ลูกชายสิ้นใจสลด ส่วนลูกสาวสาหัส
สลดยิงดับ 2-สาหัส 1 พ่อใช้ปืน.38 ลั่นไกใส่ลูกชายวัย 25 เสียชีวิต แล้วยิงลูกสาววัย 22 อาการโคม่า จากนั้นปืนจ่อฆ่าตัว เหตุเกิดในร้านขายข้าวสารย่านสวนผัก สอบพบผัวเมียมีปัญหาระหองระแหง คาดอาจวางแผนมาก่อน เพราะพฤติกรรมผู้ก่อเหตุ มีทั้งไปกราบลาแม่ โพสต์จ.ม.บริจาคร่างกาย เชื่อคิดลงมือกับเมียด้วย แต่โชคดีออกไปทำธุระนอกร้านพอดี
เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 13 มี.ค. ร.ต.อ.บัญญัติ ชนะสิทธิ์ รอง สว.(สอบสวน) สน.ตลิ่งชัน รับแจ้งเหตุยิงกันตายภายในร้านขายข้าวสารไม่มีชื่อ ด้านหน้าตลาดนัดใหม่กรุงนนท์ ถนนสวนผักปากซอย 21 แขวงและเขตตลิ่งชัน กทม. จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบแล้วไปตรวจสอบพร้อม พ.ต.อ.กุลเชษฐ์ บางพราน รอง ผบก.น.7 เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน แพทย์นิติเวช ร.พ.ศิริราช และหน่วยกู้ภัยมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง
ที่เกิดเหตุเป็นเต็นท์ร้านค้าบริเวณด้านหน้าตลาด จากการตรวจสอบด้านใน ซึ่งเป็นร้านขายข้าวสาร พบศพนายชัยวัฒน์ ประเมินชัย อายุ 52 ปี มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด .38 ที่ขมับขวา 1 นัด บริเวณปลายเท้าพบอาวุธปืนขนาด .38 ตกอยู่ 1 กระบอก ใกล้กันพบศพนายจิรเมธ ประเมินชัย อายุ 25 ปี บุตรชาย ถูกยิงที่ศีรษะด้านหลัง 1 นัด นอกจากนี้ยังพบน.ส.จิรนันท์ ประเมินชัย อายุ 22 ปี บุตรสาวและน้องสาวของผู้เสียชีวิต ถูกยิงที่ศีรษะด้านบนทะลุออกท้ายทอย 1 นัด ได้รับบาดเจ็บสาหัส มีพลเมืองดีนำร่างส่ง ร.พ.ศิริราช ไปก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่จึงรวบรวมรายละเอียดที่พบทั้งหมดไว้เป็นหลักฐาน

ยิงลูกฆ่าตัว – ตำรวจสน.ตลิ่งชัน ตรวจสอบเหตุนายชัยวัฒน์ ประเมินชัย เจ้าของร้านขายข้าวสาร หน้าตลาดนัดใหม่กรุงนนท์ ถนนสวนผัก ซอย 21 ยิงลูกชายตายคาที่และลูกสาวสาหัส ก่อนฆ่าตัวตายสาเหตุจากปัญหาครอบครัว เมื่อวันที่ 13 มี.ค.
จากการสอบสวนนายไกรสร นามวัฒน์ อายุ 44 ปี ญาติของผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต ให้การว่า ตนเป็นหลานชายของนางปราณี ประเมินชัย อายุ 48 ปี เจ้าของร้าน ซึ่งเป็นภรรยาของนายชัยวัฒน์คนก่อเหตุ และเป็นแม่ของนายจิรเมธและน.ส.จิรนันท์ โดยก่อนเกิดเหตุนางปราณีและนายชัยวัฒน์ สองสามีภรรยาคู่นี้ มีเรื่องระหองระแหงกันมานานแล้ว สาเหตุเกิดจากฝ่ายชายมักชอบกินดื่มสังสรรค์และไม่ดูแลครอบครัว ไม่ช่วยดูแลกิจการ อีกทั้งฝ่ายชายยังมีปัญหาลงไม้ลงมือกับภรรยา ทำให้ทั้งคู่เลิกราและห่างเหินกันไปสักระยะ กระทั่งเมื่อไม่นานมานี้ทราบข่าวว่าทั้งคู่กลับมาคืนดีกัน เชื่อว่าน่าจะมีปากเสียงหรือปัญหาบางประการที่ทำให้เกิดทะเลาะเบาะแว้งกันอีก แต่ตนก็ไม่ทราบว่าเกิดจากสาเหตุใดทำให้นายชัยวัฒน์ถึงกับต้องยิงลูกชายและลูกสาวก่อนจบชีวิตตัวเองหนีความผิด
ด้านกลุ่มผู้ค้าขายของบริเวณใกล้เคียงกับร้านขายข้าวสารที่เกิดเหตุ ให้ข้อมูลว่า ในช่วงต้นเดือนที่ผ่านมาทราบว่านายชัยวัฒน์เดินทางกลับภูมิลำเนาที่จ.สุรินทร์ เพื่อกราบแม่ คล้ายจะเป็นการสั่งลาและวางแผนมาก่อน เคราะห์ดีที่ขณะเกิดเหตุมีเพียง นายจิรเมธ และ น.ส.จิรนันท์ อยู่ภายในร้านเท่านั้น ส่วนนางปราณี ออกไปทำธุระด้านนอก จึงรอดชีวิตไปได้หวุดหวิด โดยสันนิษฐานกันว่าก่อนที่ นายชัยวัฒน์จะเดินทางมาที่ร้านเพื่อลงมือ น่าจะวางแผนเพื่อยิงภรรยาและลูกตัวเอง ก่อนฆ่าตัวตาย เพื่อจบปัญหาภายในครอบครัว ทว่าพอเดินทางมาถึงกลับพบแค่ลูก 2 คน เมื่อถามหาแม่กับลูกๆ ทั้ง 2 คนว่าไปไหนก็ไม่ได้รับคำตอบ เนื่องจากลูกๆ คงไม่ได้อยากให้ทั้งคู่พบกัน เป็นเหตุให้นายชัยวัฒน์เกิดบันดาลโทสะ ชักอาวุธปืนยิงลูกๆ ก่อนหันปากกระบอกปืนยิงขมับตัวเองเพื่อหนีความผิด
ทั้งนี้ในเฟซบุ๊ก ‘กรกฏ ค้าข้าว’ ของ นายชัยวัฒน์ผู้ตาย ได้โพสต์ภาพในเฟซบุ๊กช่วงเวลาใกล้เคียงกับขณะเกิดเหตุ เป็นรูปครอบครัวและภรรยากว่า 80 รูป พร้อมเขียนข้อความระบุว่า “จะจดจำไว้ตลอดกาล ว่าเคยมีเธออยู่ข้างๆ” พร้อมอีโมจิ ร้องไห้ 3 อัน โดยก่อนเกิดเหตุ 1-2 วัน นายชัยวัฒน์ได้โพสต์ข้อความว่า “ไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน้ำตาใช่มั้ย” อีกทั้งยังโพสต์ภาพจดหมาย ที่เขียนด้วยลายมือว่า “ถึงทุกๆ คน ทุกๆหน่วยงาน ผมขอมอบอำนาจแบบไม่ติดแสตมป์ ผมมีสติดี หากร่างของข้าพเจ้าได้รับความ เสียหายเกิน 60% ข้าพเจ้ายินดีขอมอบร่างกายทุกส่วน มอบหรือบริจาคให้องค์กร หรือหน่วยงานใดก็ตามที่เกี่ยวข้อง เพื่อช่วยเหลือ ผู้อื่น ข้าพเจ้าขออุทิศร่างกายนี้ เพื่อสังคมต่อไป ด้วยความเคารพ ก่อนลงนามและชื่อท้ายจดหมาย” อีกด้วย
ขณะที่พ.ต.อ.มนต์ชัย อรุณส่องแสงดี ผกก.สน.ตลิ่งชัน สั่งการให้ฝ่ายสืบสวนติดตามไปสอบถามความคืบหน้าอาการของน.ส.จิรนันท์ ที่ร.พ.ศิริราช แล้ว พบว่าอาการยังสาหัส โดยมีนางปราณีผู้เป็นแม่ เฝ้าดูอาการของบุตรสาวอยู่ไม่ห่าง หลังจากนี้เมื่อนางปราณีตั้งสติได้และพร้อมให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว ก็จะเชิญตัวมาที่ สน.ตลิ่งชัน เพื่อสอบถามสาเหตุที่แท้จริงของเรื่องที่เกิดขึ้นต่อไป