ไลฟ์ขายฉ้อโกง-เงินหมุน300ล. แม่ร่ำไห้ยันลูกใช้หนี้คืนทุกคน
ตำรวจปคบ.บุกจับ ‘นารา เครปกะเทย’ เน็ตไอดอลดัง คาบ้านแฟนหนุ่มที่บางปะอิน หลังกลุ่มผู้เสียหายแจ้งความจับไลฟ์สดขาย ‘กล่องสุ่ม’ จ่ายเงินแล้วแต่ ไม่ได้สินค้าตามที่กล่าวอ้าง โดนดำเนินคดี 4 ข้อหาฉ้อโกง สอบพบเงินหมุนเวียนในบัญชีกว่า 300 ล้านบาท เจ้าตัวปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ขณะที่แม่ร่ำไห้รุดเยี่ยม ยันลูกไม่คิดหนี ทุกวันนี้ทำงานหนัก ไลฟ์สดแทบไม่ได้นอน เพื่อหาเงินใช้หนี้ทุกคน ไม่ได้มีเจตนาหลอกลวง
เมื่อวันที่ 21 มี.ค. พล.ต.ต.อนันต์ นานาสมบัติ ผบก.กองบังคับการปราบปรามการ กระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (ปคบ.) สั่งการพ.ต.อ.อนุวัฒน์ รักษ์เจริญ รองผบก.ปคบ. พ.ต.อ.ไกรวิศท์ แสนทวีสุข ผกก.1 ปคบ. พ.ต.ท.เอก มหาสวัสดิ์ รองผกก.1 ปคบ. นำกำลังเจ้าหน้าที่กก.1 ปคบ. ตรวจค้นเป้าหมาย 3 จุดในจ.พระนครศรีอยุธยา และ จ.ลพบุรี พร้อมจับกุมนายอนิวัต ประทุมถิ่น หรือ “นารา เครปกะเทย” อายุ 24 ปี เน็ตไอดอลชื่อดัง ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ข้อหาโฆษณาหรือสนับสนุนให้มีการ กระทำผิดกฎหมาย, ฉ้อโกงประชาชน, ทุจริตหรือหลอกลวงโดยการนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จ, และกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน
โดยเจ้าหน้าที่จับกุมตัวได้ที่บ้านเลขที่ 15 หมู่ 11 ต.บ้านกรด อ.บางปะอิน จ.พระนคร ศรีอยุธยา เป็นบ้านแฟนหนุ่มของนาย อนิวัต พร้อมตรวจยึดโทรศัพท์มือถือ 4 เครื่อง ไอแพด 1 เครื่อง และสมุดบัญชีเงินฝากธนาคาร 6 เล่ม ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ เข้าตรวจค้นอาคารพาณิชย์เลขที่ 77/3 ต.บ้านกรด อ.บางปะอิน เป็นสถานที่เก็บสินค้าและไลฟ์สดขายกล่องสุ่ม ยึดกล่องสินค้าจำนวนมาก

กล่องสุ่มดัง – ตำรวจปคบ.บุกจับนายอนิวัต ประทุมถิ่น หรือ ‘นารา เครปกะเทย’ เน็ตไอดอลชื่อดัง ได้ที่บ้านของแฟนหนุ่มในอ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา คุมตัวดำเนินคดีเบื้องต้น 4 ข้อหา ฉ้อโกงขายกล่องสุ่ม เมื่อวันที่ 21 มี.ค.
สำหรับการจับกุมดังกล่าว สืบเนื่องจากมี ผู้เสียหายจำนวนมากเข้าร้องเรียนพนักงานสอบสวนกก.1 ปคบ. ว่านายอนิวัต หรือนารา เครปกะเทย เน็ตไอดอลชื่อดัง ไลฟ์สดหลอกขายกล่องสุ่ม โดยอ้างว่าหากซื้อกล่องสุ่มในราคา 10,000 บาท จะได้รับทองคำหนัก 2 สลึง และเงิน 6,000 บาท แต่ถ้าซื้อกล่องสุ่มราคา 50,000 บาท จะได้รับทองคำหนัก 3 บาท เงินสด 20,000 บาท ถ้าลงทุน 100,000 บาท จะได้รับทองคำหนัก 5 บาท และเงินสด 50,000 บาท แต่เมื่อผู้เสียหายโอนเงินซื้อกล่องสุ่มไปให้ นายอนิวัตกลับไม่จัดส่งกล่องสุ่มให้ตามที่ตกลงกันไว้ จึงพากันเข้าแจ้งความดำเนินคดี
จากนั้นเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวนายอนิวัต มาสอบปากคำเพิ่มเติมที่ บก.ปคบ. โดยระหว่างนั้นผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามนายอนิวัตว่าจะรับทราบข้อกล่าวหา หรือปฏิเสธ นายอนิวัต ไม่ตอบคำถาม พูดแค่ว่า “ไฟเบอร์ นารา 290 บาท สั่งซื้อได้ ช่วยซื้อหน่อย ต้องขายของหาเงิน” โดยพูดซ้ำไปซ้ำมา พร้อมกับร้องเพลงด่วนพิศวาสที่ขับร้องโดยผ่องศรี วรนุช
ขณะเดียวกัน นายปองพฤฒ สุทธิภูล ทนายความตัวแทนนายเดชา กิตติวิทยานันท์ ประธานเครือข่ายทนายคลายทุกข์ เดินทางมาบก.ปคบ. โดยระบุว่ามาดูคดีนายอนิวัต หรือนารา ซึ่งนายเดชาไม่ได้กำชับอะไรเป็นพิเศษ เพียงแค่ให้มาดูคดีเท่านั้น เนื่องจากนายเดชาติดขึ้นศาล ตนพูดคุยกับแม่นาราสั้นๆ ในระหว่างเดินทาง ทราบว่าคุณแม่เครียดมากที่ลูกถูกจับ ตนจะจัดการเรื่องคดีความและประกันตัว
ผู้สื่อข่าวถามว่านาราเคยถูกจับมาแล้วหลายครั้ง จะมีผลต่อการประกันตัวครั้งนี้ หรือไม่ นายปองพฤฒกล่าวว่าไม่สามารถบอกได้ว่าจะได้รับประกันหรือไม่ ขึ้นอยู่ที่ดุลพินิจพนักงานสอบสวน
ต่อมานางอารี อ่อนละวัน อายุ 47 ปี แม่นายอนิวัต เดินทางมาบก.ปคบ. และกล่าวทั้งน้ำตาว่ากำลังหาเงินใช้หนี้ ไม่เคยคิดจะหนี ลูกพูดกับแม่ว่าหนูผิดพลาด แต่หนูไม่หนีแน่นอน เรามีกันอยู่แค่สองแม่ลูก เมื่อเกิดเรื่องขึ้นนาราก็ทำงานหนักมาก ไลฟ์สดแทบไม่ได้หลับไม่ได้นอน เพื่อหาเงินใช้หนี้ทุกคน เพียงแต่ขอเวลาหน่อย ตนก็ช่วยลูกหาเงินอีกทาง ไปหาของมาให้ลูกขาย
“เราเข้าใจว่าทุกคนอยากได้เงินคืน แต่อยากให้ทุกคนให้โอกาส น้องก็ทำทุกวิถีทางเพื่อหาเงินมาคืนให้ทุกคน ทรัพย์สินที่มีทั้งของแบรนด์เนมและรถก็ขายไปหมดแล้ว ไม่ได้มีเจตนาจะหลอกลวงทุกคนเลย ลูกไม่ได้โกงเงินคนอื่นมา เพื่อที่จะเอามาใช้ชีวิตสุขสบาย ลูกก็ทำงานหาเงินปกติ ส่วนหลักทรัพย์ที่จะประกันตัวลูก บอกตรงๆ ตอนนี้แม่ก็ไม่มีเลย เพราะมีเงินแบบวันต่อวัน หากจำเป็นจริงๆ ก็ต้องไปหยิบยืม หรือกู้เงินเพื่อมาประกันตัวลูก เพราะต้องการให้เขาออกไปไลฟ์สดหาเงินคืนทุกคน” แม่นารากล่าว
ด้านพล.ต.ต.อนันต์ ผบก.ปคบ. กล่าวว่าแจ้งเอาผิด 4 ข้อกล่าวหา คือโฆษณาหรือสนับสนุนให้มีการกระทำผิดกฎหมาย, ฉ้อโกงประชาชน, ทุจริตหรือหลอกลวงโดยการนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จ และกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน ในชั้นจับกุม เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา
ผบก.ปคบ.กล่าวว่าพนักงานสอบสวนกำลังสอบปากคำให้เสร็จสิ้นในกรอบเวลา 48 ชั่วโมง ก่อนจะนำตัวไปฝากขังต่อศาล ตำรวจมีความเห็นคัดค้านการประกันตัวต่อศาล เนื่องจากมีจำนวนผู้เสียหายอีกมากที่ยังไม่มาแจ้งความ โดยมูลค่าความเสียหายเบื้องต้น 1,000,000 บาท เนื่องจากผู้เสียหายยังเข้า มาแจ้งความไม่มากนัก แต่คาดว่าหลังจากนี้ ผู้เสียหายคนอื่นๆ จะทยอยเข้าแจ้งความ เพิ่มเติม
รายงานข่าวแจ้งว่าจากการตรวจสอบเส้นทางการเงินนายอนิวัต เบื้องต้นพบเงินหมุนเวียนในบัญชีธนาคารเฉพาะแค่ 3 บัญชี มากกว่า 300 ล้านบาท มีทั้งยอดเงินเข้า และออก เจ้าหน้าที่จะเร่งตรวจสอบให้แน่ชัดถึงที่มาเงิน และโอนไปยังที่ใดบ้าง โดยเฉพาะเงินที่ได้มาจากการขายกล่องสุ่ม เพื่อติดตามยึดทรัพย์สินที่ได้มาจากการกระทำความผิด และหากตรวจสอบพบยักย้ายถ่ายเททรัพย์สิน เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบ อาจจะดำเนินคดีเพิ่มเติมความผิดฐานฟอกเงินอีกด้วย
จากการตรวจสอบประวัตินายอนิวัต เคย ถูกกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) จับกุมความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และพ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ เมื่อเดือนมิ.ย.2565 และในเดือนก.ย.ปีเดียวกัน ถูกตำรวจปคบ. และสำนักงานคณะกรรมการอาหาร และยา (อย.) จับกุมคดีจำหน่ายผลิตภัณฑ์เสริมอาหารผสมวัตถุออกฤทธิ์ประเภท 1 จนกระทั่งถูกจับกุมอีกครั้งในคดีขายกล่องสุ่ม