พบโรคผิวหนังอักเสบมากสุด
เตือนเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง
จับตาวันนี้-เกินค่ามาตรฐาน
ลุ้นฝนฤดูร้อนช่วยลดPM2.5

กทม.ป่วยจากฝุ่นจิ๋วพุ่ง 3.1 หมื่นคน เผยกลุ่มผิวหนังอักเสบมากสุด ตามด้วยโรคหลอดเลือดสมอง สธ.ย้ำค่าฝุ่นเกิน 75 มคก./ลบ.ม. ต้องงดกิจกรรมกลางแจ้งส่วนภาคเหนือก็ยังวิกฤตฝุ่นพิษ ท่องเที่ยวดอยม่อนแจ่มเงียบเหงา นักท่องเที่ยวแห่ยกเลิกจองห้องพัก ‘นายกฯ’จี้เร่งแก้ฝุ่นพิษ อุตุฯ เตือนฝนฤดูร้อนถล่ม ลูกเห็บตก 40 จว.ทั่วประเทศ คาดช่วยลดฝุ่นพิษ

17 จว.เหนือจมฝุ่นพิษทุกพื้นที่
เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 10 มี.ค. ศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) รายงานสถานการณ์คุณภาพอากาศพื้นที่ทั่วประเทศ คุณภาพอากาศอยู่ในระดับคุณภาพดีมาก ถึงมีผลกระทบต่อสุขภาพ ตรวจวัดค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน หรือ PM 2.5 พบค่าฝุ่นระหว่าง 14-145 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร(มคก./ลบ.ม.) โดยค่ามาตรฐานไม่เกิน 50 มคก./ลบ.ม.

กรุงเทพฯ และปริมณฑล ตรวจวัดค่าฝุ่นระหว่าง 35-86 มคก./ลบ.ม. พบเกินมาตรฐาน 3 จังหวัด รวม 46 พื้นที่ ภาคเหนือ ตรวจวัดค่าฝุ่นระหว่าง 72-145 มคก./ลบ.ม. พบเกินมาตรฐานใน 17 จังหวัด รวม 32 พื้นที่ พบเป็นพื้นที่สีแดง หรือกระทบต่อสุขภาพ 20 พื้นที่ ได้แก่ ต.เวียงพางคำ อ.แม่สาย จ.เชียงราย ค่าฝุ่น 106 มคก./ลบ.ม., ต.เวียง อ.เชียงของ จ.เชียงราย ค่าฝุ่น 103 มคก./ลบ.ม., ต.ช้างเผือก อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ค่าฝุ่น 98 มคก./ลบ.ม., ต.หางดง อ.ฮอด จ.เชียงใหม่ ค่าฝุ่น 135 มคก./ลบ.ม., ต.สุเทพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ค่าฝุ่น 94 มคก./ลบ.ม., ต.พระบาท อ.เมือง จ.ลำปาง ค่าฝุ่น 104 มคก./ลบ.ม.,

ต.บ้านกลาง อ.เมือง จ.ลำพูน ค่าฝุ่น 93 มคก./ลบ.ม., ต.ลี้ อ.ลี้ จ.ลำพูน ค่าฝุ่น 103 มคก./ลบ.ม., ต.จองคำ อ.เมือง จ.แม่ฮองสอน ค่าฝุ่น 125 มคก./ลบ.ม., ต.แม่คง อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน ค่าฝุ่น 114 มคก./ลบ.ม., ต.เวียงใต้ อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน ค่าฝุ่น 126 มคก./ลบ.ม., ต.ในเวียง อ.เมือง จ.น่าน ค่าฝุ่น 124 มคก./ลบ.ม., ต.ห้วยโก๋น อ.เฉลิมพระเกียรติ ค่าฝุ่น 117 มคก./ลบ.ม., ต.นาจักร อ.เมือง จ.แพร่ ค่าฝุ่น 96 มคก./ลบ.ม., ต.บ้านต๋อม อ.เมือง จ.พะเยา ค่าฝุ่น 106 มคก./ลบ.ม., ต.แม่ปะ อ.แม่สอด จ.ตาก ค่าฝุ่น 127 มคก./ลบ.ม., ต.ท่าอิฐ อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ ค่าฝุ่น 92 มคก./ลบ.ม., ต.ในเมือง อ.เมือง จ.พิษณุโลก ค่าฝุ่น 118 มคก./ลบ.ม., ต.ในเมือง อ.เมือง จ.กำแพงเพชร ค่าฝุ่น 92 มคก./ลบ.ม., และ ต.ธานี อ.เมือง จ.สุโขทัย ค่าฝุ่น 145 มคก./ลบ.ม. ซึ่งมีค่าฝุ่นสูงสุดในประเทศไทย

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตรวจวัดค่าฝุ่นระหว่าง 45-78 มคก./ลบ.ม. พบเกินมาตรฐานใน 6 จังหวัด รวม 6 พื้นที่ พบเป็นพื้นที่สีแดง 1 พื้นที่ ได้แก่ ต.กุดป่อง อ.เมือง จ.เลย ค่าฝุ่น 109 มคก./ลบ.ม.

ภาคกลาง ตรวจวัดค่าฝุ่นระหว่าง 47-90 มคก./ลบ.ม. พบเกินมาตรฐานใน 9 จังหวัด รวม 10 พื้นที่ โดยพบเป็นพื้นที่สีแดง 1 พื้นที่ ได้แก่ ต.หน้าพระลาน อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.สระบุรี ค่าฝุ่น 92 มคก./ลบ.ม.

ภาคตะวันออก ตรวจวัดค่าฝุ่นระหว่าง 53-78 มคก./ลบ.ม. พบเกินมาตรฐานใน 3 จังหวัด รวม 3 พื้นที่ และภาคใต้ คุณภาพอากาศอยู่ในระดับ คุณภาพดีมากถึงคุณภาพดี

เฝ้าระวังกทม. 14-15 มีค.
กองจัดการคุณภาพอากาศและเสียง กรมควบคุมมลพิษ คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็กในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ในวันที่ 11 มี.ค. อาจมีแนวโน้มฝุ่นละอองขึ้นสูงได้ในบางพื้นที่ โดยหลัง วันที่ 11 มี.ค. เป็นต้นไปสถานการณ์มีแนวโน้มที่ดี เนื่องจากลมทางใต้ช่วยพัดพาฝุ่นละอองออกจากพื้นที่ อย่างไรก็ตาม ช่วงระหว่างวันที่ 14-15 มี.ค. เป็นช่วงที่ควรเฝ้าระวังของพื้นที่เนื่องจากมีแนวโน้มที่จะได้รับผลกระทบจากฝุ่นละอองข้ามพื้นที่ได้

สำหรับพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือมี แนวโน้มฝุ่นละอองขึ้นสูงในพื้นที่ภาคเหนือทั้งตอนบนและล่างระหว่างวันที่ 10-14 มี.ค. และช่วงระหว่างวันที่ 12-13 มี.ค. มีโอกาสพบเจอฝนตกในบางพื้นที่ของภาคเหนือตอนบน ประชาชนทั่วไป ควรเฝ้าระวังสุขภาพ ลดเวลาการทำกิจกรรมกลางแจ้ง หรือใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเองหากมีความจำเป็น ผู้ที่ต้องดูแลสุขภาพเป็นพิเศษ ควรลดระยะเวลาการทำกิจกรรมกลางแจ้ง หรือใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเองหากมีความจำเป็น ถ้ามีอาการทางสุขภาพ ควรปรึกษาแพทย์ สำหรับประชาชนที่อยู่บริเวณพื้นที่มีผลกระทบต่อสุขภาพ (พื้นที่สีแดง) ควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง หรือใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเองหากมีความจำเป็น หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์

พิษฝุ่นจิ๋วกทม.ป่วยแล้ว 3.1 หมื่น
ด้านพญ.ปฐมพร ศิรประภาศิริ ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เขตสุขภาพที่ 13 กทม. กล่าวว่า ปัญหาฝุ่น PM 2.5 ในกทม. ซึ่งมีการเดินทางและความ หนาแน่นของประชากรสูง สธ.ประสานความร่วมมือกับกทม.บริหารจัดการปัญหาฝุ่นตามมาตรการของกรมควบคุมโรคและกรมอนามัย จากการเฝ้าระวังโรคที่เกี่ยวข้องกับมลพิษทางอากาศ ในพื้นที่กทม. ระหว่างวันที่ 1 ม.ค.-10 มี.ค. 2566 เฉพาะร.พ.รัฐในสังกัดสำนักงานปลัด สธ. และสำนักการแพทย์ กทม. พบ ผู้ป่วย 31,695 ราย จากทั่วประเทศ 1,449,716 ราย แบ่งเป็นกลุ่มโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง 2,252 ราย, โรคหอบหืด 129 ราย, โรคปอดอักเสบ 1,770 ราย, โรคไข้หวัดใหญ่ 144 ราย, โรคคออักเสบ 1,830 ราย, โรคจมูกอักเสบเรื้อรัง 672 ราย, โรคหลอดลมอักเสบ 1,107 ราย, โรคหัวใจขาดเลือด 89 ราย, โรคหลอดเลือดสมอง หรือ สโตรก 8,309 ราย, กลุ่ม โรคตาอักเสบ 4,800 ราย, กลุ่มโรคผิวหนังอักเสบ 8,692 ราย และ กลุ่มโรคที่ส่งผล กระทบระยะยาว เช่น มะเร็งปอด 1,877 ราย

พญ.ปฐมพรกล่าวต่อว่า มาตรการทางสุขภาพตามคำแนะนำของ สธ. ขอให้ประชาชนตรวจสอบปริมาณฝุ่น PM 2.5 ในพื้นที่โดยรอบและพื้นที่ที่จะเดินทางไป หากเกิน 75 มคก./ลบ.ม. ไม่แนะนำให้ทำกิจกรรมกลางแจ้ง หากอยู่ที่ 50-75 มคก./ลบ.ม. ให้สวมหน้ากากอนามัยที่ป้องกันฝุ่น PM 2.5 ได้ คือ N95 หรือสวมหน้ากากอนามัย 2 ชั้น พบแพทย์เมื่อมีอาการโรคระบบทางเดินหายใจ ตาอักเสบ หรือผิวหนังอักเสบ

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 7 มี.ค.2566 นายขจิต ชัชวานิชย์ ปลัด กทม. ลงนามในหนังสือถึงหน่วยงานในสังกัด กทม. กำชับให้ปฏิบัติตามมาตรการเพื่อควบคุมฝุ่นละอองอย่างเคร่งครัด ผู้ป่วยระบบทางเดินหายใจที่มีสาเหตุมาจากฝุ่น PM 2.5 สามารถเข้ารับการปรึกษาได้ที่คลินิกมลพิษทางอากาศ ร.พ.สังกัดกทม.6 แห่ง ได้แก่ร.พ.หลวงพ่อทวีศักดิ์ฯ ร.พ.กลาง ร.พ.ตากสิน ร.พ.เจริญกรุงประชารักษ์ ร.พ.สิรินธร และ ร.พ.ราชพิพัฒน์ ในเวลา 08.00-15.00 น. หรือสายด่วนสุขภาพสำนักการแพทย์ กทม.โทร. 1646 ให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง

พิษฝุ่นดญ.9 ขวบเชียงใหม่ป่วย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์ฝุ่นควัน ไฟป่า และคุณภาพอากาศของจ.เชียงใหม่ยังคงมีแนวโน้มรุนแรงอย่างต่อเนื่อง โดยสภาพตัวเมืองถูกปกคลุมด้วยฝุ่นควันหนาทึบทั้งวัน และค่ามลพิษอากาศสูงเกินมาตรฐานตลอดช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน ล่าสุด เพจ Drama-addict โพสต์ภาพและเรื่องราวจากผู้ปกครองชาวเชียงใหม่ที่ลูกสาวอายุ 9 ขวบได้รับผล กระทบจากมลพิษอากาศต่อเนื่องยาวนานอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ จนเลือดกำเดาไหลจำนวนมาก แม้จะพยายามช่วยเหลือตัวเองทุกทางแล้วทั้งใช้เครื่องฟอกอากาศและหลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมนอกอาคาร พร้อมเรียกร้องให้หน่วยงานเกี่ยวข้องแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน

ขณะที่รายงานผลการตรวจวัดคุณภาพอากาศจังหวัดเชียงใหม่ จากสถานีตรวจวัดของกรมควบคุมมลพิษ ในต.ช้างเผือก, ต.ศรีภูมิ, ต.สุเทพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่, ต.ช่างเคิ่ง อ.แม่แจ่ม, ต.เมืองนะ อ.เชียงดาว และ ต.หางดง อ.ฮอด พบค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 เฉลี่ยในรอบ 24 ชั่วโมง เมื่อเวลา 09.00 น. 97 มคก./ลบ.ม., 79 มคก./ลบ.ม., 92 มคก./ลบ.ม., 89 มคก./ลบ.ม., 84 มคก./ลบ.ม. และ 131 มคก./ลบ.ม. ตามลำดับ จากค่ามาตรฐานไม่เกิน 50 มคก./ลบ.ม. ภาพรวมคุณภาพอากาศอยู่ในระดับที่มีผลกระทบต่อสุขภาพ

ด้านเว็บไซต์ Iqair.com ซึ่งรายงานคุณภาพอากาศจากทั่วโลก แจ้งผลการตรวจวัดคุณภาพอากาศและการจัดอันดับเมืองที่มลพิษทั่วโลก เมื่อเวลา 11.00 น. วันนี้ พบว่าจ.เชียงใหม่มีดัชนีคุณภาพอากาศอยู่ที่ 192 US AQI และค่า PM 2.5 วัดค่าได้ 134.3 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งเกินค่ามาตรฐาน และอยู่ในระดับที่มีผลกระทบต่อทุกคน โดยอยู่อันดับ 4 ของเมืองหลักที่มีมลพิษอากาศสูงสุดของโลก สำหรับ 3 อันดับแรก ได้แก่ เมืองลาฮอร์ ประเทศปากีสถาน ดัชนีคุณภาพอากาศ 285 US AQI, นครการาจี ประเทศปากีสถาน 226 US AQI และกรุงเดลี ประเทศอินเดีย 197 US AQI

พิษฝุ่นยกเลิกเที่ยว‘ดอยม่อนแจ่ม’
ส่วนที่ดอยม่อนแจ่ม อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ เต็มไปด้วยฝุ่นควัน ทำให้บรรยากาศเงียบเหงา รีสอร์ต ร้านค้าร้านอาหารแทบไม่มีนักท่องเที่ยว

นายสุรินทร์ นทีไพรวัลย์ ผู้ใหญ่บ้านหนองหอยเก่า ต.แม่แรม อ.แม่ริมกล่าวว่า หมอกควันมีผลต่อการท่องเที่ยว แม้ช่วงนี้จะเริ่มเข้าสู่ฤดูร้อนซึ่งเป็นช่วงโลว์ซีซั่น แต่ปกติยังพอมีนักท่องเที่ยวจองที่พักเข้ามาบ้าง แต่ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมามีนักท่องเที่ยวยกเลิกจองห้องพักไปแล้วหลายราย สาเหตุเพราะอากาศไม่ดี โดยปัญหามลพิษที่เกิดขึ้น ทางชุมชนส่งอาสาสมัครชาวบ้านไปช่วยกันทำแนวกันไฟในพื้นที่เสี่ยงเกิดไฟป่าซ้ำซากเพื่อป้องกันควันพิษมาเพิ่มเติมอีก

สวนสัตว์เชียงใหม่ทำแนวกันไฟ
นายวุฒิชัย ม่วงมัน ผู้อำนวยการสวนสัตว์เชียงใหม่ เผยว่า สวนสัตว์เชียงใหม่จัดทำแนวกันไฟป่าด้านทิศตะวันตก เขตติดต่ออุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย เพื่อป้องกันและลดปัญหาไฟป่าและหมอกควันในพื้นที่ ซึ่งเป็นวิธีการป้องกันไม่ให้ไฟป่าลุกลาม หรือช่วยชะลอการลุกลามได้ในระดับหนึ่ง และในส่วนของการดูแลคุณภาพชีวิตสัตว์ทุกตัวภายในสวนสัตว์เชียงใหม่

พะเยาสำลักฝุ่นพิษต่อเนื่อง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จ.พะเยายังคงปกคลุมด้วยหมอกควัน ทำให้ท้องฟ้าปิดมองแทบไม่เห็นแสงอาทิตย์ และยอดดอยหลวง จากผลการตรวจวัดคุณภาพอากาศในพื้นที่ต.บ้านต๋อม อ.เมือง พะเยา พบฝุ่น PM2.5 มีค่า 106 มคก./ลบ.ม. ส่วนฝุ่นขนาด PM 10 อยู่ที่ 133 มคก./ลบ.ม. อยู่ในเกณฑ์มีผลกระทบต่อสุขภาพ

ทั้งนี้เนื่องจากยังมีการเผาป่าอย่างต่อเนื่องและมีหมอกควันที่มาจากจังหวัดใกล้เคียงอีก ทำให้พื้นที่จ.พะเยาซึ่งเป็นพื้นที่แอ่งกระทะ จึงได้รับผลกระทบโดยตรงจากหมอกควัน ดังกล่าว

ทอ.ส่งฮ.ช่วยดับไฟป่าเหนือ
พล.อ.อ.อลงกรณ์ วัณณรถ ผบ.ทอ. สั่งการให้ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพอากาศ สนับสนุนอากาศยาน และเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติภารกิจการสนับสนุนการแก้ไขปัญหาไฟป่า และบินสำรวจจุดความร้อน และไฟป่าในพื้นที่ 17 จังหวัดบริเวณภาคเหนือของประเทศไทย ในห้วงเดือนมี.ค. ถึงเม.ย. 2566

สำหรับการปฏิบัติภารกิจสนับสนุนการแก้ไขปัญหาไฟป่า ในวันนี้กองทัพอากาศสนับสนุนเครื่องบินฝึกแบบที่ 20 (DA-42) จากหน่วยบิน 4021 บินลาดตระเวนค้นหาพื้นที่เกิดไฟป่าบริเวณภาคเหนือตอนบนและภาคเหนือตอนล่าง รวมทั้งสนับสนุนเครื่องบินลำเลียงแบบที่ 2 ก (BT-67) จากหน่วยบิน 4611 บินโปรยสารควบคุมไฟป่าบริเวณพื้นที่ อ.ฮอด จ.เชียงใหม่ และจะจัดทำชุดวิเคราะห์จุดความร้อนจากภาพถ่ายดาวเทียม พร้อมจัดทำรายงานพื้นที่จุดความร้อนที่มีโอกาสเกิดไฟไหม้ ส่งให้กับศูนย์อำนวยการฯ ภาค 3 และศูนย์อำนวยการฯ จังหวัดต่างๆ ต่อไป

โคราชฝุ่นพิษฟุ้งทั่วเมือง
วันเดียวกัน แอพพลิเคชั่น Air4Thai รายงานดัชนีคุณภาพอากาศว่า ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ คุณภาพอากาศอยู่ในระดับปานกลาง ถึงมีผลกระทบต่อสุขภาพ โดยที่ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครราชสีมา ค่าฝุ่น PM 2.5 วัดได้ 59 มคก./ลบ.ม. สูงเกินค่ามาตรฐาน คุณภาพอากาศอยู่ในเกณฑ์สีส้ม เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ ประชาชนทั่วไปต้องระวังสุขภาพ สาเหตุทำให้เกิดฝุ่นมลพิษทางอากาศมาจากหลายปัจจัย ทั้งจากการลักลอบเผาซากพืชผลทางการเกษตร, ฝุ่นควันพิษจากการคมนาคมขนส่ง โดยเฉพาะในเขตชุมชนเมืองที่มีการใช้รถยนต์ รถจักรยานยนต์จำนวนมาก, ฝุ่นจากการโครงการก่อสร้างต่างๆ, ฝุ่นควันจากการก่อฟืนไฟหุงหาอาหาร, การเผาขยะ, สภาพอากาศปิด, อัคคีไฟ ไฟป่า, การปล่อยฝุ่นควันของโรงงานอุตสาหกรรม สำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 11 นครราชสีมาเฝ้าระวังและตรวจตรากิจกรรมที่ก่อฝุ่นมลพิษอย่างใกล้ชิด

เลยวิกฤตฝุ่นพิษสูงสุดรอบปี
ส่วนที่จ.เลย ผลการตรวจวัดคุณภาพอากาศในพื้นที่ต.กุดป่อง อ.เมือง จ.เลย พบฝุ่นขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) มีค่า 125 มคก./ลบ.ม.สูงสุดในรอบปี ส่วนฝุ่นขนาดไม่เกิน 10 ไมครอน (PM10) มีค่า 165 มคก./ลบ.ม. อยู่ในเกณฑ์มีผลกระทบต่อสุขภาพ จากภาพมุมสูง จะเห็นได้ว่าท้องฟ้าขมุกขมัว ไปทั่วเขตเทศบาลเมืองเลย โดยหลังจากค่า Pm 2.5 พุ่งขึ้นสูงที่สุดในรอบปี ชาวบ้านที่ใช้ชีวิตกลางแจ้ง เริ่มมีอาการระคายเคืองคอ แสบจมูก ขณะที่อยู่นอกบ้านต้องสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา

นายกฯกำชับเข้มแก้ฝุ่น PM 2.5
วันเดียวกัน นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ให้ความสำคัญต่อการแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 ที่เกิดขึ้นทั้งในกรุงเทพฯ และปริมณฑล และพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบทั่วทั้งประเทศ ข้อมูลล่าสุดของศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ กองจัดการคุณภาพอากาศและเสียง กรมควบคุมมลพิษ รายงานผลการคาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็กในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ระหว่างวันที่ 10-16 มี.ค. ระบุว่า วันที่ 10 มี.ค. พื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลอาจมีแนวโน้มฝุ่นละอองขึ้นสูงได้ในบางพื้นที่ โดยหลังวันที่ 11 มี.ค. เป็นต้นไป สถานการณ์ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลมีแนวโน้มที่ดี เนื่องจากลมทางใต้ช่วยพัดพาฝุ่นละอองออกจากพื้นที่ อย่างไรก็ตามช่วงระหว่างวันที่ 14-16 มี.ค. ยังเป็นช่วงที่ควรเฝ้าระวังของพื้นที่ เนื่องจากมีแนวโน้มที่จะได้รับผลกระทบจากฝุ่นละอองข้ามพื้นที่ได้ ขณะที่พื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือมีแนวโน้มฝุ่นละอองขึ้นสูงในพื้นที่ภาคเหนือทั้งตอนบนและล่างระหว่างวันที่ 10-14 มี.ค. ทั้งนี้ เมื่อเข้าสู่ฤดูร้อน สถานการณ์ฝุ่นจะค่อยๆ ลดลง คาดว่าจะยังมีปัญหาอยู่อีก 1-2 สัปดาห์

นายอนุชากล่าวต่อว่า นายกฯ ย้ำให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เพิ่มความเข้มข้นในการแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ตามแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติ “การแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง” ในทุกๆ มาตรการ เน้นแจ้งเตือนแนะนำข้อปฏิบัติตนแก่ประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง หลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง และสวมใส่หน้ากากอนามัย กำหนดสถานที่พักชั่วคราว หรือเซฟตี้โซน ระบบแจ้งเตือนสถานการณ์และบริการสาธารณสุข เข้มงวดตรวจจับรถควันดำ เร่งระบายการจราจรไม่ให้ติดขัด ส่งเสริมการใช้ระบบขนส่งสาธารณะ ตรวจสภาพ/บำรุงรักษายานพาหนะขนส่งสาธารณะ ทำความสะอาดพื้นผิวถนน รวมทั้งควบคุมการเผาในที่โล่ง/พื้นที่เกษตรอย่างเคร่งครัด ตรวจสอบและควบคุมการปล่อยมลพิษจากโรงงาน ป้องกันและลดปริมาณฝุ่นละอองจากการก่อสร้าง ประชาชนที่ต้องดูแลสุขภาพเป็นพิเศษ ทั้งผู้สูงอายุ ผู้ป่วยที่มีโรคทางปอด หัวใจ โรคมะเร็ง โรคเบาหวาน รวมถึงเด็กเล็ก และหญิงตั้งครรภ์ ควรลดระยะเวลาการทำกิจกรรมกลางแจ้ง หรือใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเองหากมีความจำเป็น หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์

ทำฝนหลวงดับไฟป่ากาญจน์
ด้านนายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง รักษาราชการแทนอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กล่าวว่า จากสถานการณ์หมอกควันและไฟป่าที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน เมื่อตรวจสอบจุดความร้อนทั้งประเทศ พบว่าส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ กรมอุทยานฯ จึงพิจารณาและเห็นควรว่าต้องปิดและควบคุมพื้นที่ป่าอนุรักษ์ (อุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เขตห้ามล่าสัตว์ป่า) เพื่อป้องกันภัยพิบัติจากไฟป่าแล้ว 89 แห่ง ซึ่งจะปิดไปจนกว่าสถานการณ์จะเริ่มเข้าสู่สถานการณ์ปกติ จากนั้นจะเริ่มทยอยเปิดป่าอนุรักษ์ตามความเหมาะสม

นายอรรถพลกล่าวอีกว่า ในพื้นที่ภาคเหนือน่าเป็นห่วงเกือบทุกจังหวัด เพราะนอกจากมีจุดความร้อนในไทยแล้ว ประเทศไทยยังได้รับผลกระทบจากหมอกควันข้ามแดนด้วย ส่งผลให้ค่าฝุ่นสูงต่อเนื่อง จากสถิติจุดความร้อนในไทย ส่วนใหญ่พบในพื้นที่จ.กาญจนบุรี มากที่สุด เนื่องจากเป็นป่าเบญจพรรณ ป่าดิบแล้ง เมื่อเกิดไฟป่า ไฟจะคุกรุ่นนาน และเป็นพื้นที่ภูเขาสูง ยากที่จะดับไฟได้ทัน อย่างไรก็ตามตนประสานความร่วมมือกับกรมฝนหลวงและการบินเกษตร เพื่อดำเนินการดับไฟป่าในพื้นที่กลุ่มป่าตะวันตกทั้งหมด โดยทางกรมฝนหลวงฯ จะเริ่มดำเนินการในวันที่ 11 มี.ค. เนื่องจากช่วงวันที่ 11-23 มี.ค. ในพื้นที่มีอากาศชื้นเหมาะกับการทำฝนหลวง ตนสั่งการให้เจ้าหน้าที่เข้มงวดป้องกันการลักลอบเข้าพื้นที่ป่าอนุรักษ์ โดยเฉพาะในกลุ่มผู้เลี้ยงวัวในเขตป่า ซึ่งเป็นอีกสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดไฟป่าในเขตอุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ จ.กาญจนบุรี และให้เจ้าหน้าที่พร้อมเข้าดับไฟทันที

อุตุเตือนพายุฤดูร้อนถล่ม
วันเดียวกัน กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศเตือนฉบับที่ 3 เรื่อง พายุฤดูร้อนบริเวณประเทศไทยตอนบน (มีผลกระทบในช่วงวันที่ 12-14 มี.ค. 2566) ระบุว่า ในช่วงวันที่ 12-14 มี.ค. 2566 บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังปานกลางจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ ประกอบกับคลื่นกระแสลมฝ่ายตะวันตกจะเคลื่อนเข้าปกคลุมภาคเหนือ ในขณะที่ประเทศไทยมีอากาศร้อน ลักษณะเช่นนี้จะทำให้ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพ มหานครและปริมณฑลมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และมีลูกเห็บตกบางพื้นที่ รวมถึงมีฟ้าผ่าเกิดขึ้นได้ จึงขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายดังกล่าวที่อาจจะเกิดขึ้น โดยหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ สิ่งปลูกสร้างและป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง สำหรับเกษตรกรควรเตรียมการป้องกันและระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย

โดยจะมีผลกระทบดังนี้

วันที่ 12 มี.ค. 2566 ภาคเหนือ จ.เชียงราย ลำปาง พะเยา น่าน แพร่ อุตรดิตถ์ พิษณุโลก และเพชรบูรณ์

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จ.เลย หนองคาย บึงกาฬ หนองบัวลำภู และอุดรธานี

วันที่ 13 มี.ค. 2566

ภาคเหนือ จ.แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา น่าน แพร่ อุตรดิตถ์ ตาก สุโขทัย กำแพงเพชร พิจิตร พิษณุโลก และเพชรบูรณ์

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จ.เลย หนองคาย บึงกาฬ หนองบัวลำภู อุดรธานี สกลนคร ชัยภูมิ ขอนแก่น และนครราชสีมา

ภาคกลาง จ.นครสวรรค์ ลพบุรี สระบุรี พระนครศรีอยุธยา รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล

ภาคตะวันออก จ.นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด

วันที่ 14 มี.ค. 2566

ภาคตะวันออก จ.นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน