เมื่อวันที่ 18 มี.ค. ศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ รายงานการติดตามตรวจสอบคุณภาพอากาศในเวลา 07.00 น.ว่า ภาพรวมปริมาณ PM 2.5 ในประเทศพบเกินค่ามาตรฐานในกรุงเทพฯ จ.น่าน จ.แม่ฮ่องสอน จ.เชียงใหม่ จ.แพร่ จ.อุตรดิตถ์ จ.สุโขทัย จ.พิษณุโลก จ.ตาก จ.กำแพงเพชร จ.เพชรบูรณ์ จ.บึงกาฬ จ.หนองคาย จ.เลย จ.อุดรธานี จ.นครพนม จ.หนองบัวลำภู จ.กาฬสินธุ์ จ.ร้อยเอ็ด จ.ชัยภูมิ จ.อุบลราชธานี จ.ศรีสะเกษ จ.นครราชสีมา และ จ.บุรีรัมย์
กรุงเทพฯ และปริมณฑล โดยสถานีตรวจวัดของ คพ. ร่วมกับ กทม. เกินค่ามาตรฐาน 1 พื้นที่ ตรวจวัดได้ 18-63 มคก./ลบ.ม. ภาคเหนือ เกินค่ามาตรฐาน 13 พื้นที่ ตรวจวัดได้ 32-81 มคก./ลบ.ม. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เกินค่ามาตรฐานเป็นส่วนใหญ่ ตรวจวัดได้ 47-105 มคก./ลบ.ม. ภาคกลางและตะวันตก ภาพรวมอยู่ในเกณฑ์ดี ตรวจวัดได้ 17-42 มคก./ลบ.ม. ภาคตะวันออก ภาพรวมอยู่ในเกณฑ์ดีมาก ตรวจวัดได้ 15-35 มคก./ลบ.ม. ภาคใต้ ภาพรวมอยู่ในเกณฑ์ดีมาก ตรวจวัดได้ 10-23 มคก./ลบ.ม.
กองจัดการคุณภาพอากาศและเสียง กรมควบคุมมลพิษ คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็กในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล โดยในวันที่ 19 มี.ค. เป็นต้นไปสถานการณ์มีแนวโน้มที่ดีขึ้นเป็นลำดับ เนื่องจากลมทางใต้ช่วยพัดพาฝุ่นละอองออกจากพื้นที่ สำหรับพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือมีแนวโน้มที่ควรเฝ้าระวังในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่างในวันที่ 19 มี.ค. 66
ส่วนผลการตรวจวัดคุณภาพอากาศ ของกรมควบคุมมลพิษ พบว่าในพื้นที่ต.ในเมือง อ.เมืองขอนแก่น พบปริมาณฝุ่นละออง ขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน มีค่า 63 มคก./ลบ.ม. อยู่ในเกณฑ์เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ ส่วนค่าดัชนีคุณภาพอากาศ หรือ AQI วัดได้ 133 ทำให้ประชาชนทั่วไปควรเฝ้าระวังสุขภาพ ถ้ามีอาการเบื้องต้น เช่น ไอ หายใจลำบาก ระคายเคืองตา ควรลดระยะเวลาการทำกิจกรรมกลางแจ้ง หรือใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเองหากมีความจำเป็น กลุ่มเสี่ยงประชาชน กลุ่มเสี่ยงเด็ก คนชรา หญิงมีครรภ์ และผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัวในกลุ่มโรคทางเดินหายใจ และโรคหัวใจและหลอดเลือด ควรลดระยะเวลาการทำกิจกรรมกลางแจ้ง หรือใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเอง หากมีความจำเป็น ถ้ามีอาการทางสุขภาพ เช่น ไอ หายใจลำบาก ตาอักเสบ แน่นหน้าอก ปวดศีรษะ หัวใจเต้นไม่เป็นปกติ คลื่นไส้ อ่อนเพลีย ควรปรึกษาแพทย์