รง.ไฟฟ้าหวั่นพิษ ‘ซีเซียม’อันตราย

‘ซีเซียม-137’ สูญหายไร้ร่องรอย ผวจ.ปราจีนฯ ตั้งวอร์รูมพร้อมรับมือ‘กัมมันตรังสี’ รั่วไหล เผยเป็นอุปกรณ์วัดระดับขี้เถ้าโรงไฟฟ้าพลังงานไอน้ำใช้งานมาเกือบ 30 ปี จนกระบอกบรรจุสนิมกินร่วงจากปล่องควันตั้งแต่ปลายก.พ.ก่อนหายสาบสูญ รง.ไฟฟ้าเพิ่งรู้ตัวเมื่อวันที่ 10 มี.ค.ที่ผ่านมา สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติระดมจนท.ใช้เครื่องวัดรังสีตรวจร้านขายของเก่า-รับซื้อ เศษโลหะทั่วอำเภอยังไม่พบ เตือนประชาชนอันตรายห้ามเข้าใกล้ ตั้งรางวัลคนแจ้งเบาะแส 5 หมื่นบาท

เมื่อวันที่ 14 มี.ค. นพ.กิติพงษ์ พนมยงค์ นายแพทย์เชี่ยวชาญ ด้านเวชกรรม สาขาเวชกรรมทั่วไป หัวหน้ากลุ่มศูนย์การแพทย์เฉพาะทางด้านอาชีวเวชศาสตร์และเวชศาสตร์สิ่งแวดล้อม ร.พ.นพรัตนราชธานี กรมการแพทย์ กล่าวถึงกรณีท่อบรรจุสารซีเซียม-137 จากโรงไฟฟ้าพลังงานไอน้ำ อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี หายปริศนาว่า สารซีเซียม-137 จะปล่อยรังสีเบตาและแกมมา ส่งผลกระทบอันตรายต่อสุขภาพ ขึ้นอยู่กับปริมาณรังสีและระยะเวลาที่ได้รับ

เบื้องต้นหากท่อบรรจุสารยังอยู่ในสภาพเดิม ไม่ถูกชำแหละ ปริมาณการปล่อยรังสี จะน้อยมาก แต่หากได้รับเป็นระยะเวลานาน ก็มีอันตรายเช่นกัน ถ้าหากท่อบรรจุสารถูกชำแหละ ยิ่งน่ากังวลว่าจะทำให้สารนั้นถูกปล่อยออกมามากขึ้น เนื่องจากมีลักษณะ เป็นผงอาจจะทำให้มีการสูดดม หรือสัมผัสโดยตรง และเป็นอันตรายมากขึ้น เช่น หากเอามือไปจับ อาจจะทำให้ผิวหนังไหม้หรือ สูญเสียอวัยวะบริเวณนั้น นอกจากนี้ยังส่งผลต่อระบบเลือด โดยเฉพาะเม็ดเลือดขาว แต่ จากการเฝ้าระวังด้านสาธารณสุขในพื้นที่รอบ 4 วัน ยังไม่พบว่ามีผู้ที่เข้ามารับการรักษาในอาการที่เข้าได้กับการได้รับสารซีเซียม-137

“ขอแนะนำประชาชนว่า หากเกิดอาการที่ไม่รู้สาเหตุ เช่น แผลคล้ายไฟไหม้ ดำคล้ำที่ไม่ได้เกิดจากปัญหาน้ำร้อนลวก ไฟไหม้ หรือไฟฟ้าชอร์ต ไม่แน่ใจในสาเหตุที่เกิดขึ้น ก็สามารถโทร.มาปรึกษาหรือเข้ามารับการรักษาที่โรงพยาบาลได้” นพ.กิติพงษ์กล่าว

นพ.กิติพงษ์กล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้ทีมค้นหายังหาไม่เจอสารซีเซียม-137 แม้จะมีการจัดตั้งทีมค้นหาตรวจวัดปริมาณรังสีตามร้านรับซื้อของเก่าในหลายๆ จุดไปแล้ว ไม่แน่ใจว่าผู้ที่นำออกไปมีการนำไปทิ้งที่ไหนหรือไม่ หากประชาชนเจอวัตถุต้องสงสัย โดยเฉพาะชนิดที่เป็นโลหะ มีสัญลักษณ์รูปใบพัด มี คำเตือนภาษาอังกฤษ Dangerous หรือคำว่า Radioactive และอื่นๆ ขอให้อยู่ให้ห่างและแจ้งเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบ หากบังเอิญสัมผัสโดยไม่รู้ตัว ขอให้ถอดเสื้อผ้าชำระร่างกาย นำเสื้อผ้าชุดนั้นใส่ถุงมัดปากไว้ในที่ปลอดภัยห่างไกล แจ้งเจ้าหน้าที่ตรวจสอบปริมาณรังสี เพื่อนำไปทำลายต่อไป

ต่อมาเวลา 15.00 น. นายรณรงค์ นครจินดา ผวจ.ปราจีนบุรี พร้อมด้วยนายเพิ่มสุข สัจจาภิวัฒน์ เลขาธิการสำนักงานปรมาณู เพื่อสันติ (ปส.) แถลงข่าวที่ศาลากลางจังหวัดปราจีนบุรี ถึงกรณีดังกล่าว โดยที่เกิดเหตุนั้นอยู่ในบริษัท เนชั่นแนล เพาเวอร์ แพลนท์ 5 เอ จำกัด ตั้งอยู่เลขที่ 1 หมู่ 2 ถนน ทางหลวง 3079 ต.ท่าตูม อ.ศรีมหาโพธิ ประกอบธุรกิจประเภท ไฟฟ้า ก๊าซ ไอน้ำ และระบบการปรับอากาศ โดยให้บริการด้านการจ่ายไฟฟ้า ติดตั้งวัสดุกัมมันตรังสีซีเซียม 137 (Cesium -137, Cs-137) จำนวน 1 ชิ้น ห่อหุ้มด้วย ท่อเหล็กกลม ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 5 นิ้ว ความยาว 8 นิ้ว น้ำหนัก 25 กิโลกรัม ใช้เป็นเครื่องมือวัดระดับของขี้เถ้าในไซโลของ โรงไฟฟ้า ติดตั้งใช้งานเมื่อปี 2538

โดยเมื่อวันที่ 11 มี.ค.ที่ผ่านมา สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดปราจีนบุรี รับแจ้งจากศูนย์อำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยว่า วัสดุกัมมันตรังสี ได้สูญหายจากบริษัท เนชั่นแนล เพาเวอร์ แพลนท์ 5 เอ จำกัด จากการรวบรวมข้อมูล ได้ความว่า มีวัสดุกัมมันตรังสีสูญหาย ประมาณวันที่ 23 ก.พ. บริษัทสอบถามพนักงานขับรถที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ ทราบว่า ได้ยินเสียงดังมากเหมือนว่ามีโลหะตกลงพื้นและไม่คิดว่าเป็นวัตถุอันตราย ซึ่งวัสดุกัมมันตรังสีซีเซียม-137 ติดตั้งอยู่บนถังไซโลเก็บขี้เถ้า โดยมีความสูงจากพื้นดินประมาณ 16-17 เมตร คาดว่าวัสดุกัมมันตรังสีจะตกอยู่ในพื้นที่ 200 ตารางเมตร จากจุดที่มีการติดตั้งวัสดุกัมมันตรังสี

วัสดุกัมมันตรังสีดังกล่าวมีลักษณะเป็นแท่งทรงกระบอกมีตะกั่วปกป้องอยู่ชั้นใน และห่อหุ้ม ด้วยเหล็กขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 5 นิ้ว ความยาว 8 นิ้ว น้ำหนัก 25 กิโลกรัม และมีป้ายติดรายละเอียดแสดงข้อมูลของ วัสดุกัมมันตรังสี และมีสัญลักษณ์ทางรังสีขนาดเล็กติดอยู่ โดยวัสดุกัมมันตรังสีผ่านการใช้งานมาแล้วประมาณ 28 ปี หลังจากพบว่าสูญหายบริษัทจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการภาวะ ฉุกเฉินภายในโรงงาน และจัดเจ้าหน้าที่ ปฏิบัติงาน 50 คน โดยมีสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติให้การสนับสนุนการปฏิบัติ เพื่อดำเนินการค้นหาวัสดุกัมมันตรังสีซีเซียม-137 ที่สูญหาย ในพื้นที่โรงงานทั้งหมด

รังสีอันตราย – จนท.สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติเข้าตรวจสอบโรงงานผลิตไฟฟ้าในต.ท่าตูม อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี หลังกล่องสารซีเซียม 137 หายไป หวั่นสารกัมมันตรังสีแพร่กระจายเป็นอันตราย ต่อสิ่งมีชีวิต เมื่อวันที่ 14 มี.ค.

จาการตรวจสอบไม่พบวัสดุกัมมันตภาพ รังสีที่สูญหายภายในโรงงาน ซึ่งสามารถสรุปได้ว่า อาจมีการนำวัสดุกัมมันตภาพรังสี ออกนอกโรงงานไปแล้ว เจ้าหน้าที่จาก อำเภอศรีมหาโพธิ สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ และบริษัทออกค้นหาและตรวจสอบโดย ใช้เครื่องมือวัดทางรังสีในพื้นที่ อ.ศรีมหาโพธิ โดยเฉพาะพื้นที่เสี่ยง เช่น ร้านขายของเก่า ร้านรับซื้อเศษโลหะมือสอง เป็นต้น ซึ่งวัสดุกัมมันตรังสีซีเซียม-137 ที่สูญหาย เป็นวัสดุกัมมันตรังสีที่มีตะกั่วปกป้องอยู่ชั้นในและ ห่อหุ้มด้วยเหล็กโดยวัสดุกัมมันตรังสีจะอยู่ ในชั้นในสุด หากวัสดุกัมมันตรังสียังอยู่ในสภาพเดิมจะไม่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนและสิ่งแวดล้อม

กรณีวัสดุกัมมันตรังสีซีเซียม-137 ที่สูญหาย มีการถอดประกอบหรือชำแหละเครื่องกำบังที่ห่อหุ้มจนทำให้วัสดุกัมมันตรังสีมีลักษณะเปลือยเปล่า จะมีรัศมีการแผ่รังสีออกจากวัสดุกัมมันตรังสีประมาณไม่เกิน 1-2 เมตร หากมีการสัมผัสวัสดุกัมมันตรังสีโดยตรง จะทำให้ผู้สัมผัสเกิดผื่นแดง หรือ เป็นแผลไหม้บริเวณที่สัมผัสวัสดุกัมมันตรังสี จากการประเมินสถานการณ์ ณ ปัจจุบัน ยังไม่มีข้อบ่งชี้ว่าวัสดุกัมมันตรังสีซีเซียม-137 ที่สูญหายหลุดออกจากเครื่องกำบัง ดังนั้น จะไม่ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของประชาชนและสิ่งแวดล้อม

นายรณรงค์มอบหมายให้หน่วยงานราชการ/บริษัท ดำเนินการเตรียมความพร้อมในการรับมือกรณีวัสดุกัมมันตรังสีซีเซียม-137 สูญหาย ให้กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดปราจีนบุรี ดำเนินการยกระดับภัย จากภัยระดับ 1 เป็นระดับ 2 ตามแผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดปราจีนบุรี โดยจัดตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์แก้ไขปัญหาวัสดุกัมมันตรังสีซีเซียม-137 จังหวัดปราจีนบุรี เพื่อเป็นศูนย์ประสานการปฏิบัติในการแก้ไขปัญหาวัสดุกัมมันตรังสีดังกล่าว และให้สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดปราจีนบุรี จัดเจ้าหน้าที่ดูแลความปลอดภัยของพนักงานในโรงงาน ที่อาจได้รับอันตรายจากวัสดุกัมมันตรังสี ดูแลการจ้างงานในกรณีมีการหยุดการทำงาน ตลอดจนสิทธิสวัสดิการของพนักงานในระหว่างที่หยุดการทำงาน ในระหว่างตรวจหาและแก้ไขปัญหาวัสดุกัมมันตรังสีสูญหาย

ประกอบกับให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดปราจีนบุรีประสานโรงพยาบาลเตรียมความพร้อมในการบำบัดรักษาผู้ป่วย ที่อาจได้รับผลกระทบจากวัสดุกัมมันตรังสีซีเซียม-137 สูญหายและเน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ใน อ.ศรีมหาโพธิ ตรวจค้นหาวัตถุดังกล่าว ในสถานประกอบการร้านค้าของเก่า และ ประเภทอื่นๆในพื้นที่

ทั้งนี้หากท่านใดพบเห็นวัตถุดังกล่าว ดังในรูปโปรดแจ้งกลับมาที่คุณอารีย์ จักษ์ตรีมงคล ฝ่ายชุมชนสัมพันธ์ บริษัท เนชั่นแนล เพาเวอร์ แพลนท์ 5 เอ จำกัด โทร. 08-5835-0190 (ตลอด 24 ชั่วโมง) สำหรับผู้ที่ชี้เบาะแสจนสามารถนำวัสดุกัมมันตรังสีที่สูญหาย กลับมาได้จะได้รับเงินรางวัล 50,000 บาท

รายงานข่าวแจ้งว่า ข้อมูลทางวิชาการ ซีเซียม-137 (Cs-137) เป็นไอโซโทปกัมมันตรังสีของธาตุซีเซียม เป็นผลผลิต ฟิสชั่นที่เกิดจากปฏิกิริยานิวเคลียร์ฟิสชั่น ซีเซียม-137 มีครึ่งชีวิต 30.17 ปี ประมาณ 95% สลายตัวโดยการปลดปล่อยรังสีบีต้าแล้วกลายเป็นแบเรียม-137m (barium-137m) เป็นไอโซโทปกึ่งเสถียร (metastable) หรือ ไอโซเมอร์ของแบเรียม-137 (137mBa, Ba-137m) ส่วนอีก 5% สลายตัวไปเป็นไอโซโทปเสถียรโดยตรง แบเรียม-137m (Ba-137m) สลายตัวให้รังสีแกมมา โดยมีครึ่งชีวิต 2.55 นาที ซีเซียม-137 ปริมาณ 1 กรัม มีกัมมันตภาพรังสี 3.215 เทราเบคเคอเรล (terabecquerel, TBq) โฟตอนจากไอโซโทปรังสีแบเรียม-137m มีพลังงาน 662 keV

สามารถใช้ประโยชน์ในการฉายรังสีอาหาร (food irradiation) ใช้ในด้านรังสีรักษา (radiotherapy) สำหรับผู้ป่วยมะเร็ง มีการใช้ซีเซียม-137 สำหรับการถ่ายภาพด้วยรังสีทางอุตสาหกรรมไม่มากนัก เนื่องจากเป็นวัสดุที่ ไวต่อการเกิดปฏิกิริยาเคมี เกลือของซีเซียม ละลายน้ำได้ดีทำให้ควบคุมความปลอดภัย ได้ยาก จึงมีการใช้โคบอลต์-60 (Cobalt-60) ในงานด้านการถ่ายภาพด้วยรังสีมากกว่า นอกจากจะเป็นโลหะที่ไวต่อปฏิกิริยาน้อยกว่าแล้ว ยังให้รังสีแกมมาพลังงานสูงกว่าการนำมา ใช้งาน เราจะพบซีเซียม-137 ได้ในอุปกรณ์วัดความชื้น เครื่องวัดอัตราการไหลหรืออุปกรณ์ตรวจวัดชนิดอื่นที่ใช้หลักการทำงานคล้ายกัน

ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัด สธ. สั่งการให้กองสาธารณสุขฉุกเฉิน เตรียมความพร้อมรับสถานการณ์ รวบรวมรายชื่อผู้เชี่ยวชาญด้านกัมมันตรังสี อาทิ นายแพทย์เชี่ยวชาญ สถาบันอาชีวเวชศาสตร์และเวชศาสตร์สิ่งแวดล้อม ร.พ.นพรัตนราชธานี, ผู้เชี่ยวชาญด้านการคำนวณปริมาณรังสีจากแหล่งกำเนิดรังสีภายในร่างกาย การป้องกันอันตรายจากรังสี และรังสีกับสุขภาพ คณะแพทยศาสตร์ ร.พ.รามาธิบดี และผู้เชี่ยวชาญด้านวัตถุอันตราย จากกรมโรงงานอุตสาหกรรม เป็นต้น รวมทั้งเตรียมประสาน ร.พ.นพรัตนราชธานี และ ร.พ.รามาธิบดี กรณีรับส่งต่อผู้ที่ได้รับผลกระทบจากรังสี

“ได้ให้ สสจ.ปราจีนบุรีให้ความรู้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยง เฝ้าระวังผลกระทบด้านสุขภาพที่อาจเกิดขึ้นกับประชาชนและสิ่งแวดล้อมอย่างใกล้ชิด พร้อมเตรียมสถานพยาบาลในพื้นที่เพื่อรองรับผู้ป่วยที่อาจได้รับผลกระทบด้วย” นพ.โอภาสกล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน