ทั่วภาคเหนือ-ตะวันตก ขู่จับมือเผาโทษคุก20ปี 70จุดกรุงจมฝุ่น2วันติด

สั่งปิด 89 อุทยาน-เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า-เขตห้ามล่าสัตว์คุมไฟป่า ย้ำลงโทษคนลอบเผาสูงสุด คุก 20 ปี ปรับ 2 ล้าน ‘บิ๊กป้อม’ สั่งตั้งศูนย์แก้ไขไฟป่าหมอกควันส่วนหน้าภาคเหนือ จิสด้าแจงพบจุดความร้อนทั่วไทย 1,237 จุด ส่วนใหญ่อยู่ในป่าอนุรักษ์ 517 จุด ป่าสงวนฯ 295 จุด เมืองกาญจน์ระอุสุด 221 จุด ขณะที่ 70 พื้นที่เมืองกรุงฝุ่นพิษฟุ้งสองวันติด ที่สนง.เขตบึงกุ่ม อ่วมสุด ค่าฝุ่นพุ่ง 96 ไมโครกรัม 52 จังหวัดฝุ่นยังหนัก รวม 155 พื้นที่ เมืองสุโขทัยวิกฤตสุด ค่าฝุ่นพุ่ง 136 ไมโครกรัม กรมควบคุมมลพิษชี้ กทม.-จังหวัดปริมณฑล สถานการณ์เริ่มดีขึ้นหลังลมเปลี่ยนทิศ 11 มี.ค.

52 จังหวัดอ่วมฝุ่นจิ๋ว
เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 9 มี.ค. ศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) รายงานสถานการณ์คุณภาพอากาศพื้นที่ทั่วประเทศ คุณภาพอากาศอยู่ในระดับ คุณภาพดีมากถึงมีผลกระทบต่อสุขภาพ ตรวจวัดค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน หรือ PM2.5 พบค่าฝุ่นระหว่าง 16-136 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.) (ค่ามาตรฐานไม่เกิน 50 มคก./ลบ.ม.) พบเกินมาตรฐานใน 52 จังหวัด รวม 155 พื้นที่

กรุงเทพฯ และปริมณฑล ตรวจวัดค่าฝุ่นระหว่าง 47-108 มคก./ลบ.ม. พบเกินมาตรฐาน 6 จังหวัด รวม 89 พื้นที่ พบเป็นพื้นที่สีแดง มีผลกระทบต่อสุขภาพ 1 พื้นที่ ได้แก่ ริมถนนกาญจนาภิเษก เขตบางขุนเทียน กรุงเทพฯ ค่าฝุ่น 108 มคก./ลบ.ม.

ส่วนภาคเหนือ ตรวจวัดค่าฝุ่นระหว่าง 66-136 มคก./ลบ.ม. พบเกินมาตรฐาน 17 จังหวัด รวม 32 พื้นที่ พบเป็นพื้นที่สีแดง มีผลกระทบต่อสุขภาพ 15 พื้นที่ ได้แก่ 1.เชียงราย ต.เวียงพางคำ อ.แม่สาย ค่าฝุ่น 103 มคก., ต.เวียง อ.เชียงของ 94 มคก. 2.เชียงใหม่ ต.หางดง อ.ฮอด 104 มคก. 3.ลำพูน ต.บ้านกลาง อ.เมือง 91 มคก., ต.ลี้ อ.ลี้ 105 มคก. 4.แม่ฮ่องสอน ต.จองคำ อ.เมือง 93 มคก., ต.แม่คง อ.แม่สะเรียง 108 มคก., ต.เวียงใต้ อ.ปาย 122 มคก. 5.น่าน ต.ในเวียง อ.เมือง 100 มคก., ต.ห้วยโก๋น อ.เฉลิมพระเกียรติ 96 มคก./ลบ.ม. 6.ตาก ต.แม่ปะ อ.แม่สอด 109 มคก. 7.พิษณุโลก ต.ในเมือง อ.เมือง 110 มคก. 8.กำแพงเพชร ต.ในเมือง อ.เมือง 91 มคก. 9.อุทัยธานี ต.อุทัยใหม่ อ.เมือง 97 มคก. และ 10.สุโขทัย ต.ธานี อ.เมือง ค่าฝุ่น 136 มคก. ซึ่งมีค่าฝุ่นสูงสุดในไทย และอยู่ในพื้นที่สีแดงติดต่อกันเป็นสัปดาห์

17 จว.เหนือฝุ่นฟุ้งถึง 14 มีค.
ด้านภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตรวจวัดค่าฝุ่นระหว่าง 34-122 มคก./ลบ.ม. พบเกินมาตรฐานใน 13 จังหวัด รวม 13 พื้นที่ พบเป็นพื้นที่สีแดง 4 พื้นที่ ได้แก่ ต.กุดป่อง อ.เมือง จ.เลย ค่าฝุ่น 122 มคก., ต.มีชัย อ.เมือง จ.หนองคาย 92 มคก., ต.บึงกาฬ อ.เมือง จ.บึงกาฬ 96 มคก. และต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครพนม ค่าฝุ่น 99 มคก.

ภาคกลาง ตรวจวัดค่าฝุ่นระหว่าง 45-106 มคก./ลบ.ม. พบเกินมาตรฐานใน 10 จังหวัด รวม 10 พื้นที่ โดยพบเป็นพื้นที่สีแดง 3 พื้นที่ ได้แก่ ต.บางพุทรา อ.เมือง จ.สิงห์บุรี ค่าฝุ่น 91 มคก., ต.ย่านซื่อ อ.เมือง จ.อ่างทอง 91 มคก. และ ต.หน้าพระลาน อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.สระบุรี ค่าฝุ่น 106 มคก.

ภาคตะวันออก ตรวจวัดค่าฝุ่นระหว่าง 40-81 มคก./ลบ.ม. พบเกินมาตรฐานใน 6 จังหวัด รวม 11 พื้นที่ ส่วนภาคใต้ คุณภาพอากาศอยู่ในระดับ คุณภาพดีมากถึงคุณภาพดี

กองจัดการคุณภาพอากาศและเสียง คพ. คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็กในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ในวันที่ 10 มี.ค. อาจมีแนวโน้มฝุ่นละอองขึ้นสูงได้ในบางพื้นที่ แต่หลังวันที่ 11 มี.ค. เป็นต้นไป สถานการณ์มีแนวโน้มที่ดี เนื่องจากลมทางใต้ช่วยพัดพาฝุ่นละอองออกจากพื้นที่ อย่างไรก็ตามช่วงระหว่างวันที่ 14-16 มี.ค. เป็นช่วงที่ควรเฝ้าระวังของพื้นที่ เนื่องจากมีแนวโน้มที่จะได้รับผลกระทบจากฝุ่นละอองข้ามพื้นที่ได้ สำหรับพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือมีแนวโน้มฝุ่นละอองขึ้นสูงในพื้นที่ภาคเหนือทั้งตอนบนและล่างระหว่างวันที่ 10-14 มี.ค.

ป่าอนุรักษ์ยังร้อนปะทุ
ด้านสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ หรือ จิสด้า (GISTDA) เผยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ เอ็นพีพี (Suomi NPP) ของวันที่ 8 มี.ค.2566 ไทยพบจุดความร้อน (Hotspot) 1,237 จุด ในขณะที่ประเทศเมียนมา ยังพบมากสุดจำนวน 4,949 จุด รองลงมา สปป.ลาว 2,913 จุด กัมพูชา 1,888 จุด เวียดนาม 426 จุด และมาเลเซีย 18 จุด

สำหรับจุดความร้อนในประเทศไทย ส่วนใหญ่พบในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ 517 จุด พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ 295 จุด พื้นที่เกษตร 195 จุด พื้นที่เขต ส.ป.ก.111 จุด พื้นที่ชุมชนและอื่นๆ 107 จุด และพื้นที่ริมทางหลวง 12 จุด ในส่วนของจังหวัดที่พบจุดความร้อนมากที่สุดคือ จ.กาญจนบุรี 221 จุด

นายกฯยันลุยแก้ฝุ่นจริงจัง
ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ครั้งที่ 2/2566 ถึงปัญหาฝุ่นพีเอ็ม 2.5 โดยเฉพาะที่จ.เชียงใหม่ พุ่งเกินมาตรฐานติดอันดับเมืองมลพิษโลก ว่า ตนก็จะไปลงพื้นที่ สำหรับมาตรการเฉพาะหน้ามีจากหลายส่วนด้วยกัน ทั้งเรื่องของยานพาหนะ การเผาวัชพืชที่มีกำหนดเวลาการเผา แต่พอรู้ว่าวันไหนจะห้ามก็มีการชิงเผาก่อน ซึ่งทำให้ปริมาณฝุ่นพีเอ็ม 2.5 สูงขึ้น วันนี้แก้ปัญหาโดยการพ่นน้ำอะไรบ้าง

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ไม่อยากลงโทษคนเผาเพราะเป็นเกษตรกร จึงได้แต่ขอร้องว่าผิดกฎหมายอย่าทำเลย อีกทั้งยังมีฝุ่นจากภายนอกมาเยอะมากต่างประเทศ ซึ่งต้องร่วมมือกัน วันนี้ปัญหาแต่ละประเทศมีไม่เหมือนกัน สิ่งสำคัญที่สุดคือใครที่ร่วมมือกันได้ พร้อมขอให้ดูเรื่องยานพาหนะของตัวเอง ควันดำ หรือเรื่องการเผาต้องลดลงให้ได้ วันนี้จึงนำไปสู่การทำพลังงานหมุนเวียนเพิ่มเติมนำมาเป็นต้นทุนเชื้อเพลิงการผลิตไฟฟ้า เรากำลังเดินหน้าสิ่งเหล่านี้ คิดว่าเราทำได้ดีและระยะต่อไปก็ดีขึ้นเรื่อยๆ

ขอร้องงดเผา-ไม่อยากจับ
“วันนี้ขอร้องอย่าเผาเลยครับ นายกฯ เห็นใจ แต่ขอให้มองภาพรวมที่จะทำให้เกิดความเสียหาย ซึ่งจะบอกว่ารัฐบาลไม่สนใจฝุ่นพีเอ็ม 2.5 ไม่ได้ เราทำทุกปี บางปีลดลง บางปีก็เพิ่มขึ้น ต้องไปดูว่าเพิ่มขึ้นจากตรงไหนและต้องแก้จุดนั้น โดยเฉพาะการทำการเกษตรแบบเผา ย้ำว่าต้องขอร้อง ผมไม่อยากใช้กฎหมาย หากใช้ก็ผิดกฎหมายหมดและมีปัญหาหมด ไม่อยากให้ใครเดือดร้อน แต่ต้องนึกถึงคนคุณภาพชีวิตคนอื่นและสุขภาพคนอื่นด้วย” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว

ด้านพล.อ.คงชีพ ตันตระวานิชย์ โฆษกรองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ฝุ่น พีเอ็ม 2.5 ที่มีแนวโน้มสูงขึ้นและเกินค่ามาตรฐานหลายพื้นที่ ซึ่งมีผลต่อสุขภาพ โดยเฉพาะพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ พื้นที่ชุมชนเมือง รวมทั้ง กรุงเทพมหานครและปริมณฑล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ประสานทุกหน่วยที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการตามแผนเฉพาะกิจ ด้วยการสื่อสารเชิงรุก รวมทั้งยกระดับปฏิบัติการและสร้างการมีส่วนร่วม ในการแก้ปัญหาเร่งด่วนใน 3 พื้นที่ ทั้งพื้นที่เมือง พื้นที่ป่าและพื้นที่การเกษตร ใน 7 มาตรการ โดยให้เร่งการขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการวาระแห่งชาติ และการจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควัน ส่วนหน้าภาคเหนือ การสร้างเครือข่ายชุมชนปลอดคนเผาในพื้นที่เสี่ยง การบริหารจัดการเชื้อเพลิงครบวงจร ชิงเก็บลดเผาในพื้นที่โล่ง การใช้กลไกทุกระดับ โดยเฉพาะระดับพื้นที่คุมเข้มมาตรการทางกฎหมายและขอความร่วมมือประชาชน การลดจุดความร้อนในพื้นที่ป่า การผลักดันกลไกระหว่างประเทศ รวมทั้งการดึงทุกภาคส่วนเข้ามาเกี่ยวข้อง

ปิด 89 อุทยานฯ-เข้มลอบเผาป่า
วันเดียวกัน กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้พิจารณาประกาศปิด/ควบคุมพื้นที่ป่าอนุรักษ์ (อุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เขตห้ามล่าสัตว์ป่า) เพื่อป้องกันภัยพิบัติจากไฟป่าแล้ว 89 แห่ง ดังนี้ 1.สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ (สบอ.) 3 (บ้านโป่ง) 6 แห่ง 2.สบอ.11 (พิษณุโลก) 6 แห่ง 3.สบอ.12 (นครสวรรค์) 5 แห่ง 4.สบอ.13 (แพร่) 5 แห่ง 5.สบอ.13 สาขาลำปาง 7 แห่ง 6.สบอ.14 (ตาก) 11 แห่ง 7.สบอ.15 (เชียงราย) 10 แห่ง 8.สบอ.16 (เชียงใหม่) 18 แห่ง 9.สบอ. 16 สาขาแม่สะเรียง 21 แห่ง โดยแบ่งเป็น 1.อุทยานแห่งชาติ 44 แห่ง 2.เตรียมการอุทยานแห่งชาติ 9 แห่ง 3.วนอุทยาน 11 แห่ง 4.เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า 22 แห่ง 5.เขตห้ามล่าสัตว์ป่า 3 แห่ง

ประกาศอส.ระบุว่า หากมีการลักลอบเผาป่าเขตอุทยานฯ กรมอุทยานแห่งชาติฯ มีแนวทางลงโทษตั้งแต่สถานเบาไปจนถึงสถานหนัก เริ่มตั้งแต่การตักเตือนจนถึงขั้นดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยบทลงโทษของบุคคลใดที่เผาป่าในอุทยานแห่งชาติ วนอุทยาน สวนพฤกษศาสตร์ หรือสวนรุกขชาติ มีโทษจำคุกตั้งแต่ 4-20 ปี หรือปรับตั้งแต่ 400,000-2,000,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามมาตรา 41 แห่งพ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2562

เชียงใหม่บินโปรยฝนเทียม
ที่ห้องปฏิบัติการศูนย์บัญชาการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่น พีเอ็ม 2.5 นายชัชวาลย์ ปัญญา รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการศูนย์บัญชาการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่น พีเอ็ม 2.5 โดยวันเดียวกัน จ.เชียงใหม่ มีจุดความร้อน เกิดขึ้นทั้งหมด 38 จุด มากที่สุดในพื้นที่ อ.เชียงดาว ฮอด ดอยเต่า และสันทราย นายชัชวาลย์ จึงได้เน้นย้ำให้แต่ละอำเภอปรับกลยุทธ์การทำงานเพื่อเร่งคลี่คลายปัญหาให้เร็วที่สุด ส่วนการฉีดพ่นละอองน้ำ รดน้ำต้นไม้ เพื่อสร้างความชุ่มชื้นในอากาศและลดปริมาณฝุ่นที่สะสม ขอให้มีการดำเนินการอย่าง ต่อเนื่องเหมือนในห้วงสัปดาห์ที่ผ่านมา นอกจากนี้ ได้ขอความร่วมมือเทศบาลนครเชียงใหม่ เปิดน้ำพุรอบคูเมืองอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความชุ่มชื้นให้อีกทาง

‘โคราช-เลย’ยังวิกฤต
ด้านภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่ จ.นครราชสีมา วันเดียวกัน จากการข้อมูลในแอพพลิเคชั่น Air4Thai รายงานว่า คุณภาพอากาศอยู่ในระดับดี ถึงมีผลกระทบต่อสุขภาพ โดยมีฝุ่นพีเอ็ม 2.5 เกินมาตรฐานอยู่หลายพื้นที่ เช่น ที่ต.ในเมือง อ.เมือง ค่าดัชนีคุณภาพอากาศ AQI วัดได้ 195 อยู่ในเกณฑ์สีส้ม ซึ่งพุ่งสูงขึ้นอีกจากเมื่อวานนี้ที่วัด AQI ได้ 144 ขณะที่ค่าฝุ่นพีเอ็ม 2.5 ก็พุ่งสูงขึ้นเช่นกัน จาก 68 มคก. เพิ่มสูงขึ้นเป็น 88 มคก. ซึ่งเกินกว่าค่ามาตรฐาน อยู่ในเกณฑ์สีส้ม มีผลกระทบต่อสุขภาพ

ที่สถานีเทศบาลเมืองเลย วัดปริมาณฝุ่น พีเอ็ม 2.5 ได้ 125 มคก./ลบ.ม. อยู่ในเกณฑ์มีผลกระทบต่อสุขภาพ หรือระดับสีแดง นอกจากนี้ ยังพบปริมาณฝุ่นลพีเอ็ม 10 ที่ 165 มคก./ลบ.ม. อยู่ในเกณฑ์มีผลกระทบต่อสุขภาพ ควรงดกิจกรรรมกลางแจ้ง ซึ่งประชาชนสัมผัสได้ มีอาการแสบตา แสบจมูก ป่วยเป็นโรคเกี่ยวกับทางเดินหายใจ มากขึ้น

สำหรับสถานการณ์ภาพรวมเรื่องไฟป่า ในพื้นที่จ.เลย พบว่ามีการเผาป่าในทุกพื้นที่ทุกอำเภอ และจะมีความรุนแรงมากขึ้นในช่วงนี้ ไปถึงปลายเดือนมี.ค. ซึ่งเป็นสาเหตุหลักในการที่ค่าฝุ่นสูงขึ้น

70 จุดกทม.ฝุ่นฟุ้ง 2 วันติด
ที่ศาลาว่าการกทม. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. กล่าวถึงมาตรการป้องกันฝุ่นพีเอ็ม 2.5 ว่า ต้องแก้ไขปัญหาระยะยาว โดยร่วมมือกับหลายภาคส่วน ทั้งกรมการขนส่งฯ กระทรวงคมนาคม ประกอบกับการควบคุมการเผาชีวมวล ซึ่งทุกหน่วยงานที่ถือแผนวาระแห่งชาติ ต้องปฏิบัติตามแผนอย่างเต็มที่ ในส่วนของกทม.จะดูแหล่งกำเนิด 3 ส่วน ประกอบด้วย รถยนต์ สภาพอากาศ การเผา ชีวมวล ซึ่งได้ปฏิบัติตามแผนมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้หากพบว่ามีฝุ่นระดับสีส้ม 3 วันติดต่อกัน สำนักสิ่งแวดล้อมจะประกาศขอความร่วมมือ เวิร์กฟรอมโฮม เพื่อลดต้นตอแหล่งกำเนิดฝุ่น ขณะที่ยอดผู้เข้ารับบริการคลินิกทางเดินหายใจของกทม.ทั้ง 6 แห่ง ตั้งแต่ 1 ธ.ค.2565 – 8 มี.ค.2566 รวม 720 ราย

ขณะที่ ศูนย์ข้อมูลคุณภาพอากาศกรุงเทพมหานคร สรุปผลการตรวจวัด PM2.5 เวลา 05.00-07.00 น. ตรวจวัดได้ 56-99 มคก./ลบ.ม. ค่าเฉลี่ยของกรุงเทพมหานคร 69.1 มคก. ค่าฝุ่นพีเอ็ม 2.5 มีแนวโน้มลดลง แต่ยังคงเกินมาตรฐานทุกพื้นที่ โดยอยู่ในระดับสีแดงมีผลกระทบต่อสุขภาพและอยู่ในระดับสีส้มเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ จำนวน 70 พื้นที่ เป็นวันที่สองติดต่อกัน โดย 10 อันดับแรกที่มีค่าฝุ่นสูงสุดได้แก่ 1.ภายในสำนักงานเขตบึงกุ่ม วัดค่าฝุ่นได้ 96 มคก. 2.สี่แยกหน้าสำนักงานเขตสาทร ซอย ถนนเซนต์หลุยส์ 83 มคก. 3.เขตทวีวัฒนา ทางเข้าสนามหลวง 2 82 มคก. 4.เขตประเวศ หน้าห้างซีคอน สแควร์ 82 มคก. 5.เขตสัมพันธวงศ์ หน้าหัวมุมซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติ (วงเวียนโอเดียน) 79 มคก. 6.หน้าสำนักงานเขตหนองจอก 79 มคก. 7.ภายในสำนักงานเขตคลองสามวา 77 มคก. 8.หน้าห้างบิ๊กซี บางนา 77 มคก. 9.เขตปทุมวัน หน้าห้างสามย่านมิตรทาวน์ 76 มคก. และ10.เขตตลิ่งชัน ถนนพุทธมณฑลสาย 1 ตัดกับถนนบรมราชชนนี 76 มคก.

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน