ปส.แถลงจับยาเสพติด 4 คดีใหญ่ ยึดของกลางได้มหึมา ทั้งยาบ้ากว่า 5 ล้านเม็ด ยาไอซ์อีกกว่า 1 ตัน รวมถึงทองคำรูปพรรณ เงินสด และรถยนต์อีกหลายคัน เตรียมขยายจับกุมนายทุนผู้อยู่เบื้องหลัง ด้านผู้ช่วยผบ.ตร.ระบุผู้มีอิทธิพลที่อยู่ฝั่งประเทศเพื่อนบ้านอยู่เบื้องหลังการลำเลียงเข้าไทย จากนั้นส่งมาพักที่ ภาคกลาง ก่อนจะมีอีกกลุ่มมารับส่งไปภาคใต้นำออกไปส่งให้แก๊งยาเสพติดในประเทศเพื่อนบ้านอีกทอด
เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 7 มี.ค. ที่ บช.ปส. พล.ต.อ.ชินภัทร สารสิน รอง ผบ.ตร. พร้อมพล.ต.ท.สรายุทธ สงวนโภคัย ผบช.ปส. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมแถลงจับกุมเครือข่ายยาเสพติด โดยจับกุมผู้ต้องหา และยึดของกลางได้เป็นจำนวนมาก รวม 4 คดี
คดีแรก ตำรวจ บก.ปส.3 จับกุมเครือข่ายยาเสพติด ขณะลำเลียงยาเสพติดจากพื้นที่จังหวัดตาก ส่งให้กลุ่มเครือข่ายในจังหวัดสุพรรณบุรี โดยพบรถกระบะต้องสงสัย 2 คัน จอดอยู่ในปั๊มน้ำมัน บริเวณถนนพหลโยธิน อ.มโนรมย์ จ.ชัยนาท โดยมีหนึ่งคันเป็นรถคอยดูลาดเลา ก่อนที่อีกคันจะขับตาม กระทั่งมาถึงปั๊มน้ำมัน ในพื้นที่อ.ศรีประจันต์ จ.สุพรรณบุรี ตำรวจจึงแสดงตัวเข้าตรวจค้น และจับกุมนายธงชัย (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 38 ปี และ นายเฉลิมชัย (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 34 ปี ทั้งสองคนเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ม้ง ใน อ.พบพระ จ.ตาก
จากการตรวจค้นพบไอซ์ บรรจุในถุงสุญญากาศห่อด้วยถุงบรรจุชาเขียว รวม 1,000 กิโลกรัม, ยาบ้า 1.4 ล้านเม็ด และ เคตามีน 300 กิโลกรัม ถูกซุกซ่อนอยู่ที่ท้ายกระบะ โดยมี มะเขือ แตงกวา ผักกาดขาว ปกปิดอำพรางไว้ รวมถึงขยายผลไปค้นบ้านพักของผู้ต้องหา ยังตรวจยึดของกลางเป็นรถกระบะที่ใช้ก่อเหตุ 2 คัน และทองรูปพรรณมูลค่า 100,000 บาท และ เงินสด 844,000 บาท ก่อนคุมตัวทั้งหมดส่งดำเนินคดีตามกฎหมาย
ผู้ต้องหามีหน้าที่รับจ้างลำเลียงขับรถจาก อ.พบพระ มาที่ จ.สุพรรณบุรี ซึ่งทั้งสองคนเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เด็ก และพบว่าทำมาหลายครั้ง ซึ่งแต่ละครั้งจะได้ค่าจ้างไม่ต่ำกว่า 100,000 บาท
คดีที่สอง ตำรวจ บก.ปส.4 จับกุมนายพรเชษฐ์ หรือ หมู อายุ 38 ปี และพวกรวม 5 คน โดยสืบทราบว่ามีกลุ่มเครือข่ายยาเสพติดในพื้นที่ จ.สงขลา จะลำเลียงยาเสพติดจากภาคเหนือไปยังภาคต่างๆ ของประเทศ โดยพบว่า นายพรเชษฐ์และพวกได้ลำเลียงยาเสพติดจาก อ.เชียงแสน จ.เชียงราย ไปส่งให้ลูกค้าที่ จ.พระนครศรีอยุธยา กระทั่งเจ้าหน้าที่ได้รับข้อมูล และสืบสวนจนทราบว่า กลุ่มคนร้ายได้ขับรถมายังรีสอร์ตแห่งหนึ่งในพื้นที่ จ.ตาก จึงเข้าจับกุม และตรวจค้นพบของกลางเป็นยาบ้า 1.2 ล้านเม็ด และยึดรถยนต์ที่ร่วมใช้ก่อเหตุจำนวน 2 คัน พร้อมเงินสด และทองรูปพรรณจำนวนหนึ่ง
คดีที่สาม ตำรวจ บก.สกส.เข้าจับกุมนาย ณัฐวุฒิ (สงวนนามสกุล) อายุ 33 ปี, นายสุรัต (สงวนนามสกุล) อายุ 46 ปี และ นายรังสี (สงวนนามสกุล) อายุ 44 ปี พร้อมของกลาง ยาบ้า 3 ล้านเม็ดและไอซ์ 200 กิโลกรัม ซุกซ่อนอยู่ในกล่องกระดาษภายในห้องโดยสารของรถตู้เพื่อลำเลียงจากภาคเหนือลงสู่ภาคกลาง บนถนนสายเอเชีย อ.บางปะหัน จ.พระนครศรีอยุธยา เจ้าหน้าที่จึงตามตรวจยึดรถที่ใช้นำทางได้อีก 1 คัน
สำหรับคดีนี้ คนร้ายใช้วิธีนำยาเสพติดบรรจุเป็นกล่องพัสดุวางใส่ไว้ในรถตู้ที่ถอดเบาะด้านหลังออก จากนั้นจะนำส่งลูกค้าในพื้นที่ภาคกลาง โดยทุกครั้งที่ส่งยาเสพติดเสร็จสิ้น ก็จะขายรถตู้ทิ้ง และนำเงินสดไปซื้อรถตู้คันใหม่ มาใช้ขนยาเสพติดต่อ
คดีที่สี่ ตำรวจ บก.ปส.4 จับกุมผู้ต้องหา 4 ราย โดยตำรวจพบว่า ผู้ต้องหากลุ่มนี้จะลักลอบนำยาเสพติดจาก จ.สงขลา ไปยัง จ.ปัตตานี โดยจะใช้รถยนต์จำนวน 2 คัน เพื่อตบตาเจ้าหน้าที่ กระทั่งเมื่อรถต้องสงสัยขับผ่านด่านตรวจ บริเวณ ต.รูสมิแล อ.เมือง จ.ปัตตานี เจ้าหน้าที่จึงเรียกตรวจค้น พบของกลางเป็นยาบ้า 110,000 เม็ด และตรวจยึดรถกระบะ 2 คัน
พล.ต.อ.ชินภัทรกล่าวอีกว่ายาไอซ์ล็อตใหญ่ที่ถูกจับกุมครั้งนี้ เชื่อว่าต้องมีผู้มีอิทธิพลตามแนวชายแดนประเทศเพื่อนบ้านอยู่เบื้องหลัง โดยใช้เส้นทางลำเลียงจากพื้นที่เขตอิทธิพลของชนกลุ่มน้อยเข้ามาในประเทศไทย จากนั้นก็ส่งเข้าพื้นที่ชั้นใน โดยตำรวจก็ได้ประสานกับทางการพม่า ในการเร่งรัดติดตามจับกุม ส่วนผู้ต้องหารายสำคัญบางรายอาศัยอยู่กับชนกลุ่มน้อยบางกลุ่ม ที่ยังไม่สามารถติดตามจับกุมได้ แต่ยอมรับว่าการดำเนินคดีจะต้องให้แล้วเสร็จในความผิดของประเทศเพื่อนบ้านก่อน ที่จะส่งมอบตัวกันในภายหลัง พร้อมยืนยันว่าการจับกุมยาเสพติดล็อตนี้จะขยายผลย้อนหลัง ว่ามีความเชื่อมโยงกับคดีสำคัญเก่าๆ ด้วยหรือไม่
เบื้องต้นตำรวจจับกุมผู้ต้องหาได้ทั้งหมด 14 ราย ยึดของกลาง ไอซ์ 1.2 ตัน, ยาบ้า 5,710,000 เม็ด, เคตามีน 300 กิโลกรัม และยึดรถยนต์ 8 คันพร้อมโทรศัพท์มือถือ 18 เครื่อง โดยจะดำเนินคดีผู้ต้องหาทั้งหมดในฐาน ความผิด “ร่วมกันมียาเสพติดประเภท1 (ยาบ้า) ไว้จำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต” หลังจากนี้ตำรวจจะขยายผลติดตามบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องในเครือข่ายยาเสพติดต่อไป

จับแก๊งยา- พล.ต.ท.ปิยะ ต๊ะวิชัย ผบช.ภาค 5 สั่งการสกัดจับแก๊งยาเสพติด ขณะใช้รถกระบะขนมาจากอ.แม่สรวย จ.เชียงราย ส่งเข้ากรุงเทพฯ ผ่านด่านตรวจสบปราบ จ.ลำปาง ยึดยาบ้า 1 ล้านเม็ด จับกุมผู้ต้องหา 1 คน นำมาแถลงที่บช.ภาค 5 เมื่อ 7 มี.ค.
ที่ตำรวจภูธรภาค 5 พล.ต.ท.ปิยะ ต๊ะวิชัย ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.กฤตธาพล ยี่สาคร รอง ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.พฤทธิพงษ์ ประยูรศิริ รอง ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.วรพงศ์ คำลือ ผบก.สส.ภ.5, พ.ต.อ.ชูวิทย์ กองแก้ว รอง ผบก.ภ.จว.ลำปาง,นายธันวา ผุดผ่อง สำนักงาน ป.ป.ส.ภาค 5 ,พ.อ.ยอดชาย พวงวรินทร์ รอง เสธ.ศอ.ปส.ชน. ได้ร่วมกันแถลงผลการจับกุมยาเสพติดรายสำคัญ จำนวน 2 คดี จับกุม ผู้กระทำความผิดรวม 4 คน ตรวจยึดยาบ้ารวมกว่า 3 ล้านเม็ด ยาไอซ์ 297 ก.ก. เคตามีนอีก 20 ก.ก. ยึดรถยนต์จำนวน 3 คัน
พล.ต.ท.ปิยะ เปิดเผยว่า คดีที่ 1 การจับกุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจประจำด่านตรวจยาเสพติด สภ.แม่พริก จ.ลำปาง เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2566 เวลาประมาณ 06.40 น. โดยได้ของกลางเป็นยาบ้าประมาณ 2 ล้านเม็ด ไอซ์ 297 ก.ก. และ เคตามีน 20 ก.ก. ได้ตัวผู้ต้องหารวม 3 คน รถยนต์ 2 คัน
คดีที่ 2 เป็นการจับกุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจประจำด่านตรวจยาเสพติด สภ.สบปราบ จ.ลำปาง เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2566 เวลาประมาณ 02.20 น. โดยได้ของกลางเป็นยาบ้าประมาณ 1 ล้านเม็ด ได้ตัวผู้ต้องหา 1 คน รถยนต์ 1 คัน