สั่งปิดอุทยานภูชี้ฟ้า หลังเกิดไฟป่าในลาวไหม้ลามเข้ามาในป่ายอดดอยภูชี้ฟ้าจนเสียหาย อีกทั้งเพื่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว พร้อมฟื้นฟูสภาพป่า เชียงใหม่ยังอ่วมฝุ่นพิษ ค่าพีเอ็ม 2.5 สะสมมากขึ้นต่อเนื่อง จุดความร้อนพุ่งติดอันดับ 4 ของโลก เตือนงดกิจกรรมกลางแจ้ง ส่วนแม่สาย เชียงราย พีเอ็ม 2.5 พุ่ง 311 มคก./ลบ.ม. มากสุดในไทย เหตุหมอกควันข้ามแดน ด้าน ‘จิสด้า’เผยจุดความร้อนในไทยเกิน 2 พันจุด พบมากสุดในพื้นที่อนุรักษ์ ขณะที่ลาวมากสุดกว่า 6 พันจุด

เมื่อวันที่ 24 มี.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในพื้นที่จ.เชียงใหม่ ฝุ่นควันพิษ PM2.5 เริ่มสะสมมากขึ้นต่อเนื่อง โดยช่วงเวลา 08.00 น. เว็บไซต์ https://www.iqair.com รายงานผลการตรวจวัดคุณภาพอากาศ และการจัดการเมืองที่มีมลพิษแย่ที่สุดของโลก USAQI พบว่าจ.เชียงใหม่อยู่อันดับ 4 ของเมืองที่มีคุณภาพแย่ที่สุด วัดค่าได้ 168 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร(มคก./ลบ.ม.) มีผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน และควรงดกิจกรรมกลางแจ้ง

ส่วนการตรวจวัดคุณภาพอากาศจาก กรมควบคุมมลพิษของเว็บไซต์ AIR4THAI.COM จำนวน 6 จุดเช้าวันนี้ พบว่าพื้นที่ต.เมืองนะ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ ปริมาณฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน หรือ PM2.5 มีค่า 231 มคก./ลบ.ม. ส่วนต.หางดง อ.ฮอด จ.เชียงใหม่ ปริมาณฝุ่นละออง ขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน มีค่า 96 มคก./ลบ.ม. และ ต.ช่างเคิ่ง อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ ปริมาณฝุ่นละออง ขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน มีค่า 91 มคก./ลบ.ม. พื้นที่ต.ช้างเผือก และต.ศรีภูมิ อ.เมืองเชียงใหม่ ปริมาณฝุ่นละออง ขนาด ไม่เกิน2.5 ไมครอน มีค่า 72 มคก./ลบ.ม.

ด้านศูนย์บัญชาการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 จ.เชียงใหม่ รายงานข้อมูลจากสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ หรือ จิสด้า (GISTDA) รายงานจุดความร้อน หรือฮอตสปอต รอบเช้า พบจุดความร้อน 90 จุด เกิดในพื้นป่าสงวนแห่งชาติ พื้นที่ป่าอนุรักษ์ และ เขตส.ป.ก. อีกทั้งพบจุดความร้อนมากที่สุด อ.เชียงดาว 26 จุด รองลงมาอ.ไชยปราการ 17 จุด และอ.แม่แตง 13 จุด ส่วนจุดความร้อนสะสมตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.2566 ถึงปัจจุบัน ทั้งหมด 4,114 จุด

เมื่อเวลา 12.00 น. ศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ กรมควบคุมมลพิษ(คพ.) รายงานสถานการณ์คุณภาพอากาศพื้นที่ทั่วประเทศ คุณภาพอากาศอยู่ในระดับคุณภาพดีมากถึงมีผลกระทบต่อสุขภาพ ตรวจวัดค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน หรือ PM2.5 เฉลี่ย 24 ชั่วโมง พบค่าฝุ่นระหว่าง 6-311 มคก./ลบ.ม. โดยค่ามาตรฐานไม่เกิน 50 มคก./ลบ.ม.

กรุงเทพฯ และปริมณฑล ตรวจวัดค่าฝุ่นระหว่าง 15-57 มคก./ลบ.ม. พบเกินมาตรฐาน 1 พื้นที่ บริเวณริมถนนกาญจนาภิเษก เขตบางขุนเทียน กรุงเทพฯ

ภาคเหนือ ตรวจวัดค่าฝุ่นระหว่าง 30-305 มคก./ลบ.ม. พบเกินมาตรฐาน 22 พื้นที่ ได้แก่ ต.ช้างเผือก อ.เมือง จ.เชียงใหม่, ต.ศรีภูมิ อ.เมือง จ.เชียงใหม่, ต.หางดง อ.ฮอด จ.เชียงใหม่, ต.ช่างเคิ่ง อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่, ต.เมืองนะ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่, ต.พระบาท อ.เมือง จ.ลำปาง, ต.จองคำ อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน, ต.เวียงใต้ อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน, ต.แม่คง อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน, ต.ในเวียง อ.เมือง จ.น่าน, ต.ห้วยโก๋น อ.เฉลิม พระเกียรติ จ.น่าน, ต.บ้านกลาง อ.เมือง จ.ลำพูน, ต.ลี้ อ.ลี้ จ.ลำพูน, ต.นาจักร อ.เมือง จ.แพร่, ต.บ้านต๋อม อ.เมือง จ.พะเยา, ต.แม่ปะ อ.แม่สอด จ.ตาก, ต.ในเมือง อ.เมือง จ.พิษณุโลก, ต.ในเมือง อ.เมือง จ.กำแพงเพชร, ต.ในเมือง อ.เมือง จ.พิจิตร, ต.เวียง อ.เชียงของ จ.เชียงราย, ต.เวียง อ.เมือง จ.เชียงราย, ต.เวียงพางคำ อ.แม่สาย จ.เชียงราย ค่าฝุ่น 311 มคก./ลบ.ม. ซึ่งมีค่าฝุ่นสูงสุดในไทย

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตรวจวัดค่าฝุ่นระหว่าง 32-89 มคก./ลบ.ม. พบเกินมาตรฐาน 5 พื้นที่ ได้แก่ ต.กุดป่อง อ.เมือง จ.เลย, ต.มีชัย อ.เมือง จ.หนองคาย, ต.ในเมือง อ.เมือง จ.อุบลราชธานี, ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครพนม, ต.บึงกาฬ อ.เมือง จ.บึงกาฬ

ส่วนภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ คุณภาพอากาศอยู่ในระดับ คุณภาพดีมากถึงคุณภาพปานกลาง

ด้านกองจัดการคุณภาพอากาศและเสียง กรมควบคุมมลพิษ คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็กในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือมีแนวโน้มที่ควรเฝ้าระวังในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน โดยเฉพาะพื้นที่จังหวัดที่ติดกับประเทศเพื่อนบ้านในวันที่ 25-27 มี.ค.66 ประชาชนทั่วไป ควรเฝ้าระวังสุขภาพ ลดเวลาการทำกิจกรรมกลางแจ้ง หรือใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเองหากมีความจำเป็น ผู้ที่ต้องดูแลสุขภาพเป็นพิเศษ ควรลดระยะเวลาการทำกิจกรรมกลางแจ้ง หรือใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเองหากมีความจำเป็น ถ้ามีอาการทางสุขภาพ ควรปรึกษาแพทย์ สำหรับประชาชนที่อยู่บริเวณพื้นที่มีผลกระทบต่อสุขภาพ (พื้นที่สีแดง) ควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง หรือใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเองหากมีความจำเป็น หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์

ขณะที่จิสด้า เผยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ เอ็นพีพี เมื่อวันที่ 23 มี.ค. ไทยพบจุดความร้อนสูงขึ้นกว่าเดิมมากถึง 2,278 จุด ขณะที่สปป.ลาว ยังคงสูงสุดเพิ่มขึ้นกว่าวานก่อนถึง 6,679 จุด ตามด้วยเมียนมา 5,324 จุด เวียดนาม 966 จุด กัมพูชา 790 จุด และมาเลเซีย 18 จุด

สำหรับจุดความร้อนในประเทศไทย ส่วนใหญ่พบในพื้นป่าอนุรักษ์ 984 จุด พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ 770 จุด พื้นที่เกษตร 221 จุด พื้นที่ชุมชนอื่นๆ 144 จุด พื้นที่เขตส.ป.ก. 142 จุด และพื้นที่ริมทางหลวง 17 จุด จังหวัดที่พบจุดความร้อนมากที่สุด 3 อันดับแรก คือ จ.แม่ฮ่องสอน 460 จุด จ.น่าน 205 จุด และ จ.เลย 143 จุด

ส่วนค่าฝุ่น PM2.5 เมื่อตรวจสอบจาก แอพพลิเคชั่น “เช็คฝุ่น” แบบรายชั่วโมง เมื่อเวลา 11.00 น. พื้นที่หลายจังหวัดในภาคเหนือและภาคตะวันตกมีผลกระทบต่อสุขภาพ โดยเฉพาะ 3 จังหวัดที่มีค่า PM2.5 สูงสุดคือ จ.เชียงราย, เชียงใหม่, แม่ฮ่องสอน ทั้งนี้ ควรสวมหน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันโรคระบบทางเดินหายใจที่จะตามมา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังเกิดวิกฤตไฟป่าบนดอยจระเข้ อ.แม่จัน จ.เชียงราย โดยลุกไหม้ติดต่อกันเป็นวันที่ 3 แล้ว นายวรายุทธ ค่อมบุญ นายอำเภอแม่จันระดมกำลังคน ทั้งจากสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 15 (เชียงราย), สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 2 (เชียงราย) กำลังฝ่ายปกครอง ทหารพราน และชาวบ้านจิตอาสา 120 คนขึ้นไปพยายามจำกัดขอบเขตไม่ให้ไฟป่าขยายตัวมากขึ้น

ส่วนไฟป่าที่ชายแดนไทย-เมียนมา ตรงข้ามบ้านผาหมี-บ้านผาฮี้ อ.แม่สาย จ.เชียงราย เกิดขึ้นเป็นระยะๆ ทำให้เกิดจุดความร้อนเพิ่มขึ้นใน จ.เชียงราย อย่างต่อเนื่อง สถานการณ์ไฟป่าและ PM2.5 ช่วง 7 วันก่อนหน้านี้วัดปริมาณฝุ่น PM2.5 ได้ 45 มคก./ลบ.ม. ส่วนเช้าวันนี้ วัดปริมาณฝุ่น PM2.5 ได้สูงถึง 278 มคก./ลบ.ม. ปริมาณฝุ่นจิ๋วที่ อ.แม่สาย เพิ่มขึ้นเกือบ 7 เท่า สูงสุดในประเทศไทย

ด้านนายบุญชอบ โรจน์จรรยากิจ คนขับรถจักรยานยนต์รับจ้างวินหน้าด่านพรมแดนแม่สาย กล่าวว่า วันนี้หนักมาก รู้สึกแสบตา แสบจมูกมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด อยากให้ภาครัฐหาทางแก้ไขด่วน เพราะที่แม่สายหนักมาก แม้ฝั่งไทยจะไม่มีการเผา แต่ฝั่งประเทศเพื่อนบ้านเผากันทุกวัน


ควันไฟป่า – ภาพมุมสูงกลุ่มควันจากไฟไหม้ป่าบนเขาในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูขัด อ.นครไทย จ.พิษณุโลก ช่วงถนนนครไทย-ด่านซ้าย ลอยคลุ้งเต็มฟ้า เจ้าหน้าที่ต้องเดินเท้าเข้าไปดับไฟบนเขาสูงด้วยความยากลำบาก ขณะที่ไฟขยายวงกว้างอย่างรวดเร็ว เนื่องจากลมกระโชกแรง เมื่อวันที่ 24 มี.ค.

ส่วนบริเวณชายแดนไทย-ลาวเกิดไฟป่าพื้นที่ประเทศเพื่อนบ้านได้ลุกลามเข้ามาไหม้พื้นที่ป่าบางส่วนในท้องที่อ.เทิงและอ.เวียงแก่น ทำให้วันนี้คุณภาพอากาศกลับมาเป็น สีแดงเป็นครั้งแรกในรอบ 7 วัน วัดปริมาณฝุ่น PM2.5 ได้ 108 มคก./ลบ.ม.

ด้านนายวิทยา บัวพล หัวหน้าอุทยาน แห่งชาติภูชี้ฟ้า มีคำสั่งประกาศปิดแหล่งท่องเที่ยวและพักแรมในอุทยานแห่งชาติภูชี้ฟ้าเป็นการชั่วคราว เนื่องจากผลกระทบจาก ไฟป่าบริเวณยอดดอยภูชี้ฟ้า เพื่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวและเพื่อให้พื้นที่ป่าบริเวณยอดดอยภูชี้ฟ้าได้ฟื้นฟูสภาพป่าที่ได้รับความเสียหายจาก ไฟป่า จึงขอประกาศปิดแหล่งท่องเที่ยวและพักแรมในอุทยานแห่งชาติภูชี้ฟ้า ตั้งแต่วันที่ 23 มี.ค. 2566 เป็นต้นไป จนกว่าสถานการณ์จะเข้าสู่สภาวะปกติ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน