รองผบ.ตร.บิ๊กต่อ นำทีมคอมมานโด-ตร.ไซเบอร์-สตม. ร่วมมือกับจนท.เอฟบีไอ-ยูเอสซีเคร็ทฯ ลุยทลายแก๊งคอล บุกค้น 36 จุด ใน 4 จังหวัด ร้อยเอ็ด-ชลบุรี-ระยอง-สมุทรปราการ แก๊งแอบอ้างเป็นเอฟบีไอ ลวงเหยื่อ 365 ราย ส่วนใหญ่เป็นผู้สูงวัยชาวมะกัน 60 ปีขึ้น นาน 2 ปี ตุ๋นเงินไปกว่า 3 พันล้าน อ้างมีธุรกรรมการเงินหรือเงินในบัญชีผิดปกติ สืบสวนพบมีการโอนเงินข้ามประเทศมาไทย ผบ.ตร.-บิ๊กเด่นสั่งสอบ ค้นบ้านหนุ่มอินเดีย กับ 3 หญิงไทย ที่บางละมุง ชลบุรี ยึดรถ-ปืน-มือถือ-สมุดบัญชีธนาคารจำนวนมากไว้ตรวจสอบ เตรียมแถลงผลปฏิบัติการทุกพื้นที่

เมื่อวันที่ 21 มี.ค. พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล รองผบ.ตร., พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบช.สอท., พล.ต.ต.วิวัฒน์ คำชำนาญ พล.ต.ต.ไพโรจน์ สุขรวยธนโชติ, พล.ต.ต.อำนาจ ไตรพจน์ รอง ผบช.สอท., พล.ต.ต.ณัฐกร ประภายนต์ ผบก.สอท.2, พล.ต.ต.สถิตย์ พรมอุทัย ผบก.สอท.3, พล.ต.ต.วริศร์สิริภ์ ลีละสิริ ผบก.ตม.3, พล.ต.ต.กัมพล ลีลาประภาภรณ์ ผบก.ภ.จว.ชลบุรี, พ.ต.อ.พาติกรณ์ ศรชัย รองผบก.ภ.จว.ชลบุรี, พ.ต.อ.บุญฤทธิ์ ศรีวิจิตร รอง ผบก.ปฏิบัติการพิเศษ เจ้าหน้าที่เอฟบีไอ และยูเอสซีเคร็ท เซอร์วิส, สนธิกำลังตำรวจ กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญา กรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) บก.ตม.3 ชุดปฏิบัติการพิเศษคอมมานโด ตำรวจชลบุรี และเจ้าหน้าที่ ปปง. เปิดปฏิบัติการทลายรังคอลเซ็นเตอร์ ปิดล้อมตรวจค้น 36 เป้าหมาย ในพื้นที่จ.ชลบุรี ระยอง สมุทรปราการ และร้อยเอ็ด

โดยจุดที่น่าสนใจเป็นการตรวจค้นบ้าน เลขที่ 388/53 หมู่ 10 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ซึ่งบ้านดังกล่าวมีลักษณะเป็นบ้านเดี่ยวหนึ่งชั้น จากการตรวจสอบพบเอกสารหลักฐาน อาทิ สมุดบัญชีธนาคาร จำนวนมาก โทรศัพท์มือถือกว่า 10 เครื่อง รถยนต์ 4 คัน อาวุธปืน 1 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุน จึงเชิญตัวเจ้าของบ้านซึ่งเป็นชายชาวอินเดีย พร้อมกับหญิงคนไทย 3 คนมาสอบปากคำ

ไทย-เอฟบีไอ – พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล รองผบ.ตร. พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบช.สอท. ร่วมกับเอฟบีไอของสหรัฐบุกค้น 36 จุดใน 4 จังหวัด กวาดล้างแก๊งคอลเซ็นเตอร์ หลอกชาวอเมริกันสูญ 3 พันล้านบาท ที่บช.สอท. เมื่อวันที่ 21 มี.ค.

พล.ต.อ.ต่อศักดิ์กล่าวว่า ปฏิบัติการครั้งนี้เป็นการร่วมมือระหว่างสำนักงานตำรวจ แห่งชาติ (ตร.) และหน่วยงาน สำนักงานสอบสวนกลางของสหรัฐอเมริกา หรือเอฟบีไอ และ United States Secret Service หรือซีเคร็ท เซอร์วิส สหรัฐอเมริกา ในการแสวงหาความร่วมมือปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ โดยกรณีนี้สืบเนื่องจากทั้งสองหน่วยงานของสหรัฐได้รับรายงานว่ามีผู้เสียหายซึ่งเป็นพลเมืองของสหรัฐถูกขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์ โดยแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่เอฟบีไอใช้อุบายหลอกว่าธุรกรรมการเงินและเงินในบัญชีของเหยื่อมีความผิดปกติ รวมทั้งมีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด ซึ่งเหยื่อส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป โดยตลอดระยะเวลา 2 ปี พบมีผู้ตกเป็นเหยื่อ 365 ราย เสียหายกว่า 3 พันกว่าล้านบาท

พล.ต.อ.ต่อศักดิ์กล่าวต่อว่า จากแนวทางการสืบสวนพบว่ามีการโอนเงินข้ามประเทศและใช้ประเทศไทยเป็นฐานที่ตั้ง จึงได้นำข้อมูลสืบสวนหารือกับพล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. ก่อนที่ทางผบ.ตร.จะสั่งการให้บช.สอท.ตรวจสอบ จนนำมาสู่ปฏิบัติการดังกล่าว

พล.ต.อ.ต่อศักดิ์กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ ในส่วนของการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติที่ถือเป็นภัยคุกคามที่สำคัญ และเป็นนโยบาย แห่งชาติที่ตร.ให้ความสำคัญ ซึ่งทางผบ.ตร. ได้เน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานเพิ่มความเข้มสกัดกั้น ไม่ให้กลุ่มคนร้ายต่างชาติเข้ามาและใช้ประเทศไทยเป็นที่หลบซ่อน หรือเตรียมการกระทำความผิด จากนี้จะขยายผลพร้อมประสานงานกับทางสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ในการตรวจสอบเส้นทางการเงินเพื่อยึดทรัพย์ขบวนการนี้ต่อไป โดยในวันที่ 22 มี.ค. เวลา 10.00 น. ทางพล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ ผบ.ตร. จะเป็นผู้แถลงข่าวสรุปผลปฏิบัติการด้วยตนเองที่บช.สอท.

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน