แม่เหยื่อถามฆ่าลูกทำไม
ตร.เร่งล่า 2 คนร้ายขี่จยย.ประกบยิง น.ศ.ปทุมวันดับสยอง เช็กวงจรปิด เผยสุดเหี้ยมยิงกระหน่ำชุดแรก กลัวไม่ตาย วกรถกลับมาจ่อยิงซ้ำ รวม 6 นัดร่างพรุน แม่เหยื่อมือปืนโหดเศร้ารับร่างลูกไปบำเพ็ญกุศลที่เชียงคาน จ.เลย บ้านเกิด อยากให้คนร้ายมอบตัว ถามฆ่าลูกตนทำไม ทั้งที่ไม่เคยมีเรื่องบาดหมางกัน มาก่อน ชี้ลักษณะคล้ายเหตุยิงน.ศ.ที่แยกกำนันแม้นปี 65 ที่ยังจับคนร้ายไม่ได้
เมื่อเวลา 22.15 น. วันที่ 2 เม.ย. ร.ต.อ. นฤเศรษฐ์ เอมกริชรอง สว.(สอบสวน) สน.บางกอกน้อย รับแจ้งเหตุยิงกันตาย เหตุเกิดใกล้ปากซอยจรัญสนิทวงศ์ 30/1 ถนนจรัญสนิทวงศ์ แขวงบ้านช่างหล่อ เขตบางกอกน้อย กทม. จึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบ พร้อมด้วยพล.ต.ต.จักรภพ สุคนธราช ผบก.น.7 พ.ต.อ.ณัฐพัฒนส์ ธรรมชุตินันท์ ผกก.สน.บางกอกน้อย ฝ่ายสืบสวนสน.บางกอกน้อย เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์ หลักฐาน แพทย์เวรนิติเวช ร.พ.ศิริราช และอาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งรุดไปตรวจสอบ
ที่เกิดเหตุอยู่ห่างจากสน.บางกอกน้อย ประมาณ 300 เมตร ริมถนนเลนซ้ายสุด พบศพนายศตวรรษ รอบรู้ อายุ 23 ปี นักศึกษาคณะวิศวกรรมไฟฟ้า ชั้นปีที่ 1 สถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน สภาพศพนอนตะแคงขวา สวมเสื้อยืดแขนสั้นสีขาวสวมทับเสื้อคลุมแขนยาวสีน้ำเงิน กางเกงขาสั้นเจเจลายเขียวแดงดำ มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบขนาดที่หน้าอกซ้าย 1 นัด หน้าอกขวา 1 นัด ซี่โครงซ้าย 1 นัด ขาซ้าย 2 นัด และนิ้วโป้งขวา 1 นัด รวม 6 นัด และพบหัวกระสุนไม่ทราบขนาด 3 หัวตกบริเวณที่เกิดเหตุ ใกล้กันพบรถจักรยานยนต์ยามาฮ่า นูโว สีขาวดำ ทะเบียน ยจท772 กรุงเทพมหานคร ล้มคว่ำ มีรอยกระสุนทะลุ 1 นัด และหมวกกันน็อกแบบเต็มใบสีขาวของผู้ตาย
จากการสอบสวนทราบว่า ขณะที่ผู้ตาย ขี่รถจยย.มาถึงจุดเกิดเหตุ มีคนร้ายเป็นชาย 2 คนสวมหมวกกันน็อกแบบเต็มใบขี่รถจักรยานยนต์ยามาฮ่า รุ่น N-Max สีขาว ทะเบียนจำได้ 9178 ขี่ประกบไล่กระหน่ำยิงหลายนัด จนรถจักรยานยนต์ของผู้ตายล้มคว่ำไถลไปกับถนน คนร้ายกลับรถมาจ่อยิงซ้ำ อีกหลายนัด ก่อนขี่หลบหนีไปตามถนนจรัญสนิทวงศ์ ขาเข้ามุ่งหน้าสี่แยกไฟฉาย
ร.ต.อ.นฤเศรษฐ์ ร้อยเวรเจ้าของคดีกล่าวว่า ได้ประสานฝ่ายสืบสวนตรวจภาพกล้องวงจรปิดบริเวณใกล้เคียงเพื่อดูเหตุการณ์เบื้องต้นคนร้ายไล่ยิงผู้ตายมา เมื่อรถล้ม คนร้ายกลับรถมายิงซ้ำอย่างโหดเหี้ยม ส่วนสาเหตุ อยู่ระหว่างการสอบสวน

ประกบยิง – ตร.บางกอกน้อยตรวจสอบเหตุคนร้าย 2 คนขี่จยย.ประกบยิงนายศตวรรษ รอบรู้ น.ศ.สถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน ก่อนวกรถกลับมาจ่อยิงซ้ำรวม 6 นัดเสียชีวิต ใกล้ปากซอยจรัญสนิทวงศ์ 30/1 เขตบางกอกน้อย กทม. เมื่อวันที่ 2 เม.ย.
ด้านพ.ต.อ.ณัฐพัฒนส์ ธรรมชุตินันท์ ผกก.สน.บางกอกน้อย เปิดเผยว่า ตอนนี้สั่งการให้ฝ่ายสืบสวนลงพื้นที่ตรวจสอบเส้นทางของคนร้าย รวมถึงกล้องวงจรปิดแล้ว เบื้องต้นพบว่าคนร้ายทั้งสองคนขับขี่รถจักรยานยนต์ประกบผู้ตายมาตั้งแต่หน้าหอพัก บริเวณซอยจรัญสนิทวงศ์ 42 เมื่อมาถึงบริเวณจุดเกิดเหตุได้ประกบยิงจำนวนหลายนัด จนรถผู้ตาย เสียหลักล้มลง จากนั้นคนร้ายวนรถกลับมาก่อนกระหน่ำยิงจนเสียชีวิต และหลบหนีไปทางถนนจรัญสนิทวงศ์ มุ่งหน้าสี่แยกไฟฉาย
พ.ต.อ.ณัฐพัฒนส์กล่าวต่อว่า คดีนี้เจ้าหน้าที่ กำลังเร่งติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดี เนื่องจากพฤติการณ์ก่อเหตุอุกอาจมาก อย่างไรก็ตาม ตำรวจยังไม่สามารถระบุตัวผู้ต้องสงสัยได้ เนื่องจากคนร้ายใส่หมวกกันน็อกเต็มใบทั้งสองคน รวมถึงได้เรียกเพื่อนมาสอบปากคำบางส่วนแล้ว ซึ่งตำรวจยังไม่ตัดประเด็นใดทิ้ง ทั้งเรื่องส่วนตัว หรือเรื่องความขัดแย้งระหว่างสถาบัน เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างเร่งติดตามความคืบหน้ากรณีดังกล่าว จากการตรวจสอบพบว่า คนร้ายที่ก่อเหตุมีเพียง 2 คนเท่านั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อออกหมายจับ เจ้าหน้าที่จะเร่งติดตามผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็วต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับเหตุการณ์ครั้งนี้ คล้ายคลึงกับเหตุการณ์ เมื่อวันที่ 22 ก.ค. 2565 ที่มีคนร้าย 2 คนใส่หมวกกันน็อกเต็มใบขี่รถจักรยานยนต์ประกบยิงนักเรียนสถาบันชื่อดังจำนวน 8 นัด จนเสียชีวิตที่บริเวณซอยเทอดไท 86 (แยกกำนันแม้น) ท้องที่สน.บางขุนเทียน โดยยังไม่สามารถจับกุมคนร้ายได้ ส่วนผู้ก่อเหตุทั้งสองคดีนี้จะมีความเชื่อมโยงเกี่ยวข้องกันหรือไม่นั้น ตำรวจกำลังตรวจสอบ
ต่อมาเวลา 13.30 น. วันที่ 3 เม.ย. ที่ตึกภาควิชานิติเวชศาสตร์ โรงพยาบาลศิริราช นางอุไรวรรณ รอบรู้ อายุ 49 ปี มารดาพร้อมด้วยญาติเดินทางเข้ารับศพนายศตวรรษ รอบรู้ เพื่อนำไปประกอบพิธีบำเพ็ญกุศลที่บ้านเกิด อ.เชียงคาน จ.เลย ท่ามกลางบรรยากาศ โศกเศร้า
นางอุไรวรรณกล่าวว่า ตนมีลูก 3 คน ผู้ตายเป็นลูกคนที่สองของครอบครัว ที่ผ่านมาลูกชายเป็นคนดี ไม่เคยมีปัญหา และไม่เคยมีเรื่องกับใคร รวมถึงลูกชายอยากเรียนและสอบเข้าสถาบันแห่งนี้ด้วยตัวเอง ตั้งใจจะประกอบอาชีพวิศวกรเพื่อจะเลี้ยงดูแลครอบครัว ที่ผ่านมาตนเคยเตือนลูกชายให้ระมัดระวังตัว เพราะทราบดีว่าสถาบันที่ลูกเรียนมักจะมีปัญหา แต่ลูกชายบอกว่าไม่ต้องเป็นห่วง ก่อนหน้านี้โทรศัพท์คุยกับลูก ซึ่งลูกชายบอกว่าจะเดินทางกลับบ้านที่จ.เลย เพื่อกลับไปหาแม่ในเทศกาลสงกรานต์ ไม่คาดคิดว่าจะเป็นครั้งสุดท้ายที่คุยกัน ทราบว่าวันเกิดเหตุลูกชายจะออกไปซื้อกับข้าว และตนเคยสอบถามว่าไปซื้ออาหารไกลหรือไม่ ลูกชายบอกว่าไม่ไกล อยู่ใกล้ที่พัก ตนไม่คิดว่าจะเกิดเหตุร้ายขึ้น อยากให้ผู้ก่อเหตุมอบตัว และอยากถามว่าทำไมถึงมาทำร้ายลูกตนเช่นนี้ ทั้งที่ลูกชาย ไม่เคยมีปัญหา หรือโกรธเคืองกับใครมาก่อน รวมถึงเป็นที่รักของเพื่อนๆ ทุกคน นอกจากนี้หลังเกิดเหตุ ทางสถาบันรวมถึงครูอาจารย์ก็ไม่มีการติดต่ออะไรมาเลย