศีรษะ เป็นตะคริวจากความร้อน มีผื่นแดงตามผิวหนัง หรืออาจมีอาการรุนแรงจนเป็นโรค “ฮีตสโตรก” ซึ่งหากไม่ได้รับการปฐมพยาบาลทันทีอาจทำให้เสียชีวิตได้ โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง เช่น กลุ่มเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ และผู้มีโรคประจำตัว รวมถึงกลุ่มอาชีพที่ต้องทำงานหนักกลางแจ้ง เช่น งานก่อสร้าง เกษตรกร ส่วนการป้องกันตัวเองจากความร้อน ได้แก่ ดื่มน้ำสะอาดบ่อยๆ หลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมกลางแจ้งช่วงกลางวันหรือช่วงอากาศร้อนจัด สวมเสื้อผ้าสีอ่อน ระบายอากาศดี

จุดร้อนเชียงใหม่ทะลุปี 65
ที่ห้องประชุม 4 ชั้น 4 อาคารอำนวยการ ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ นายอิศเรศ สิทธิโรจนกุล ผอ.สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยถึงสถานการณ์ไฟป่าและฝุ่นพีเอ็ม 2.5 ในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ว่า ตั้งแต่ห้วงวันที่ 1 ม.ค.-7 มี.ค.2566 มีจุดความร้อน สะสมแล้วจำนวน 3,405 จุด ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปี 2565 ร้อยละ 56.18 เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกัน ทั้งนี้เป็นผลมาจากสภาพพื้นที่ซึ่งมีความแห้งแล้งกว่าปีที่ผ่านมาซึ่งมีปริมาณฝนตกตกลงมาเป็นจำนวนมาก

ดับไฟป่า – เฮลิคอปเตอร์ของ ปภ.บรรทุกน้ำขึ้นไปดับไฟป่าพื้นที่ป่ามะกรูด เขตอุทยานทุ่งแสลงหลวง ต.วังนกแอ่น อ.วังทอง จ.พิษณุโลก หลังเกิดไฟป่าหลายจุดมานานหลายวัน ขณะที่นายภูสิต สมจิตร ผู้ว่าฯ พิษณุโลกขึ้น ฮ.บินสำรวจไฟป่า เมื่อวันที่ 7 มี.ค.

บิน‘ฮ.’ดับไฟทุ่งแสลงหลวง
ที่หน่วยบินทหารบกยุทธวิธีที่ 3 ค่ายสมเด็จพระเอกาทศรถ อ.เมือง จ.พิษณุโลก นายภูสิต สมจิตต์ ผวจ.พิษณุโลก พร้อมด้วย พล.ต.ศราวุฒิ เกิดหลำ ที่ปรึกษากองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 3 และคณะ เดินทางไปติดตามการใช้อากาศยานช่วยควบคุมไฟป่าเพื่อเร่งควบคุมสถานการณ์การเกิดไฟไหม้ป่าในพื้นที่อุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง บ้านป่ามะกรูด ต.วังนกแอ่น อ.วังทอง จ.พิษณุโลก ต่อเนื่องเป็นวันที่ห้าหลัง พบจุดความร้อน และไฟป่าในพื้นที่อุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง ยังคงลุกลามไปยังภูเขาสูงชัน เข้าพื้นที่ได้ยากและมีอันตรายสูง เพื่อป้องกันเหตุการณ์เข้าสู่ภาวะวิกฤต ได้นำเฮลิคอปเตอร์ KA-32 ของหน่วยงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้ตักน้ำเที่ยวละ 3 พันลิตร จากอ่างเก็บน้ำแก่งหว้าแก่งไฮ ในอ.นครไทย ซึ่งเป็นแหล่งน้ำที่อยู่ใกล้บริเวณจุดไฟป่าที่เกิดขึ้น ทยอยไปดับและควบคุมพื้นที่ไฟป่าที่เกิดขึ้น นอกจากนี้ทางกองทัพภาคที่ 3 ยังได้นำเครื่อง Ki17 มาร่วมปฏิบัติการดับไฟป่าในครั้งนี้เพิ่มอีก 1 ลำ รวมเป็น 2 ลำ มาช่วยควบคุมสถานการณ์ไฟป่าในพื้นที่ดังกล่าวแล้ว สามารถควบคุมไฟป่าที่ลุกลามบนภูเขาสูงชันได้หลายจุด

ตราดสกัดไฟป่าลามเมือง
ส่วนสถานการณ์ฝุ่นและคุณภาพอากาศในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ วันเดียวกัน แอพพลิเคชั่น Air4Thai รายงานดัชนีคุณภาพอากาศของ จ.นครราชสีมาว่า ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ว่า คุณภาพอากาศอยู่ในระดับปานกลาง ถึง เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ โดยมีฝุ่นพีเอ็ม 2.5 เกินมาตรฐานอยู่หลายพื้นที่ เช่น ที่ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครราชสีมา พบว่าค่าดัชนีคุณภาพอากาศ AQI อยู่ที่ 129 คุณภาพอากาศอยู่ในเกณฑ์ สีส้ม เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ ประชาชนทั่วไป ส่วนค่าฝุ่นพีเอ็ม 2.5 ตรวจวัดได้ 62 มคก./ลบ.ม. ซึ่งเกินกว่าค่ามาตรฐาน อยู่ในระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ ประชาชนทั่วไป ควรระวังสุขภาพ

ที่อ.บ่อไร่ จ.ตราด พล.ร.ต.เทิดเกียรติ จิตต์แก้ว รองผบ.กองกำลังป้องกันจันทบุรี-ตราดเดินทางมาประชุมติดตามความคืบหน้าไฟป่าที่ลุกไหม้ในพื้นที่บ้านทับทิมสยาม ต.ด่านชุมพล พร้อมมอบนโยบายให้กับเจ้าหน้าที่ของทหารนาวิกโยธินตราด เข้าไปติดตามสถานการณ์ในพื้นที่ หลังจากได้นำเฮลิคอปเตอร์บินโปรยน้ำดับไฟมาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค. และสั่งการให้ทหารเข้าไปทำแนวกั้นไฟเพื่อป้องกันการลุกลามเข้าไปในพื้นที่อ.เมือง

ไฟป่าลุก-ห้ามเข้า 3 อุทยานฯ
วันเดียวกัน นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง รักษาราชการแทน อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้ประชุมคอนเฟอเรนซ์กับนายอนันต์ โพธิ์พันธุ์ ผอ.สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 หัวหน้าอุทยานและเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าในพื้นที่กาญจนบุรีและราชบุรี และชุดปฏิบัติการพิเศษดับไฟป่า (ชุดเสือไฟ) ที่เดินทางมาจากศูนย์ปฏิบัติการไฟป่านครศรีธรรมราช และศูนย์ปฏิบัติการไฟป่านราธิวาส และหน่วยบินกระทรวงทรัพย์ เพื่อร่วมกำหนดแผนการบินให้สอดคล้องกับสถานการณ์ร่วมดับไฟป่าในพื้นที่กาญจนบุรี

นายอรรถพลได้กำชับให้อุทยานต่างๆ เร่งสำรวจและประชาสัมพันธ์ให้กลุ่มชาวบ้านในพื้นที่ที่มีอาชีพเลี้ยงวัวควายให้ปฏิบัติตามระเบียบของอุทยานเกี่ยวกับมาตรการความร่วมมือในการร่วมแก้ปัญหาไฟป่าอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะในส่วนกลุ่มผู้เลี้ยงวัวในเขตป่า เป็นอีกสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดไฟป่าในเขตอุทยานเขื่อนศรีนครินทร์ หลังจากที่เฮลิคอปเตอร์ ทส. 2 ลำ ได้ปฏิบัติการทิ้งน้ำดับไฟ 38 เที่ยวบิน บรรทุกน้ำ 19,000 ลิตร ในพื้นที่ปฏิบัติการทิศเหนือของ อช.เขื่อนศรีนครินทร์ และบ้านโบอ่อง ต.ปิล๊อก อ.ทองผาภูมิ จนยับยั้งและสกัดไฟป่าลุกลามเป็นแนวยาว 1 ก.ม. จากนั้นวันที่ 8 มี.ค.กำลังภาคพื้นดินและเสือไฟจำนวน 40 นาย เดินเท้าเข้าดับไฟบริเวณบ้านโบอ่อง พร้อมปฏิบัติการทิ้งน้ำเข้าช่วยดับไฟด้วยกัน

ต่อมาเวลา 10.00 น. นายอรรถพลพร้อมด้วยนายอนันต์ ผอ.สำนักฟื้นฟูฯ, นายทศพร รักจันทร์ ผอ.ส่วนฟื้นฟูฯ, นายเรวัตร โพธิ์พันธ์ ผอ.ส่วนประสานโครงการพระราชดำริฯ, น.ส.นิศรา จีนสุกแสง ผอ.ส่วนจัดการต้นน้ำ นายศุภฤกษ์ กลั่นประเสริฐ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก และเจ้าหน้าที่ สบอ.3 (บ้านโป่ง) ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานโครงการพัฒนาชุมชนในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก จ.กาญจนบุรี ที่บ้านสาละวะ และบ้านไล่โว่ อ.สังขละบุรี โดยร่วมประชุมกับนายสุทธิพร ศิวเวทพิกุล นายอำเภอสังขละบุรี เพื่อหารือซักซ้อมความเข้าใจกับผู้นำชุมชน เกี่ยวกับการจัดทำบันทึกข้อตกลงการใช้ประโยชน์ที่ดินระหว่างราษฎรบ้านสาละวะ, บ้านไล่โว่ กับกรมอุทยานฯ พร้อมทั้งตรวจสภาพพื้นที่และติดตามการกำหนดแนวเขตที่ดินและเส้นทางคมนาคม

ด้าน 3 อุทยานฯ ในพื้นที่จ.กาญจนบุรี คือ อุทยานฯ ไทรโยค ประกาศห้ามเข้าพื้นที่อุทยานในบางพื้นที่ที่เสี่ยงภัยไฟป่า ท้องที่ ต.วังกระแจะ ต.ท่าเสา ต.ไทรโยค อ.ไทรโยค ต.ลิ่นถิ่น อ.ทองผาภูมิ ส่วนอุทยานฯ เขาแหลม ห้ามเข้า ต.ปรังเผล ต.หนองลู ต.ไลโว่ อ.สังขละบุรี และ ต.ชะแล ต.ท่าขนุน ต.ห้วยเขย่ง ต.ปิล๊อก อ.ทองผาภูมิ ยกเว้น พื้นที่ที่กำหนดให้เป็นเขตบริการ และเขตนันทนาการกลางแจ้ง และอุทยานฯ ลำคลองงู ห้ามเข้าพื้นที่ในเขตท้องที่ หมู่ 4 บ้านทุ่งเสือโทน ต.ชะแล อ.ทองผาภูมิ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน