โดนจับในโรงพัก จ่อฟันอีก8สีกากี

จับตร.เมืองกาฬสินธุ์รีดเงินแลกปล่อยตัวผู้ต้องหาคดียาเสพติด หลังสาวร้องเรียนพี่ชายโดนตร.จับยาบ้า 2 พันเม็ด เรียกเงิน 5 แสน ผู้เสียหายต่อรองเหลือ 4 แสน ชุดสืบสวนภูธรจังหวัดกาฬสินธุ์ซ้อนแผนให้นำเงินมาให้ห้องสืบสวน ก่อนรวบตัวได้ ผู้ต้องหาสารภาพ รับมีตำรวจอีก 8 รายร่วมก่อเหตุ ผู้การตร.กาฬสินธุ์สั่งให้ออกจากราชการ 3 ตร.ฉาว พร้อมสั่งตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริง จ่อฟัน 8 ตร.ร่วมแก๊ง

เมื่อวันที่ 25 มี.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โลกออนไลน์แชร์หนังสือข่าวส่งของสภ.เมืองกาฬสินธุ์ ลงชื่อพ.ต.อ.อิทธิเดช สุนทร ผกก.สภ.เมืองกาฬสินธุ์ ถึงพล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เมื่อวันที่ 24 มี.ค.ที่ผ่านมา รายงานคดีที่น่าสนใจกรณีตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองกาฬสินธุ์ถูกตำรวจชุดสืบสวนตำรวจภูธร จ.กาฬสินธุ์จับกุมคาห้องสืบสวน หลังร่วมกันเรียกรับเงินจากญาติผู้ต้องหาคดียาเสพติด 5 แสนบาท

พล.ต.ต.สุวรรณ เชี่ยวนาวินธวัช ผบก.ภ.จว.กาฬสินธุ์ เปิดเผยว่า เรื่องดังกล่าวเกิดขึ้นจริง เบื้องต้นมีตำรวจชุดสืบสวนสภ.เมืองกาฬสินธุ์ถูกจับและแจ้งความดำเนินคดี 3 นาย หลังเกิดเหตุสั่งการให้ดำเนินคดีทางอาญาอย่างเด็ดขาดกับตำรวจชุดสืบสวน 3 คน พร้อมสั่งตั้งกรรมการสอบวินัย หากพบว่ามีการกระทำผิดจริง จะไม่มีการละเว้น และต้องถูกดำเนินคดีทั้งอาญาและวินัยขั้นเด็ดขาด

เหตุการณ์ดังกล่าวสืบเนื่องจากพ.ต.อ.เกษม มุฑาพร ผกก.สืบสวน ภ.จว.กาฬสินธุ์ ได้รับแจ้งจากนางเอ (นามสมมติ) ว่า นายบี (นามสมมติ) ซึ่งเป็นพี่ชายถูกเจ้าหน้าที่ตํารวจไม่ทราบว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตํารวจชุดปฏิบัติการใดจับกุมตัวมา พร้อมด้วยของกลางยาบ้า 2,000 เม็ด ต่อมาชุดจับกุมดังกล่าวได้ติดต่อมาหานางเอ บอกให้นําเงินจํานวน 500,000 บาทมาให้ เพื่อแลกกับการไม่ให้ถูกจับกุมตัวนายบี นางเอพยายามเจรจาต่อรองลดลงเหลือ 400,000 บาท พร้อมตอบตกลงจะนําเงินมา ส่งมอบให้บริเวณหลังสภ.เมืองกาฬสินธุ์ ในวันที่ 23 มี.ค.2566 เวลาประมาณ 09.00 น. ถ้าไม่มาจะส่งดําเนินคดีกับพนักงานสอบสวน

จากนั้น นางเอนําเงินจํานวนดังกล่าวไปลงประจําวันไว้ เพื่อเป็นหลักฐาน ที่สภ.สมเด็จ จ.กาฬสินธุ์ หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ตํารวจชุดจับกุมจึงวางแผนจับกุม โดยตกลงกันว่าให้นางเอนํากระเป๋าซึ่งภายในบรรจุเงินจํานวน ดังกล่าวไปมอบให้บุคคลตามที่ตกลงกัน ส่วนเจ้าหน้าที่ตํารวจชุดจับกุมยืนดูสังเกตการณ์อยู่บริเวณลานจอดรถ ด้านหลังสภ.เมืองกาฬสินธุ์ ใกล้กับห้องปฏิบัติการสืบสวน สภ.เมืองกาฬสินธุ์ เมื่อรับมอบเงินกันเสร็จแล้วนางเอจะส่งสัญญาณให้เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมเข้าแสดงตัวเข้าตรวจค้นจับกุม เมื่อนางเอ เดินทางมาถึงหลัง สภ.เมืองกาฬสินธุ์ ก็มีชายคนหนึ่งเดินเข้ามาเรียกและพานางเอเข้าไปห้องปฏิบัติการสืบสวน สภ.เมืองกาฬสินธุ์ ประมาณ 10 นาที ก็เดินออกมา และโทรศัพท์แจ้งให้พ.ต.อ.เกษม ทราบว่า ส่งมอบเงินให้ผู้ต้องหาพร้อมพวกแล้ว

จากนั้นพ.ต.อ.เกษมเข้าไปที่ห้องสืบสวนสภ.เมืองกาฬสินธุ์ พบตํารวจทั้งสามนาย คือ ตำรวจยศด.ต. อายุ 27 ปี, ตำรวจยศส.ต.อ. อายุ 30 ปี และ ตำรวจยศส.ต.อ. อายุ 27 ปีนั่งอยู่ในห้องสืบ และสอบถามว่า ผู้ต้องหาชื่อนายบีอยู่ที่ไหน ตำรวจทั้งสามนายแจ้งว่าให้กลับบ้านแล้ว และได้ตรวจยึดกระเป๋าเงินพร้อมธนบัตรจํานวนเงิน 364,000 บาท ไว้เป็นของกลาง

ทั้งนี้ผู้ต้องหาทั้งสามยังให้การตรงกันว่า มีผู้ร่วมรู้เห็นและการกระทําครั้งนี้อีก 8 ราย ประกอบด้วยนายตำรวจยศ ร.ต.อ., นายตำรวจยศ ร.ต.ท., ตำรวจยศ ด.ต. 2 นาย, ตำรวจยศ จ.ส.ต. 3 นาย และตำรวจยศ ส.ต.อ.อีก 1 นาย

เบื้องต้น พ.ต.อ.เกษม มุฑาพร ผกก.สืบสวน ภ.จว.กาฬสินธุ์แจ้งความร้องทุกข์กับร.ต.อ.พิชัย กงทิพย์ รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.เมืองกาฬสินธุ์ ให้ดำเนินคดีกับตำรวจทั้ง 3 นาย ข้อหาเป็นเจ้าพนักงานร่วมกัน เรียก รับ หรือยอมรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ เพื่อกระทำหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่งไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือมิชอบด้วยหน้าที่, เป็นเจ้าพนักงานหรือละเว้นปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติ หรือละเว้นปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต เหตุเกิดที่ห้องปฏิบัติการสืบสวน สภ.เมืองกาฬสินธุ์ โดยผู้ต้องหาทั้ง 3 รายให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา ก่อนนำตัวผู้ต้องหาพร้อมเอกสารที่เกี่ยวข้องพร้อมของกลางส่งพงส.สภ.เมืองกาฬสินธุ์ ดำเนินการตามกฎหมาย ส่วนตำรวจที่ถูกซัดทอดอีก 8 นายจะดำเนินการสอบสวนตามขั้นตอนต่อไป

พล.ต.ต.สุวรรณให้สัมภาษณ์อีกครั้งว่า เรื่องดังกล่าวผู้บังคับบัญชาเน้นย้ำว่าหากผิดจริงให้ดำเนินการขั้นเด็ดขาด ล่าสุดตนสั่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อจะดำเนินการสอบวินัยร้ายแรงต่อไป ส่วนความผิดทางอาญา ขณะนี้พ.ต.อ.เกษม มุฑาพร ผกก.สืบสวน ภ.จว.กาฬสินธุ์ หัวหน้าชุดจับกุมได้แจ้งความดำเนินคดีกับตำรวจชุดสืบสวน 3 นาย คือยศด.ต. อายุ 27 ปี, ตำรวจยศ ส.ต.อ. อายุ 30 ปี และตำรวจยศ ส.ต.อ. อายุ 27 ปี ซึ่งหลังถูกจับและนำตัวส่งพนักงานสอบสวนเมื่อวันที่ 23 มี.ค.2566 ทั้ง 3 คนใช้ตำแหน่งประกันตัวออกไปแล้ว ซึ่งพนักงานสอบสวนจะเรียกตัวมาดำเนินการต่อไป

พล.ต.ต.สุวรรณกล่าวต่อว่า เนื่องจากเหตุการณ์ดังกล่าวมีพยานหลักฐานชัดเจนว่า ตำรวจทั้ง 3 นายมีการเรียกรับเงิน และผู้เสียหายยืนยันชัดเจน อีกทั้งยังเป็นเจ้าหน้าที่รัฐแต่กลับทำผิดกฎหมายเสียเอง เบื้องต้นตนมีคำสั่งให้ตำรวจ 3 รายนี้ออกจากราชการไว้ก่อน ซึ่งอยู่ระหว่างการทำหนังสือเป็นลายลักษณ์อักษร ส่วนตำรวจอีก 8 นายที่ถูกซัดทอด ซึ่งมีนายตำรวจยศร.ต.อ., นายตำรวจยศร.ต.ท., ตำรวจยศด.ต. 2 นาย, ตำรวจยศจ.ส.ต. 3 นาย และตำรวจยศส.ต.อ. อีก 1 นายนั้น ขณะนี้ยังรอ ผู้เสียหายเข้ามาชี้ตัวยืนยันเพิ่มเติม หาก เจ้าหน้าที่รวบรวมพยานหลักฐาน และผู้เสียหายยืนยันแล้วพบว่าร่วมกันกระทำจริงก็จะถูกแจ้งความดำเนินคดีทั้งอาญา ตั้งกรรมการสอบสวน รวมทั้งให้ออกจากราชการไว้ก่อนทั้ง 8 คนเช่นกัน

“เรื่องดังกล่าวอยากให้มองว่าการที่ตำรวจจับตำรวจนั้น หากทำผิดก็ต้องถูกจับไม่ว่าใครก็ตาม เราจะไม่ปกป้องคนผิด หากหน่วยงานมีสิ่งที่ไม่ดี เราก็จะต้องทำความสะอาดเอง ไม่ให้คนอื่นมาทำให้ และไม่ให้คนเหล่านั้นมีอำนาจ โดยเฉพาะตำรวจจะต้องเป็นแบบอย่างที่ดีของประชาชน ไม่ใช่ทำผิดกฎหมายเสียเอง ซึ่งต้องดำเนินการขั้นเด็ดขาดเพื่อไม่ให้เกิดขึ้นอีก” พล.ต.ต.สุวรรณกล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน