เหนือจมPM2.5ยาวอีกแม่ฮ่องสอนจุดร้อนอื้อ3จังหวัดอีสานยังหนัก
ฝุ่นพิษพีเอ็ม 2.5 ฟุ้งเหนือซ้ำอีก ทั้งเชียงใหม่-เชียงราย-พะเยา-แม่ฮ่องสอน-ตาก วัดค่าฝุ่นได้สูงสุดที่เมืองนะ เชียงดาว จ.เชียงใหม่ พุ่งถึง 183 ไมโครกรัม 12 อำเภอไต่ไปอยู่โซนแดงอีกครั้งส่งผลให้เชียงใหม่ขึ้นไปติดอันดับ 2 เมืองอากาศแย่โลกอีก กรมควบคุมมลพิษเตือน 17 จังหวัดเหนือ ฝุ่นพิษฟุ้งยาวถึง 27 มี.ค. ส่วนภาคอีสาน 3 จังหวัดฝุ่นพิษยังคลุม ที่เมืองเลย-นครพนม-บึงกาฬ จิสด้ารายงานไทยพบจุดความร้อน 647 พื้นที่ แม่ฮ่องสอนมากสุด 275 จุด รองลงมาน่าน 158 จุด และกาญจนบุรี 139 จุด พื้นที่ป่าอนุรักษ์ระบุมากสุด
เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 7 มี.ค. ศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) รายงานสถานการณ์คุณภาพอากาศพื้นที่ทั่วประเทศ คุณภาพอากาศอยู่ในระดับ คุณภาพ ดีมากถึงมีผลกระทบต่อสุขภาพ ตรวจวัด ค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน หรือ PM 2.5 พบค่าฝุ่นระหว่าง 10-183 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.) เกินค่ามาตรฐานไม่เกิน 50 มคก./ลบ.ม.
ภาคเหนือ ตรวจวัดค่าฝุ่นระหว่าง 35-183 มคก./ลบ.ม. พบเกินมาตรฐาน 19 พื้นที่ ได้แก่ ต.เวียง อ.เมือง, ต.เวียง อ.เชียงของ, ต.เวียงพางคำ อ.แม่สาย จ.เชียงราย, ต.จองคำ อ.เมือง, ต.แม่คง อ.แม่สะเรียง, ต.เวียงใต้ อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน, ต.ในเวียง อ.เมือง, ต.ห้วยโก๋น อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.น่าน, ต.บ้านกลาง อ.เมือง, ต.ลี้ อ.ลี้ จ.ลำพูน, ต.นาจักร อ.เมือง จ.แพร่, ต.บ้านต๋อม อ.เมือง จ.พะเยา, ต.แม่ปะ อ.แม่สอด จ.ตาก, ต.ท่าอิฐ อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์, ต.ช่างเคิ่ง อ.แม่แจ่ม, ต.ช้างเผือก อ.เมือง, ต.ศรีภูมิ อ.เมือง, ต.หางดง อ.ฮอด และ ต.เมืองนะ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ ค่าฝุ่น 183 มคก./ลบ.ม. ซึ่งมีค่าฝุ่นสูงสุดในไทย
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตรวจวัดค่าฝุ่นระหว่าง 34-84 มคก./ลบ.ม. พบเกินมาตรฐาน 3 พื้นที่ ได้แก่ ต.กุดป่อง อ.เมือง จ.เลย, ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครพนม และ ต.บึงกาฬ อ.เมือง จ.บึงกาฬ สำหรับกรุงเทพฯ และปริมณฑล ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ คุณภาพอากาศอยู่ในระดับคุณภาพดีมากถึงคุณภาพปานกลาง
กองจัดการคุณภาพอากาศและเสียง กรมควบคุมมลพิษ คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็กในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ มีแนวโน้มที่ควรเฝ้าระวังในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน โดยเฉพาะพื้นที่จังหวัดที่ติดกับประเทศเพื่อนบ้านในวันที่ 24-27 มี.ค. 66 นี้
ด้านสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ หรือจิสด้า (GISTDA) ระบุข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ เอ็นพีพี (Suomi NPP) วันที่ 22 มี.ค.2566 ไทยพบจุดความร้อน จำนวน 1,713 จุด ขณะที่ สปป.ลาวยังคงพบจุดความร้อนสูงสุดถึง 4,284 จุด ตามด้วยเมียนมา 2,694 จุด เวียดนาม 1,356 จุด กัมพูชา 687 จุด และมาเลเซีย 11 จุด
สำหรับจุดความร้อนในประเทศไทย ส่วนใหญ่พบในพื้นป่าอนุรักษ์ 647 จุด พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ 556 จุด พื้นที่เกษตร 244 จุด พื้นที่เขต ส.ป.ก. 136 จุด พื้นที่ชุมชนอื่นๆ 121 จุด และพื้นที่ริมทางหลวง 9 จุด ในส่วนของจังหวัดที่พบจุดความร้อนมากที่สุด 3 อันดับ คือ จ.แม่ฮ่องสอน 275 จุด จ.น่าน 158 จุด และ จ.กาญจนบุรี 139 จุด
วันเดียวกัน เว็บไซต์ https://www.iqair.com ตรวจวัดคุณภาพอากาศและการจัดการเมือง ที่มีมลพิษแย่ที่สุดของโลก US AQI พบว่า จ.เชียงใหม่ คุณภาพอากาศขึ้นมาอยู่อันดับ 2 ของเมืองที่คุณภาพแย่ที่สุด มีค่า 161 มคก./ลบ.ม. มีผลกระทบต่อทุกคน ความเข้มข้น ฝุ่นพีเอ็ม 2.5 ในเชียงใหม่ ขณะนี้เป็น 15 เท่าของค่าแนวทางคุณภาพอากาศประจำปี ขององค์การอนามัยโลก โดยขอแนะนำให้ประชาชนสวมหน้ากากเมื่อออกนอกบ้าน, ปิดหน้าต่างเพื่อหลีกเลี่ยงอากาศภายนอกบ้านที่สกปรกเข้ามาภายในบ้าน และหลีกเลี่ยง การออกกำลังกายนอกบ้านหรือกลางแจ้ง
เวลา 07.00 น. ตรวจสอบจากการตรวจคุณภาพอากาศฝุ่นพีเอ็ม 2.5 แบบรายชั่วโมง จิสด้าระบุว่า จากการประมวลผลข้อมูลจากดาวเทียม 25 อำเภอของ จ.เชียงใหม่ กลับมาเป็นสีแดง 12 อำเภอ เป็นสีส้ม 13 อำเภอ มีค่าฝุ่น 70-106 มคก. โดย 3 อำเภอมากที่สุดคือ อ.เวียงแหง มีค่า 106 มคก., อ.กัลยา ณิวัฒนา มีค่า 104 มคก. และ อ.ฝาง มีคา 101 มคก. ส่วน อ.สันกำแพง มีค่าฝุ่นน้อยสุด 72 มคก.