พท.โวแลนด์สไลด์ 99.99%5เมย.เปิดแน่ 3แคนดิเดต
พรรคหน่อยส่งชิง3ชื่อชพก.มั่นใจปักธงกทม.ได้

‘บิ๊กตู่’เข้าเซฟเฮาส์เคาะลำดับปาร์ตี้ลิสต์ รทสช. ‘ธนกร’แจงแทน ไม่ลงชิง เปล่ากลัวแพ้ แต่นายกฯ เป็นคนของประชาชนอยู่แล้ว มั่นใจนำ รทสช.เข้าสภาเกิน 90

ที่นั่ง ‘มาร์ค’ติงรธน.เปิดช่องนายกฯ ไม่ต้องเป็นส.ส. ชพก.สุดว้าว ยกเวทีกล้าไฟต์เปิดตัวผู้สมัครส.ส.กทม. มั่นใจปักธงได้ เล็งส่ง ‘สุวัจน์’เป็นแคนดิเดตนายกฯ ‘ชลน่าน’โวพท.แลนด์สไลด์ 99.99% แล้ว ได้ฤกษ์ 5 เม.ย.โชว์โฉม 3 แคนดิเดต ทสท.ส่ง‘เจ๊หน่อย-สุพันธุ์-ศิธา’เข้าชิง ด้าน 4 พรรคฝ่ายค้าน ร้องกกต.แก้วิธีลงคะแนนเลือกตั้งต่างแดน หวั่นสกัดไม่ให้เลือกฝั่งประชาธิปไตย จี้เลิกใช้วิธีพิมพ์บัตรโหล เกรงบัตรปลอมระบาด

‘บิ๊กตู่’เปิดเซฟเฮาส์ถกปาร์ตี้ลิสต์
เมื่อวันที่ 31 มี.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ให้คณะแพทย์เข้าทำแผลพร้อมตรวจอาการมือขวา ในช่วงเช้าที่บ้านพักภายในกรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ ถนนวิภาวดีรังสิต จากนั้นเข้าปฏิบัติภารกิจที่ทำเนียบรัฐบาลในเวลา 10.40 น.

เวลา 12.58 น. พล.อ.ประยุทธ์ออกจากทำเนียบรัฐบาล โดยมีรายงานว่า พล.อ. ประยุทธ์ ในฐานะประธานคณะกรรมการกำหนดแนวทางและยุทธศาสตร์พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) จะเรียกคณะกรรมการกำหนดแนวทางฯ และแกนนำของพรรค หารือที่เซฟเฮาส์ส่วนตัวเพื่อเคาะจัดลำดับ ส.ส.บัญชีรายชื่อ (ปาร์ตี้ลิสต์) ที่ยังต้องมีการปรับแก้ เนื่องจากมีบางคนลาออก รวมถึง จัดเรียงลำดับโดยเมื่อคืนวันที่ 30 มี.ค. นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรคได้เข้ามาตรวจเอกสารและตรวจรายชื่อ ก่อนนำส่งให้ พล.อ.ประยุทธ์ตรวจดูเป็นครั้งสุดท้ายในวันเดียวกันนี้

สำหรับการจัดลำดับบัญชีรายชื่อ ส.ส. บัญชีรายชื่อ อันดับต้นๆ อาทิ นายพีระพันธุ์ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการพรรค นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พลังงาน ในฐานะทีมเศรษฐกิจ รทสช. นายธนกร วังบุญคงชนะ รมต.ประจำสำนักนายกฯ ประธานยุทธศาสตร์ภาคใต้ นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกฯ ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนัก นายกฯ แกนนำพรรคดูแลพื้นที่กทม. นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน แกนนำพรรค นาง พิชชารัตน์ เลาหพงศ์ชนะ กรรมการกำหนดแนวทางและยุทธศาสตร์พรรค เป็นต้น

‘ธนกร’แจง‘ลุงตู่’ไม่ลงชิง
นายธนกร วังบุญคงชนะ รมต.ประจำสำนักนายกฯ ประธานยุทธศาสตร์ภาคใต้ รทสช. กล่าวถึงกรณีพล.อ.ประยุทธ์ ไม่ลงสมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อว่า ที่ผ่านมาพรรคเพื่อไทย (พท.) ยืนยันมาโดยตลอดว่านายกฯ ต้องมาจาก ส.ส. แต่วันนี้กลับมาบอกว่าแคนดิเดต นายกฯ ไม่ต้องเป็น ส.ส. ฉะนั้น พท.ต้องอธิบายสิ่งที่ตัวเองเคยพูดไว้ ส่วน พล.อ. ประยุทธ์ ไม่เคยบอกว่าจะลงหรือไม่ลง แต่วันนี้ตัดสินใจไม่ลง ถามว่ามีผลกระทบต่อพรรคหรือไม่ ยืนยันว่าไม่กระทบเลย แคนดิเดตนายกฯ มีความใกล้ชิดและยึดโยงประชาชนอยู่แล้ว การที่พล.อ.ประยุทธ์ไม่ได้ลงบัญชีรายชื่ออันดับ 1 ไม่มีปัญหาอะไรเลย พล.อ.ประยุทธ์ คือ รทสช. เป็นสมาชิกพรรค เป็นประธานกำหนดแนวทางยุทธศาสตร์พรรค เป็นแคนดิเดต นายกฯของพรรค ขึ้นเวทีปราศรัยเป็นผู้นำหาเสียงด้วยตัวเอง ไม่เห็นจะต้องลงส.ส.มันตอบคำถามได้อยู่แล้ว

“นายกฯ เป็นคนของประชาชนอยู่แล้ว ประชาชนจะเลือกหรือไม่เลือกไม่ใช่ว่าท่านจะเป็นส.ส. ประชาชนจะไว้วางใจเลือกท่านเพราะสิ่งที่ท่านทำมา 8 ปี ผลงานชัดเจน มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ ยึดมั่นในชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์และประชาชน และรัฐธรรมนูญก็เปิดช่องอยู่แล้ว ถ้าพล.อ. ประยุทธ์กลัวแพ้คงไม่มาเป็นแคนดิเดต นายกฯ คะแนนนิยมในตัว พล.อ.ประยุทธ์ และ รทสช.ดีวันดีคืน โดยเฉพาะภาคใต้ คาดว่าจะได้ส.ส.เข้าสภาไม่ต่ำ 80-90 ที่นั่ง จากเขต 60-70 ที่นั่ง และบัญชีรายชื่ออีกประมาณ 20 ที่นั่ง ที่พูดมาไม่ได้พูดลอยๆ แต่มีการประเมินจากโพลที่เชื่อถือได้ บวกกับฟังเสียงประชาชนในพื้นที่” นายธนกรกล่าว

ระดมแกนนำติวเข้มผู้สมัคร
ขณะที่ นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ ที่ปรึกษาทีมเศรษฐกิจรทสช. ลาราชการช่วงบ่าย เป็นประธานประชุมกำหนดยุทธศาสตร์ และนโยบายประกอบแนวทางหาเสียงในพื้นที่กทม. ให้กับผู้สมัครส.ส.กทม. ทั้ง 33 เขต ที่ทำการ รทสช. โดย ม.ล.ชโยทิต กฤดากร หัวหน้าทีมเศรษฐกิจ นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี ประธานที่ปรึกษาพรรค นายอนุชา บุรพชัยศรี รองหัวหน้าพรรค พล.ต.นพ.เหรียญทอง แน่นหนา พล.อ.ต.อัศวิน ขวัญเมือง มาร่วมติวเข้ม

นายสุพัฒนพงษ์กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะประธานคณะกรรมการกำหนดแนวทางและยุทธศาสตร์รทสช. และผู้บริหารพรรคขอให้ผู้สมัครส.ส.ทุกคนที่ลงพื้นที่รับฟังปัญหาของประชาชนด้วยความจริงใจ เพราะประชาชนหวังที่จะมีผู้แทน ที่สามารถเข้าไปช่วยเหลือเขาได้ ที่ผ่านมา พล.อ. ประยุทธ์มีความจริงใจและมุ่งมั่นที่จะทำงานเพื่อประชาชนและประเทศชาติอย่างแท้จริง ผลงานหลายอย่างเกิดขึ้นในสมัยรัฐบาลนี้ และเห็นเป็นรูปธรรมอย่างชัดเจน ตนเชื่อว่าคนไทยรับรู้เรื่องนี้แต่อาจจะลืมไป จึงอยากฝากให้ผู้สมัครส.ส.ทุกคนที่มีใจอาสามาทำงานเป็นตัวแทนของประชาชนได้ชี้แจงนโยบาย สิ่งที่รทสช.จะทำต่อเนื่องต่อไป โดยเฉพาะหลายโครงการที่ทำจนประสบความสำเร็จมาแล้ว และจะต่อยอดเพิ่มขึ้นไปอีกตามความตั้งใจของ พล.อ.ประยุทธ์

“ผลงานหลายอย่างที่ พล.อ.ประยุทธ์ทำมาจนประสบความสำเร็จ ไม่ว่าจะเป็นโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โครงการคนละครึ่ง โครงการชิมช้อปใช้ โครงการเราเที่ยวด้วยกัน หรือผลงานเรื่องโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ที่หลายอย่างประสบความสำเร็จได้เริ่มต้นในรัฐบาลนี้ หากย้อนไปเมื่อ 3 ปีที่แล้วในช่วงที่ทุกคนต้องลำบากกับสถานการณ์ โควิด รัฐบาลของพล.อ.ประยุทธ์ก็ได้แก้ไขปัญหาอย่างดีจนกระทั่งทุกอย่างดีขึ้นเหมือนทุกวันนี้ หากถามความรู้สึกในวันนั้นกับวันนี้ มีความแตกต่างกันมากไม่อยากให้ทุกคนลืม” นายสุพัฒนพงษ์กล่าว

‘บิ๊กป้อม’ตรวจน้ำหัวหิน-เพชรบุรี
เมื่อเวลา 11.30 น. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี พร้อมคณะลงพื้นที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ และจ.เพชรบุรี เพื่อติดตามการพัฒนาแหล่งน้ำ การบริหารจัดการน้ำ และการผลิตน้ำประปาคุณภาพ

พล.อ.ประวิตรไปสักการะหลวงปู่ทวด วัดห้วยมงคล อ.หัวหิน และถวายสังฆทานแด่เจ้าอาวาส เพื่อความเป็นสิริมงคล จากนั้นไปตรวจความพร้อมอ่างเก็บน้ำห้วยมงคลอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ต.ทับใต้ อ.หัวหิน และประชุมมอบนโยบายแก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่ห้องประชุมสำนักงานก่อสร้างชลประทานขนาดกลางที่ 14 อ.หัวหิน

จากนั้น พล.อ.ประวิตรพบปะประชาชนจำนวนมากที่มาต้อนรับ โดยต่างถือรูปและข้อความให้กำลังใจ เช่น หัวหินเต็ม 100 และพากันเข้ามามอบดอกกุหลาบ พวงมาลัย สวมกอด ถ่ายภาพ หอมแก้ม และพูดให้กำลังใจว่า รักลุงป้อม ลุงป้อมสู้ๆ ท่ามกลางสภาพอากาศร้อนจัด แต่กลุ่มแฟนคลับไม่ถอยแม้แต่คนเดียว

เวลา 14.30 น. ที่เทศบาลบางตะบูน อ.บ้านแหลม จ.เพชรบุรี พล.อ.ประวิตรประชุมหารือร่วมกับผู้ว่าฯเพชรบุรี และหน่วยงานในจังหวัด ถึงภาพรวมสภาพปัญหาและผลกระทบของน้ำเน่าเสียในพื้นที่ รับทราบรายงานแผนงานและโครงการพัฒนาแหล่งน้ำที่สำคัญ และแนวทางการแก้ไขปัญหาน้ำเน่าเสียใน 3 จังหวัด คือ ราชบุรี สมุทรสงคราม และเพชรบุรี โดยกำชับสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เร่งบูรณาการกับทุกหน่วยงาน แก้ไขปัญหาคุณภาพน้ำในพื้นที่รอยต่อ 3 จังหวัด และปฏิบัติตาม 10 มาตรการรองรับฤดูแล้งอย่างเคร่งครัด

วันเดียวกัน พล.อ.ประวิตรในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ได้ลงนามใน คำสั่งพรรคพลังประชารัฐที่ 90/2566 เรื่อง แต่งตั้งรองเลขาธิการพรรค โดยแต่งตั้งนายสัณหพจน์ สุขศรีเมือง ดำรงตำแหน่งรองเลขาธิการพรรค ให้มีหน้าที่และอำนาจตามที่เลขาธิการพรรคมอบหมาย และให้รายงานตรงต่อเลขาธิการพรรค ตั้งแต่วันที่ 29 มี.ค.2566

ภท.เปิดตัว 500 ผู้สมัคร 6 เม.ย.
นายศุภชัย ใจสมุทร นายทะเบียนพรรคภูมิใจไทย (ภท.) เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) และคณะกรรมการสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้งว่า ในที่ประชุมหารือเพื่อเสนอรับรองรายชื่อของบุคคลที่จะเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งในส่วนของเขต ซึ่งรับรองแล้ว 391 เขต ใน 400 เขต ส่วนอีก 9 เขตที่เหลือ พรรคจะมีการขยายเวลาเพื่อให้มีผู้สมัครเพิ่มเติม

ส่วนรายชื่อผู้สมัครแบบบัญชีรายชื่อ กก.บห.ได้รับรายชื่อจากคณะกรรมการสรรหาผู้สมัครทั้ง 100 ชื่อ และได้จัดเรียงลำดับผู้สมัครเรียบร้อยแล้ว โดยจะเปิดเผยรายชื่อในวันรับสมัครเลือกตั้งวันที่ 4 เม.ย. ซึ่งนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้า ภท.จะนำทัพผู้สมัครแบบแบ่งเขตที่จ.นครราชสีมา ส่วนในกทม. นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ หัวหน้าทีม กทม. นัดรวมตัวกันที่ที่ทำการพรรค ก่อนเคลื่อนด้วยรถไฟฟ้า EV ไปยังสนามไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง ในเวลา 07.00 น. เมื่อจับสลากได้เบอร์ผู้สมัครแล้วจะพาผู้สมัครไปไหว้พระเอาฤกษ์เอาชัยที่วัดชนะสงครามในเวลา 11.45 น. และวันที่ 4 เม.ย. นายอนุทิน นายพุทธิพงษ์ นายศุภชัย และทีมกฎหมายพรรค รวม 4 คน จะไปสมัครระบบแบบบัญชีรายชื่อที่อาคารไอยราวัตพัฒนา ศาลาการกทม. 2 ดินแดง ในช่วงเช้าตรู่

ส่วนวันที่ 6 เม.ย. ช่วงเช้าจะมีการทำบุญตักบาตรเนื่องในวันครบรอบก่อตั้งพรรค และนายอนุทินจะนำทีมเปิดตัวผู้สมัครแบบบัญชีรายชื่อ และแบบแบ่งเขต 500 คน

ขอพร – นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นำผู้บริหารพรรคและว่าที่ผู้สมัครส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ 100 คน ไหว้สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำพรรค ก่อนประชุมซักซ้อมข้อปฏิบัติต่างๆ ของผู้สมัคร ที่พรรคประชาธิปัตย์ กทม. เมื่อวันที่ 31 มี.ค.

‘อู๊ดด้า’ปลุกใจนำปชป.สู่ชัยชนะ
เวลา 10.40 น. ที่พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าปชป.เป็นประธานการประชุมผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.บัญชีรายชื่อ 100 คน โดยมีนายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรค นายนิพนธ์ บุญญามณี รองหัวหน้าพรรค และผอ.เตรียมการเลือกตั้งของพรรค น.ต.สุธรรม ระหงษ์ ผอ.พรรคร่วมกันชี้แจง ซักซ้อมข้อปฏิบัติต่างๆ ของผู้สมัคร และกำหนดการวันสมัครรับเลือกตั้งผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อ ในวันที่ 4 เม.ย. พร้อมนัดหมายการเดินทางร่วมกันไปสักการะศาลหลักเมืองและวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ขณะเดียวกัน ปชป.ได้เชิญผู้แทนจากสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มาชี้แจงทำความเข้าใจกับผู้สมัครในประเด็นต่างๆ ด้วย

เวลา 11.20 น. นายจุรินทร์พร้อมผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ร่วมสักการะพระแม่ธรณีบีบมวยผม ซึ่งเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำพรรคเพื่อเอาฤกษ์เอาชัย และนายจุรินทร์กล่าวกับคณะ ผู้สมัครว่า วันนี้ถือโอกาสขอพรจากพระแม่ธรณีบีบมวยผมเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ ผู้สมัครทั้ง 100 คน และขอให้ทุกคนร่วมกันนำชัยชนะมาสู่พรรค ขอให้ทุกคนปฏิบัติตามกฎหมายและกฎระเบียบของกกต.โดยเคร่งครัดทุกประการ ที่สำคัญใครที่ปรามาสเราไว้ขอให้ทัพหน้า ปชป.ทั้ง 100 คน ช่วยกันถือยางลบแท่งใหญ่ตระเวนไปทั่วประเทศช่วยกันลบคำปรามาสและนำพรรคไปสู่ความสำเร็จต่อไป

‘มาร์ค’ลุยหาเสียงถิ่นเก่า
เมื่อเวลา 17.00 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าปชป. พร้อมด้วย น.ส.วทันยา บุนนาค ประธานคณะทำงานนวัตกรรมการเมือง ปชป.ลงพื้นที่ชุมชนบ้านใหม่ ซอยเจริญกรุง 85 เขตบางคอแแหลม กทม. ช่วยหาเสียงให้นายอภิมุข ฉันทวาณิช ผู้สมัคร ส.ส.กทม. เขตยานนาวา-บางคอแหลม ทันทีที่นายอภิสิทธิ์มาถึง นางสุไร แก้วทอง ส.ข.คนแรกของประเทศไทยปี 2528 ที่เคยช่วยนายอภิสิทธิ์หาเสียงสมัยลงสมัครส.ส.ครั้งแรก พร้อมชาวบ้านเก่าแก่ในชุมชน มาต้อนรับ โดยมี ม.ล.อภิมงคล โสณกุล อดีตส.ส.เขตนี้ มาช่วยหาเสียงด้วย

นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า วันนี้ดีใจที่ทุกคนยังจำได้ว่าเมื่อ 30 ปีที่แล้วตนเคยลงสมัครรับเลือกตั้งส.ส.ที่เขตนี้ ได้ทำงานรับใช้ประชาชนในฐานะส.ส. แต่ตนไม่เคยทิ้งพื้นที่ เพราะตลอดเวลาในการทำงานการเมืองได้กลับมาเยี่ยมเยียนอยู่เสมอ รวมถึงยังได้เฟ้นหาบุคลากรที่มีคุณภาพมาเป็นผู้แทนรับใช้ประชาชนในเขตพื้นที่ยานนาวา-บางคอแหลมอยู่ตลอด ในอดีตตนเคยมาเดินหาเสียงกับ นายสมเกียรติ ฉันทวานิช อดีตส.ส.กทม. คุณพ่อของนายอภิมุข ดังนั้น นายอภิมุขจึงไม่ใช่คนอื่นไกล และได้ทำงานรับใช้พี่น้องในฐานะส.ก.มายาวนาน วันนี้มีความพร้อมที่จะเข้าไปทำหน้าที่ในสภาผู้แทนราษฎร และจะสามารถมาดูแลทุกข์สุขของทุกคนได้

ติงรธน.เอื้อนายกฯไม่เป็นส.ส.
นายอภิสิทธิ์ให้สัมภาษณ์กรณีที่แคนดิเดต นายกฯ หลายพรรค ไม่ลงสมัครรับเลือกตั้งส.ส.ว่า ไม่รู้สึกแปลกใจ เพราะรัฐธรรมนูญเปิดช่องให้ทำอย่างนี้ แต่ตนยังอยากเห็นระบบของเราเป็นเหมือนกับระบบรัฐสภาในประเทศอื่นๆ คนที่เข้ามาทำงานฝ่ายบริหาร ยังต้องรับผิดชอบงานในฝ่ายนิติบัญญัติ เพราะนั่นคือโครงสร้างของระบบรัฐสภาที่จะทำให้การบริหารงานราบรื่น ตนคิดว่าข้อผิดพลาดในหลายๆ ยุค คือความเชื่อที่ว่าฝ่ายบริหารกับฝ่ายนิติบัญญัติแยกออกจากกันได้ เมื่อมีช่องว่างและระยะห่าง ก็จะเกิดปัญหา

ในช่วงครึ่งปีที่ผ่านมา เห็นได้ชัดว่าเมื่อฝ่ายบริหารไม่มีทิศทางที่ชัดเจน งานนิติบัญญัติก็ไม่สามารถเดินได้ สะดุดตลอดเวลา ใจตนอยากให้ผู้ที่ทำงานฝ่ายบริหารควรเป็นผู้ที่มาจากการเลือกตั้งด้วย แต่รัฐธรรมนูญเปิดช่องให้ผู้ที่เป็นนายกฯ ไม่จำเป็นต้องมาจากส.ส. ทำให้ไม่ใช่มีเฉพาะกรณีของ พล.อ.ประยุทธ์ ที่ไม่ลงสมัครส.ส. แต่ยังมีนายเศรษฐา ทวีสิน และ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ที่ล้วนไม่ได้ลงสมัครส.ส.ด้วย

ผู้สื่อข่าวถามว่า จะกลับมาเล่นการเมืองอีกหรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ตอบไม่ได้ เพราะตนพูดเสมอว่าการจะทำงานการเมืองเต็มตัว ต้องมีปัจจัยต่างๆ ที่ทำให้เราเชื่อว่าเราทำประโยชน์ได้ อีกทั้งต้องขึ้นอยู่กับสมาชิกพรรค ประชาชน และความคิดของสังคมในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา ในการเลือกตั้งครั้งนี้ คิดว่ายังไม่เหมาะที่จะกลับไปลงสมัครส.ส. จึงมา สนับสนุนพรรคในฐานะสมาชิกพรรค ส่วนอนาคตต้องแล้วแต่ว่าจะเป็นอย่างไร

พร้อมสู้ศึก – นายวราวุธ ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา พร้อมด้วยผู้บริหารพรรค ประชุมใหญ่สามัญ ครั้งที่ 2/2566 ปฐมนิเทศชี้แจงนโยบายและข้อกฎหมายเลือกตั้ง ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น กทม. เมื่อวันที่ 31 มี.ค.

ชทพ.ประชุมใหญ่สู้ศึก
เมื่อเวลา 09.00 น. ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น กทม. พรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) จัดการประชุมใหญ่สามัญครั้งที่ 2/2566 และการปฐมนิเทศชี้แจงนโยบายและข้อกฎหมายเลือกตั้ง โดยที่ประชุมมีมติเห็นชอบเพิ่มเติมกก.บห.ในตำแหน่งรองหัวหน้าพรรค 3 คน ได้แก่ นายชาติชาย พยุหนาวีชัย นายกนก วงษ์ตระหง่าน และนายสันติ กีระนันทน์

นายวราวุธ ศิลปอาชา หัวหน้าพรรค กล่าวชี้แจงนโยบาย โดยเน้นลักษณะและจุดเด่นของ 10 นโยบาย ว้าว ไทยแลนด์ ที่จะช่วยผลักดันการทำงานของชทพ. ประเทศไทยต้องมีผู้นำที่ทำให้ประเทศไปยืนอยู่บนเวทีโลกตามนานาประเทศอื่นได้ทัน ต้องให้คนเก่งนำพาประเทศ ซึ่งประเทศไทยมีคนเก่งมากมาย ถึงเวลาให้คนเก่งเหล่านั้นมาเป็นผู้นำด้านต่างๆ ของประเทศไทย ยืนยันว่านโยบายของเราทำได้จริง ซึ่งไม่ได้มาขี้โม้โอ้อวด แต่เราทำให้เห็นมาแล้ว

เราไม่สามารถแก้ปัญหาด้วยการลด แลก แจก แถม เพราะไม่ใช่การแก้ปัญหาที่แท้จริง แต่ต้องเปลี่ยนวิธีคิดและวิธีทำ ไม่ใช่แก้ปัญหาแบบขายผ้าเอาหน้ารอด ทิ้งปัญหาไว้ให้คนรุ่นหลัง ไม่ใช่เลือกตั้งกันทีเสนอแนวทางอย่างนั้นอย่างนี้ สำหรับชทพ.ถ้านโยบายเราไม่สำเร็จ เราจะทำอยู่ เพราะเราไม่ได้ทำเพื่อหาเสียงไปวันๆ เราต้องการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้คนไทยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ให้คนรุ่นต่อไปมองเห็นความหวังในประเทศ เห็นโอกาสที่จะเติบโตอย่างมีคุณภาพ

ชพก.ขึ้นสังเวียนชนปัญหากทม.
ที่โรงแรมรามาการ์เด้นส์ ถนนวิภาวดี-รังสิต พรรคชาติพัฒนากล้า (ชพก.) เปิดตัว 33 ผู้สมัคร ส.ส.กทม. โดยยกสนามมวยมาจัดภายในโรงแรม ทำให้บรรยากาศเป็นไปด้วยความคึกคัก ภายใต้ธีม ชาติพัฒนากล้าไฟต์ ชนกับปัญหาของคนกรุงเทพฯ โดยเริ่มต้นด้วยโปรโมเตอร์ใหญ่ คือ นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานพรรค ที่เปิดตัวยกการ์ดขึ้นชก ย้ำว่าสมัยก่อนพรรคชาติพัฒนาเคยปักธงที่ กทม. 1 คน คือ นางปวีณา หงสกุล จึงอยากบอกว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ ชพก.จะต้องปักธง ที่กทม.อีกครั้งหนึ่ง พาทุกคนฝ่าวิกฤตประเทศ

จากนั้น นายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรค พร้อมกับนายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี รองหัวหน้าพรรค คุมพื้นที่หาเสียงกทม. ขึ้นเวที มาพร้อมสวมปลายนวม ยืนยันกล้าชกจริง ขอสู้กับปัญหา ให้กับพี่น้องประชาชน ทั้งเรื่องของแพง ภาระหนี้สิน ซึ่งถือเป็นหน้าที่ของเรา ที่ต้องอาศัยความกล้าในการเข้าไปรื้อระบบโครงสร้างปัญหา และจะผลักดันยุทธศาสตร์ผลักดันรายได้ 5 ล้านล้านบาท ให้กับประเทศ

‘สุวัจน์’พร้อมนั่งแคนดิเดต
นายกรณ์ ให้สัมภาษณ์ว่า มั่นใจผู้สมัครทั้ง 33 เขต เช่นเดียวกับจ.นครราชสีมาที่จะส่งครบ 16 เขต เราเตรียมตัวในการเลือกตั้งมานานและประเด็นปัญหาของประชาชนรอคอยการแก้ไขมีอยู่มากมาย ซึ่งผู้สมัครเราเข้าใจลึกซึ้งในตัวนโยบายที่ล้วนออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ปัญหาปากท้องของประชาชนและสร้างโอกาสในการทำมาหากินเพิ่มโอกาสในการแข่งขัน เข้าถึงแหล่งทุนที่เป็นธรรม ซึ่งเป็นภารกิจของผู้สมัครทุกคน หลังจับเบอร์ใน วันที่ 3 เม.ย. ทุกคนเตรียมลงพื้นที่พบประชาชนเพื่อนำเสนอนโยบายต่างๆ

ด้านนายสุวัจน์กล่าวว่า สำหรับผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ คิดว่าภายใน 2 วันนี้คงจะเรียบร้อย ผู้สื่อข่าวถามว่า นายสุวัจน์จะลงสมัครส.ส.หรือไม่ นายสุวัจน์กล่าวว่า ยังไม่ได้บอกว่าใช่หรือไม่ใช่ ต้องรอหารือกันก่อนเพราะยังไม่ถึงขั้นตอนสุดท้าย เมื่อถามว่า พรรคจะส่งแคนดิเดตนายกฯครบ 3 คนหรือไม่ นายสุวัจน์กล่าวว่า ตามกติกาของรัฐธรรมนูญกำหนดไว้ว่าส่งได้ไม่เกิน 3 คน

รายงานข่าวเปิดเผยว่า นายสุวัจน์ไม่ประสงค์จะลงสมัครรับเลือกตั้งส.ส.ครั้งนี้ แต่พร้อมจะรับการเสนอชื่อให้เป็นแคนดิเดต นายกฯของชพก. เพียงตำแหน่งเดียว ซึ่งช่วงสุดสัปดาห์นี้แกนนำพรรค ได้แก่ นายสุวัจน์ นายกรณ์ และผู้ที่เกี่ยวข้อง จะหารือเพื่อให้มีความชัดเจน รวมถึงการจัดลำดับผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ก่อนยื่นสมัครกับกกต. วันที่ 4 เม.ย.นี้

ผนึกกำลัง – นายสุชาติ ตันเจริญ อดีตรองประธานสภาผู้แทนฯ ผนึกกำลังนายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรองนายกฯ ชาวฉะเชิงเทราด้วยกัน ขึ้นเวทีพรรคเพื่อไทยประเดิมปราศรัยครั้งแรก ที่หน้าศาลากลางจังหวัดฉะเชิงเทรา เมื่อวันที่ 31 มี.ค.

พท.โวแลนด์สไลด์ 99.99% แล้ว
เวลา 18.00 น. ที่สนามหน้าศาลากลาง จ.ฉะเชิงเทรา พรรคเพื่อไทย จัดปราศรัยใหญ่นำโดย นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรค นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผอ.ครอบครัวเพื่อไทย นายสุชาติ ตันเจริญ นายจาตุรนต์ ฉายแสง พร้อมผู้สมัครส.ส.ฉะเชิงเทราทั้ง 4 เขต

นพ.ชลน่านปราศรัยว่า การจะเปลี่ยนแปลงได้ต้องเอา พล.อ.ประยุทธ์ และระบอบ 3 ป. ออกไป พท.มั่นใจจะคิดใหญ่กับชาวแปดริ้วได้สำเร็จ พท.ยังตั้งเป้าหมายไว้ที่ 310 เสียง ถ้าไม่ได้ 310 เสียง พล.อ.ประยุทธ์จะได้ไปต่อ เพราะ พล.อ.ประยุทธ์ได้แค่ 126 เสียง ก็ตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อยได้ ขณะนี้ผลโพลทุกสำนักตรงกัน พท.จะชนะเลือกตั้ง ถ้าดูผลทางสถิติ จะมีความคลาดเคลื่อนแค่ 3% ถือว่าเข้าใกล้แลนด์สไลด์ 99.99% แล้ว

ด้านนายสุชาติกล่าวว่า ตอนเป็นรองประธานสภา เบื่อ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯ ประสาอะไร ปล่อยสภาล่มตลอด หาความรับผิดชอบไม่มี ถือเป็นการเมืองยุคเลวร้ายที่สุด ไม่เคยมียุคใดที่ไล่ซื้อผู้แทนกันโจ๋งครึ่ม 30-40 ล้านบาท ส่วนเรื่องความจริงใจของ พล.อ.ประยุทธ์นั้น ก่อนสภาหมดอายุ 6-8 วัน มีการขึ้นเงินเดือนให้อบต. อสม.แต่ถามว่าจริงใจไหม อยู่มา 4 ปีไม่ขึ้นให้ แต่เหลืออีก 8 วันมาขึ้นให้ เป็นเงินเดือนทิพย์ เพราะรัฐบาลชุดต่อไปต้องมาทำต่อ นี่คือความจริงใจหรือไม่ การเลือกตั้งครั้งนี้จะเป็นปรากฏการณ์ที่น่าจดจำใน จ.ฉะเชิงเทรา เพราะ 3 ครอบครัวมารวมเป็นครอบครัวเพื่อไทย เพื่อประโยชน์ชาวฉะเชิงเทรา จะช่วยให้แลนด์สไลด์ใน จ.ฉะเชิงเทราง่ายขึ้น

โชว์โฉม 3 แคนดิเดต 5 เม.ย.
ที่พรรคเพื่อไทย นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรค แถลงข่าวเรื่องงานคิดใหญ่ ทำเป็น เพื่อไทยทุกวัน ตอน One Team for all Thais : หนึ่งทีมเพื่อไทยทุกคนว่า เป็นวันที่พท.รอคอยมานาน งานนี้จัดวันที่ 5 เม.ย.ที่ธันเดอร์โดมสเตเดียม เมืองทองธานี ชื่องาน 3 แคนดิเดต 1 ทีมเพื่อไทยทุกคน One Team for all Thais โดยจะเปิดรายชื่อแคนดิเดตนายกฯ ของพท. ทั้ง 3 คน รวมถึงจะมีทีมปราศรัย ประกอบด้วย ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ที่ปรึกษาคณะกรรมการยุทธศาสตร์และทิศทางการเมือง นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผอ.ครอบครัวเพื่อไทย และคนอื่นๆ ที่จะปราศรัยเรื่องนโยบายและเป้าหมายว่าจะทำอย่างไรให้แลนด์สไลด์ นอกจากนี้จะมีการลงรายละเอียดนโยบายต่างๆ ที่พท.ได้เปิดไว้ก่อนหน้านี้ อาทิ เรื่อง กระเป๋าเงินดิจิทัลวอลเลตว่าจะใส่จำนวนเม็ดเงินไปเท่าไหร่ เป็นต้น

ผู้สื่อข่าวถามว่าการเรียงลำดับรายชื่อ ส.ส.บัญชีรายชื่อมีความคืบหน้าอย่างไร นพ.ชลน่านกล่าวว่า ขั้นตอนขณะนี้คณะกรรมการสรรหา ได้ส่งรายชื่อส.ส.บัญชีรายชื่อทั้ง 100 คนที่ทำไพรมารีโหวตในแต่ละพื้นที่ทั่วประเทศไปยังกก.บห.พิจารณา คาดว่าจะแล้วเสร็จวันที่ 3 เม.ย. เพราะต้องพิจารณาให้รอบคอบที่สุด

เมื่อถามว่าจะเปิดเผยก่อนหรือไม่ หรือจะยื่นกกต.เลย นพ.ชลน่านกล่าวว่า จะไม่เปิดเผยก่อนการยื่นสมัคร เพื่อตัดประเด็นข้อแทรกซ้อนต่างๆ ออกไป

ปรับทัพ – คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย ประชุมใหญ่ปรับตำแหน่งผู้บริหารพรรค โดยเพิ่มนายสุพันธุ์ มงคลสุธี และ น.ต.ศิธา ทิวารี เป็น แคนดิเดตนายกฯ ที่พรรคไทยสร้างไทย กทม. เมื่อวันที่ 31 มี.ค.

‘หน่อย-สุพันธุ์-ศิธา’ชิงนายกฯ
วันเดียวกัน พรรคไทยสร้างไทย(ทสท.) จัดการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2566 ตามข้อบังคับพรรคการเมือง โดยมีการปรับตำแหน่งกก.บห. คือ 1.นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการพรรค แทน น.ต.ศิธา ทิวารี ที่จะเป็นตัวแทนของพรรคในการลงพื้นที่หาเสียงช่วงเลือกตั้งในฐานะแคนดิเดตนายกฯ 2.นายอุดมเดช รัตนเสถียร นายสุธา ชันแสง น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ นายดล เหตระกูล นายธวัชชัย สุทธิบงกช เป็นรองหัวหน้าพรรค 3.นายณรงค์ รุ่งธนวงศ์ เหรัญญิกพรรค 4.นายประดิษฐ์ วงศ์วิลัย นายทะเบียนพรรค 5.นายศุชัยวุธ ชาวสวนกล้วย นายสุจินต์ พิทักษ์ และนายพิทักษ์ สันติวงศ์สกุล เป็นกก.บห.

ทั้งนี้ กก.บห. มีมติให้ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ นายสุพันธุ์ มงคลสุธี และน.ต.ศิธา ทิวารี เป็นแคนดิเดตนายกฯ ของทสท.

4 พรรคจี้กกต.แก้กาบัตรต่างแดน
ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง พรรคร่วมฝ่ายค้าน นำโดย นายสมชัย ศรีสุทธิยากร ประธานยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนนโยบาย พรรคเสรีรวมไทย (สร.) นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล (ก.ก.) พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคประชาชาติ (ปช.) และนายสุขุมพงศ์ โง่นคำ สมาชิกพรรค เพื่อไทย ยื่นคำร้องต่อประธานกกต. ขอให้แก้ไขวิธีการลงคะแนนเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรของบางประเทศ

นายสมชัยกล่าวว่า คนไทยนอกราชอาณาจักรมี 1.3 ล้านคน คาดเป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้งราว 1 ล้านคน การเลือกตั้งปี 2562 มีผู้ใช้สิทธิประมาณ 1 แสนคน จำนวนผู้ใช้สิทธิสามารถเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิมได้ หาก กกต.และกระทรวงการต่างประเทศตั้งใจและจริงใจที่จะอำนวยความสะดวกให้มาใช้สิทธิ

การไปใช้สิทธิกฎหมายกำหนดไว้ 3 รูปแบบ 1.ใช้สิทธิที่สถานทูต 2.หน่วยเลือกตั้งเคลื่อนที่ และ 3.ไปรษณีย์ รูปแบบที่ประชาชนใช้สิทธิมากที่สุดคือทางไปรษณีย์ น้อยที่สุดคือสถานทูต แต่ขณะนี้คือสถานทูตหลายๆ ประเทศออกประกาศยกเลิกการเลือกตั้งทางไปรษณีย์ เช่น มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ จอร์แดน อียิปต์ ลักเซมเบิร์ก และเนเธอร์แลนด์

บางประเทศกำหนดวันเลือกตั้งที่สถานทูตเป็นวันราชการ เช่น เบลเยียม และลักเซมเบิร์ก วันอังคาร, มาเลเซียวันพฤหัสบดีและวันศุกร์ เป็นการจำกัดให้ประชาชนไม่สามารถมาใช้สิทธิได้เพราะต้องเสียเวลาทำงาน และยังพบประเทศที่ให้ใช้สิทธิทางไปรษณีย์กำหนดวันส่งกลับบัตรเลือกตั้งเร็วเกินไป ทั้งที่บัตรเลือกตั้ง กกต.จะส่งถึงสถานทูต 22 เม.ย. แต่ให้ประชาชนส่งกลับสถานทูต 28 เม.ย. กว่าสถานทูตจะส่งให้คนไทยในต่างประเทศอาจใช้เวลา 2-3 วัน บางทีกว่าจะถึงมือประชาชนอาจเลยกำหนดเวลาที่จะส่งกลับ

เหมือนสกัดไม่ให้เลือกฝั่งปชต.
ดังนั้น ต้องการให้ กกต.ประสานกับกระทรวงการต่างประเทศเพื่อแก้ไข 5 เรื่อง 1.ให้สถานทูตและสถานกงสุลใช้วิธีเลือกตั้งทางไปรษณีย์เป็นหลัก 2.การจัดเลือกตั้งที่สถานทูตหรือหน่วยเคลื่อนที่ให้จัดในวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ 3.ปรับเปลี่ยนการส่งกลับบัตรเลือกตั้งให้มีเวลาที่ไม่เร่งรีบเกินไป เช่น ขยายถึง 4 พ.ค. 4.ขอให้สถานทูตที่มีความพร้อมจัดให้มีการนับคะแนนได้ กฎหมายเลือกตั้งส.ส.ฉบับใหม่เปิดช่องไว้ 5.ให้นำรายละเอียดการเลือกตั้งของคนไทยในต่างประเทศทั้งหมด เผยแพร่ในเว็บไซต์เพื่อตรวจสอบได้

ด้าน พ.ต.อ.ทวีกล่าวว่า การที่สถานทูตมาเลเซียกำหนดวันเลือกตั้ง 27-28 เม.ย. โดยไม่คำนึงถึงบริบทวันละศีลอด และ 22 เม.ย. เป็นฮารีรายอ คนไทยมุสลิมส่วนใหญ่ต้องเดินทางกลับไทย 10 วัน ซึ่งคร่อมวันเลือกตั้ง การกำหนดวันเลือกตั้งดังกล่าวและตัดสิทธิการลงเลือกตั้งทางไปรษณีย์เหมือนกลั่นแกล้งคนไทยที่ตื่นตัวทางประชาธิปไตยสูง ขั้นตอนเป็นอุปสรรคต่อการเลือกตั้ง เหมือนสกัดกั้นบุคคลที่อยู่ต่างประเทศไม่ให้เข้ามาเลือกฝ่ายค้าน

นายสมชัยยังกล่าวถึงการจัดพิมพ์บัตรเลือกตั้งแบบแบ่งเขตว่า กกต.เลือกรูปแบบให้มีเฉพาะหมายเลขผู้สมัคร หรือเรียกว่าบัตรโหล จะทำให้เกิดความสับสนกับประชาชนผู้มีสิทธิจะต้องจดจำว่าหมายเลขนี้คือพรรคอะไร และไม่มีโอกาสได้ดูอีกครั้งว่าสิ่งที่เขาจำก่อนจะกาบัตรถูกต้องหรือไม่ อาจทำให้เกิดปัญหาการทุจริตได้ง่าย เช่น การพิมพ์บัตรปลอม พิมพ์ครั้งเดียวใช้ได้ทุกที่ ซึ่งระยะเวลาที่เหลืออยู่ หาก กกต.จะเปลี่ยนแปลงรูปแบบการจัดพิมพ์บัตรเลือกตั้งเหมือนปี 2562 คิดว่าทำได้

ปี 2562 กกต.พิมพ์บัตร 350 แบบ มีทั้งโลโก้พรรค ชื่อพรรค และหมายเลข ยังจัดทำได้ ซึ่งการพิมพ์บัตรจะเกิดขึ้นเมื่อปิดรับสมัคร ขณะนี้ยังไม่มีการรับสมัคร จึงขอให้กกต.พิจารณาให้ดี เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ หาก กกต.ยังยืนยันเหมือนเดิม ฝ่ายค้านไม่ยอมจบแน่ รับรองมีต่อภาค 2

ศาลไม่รับคำร้องปม‘ศักดิ์สยาม’
วันเดียวกัน ศาลรัฐธรรมนูญประชุมปรึกษาคดีที่ นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล และส.ส. รวม 47 คน ยื่นคำร้องให้พิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 144 วรรคสาม กรณีนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เป็นผู้เสนองบประมาณของกระทรวงคมนาคม ผู้พิจารณา และกรรมาธิการ (กมธ.) ที่มีส่วนโดยทางตรงและทางอ้อมในการใช้งบประมาณปี 2564 และยังคงไว้ซึ่งความเป็นหุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วนจำกัด บุรีเจริญ คอนสตรัคชั่น มีเจตนาพิเศษส่งผลทำให้หจก. และบริษัทที่บริจาคเงินให้ ภท.รับงานเข้าเป็นคู่สัญญากับกระทรวงคมนาคม อันเป็นการฝ่าฝืนบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มาตรา 144 วรรคสอง

ศาลพิจารณาเห็นว่า การยื่นคำร้องขอให้พิจารณาวินิจฉัยตามมาตรา 144 วรรคสาม ต้องอยู่ระหว่างการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณของสภาผู้แทนราษฎรหรือวุฒิสภา เมื่อร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ ปี 2564 พิจารณาเสร็จสิ้น และเป็นกฎหมายใช้บังคับแล้ว ไม่ต้องด้วยหลักเกณฑ์และเงื่อนไขตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 144 วรรคสาม ประกอบ พ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2561 มาตรา 7 (7) มีมติเป็นเอกฉันท์มี คำสั่งไม่รับคำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัย

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข หัวหน้าภท. ให้สัมภาษณ์ว่า หลังศาลรัฐธรรมนูญมีมติ ดังกล่าว นายศักดิ์สยาม ก็คงไว้ซึ่งสิทธิ์ที่จะฟ้องร้องกลับ เนื่องจากทำให้เกิดความเสียหาย

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน