นายกฯสั่งสอบทุกมิติปราจีนห่วงนร.ป่วยอื้อจนท.รุดตรวจสุขภาพ
เปิดทำเนียบแถลง‘ซีเซียม’ รัฐบาลยันห่วงทุกปัญหา ‘บิ๊กตู่’ สั่งสอบทุกมิติ มอบหมายรองเลขาฯ นายกฯ เรียกหน่วยเกี่ยวข้องถก ผวจ.ปราจีนฯ แจงรอบพื้นที่ค่ารังสีปกติ ขณะโรงเรียนใกล้โรงหลอมป่วน เหตุนักเรียนป่วยพร้อมกันกว่า 40 ราย มีอาการหายใจติดขัดและไอมีน้ำมูก
เมื่อวันที่ 24 มี.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงถึงกรณีที่สารซีเซียม-137 หลุดหายจากโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนของบริษัทแห่งหนึ่งใน อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี ซึ่งต่อมาพบว่า อยู่ที่โรงงานหลอมโลหะแห่งหนึ่งใน อ.กบินทร์บุรี ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ให้ความสำคัญกับเหตุการณ์ดังกล่าว และได้ประสานงานพร้อมกับติดตามข้อมูลต่างๆ อีกทั้งได้มอบหมายนายประทีป กีรติเรขา รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ฝ่ายการเมือง ประชุมร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เมื่อช่วงเช้าวันนี้ ที่ทำเนียบรัฐบาล โดยมีนายรณรงค์ นครจินดา ผวจ.ปราจีนบุรี, ศ.ดร.นพ.สิริฤกษ์ ทรงวิไล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.), นายเพิ่มสุข สัจจาภิวัฒน์ เลขาธิการสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ (ปส.), นายธวัชชัย อ่อนจันทร์ ผอ.สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ, นายจุลพงษ์ ทวีศรี อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม และนายพงษ์แพทย์ เพ่งวาณิชย์ หัวหน้าภาควิชาวิศวกรรมนิวเคลียร์ จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย เข้าร่วมประชุม
นายอนุชากล่าวว่า นอกจากนี้นายกฯ ให้ความสำคัญกับการสอบสวนเรื่องนี้ในทุกมิติ อาทิ วัสดุกัมมันตรังสีซีเซียม-137 สูญหายได้อย่างไร สถานที่ที่รับซื้อวัสดุดังกล่าว ตลอดจนต้องมีผู้รับผิดชอบต่อประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสารกัมมันตรังสีด้วยหรือไม่ และประเด็นอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง นายกฯ จึงสั่งการให้ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. ลงพื้นที่สอบสวนหาหลักฐาน เพื่อให้ประชาชนเกิดความมั่นใจ ขณะเดียวกันต้องมีมาตรการออกมารองรับโดยเฉพาะในเรื่องสารกัมมันตรังสี อีกทั้งให้ความสำคัญกับ สิ่งแวดล้อม จึงยกมาเป็นวาระแห่งชาติ อย่างไรก็ตาม ขอให้ประชาชนติดตามข้อมูลข่าวสารจากหน่วยงานที่น่าเชื่อถือ ขณะที่รัฐบาลจะนำข้อมูลและผลการประชุมมา เผยแพร่ให้ประชาชนรับทราบต่อไป
ด้านนายรณรงค์กล่าวว่า การประชุมร่วมกันเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา มีขึ้นเพื่อประสานงานการปฏิบัติงานระหว่างหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 23 มี.ค.ที่ผ่านมา ตนได้ประชุมร่วมกับตัวแทนประชาชน ในหลายหมู่บ้านที่อยู่ข้างๆ โดยเล่าถึงสถานการณ์การดูแล การป้องกันตัว การขอรับความช่วยเหลือต่างๆ ขณะเดียวกันได้ส่งแถบฟิล์มวัดปริมาณรังสีเคลื่อนที่ประจำตัวบุคคลไปให้จิตอาสาของแต่ละหมู่บ้านหรือชุมชน นำไปติดบนตัว โดยใช้เวลาตรวจวัดประมาณ 15-30 วัน แล้วกลับมาตรวจอีกครั้ง เพื่อให้เกิดความมั่นใจแก่ประชาชน
ผวจ.ปราจีนบุรีกล่าวอีกว่า เพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่าพื้นที่บริเวณนั้นไม่มีสารปนเปื้อน ไม่มีผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม รวมถึง ไม่มีผลกระทบกับชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ตลอดจนพืชผลผลิตทางการเกษตร จึงเชิญเจ้าหน้าที่จากปส. ไปตรวจสอบทั่วพื้นที่ในหมู่บ้านต่างๆ และพื้นที่เกษตรว่ามีสารปนเปื้อนหรือไม่ พร้อมกับสอบถามข้อมูลจากเกษตรกรในพื้นที่ด้วย ผลออกมาว่าไม่พบสารซีเซียมปนเปื้อน ตนพร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ของ ปส. นายอำเภอ และบรรดาผู้นำชุมชน ได้ร่วมกันรับประทานผักและ ผลไม้ที่ปลูกในพื้นที่เหล่านี้ เพื่อการันตีว่ามีความปลอดภัยสูงสุด จึงขอเชิญชวนให้ประชาชนกลับมาท่องเที่ยวและจับจ่ายซื้อสินค้าในพื้นที่ต่างๆ ของ จ.ปราจีนบุรี
ขณะที่ปลัดกระทรวง อว. กล่าวว่า ศูนย์ปฏิบัติส่วนหน้าตรวจสอบการปนเปื้อนใน ดิน น้ำ ที่เกี่ยวข้องในบริเวณรอบโรงงาน 23 ถุง และตรวจสอบสภาพอากาศรอบโรงงานรัศมี 3-15 กิโลเมตร อย่างต่อเนื่อง พบว่าระดับปริมาณรังสีอยู่ในระดับปกติทุกจุด ไม่พบว่ามีการปนเปื้อน ขณะที่สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติได้รายงานระดับรังสีแกมมาประจำวันที่จุดตรวจทั้ง 6 จุดทุกภาคในประเทศ พบว่าอยู่ในระดับปกติทุกจุด ซึ่ง นายกฯ ได้สั่งการให้ตรวจไปอย่างต่อเนื่องจนกว่าสถานการณ์จะเป็นปกติ สุขภาพอนามัยของประชาชนทั้งบริเวณโรงงานและรอบๆ มีสภาวะเป็นปกติ อย่างไรก็ตาม กระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงอว.ได้แจ้งโรงพยาบาลในสังกัดติดตามผู้ที่สงสัย หรือไม่สบายใจว่าจะได้รับสารรังสีหรือไม่ สามารถเข้าไปตรวจสอบในโรงพยาบาลได้ทันทีโดยไม่มีค่าใช้จ่าย
ปลัดกระทรวง อว. กล่าวว่า ในการติดตามเชิงวิชาการ ได้ใช้แบบจำลองทางคณิตศาสตร์คำนวณกรณีที่แย่ที่สุดของการกระจายตัว โดยคำนวณจากสภาวะที่เกิดขึ้น ทั้งสภาพอากาศ และทิศทางลม พบว่าการกระจายตัวสูงสุดหากจะเกิดขึ้น จะอยู่ในพื้นที่โรงงานเท่านั้น ขณะที่สถานการณ์สูงสุดทางสุขภาพ พบว่าปริมาณรังสีในถุงที่พบหากสัมผัสโดยตรงใช้เวลา 30 ชั่วโมง จะเท่ากับการเอกซเรย์ปอด 1 ครั้ง สรุปว่าปริมาณรังสีที่ตรวจพบนั้นมีอยู่ แต่มีไม่มาก และอยู่ในสภาวะที่ควบคุมได้

น.ร.ป่วย – จนท.ตรวจร่างกายนักเรียนโรงเรียนโคกกระท้อน อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี ตั้งอยู่ห่างจากโรงหลอมที่ถลุงสารซีเซียม-137 ประมาณ 3 ก.ม. หลังเกิดป่วยมีอาการไอ เจ็บคอ ปวดหัว และครั่นเนื้อครั่นตัว กว่า 40 คน เมื่อวันที่ 24 มี.ค.
ด้านนายพงษ์แพทย์กล่าวว่า ภาควิชาวิศวกรรมนิวเคลียร์ฯ ได้ประเมินปริมาณรังสีที่จะมีผลต่อประชาชนได้ โดยใช้หลักวิชาการในการคำนวณและประเมินปริมาณ รวมถึงใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์จำลองการกระจายตัวของสารดังกล่าว พร้อมกับได้นำเครื่องมือวัดรังสีเข้าไปตรวจสอบปริมาณรังสีในพื้นที่เก็บสาร พบว่าปริมาณรังสีบริเวณโรงงานหรือห่างออกมาจากจุดเก็บนั้นไม่สูงกว่าปริมาณรังสีในธรรมชาติ
ที่จ.ปราจีนบุรี ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โรงเรียนโคกกระท้อน อ.กบินทร์บุรี ซึ่งโรงเรียนอยู่ห่างจากโรงหลอมเหล็กที่หลอมซีเซียม-137 ประมาณ 3 กิโลเมตร เช้าวันนี้พบว่า มีเด็กนักเรียนสอนตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาล-ประถมศึกษาปีที่ 6 มีอาการหายใจติดขัดและไอมีน้ำมูก 30 คน เจ้าหน้าที่รพ.สต.ในพื้นที่ ได้มาตรวจวัดไข้และให้ยากับเด็กนักเรียนที่ป่วยอย่างเร่งด่วน ซึ่งก่อนหน้านี้มีเด็กป่วยด้วยอาการเดียวกันและหยุดเรียนไปแล้วอีกกว่า 20 คน รวมแล้วมีเด็กป่วยกว่า 40 คน จากกว่า 100 คน โดยด.ญ.ที่ป่วยเผยว่า ไอ เจ็บคอ ปวดหัวและครั่นเนื้อครั่นตัว มีมา 3-4 วันแล้ว มาเป็นหนักเมื่อวันที่ 23 มี.ค.จนถึงวันนี้ ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ให้ยาตามอาการและเฝ้าติดตาม จากครูและผู้ปกครอง
วันเดียวกัน ศ.ดร.นพ.สุรศักดิ์ บูรณตรีเวทย์ สถานเวชศาสตร์ชุมชนและเวชศาสตร์ครอบครัว คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต จ.ปทุมธานี อธิบายความรู้เกี่ยวกับซีเซียม-137 ว่า ซีเซียม-137 สามารถเข้าสู่ร่างกายคนได้ 3 ทาง คือ ผ่านผิวหนังจากการสัมผัส หายใจ หรือกินเข้าไป ผลกระทบต่อสุขภาพเกิดจากอนุภาคเบต้าและรังสีแกมมาที่ถูกปล่อยออกมา ความรุนแรงของผลกระทบต่อสุขภาพขึ้นกับปริมาณกัมมันตรังสีที่ได้รับ เวลาที่สัมผัส และระยะห่างจากซีเซียม-137 โดยแบ่งเป็นผลกระทบระยะสั้นหากเกิดสัมผัสซีเซียม-137 ในปริมาณสูง ทางผิวหนังทำให้เกิดการไหม้ของผิวหนังและซึมผ่านผิวหนังเข้าไปทำให้เกิดกลุ่มอาการจากการได้รับรังสีสูงแบบเฉียบพลัน ต้องได้รับปริมาณรังสีดูดกลืนมากกว่า 0.75 เกรย์ (75 แร็ด) ในระยะเวลาเป็นนาทีหรือชั่วโมง โดยมีอาการเริ่มต้น คือ คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสียในช่วงเวลาเป็นนาทีถึงวันหลังรับสัมผัสซีเซียม-137 จากนั้นอาการจะดีขึ้นชั่วขณะและกลับทรุดลงไปโดยความหนักเบาของอาการขึ้นกับปริมาณรังสีที่ได้รับเข้าไป อาการดังกล่าวมีตั้งแต่เบื่ออาหาร อ่อนเพลีย ไข้ คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย ชัก หมดสติ และเสียชีวิต
ศ.ดร.นพ.สุรศักดิ์กล่าวอีกว่า สำหรับผลกระทบระยะยาว องค์กรวิจัยมะเร็งนานาชาติ สรุปว่าวัสดุกัมมันตรังสีที่ปล่อยรังสีแกมมามีหลักฐานชัดเจนว่าก่อให้เกิดมะเร็งต่อมน้ำลาย หลอดอาหาร กระเพาะอาหาร ลำไส้ใหญ่ กระดูก ปอด ผิวหนัง เต้านม ไต กระเพาะปัสสาวะ สมองและระบบประสาทส่วนกลาง ต่อมไทรอยด์ และเม็ดเลือดขาวในคน โดยไม่มีระดับปริมาณขั้นต่ำที่ได้รับที่ก่อให้เกิดมะเร็ง เนื่องจากรังสีแกมมาทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในสารพันธุกรรม (DNA) เมื่อเข้าสู่ร่างกายคน และกลไกการซ่อมแซมสารพันธุกรรมให้กลับมาปกติมีโอกาสทำให้เกิดการกลายพันธุ์และเป็นมะเร็งได้ สำหรับประชาชนต้องได้รับข้อมูลเกี่ยวกับสารเคมีหรือวัสดุอันตรายที่มีการใช้หรือเป็นของเสียจากการผลิตในโรงงานที่ตั้งอยู่ในชุมชน มีการให้ความรู้ความเข้าใจสารเคมีหรือวัสดุอันตราย มีส่วนร่วมในการตรวจสอบปริมาณสารเคมีหรือวัสดุอันตรายที่ถูกปล่อยจากโรงงาน และเฝ้าระวังสุขภาพของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสารเคมีหรือวัสดุอันตรายต่างๆ