กรณีเครื่องมือชนิดสารกัมมันตรังสีซีเซียม 137 (Cesium -137, Cs -137) ห่อหุ้มด้วยท่อเหล็กกลม ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 5 นิ้ว ความยาว 8 นิ้ว น้ำหนัก 25 กิโลกรัม ที่ใช้เป็นเครื่องมือวัดระดับของขี้เถ้าในไซโลของโรงไฟฟ้าบริษัทเนชั่นแนล เพาเวอร์ แพลนท์ 5 เอ จำกัด ในพื้นที่อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี หายไป ตั้งแต่ช่วงต้นเดือนมี.ค. โดยบริษัทตั้งรางวัล 1 แสนบาท หากพบเบาะแสสามารถนำมาคืนได้นั้น

ล่าสุดเมื่อวัน 19 มี.ค. สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ พร้อมด้วยอุตสาหกรรมจังหวัดปราจีนบุรี ปภ.กรมการปกครอง ออกตรวจการปฏิบัติการในเขตอุตสาหกรรมกบินทร์บุรี ตรวจ โรงหลอม 2 โรงงาน ซึ่งเป็นโรงงานหลอมเหล็กที่ใหญ่ที่สุด มีเตาหลอม 8 เตา

ในแต่ละวันจะมีรถบรรทุกเศษเหล็กและเหล็กที่หลอมแล้วเข้าออกจำนวนมาก คาดว่าอาจจะเป็นจุดที่สารกัมมันตรังสีซีเซียม 137 ถูกขายเป็นของเก่าอาจปนมากับเหล็กที่จะเข้ามาได้ จนท.จึงใช้เครื่องมือวัดสแกนอย่างละเอียด แต่ไม่ยืนยันว่าเป็นสารกัมมันตรังสีซีเซียม 137 หรือไม่ เพราะกองเศษเหล็กมีจำนวนมากยากแก่การนำเครื่องตรวจวัดเข้าถึงได้ อย่างไรก็ตามสารกัมมันตรังสีซีเซียม 137 หากมีสารออกมาจะเป็นฝุ่นสีส้มฟุ้งกระจายอยู่ในอากาศ ถ้ามีการปนเปื้อนลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ จะเป็นอันตรายต่อผู้ที่สัมผัสน้ำ หรือนำน้ำไปใช้อุปโภคบริโภค ก่อนที่อาการจะแสดงออกแบบตายผ่อนส่ง

ยังไม่เจอ – จนท.สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ นำเครื่องตรวจจับสารกัมมันตรังสี ตรวจวัดสารซีเซียม 137 ที่หายไปจากโรงไฟฟ้า ที่โรงงานหลอมเหล็กขนาดใหญ่ 2 แห่ง ใน จ.ปราจีนบุรี แต่ยังไร้ร่องรอย เมื่อวันที่ 19 มี.ค.

นอกจากนี้ได้ออกตรวจในพื้นที่ อ.ศรีมหาโพธิ อีก 2 โรงงาน คือ บริษัท ที.เอส.บี.เหล็กกล้า จำกัด 502 พื้นที่ ม.9 ต.หนองโพรง และบริษัท สิงห์ไทย สตีล จำกัด 122 ต.หัวหว้า จากการตรวจสอบยังไม่พบเบาะแสว่าจะพบห่อหุ้มสารกัมมันตรังสีซีเซียม 137 แต่อย่างใด

ล่าสุดนายรณรงค์ นครจินดา ผวจ.ปราจีนบุรี สั่งปิดโรงหลอมเหล็ก ต.หาดนางแก้ว อ.กบินทร์บุรี หลังสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติได้ตรวจเช็กอย่างละเอียดและยืนยันว่า สารที่ตรวจพบในโรงงานดังกล่าวคือ วัสดุกัมมมันตรังสีซีเซียม 137 พร้อมกันพื้นที่ไม่ให้พนักงานทั้งหมดออกจากโรงงานเพื่อความปลอดภัย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน