ฮือฮา-เติม1หมื่นบาท ใส่กระเป๋าเงินดิจิทัล สันติ -นฤมลโวเบอร์ 37 ฟ้าสั่ง-ถูกโฉลกบิ๊กป้อม
เพื่อไทยยื่น 3 ชื่อแคนดิเดต นายกฯ ‘เศรษฐา-แพทองธาร- ชัยเกษม’ พร้อมเปิดตัวคึกคัก ‘เศรษฐา’ ลั่นขอชิงนายกฯ คนที่ 30 กองเชียร์ฮือฮา เปิดกระเป๋าเงินดิจิทัลเติมเงินให้ใช้จ่าย 1 หมื่นบาท ‘ชลน่าน’ ย้ำไร้ดีลลับพปชร.-ป้อม ชาติพัฒนากล้าส่ง ‘สุวัจน์-กรณ์-เทวัญ’ เป็นแคนดิเดต ‘บิ๊กตู่’ สะดุ้ง บวงสรวงเจ้าพ่อหอกลอง ถูกธูปจี้แขนระหว่างเป็นประธานพิธีสถาปนากระทรวงกลาโหม ยกบทพระราชนิพนธ์ ร.6 ‘ไร้รัก ไร้ผล’ ฝากให้ช่วยคิด อย่าทำให้ชาติเกิดวิกฤตอีก ‘ธนกร’ มั่นใจรทสช.ได้หมายเลข 22 ใช้หาเสียง คนไทยจะเทคะแนนให้ พปชร.โว เบอร์ 37 เลขฟ้าสั่ง ถูกโฉลกกับ ‘บิ๊กป้อม’ จัดทัพพร้อมเดินสายปราศรัยทุกภาค ‘นิพนธ์’ ชี้เบอร์ 26 เอื้อปชป.หาเสียงง่าย ภท.ชูนโยบายเงินกู้ฉุกเฉิน 5 หมื่นบาท ไม่ต้องมีหลักทรัพย์
‘บิ๊กตู่’สะดุ้งธูปจี้แขนในงานกห.
เมื่อเวลา 07.40 น. วันที่ 5 เม.ย. ที่กระทรวงกลาโหม (กห.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เป็นประธานในพิธีวันคล้ายวันสถาปนากระทรวงกลาโหม ครบ 136 ปี ในวันที่ 8 เม.ย. โดยมี พล.อ. ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม ปลัดกระทรวงกลาโหม ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ผู้บัญชาการเหล่าทัพ ยกเว้น พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผบ.ทบ.ติดภารกิจ มอบ พล.อ.อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ เสธ.ทบ. ร่วมพิธีแทน
พล.อ.ประยุทธ์นำสักการะเจ้าพ่อหอกลอง และสิ่งศักดิ์สิทธิ์สำคัญภายในศาลาว่าการกระทรวงกลาโหม ก่อนร่วมพิธีสงฆ์ ที่ห้องพินิตประชานาถ ในศาลาว่าการกลาโหม ระหว่างที่ พล.อ.ประยุทธ์ปักธูปบวงสรวงลงบนเครื่องเซ่นในพิธีสักการะเจ้าพ่อหอกลอง บางช่วงมีอาการสะดุ้งเล็กน้อย เพราะมือถูกปลายธูปร้อน เนื่องจากมือขวายังคงมีอาการบาดเจ็บ ก่อนยกมือซ้ายขึ้นมาปัดอยู่หลายครั้ง
การมาเป็นประธานในพิธีสถาปนากระทรวงกลาโหม เป็นครั้งสุดท้ายของพล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะรมว.กลาโหม ในรัฐบาลนี้ โดยร่วมรับประทานอาหารเช้ากับปลัดกระทรวงกลาโหม ผู้บัญชาการทหารสูงสุด และผู้บัญชาการเหล่าทัพ ซึ่งปีที่ผ่านมาไม่ได้รับประทานอาหารร่วมกันเพราะเป็นช่วงโควิด-19
ยกพระราชนิพนธ์ร.6 ให้คิด
พล.อ.ประยุทธ์ได้กวักมือให้ผู้สื่อข่าวมาสัมภาษณ์ถึงวาระวันคล้ายวันสถาปนาครบรอบ 136 ปี กระทรวงกลาโหมซึ่งอยู่คู่บ้าน คู่เมืองมาอย่างยาวนาน ด้วยสถาบันพระมหากษัตริย์ที่ทรงก่อตั้ง เราในฐานะเป็นลูกเป็นหลานต้องช่วยกันรักษาธำรงไว้ “พวกเราต้องรักบ้านรักเมืองให้มากยิ่งขึ้นเพื่อบ่อเกิดของความสงบเรียบร้อย หากบ้านเมืองมีปัญหามากๆ จะทำให้โอกาสหลายๆ อย่างหายไปทันทีในมุมมองของต่างประเทศ
พล.อ.ประยุทธ์ได้ฝากบทพระราชนิพนธ์ของรัชกาลที่ 6 “ไร้รักไร้ผล” จำได้ไหม ลองไปเปิดฟังดู “อันชาติใดไร้รักสมัครสมาน จะทำการสิ่งใดก็ไร้ผล หากชาติย่อยยับและอับจน ประชาชนจะสุขอยู่ได้อย่างไร” ไป คิดดู ฝากทุกคนด้วย ทำให้บ้านเมืองเราสงบเรียบร้อยมากยิ่งขึ้น เพื่อเราจะก้าวเข้าสู่เวทีโลกได้อย่างสมศักดิ์ศรีและสง่างาม อย่าให้เกิดวิกฤตการณ์ที่ทำให้ประเทศชาติเสียหาย
ผู้สื่อข่าวถามว่ามองว่าจะมีสัญญาณความวุ่นวายที่จะเกิดขึ้นหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ขอให้ไปคิดเอาเอง ต่อข้อถามว่าสัญญาณความวุ่นวายเกิดจากพรรคขั้วตรงข้ามรัฐบาลใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ไม่เกี่ยวๆ หลายๆ อย่างก็รู้อยู่แล้ว ถามแบบไม่รู้เรื่อง บ้านเมืองจะสงบได้ด้วยอะไรล่ะ เมื่อถามว่าบางเรื่องพูดไม่ได้ใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่าไปคิดเอาเอง
ปลุกใจคนไทยให้สามัคคี
เวลา 10.00 น. ที่ศูนย์ราชการฯ แจ้งวัฒนะ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นประธานในพิธีเปิดงาน วันผู้สูงอายุแห่งชาติและวันครอบครัว และพิธีมอบโล่ประกาศเกียรติคุณ ประจำปี 2566 โดยกล่าวช่วงหนึ่ง หลายปีที่อยู่ร่วมกันมาขอบคุณทุกคนที่มาวันนี้ ประเทศชาติจะเดินไปข้างหน้าก็ด้วยคนไทยทุกคนร่วมกันช่วยกัน เตรียมความพร้อมรองรับสิ่งต่างๆ ที่จะเกิดขึ้น ติดตามข่าวสารรับฟังข้อมูลที่เป็นประโยชน์
“ถ้าทุกคนจำได้ มีบทพระราชนิพนธ์บทหนึ่งรู้สึกจะเป็นเพลงด้วย เพิ่งนึกออกตอนเช้าของรัชกาลที่ 6 ชื่อเพลงไร้รักไร้ผล อันชาติใดไร้รักสมัครสมาน จะทำการสิ่งใดก็ไร้ผล แม้ชาติย่อยยับอับจน ประชาชนจะสุขอยู่ได้อย่างไร ทุกอย่างถ้าเราไม่รักกัน ไม่ทำให้บ้านเมืองสงบเรียบร้อย บ้านเมืองเดินหน้าไปไม่ได้แน่นอน ถ้าเรายังมีปัญหาอยู่ ผมคิดว่ายังมีอยู่บ้าง วันนี้หลายอย่างเปิดกว้างมากขึ้น หลายคนมีความคิดที่แตกต่าง ผมไม่ว่าอะไร แต่ทำอย่างไรจะกลับมาร่วมกันทำในสิ่งที่ถูกต้อง ดีงาม วันนี้พูดมาตั้งแต่เช้า พยายามจะพูด ทุกวันในฐานะนายกฯ จะไม่พูดได้อย่างไร ต้องพูดให้เข้าใจว่านายกฯ คิดอย่างไร รัฐบาลจะเดินหน้าอย่างไร ถ้าไม่พูดก็ไม่รู้จะร่วมมือกันได้อย่างไร” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ร่วมถ่ายรูปกับผู้สูงอายุที่ได้รับรางวัล โดยทำท่ามินิฮาร์ตและ ท่าดอกลำดวนสัญลักษณ์วันผู้สูงอายุ ก่อนเดินเยี่ยมชมนิทรรศการ โดยผู้สูงอายุที่มาร่วมงานต่างถ่ายรูปเซลฟี่กันอย่างคึกคัก พร้อมย้ำว่า วันนี้ประเทศไทยของเรา ต้องช่วยกัน ถ้าไม่ช่วยกันจะเดินไปได้อย่างไร
ช่วงหนึ่งกลุ่มเยาวชนร้องเพลง “ศรัทธา” เพลงโปรดให้กับ พล.อ.ประยุทธ์ ร่วมร้อง แต่พล.อ.ประยุทธ์ โบกมือปฏิเสธ คาดว่าเกรงจะผิดกฎหมายเลือกตั้ง เพียงแต่ทำท่ายกมือป้องหูฟังเพลงเฉยๆ
วอนคนในชาติร่วมมือกัน
พล.อ.ประยุทธ์ตอบคำถามผู้สื่อข่าวว่า วันนี้เหนื่อยหรือไม่ว่า ทำเพื่อประเทศชาติ นายกฯ ต้องคิดแบบนี้ ทำสิ่งดีๆ มันก็ต้องอดทน เหนื่อยก็ต้องยอม ผู้สื่อข่าวถามว่า วันนี้นายกฯ ระวังเรื่องการแสดงสัญลักษณ์หมายเลข 22 ของพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ที่ใช้ในการหาเสียง ส.ส.บัญชีรายชื่อ (ปาร์ตี้ลิสต์) พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ต้องระวัง เขาไม่อยากให้มีปัญหา บางคนหวังดีก็ดี บางคนหวังไม่ดีมันก็ไม่ดี เราไม่อยากทำให้วุ่นวาย
ส่วนการหยิบยกบทเพลงพระราชนิพนธ์รัชกาลที่ 6 มาพูดวันนี้ถึง 2 ครั้งมีนัยยะ หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ช่วงเช้าพูดกับข้าราชการกระทรวงกลาโหม เพลงนี้ก็มีความหมายว่าคนในชาติต้องร่วมมือกัน ไม่ได้ปะปนอย่างอื่น แล้วย้อนถามว่า “แล้วมัน เสียหายอะไรมากล่ะเพลงนี้”
ผู้สื่อข่าวตอบว่าเป็นเพลงปลุกใจให้คน รักชาติ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า “ก็ให้ไปคิดกันเอาเองว่าประเทศชาติจะอยู่กันอย่างไร ก็เป็นเรื่องของพวกเรา และเป็นเรื่องกระบวนการประชาธิปไตยของพวกเธอ ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่ฉันให้กองทัพ ไปคิดแบบนี้”
ยันการข่าวยังไม่มีอะไร
ผู้สื่อข่าวถามว่าทางการข่าวเรื่องความสงบเรียบร้อยไม่มีปัญหาอะไรในช่วงนี้ใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า “ไม่มีอะไร ยังไม่เห็นมีอะไรเลย มีแต่ใช้ปากอะไรกันหน่อย เราก็ไม่ไปต่อสู้อะไรกับใครอยู่แล้ว เพียงแต่จะทำให้เหตุการณ์บานปลายหรือเปล่าไม่รู้ แล้วจะไปเดือดร้อนคนอื่น เจ้าหน้าที่ก็ต้องทำงาน ก็จะมีปัญหาต่อไปอีก ถ้าไม่มีคนที่คิดทำอะไรที่ไม่ดีมันก็เรียบร้อย แล้วเขาทำเพื่อมุ่งหวังอะไรกันก็ไม่รู้” เมื่อถามว่า 8 ปีที่ผ่านมา ทำให้เกิดความสงบเรียบร้อยลงได้ หลังจากนี้คิดว่าจะทำได้ใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ ตอบว่า “จ้าๆๆ”
ต่อข้อถามว่ารับสมัครเลือกตั้งแล้วเป็นอย่างไร พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ก็ดูดี ไม่เห็นมีปัญหาอะไร ผู้สื่อข่าวถามว่าเหนื่อยไหม พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า “ถามว่าเหนื่อยไหม ก็มันมีกำลังใจที่จะทำเพื่อคนอื่นไง มันไม่เหนื่อยหรอก เหนื่อยเดี๋ยวมันก็ฟื้น เดี๋ยวมัน ก็หาย แต่ถ้าไม่ทำมันก็เหนื่อยพูด พูดอย่างเดียวไง” ต่อข้อถามถึงกำหนดการลงพื้นที่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า เดี๋ยวก็มี เมื่อถามถึงการเตรียมตัวปราศรัยใหญ่ใน กทม.วันที่ 7 เม.ย.นี้ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า “ไม่ต้องเตรียมหรอก ถ้าฉันไปก็รู้เองแหละ”
‘ธนกร’ชูเบอร์ 22-ปชช.เทแต้มให้
นายธนกร วังบุญคงชนะ รมต.ประจำสำนักนายกฯ ในฐานะคณะกรรมการกำหนดแนวทางและยุทธศาสตร์ รทสช. ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ รทสช.จับสลากได้เบอร์ 22 เพื่อใช้ในการหาเสียงเลือกตั้งว่า พรรคได้เลขไหนก็ได้ ถือว่าดีทั้งนั้น เพราะมั่นใจในนโยบายพรรค ที่ทำเพื่อประชาชน โดยเฉพาะความเชื่อมั่นต่อ พล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะแคนดิเดต นายกฯ อันดับ 1 ในการที่ทำแล้ว ทำอยู่ ทำต่อ ผลงานเป็นที่ประจักษ์
ส่วนกรณีที่ในวันจับสลากมีบางคนตะโกนบอกว่าเลข 22 ตรงวันรัฐประหาร นั้นยิ่งต้องขอบคุณที่ทำให้ประชาชนกลับไปหวนนึกถึงวันนั้น ที่ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นผู้นำที่เข้ามาแก้ปัญหาความขัดแย้ง นำพาประเทศให้เกิดความสงบเรียบร้อย ตอกย้ำภาพลักษณ์ของ พล.อ.ประยุทธ์ เข้ามากอบกู้สถานการณ์ ทำให้ประเทศไทยเดินหน้าและสงบมาจนถึงทุกวันนี้ เชื่อว่าจะทำให้ประชาชนตัดสินใจง่ายขึ้น
“เมื่อพรรคใหญ่ๆ ได้เบอร์เป็นเลขสองหลัก ทำให้การแข่งขันกันในสนามการเมืองถูกบีบให้แคบลง ประชาชนจะเลือกระหว่าง รทสช. หรือพรรคเพื่อไทย (พท.) ที่เป็น คู่แข่งขันหลัก ต้องเลือกระหว่างประชาธิปไตยแบบไทยๆ กับประชาธิปไตยแบบจอมปลอม ประชาชนจะเลือกแบบไหน” นายธนกรกล่าว
นายธนกรกล่าวว่า 8 ปีที่ผ่านมา พล.อ. ประยุทธ์นำพาประเทศกลับเข้าสู่ความสงบเรียบร้อย ไม่มีความขัดแย้งทางการเมืองที่รุนแรงเหมือนที่ผ่านมา ประเทศไม่หยุดชะงัก มีการพัฒนาในทุกๆ ด้าน ถนนหนทาง โครงสร้างพื้นฐาน ระบบเศรษฐกิจ พัฒนาคุณภาพชีวิต ให้คนไทยอยู่ดีกินดี ด้วยผลงาน ความซื่อสัตย์ ความมุ่งมั่น จึงเชื่อว่าประชาชนจะเลือกรทสช. ให้โอกาส พล.อ.ประยุทธ์ กลับมาเป็นนายกฯ อีกครั้ง และเชื่อว่าสุดท้ายแล้วการเลือกตั้งจะเป็นการแข่งขันกันระหว่างฝ่าย พล.อ.ประยุทธ์ กับ พท.เท่านั้น
เล็งแห่ลุงตู่ไปปราศรัยจุดเล็กๆ
นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการรทสช. เปิดเผยว่า วันนี้รทสช.พยายามสื่อสารออกไปกับสาธารณะว่า พล.อ.ประยุทธ์แคนดิเดต นายกฯ อยู่รทสช. ต้องช่วยกระจายข่าวสารออกไปสื่อสารกับประชาชนว่า ถ้าอยากได้ ลุงตู่เป็นนายกฯ ต้องเลือกผู้สมัครของรทสช.ทั้งสองใบ คือทั้งผู้สมัครในระบบเขต และ ผู้สมัครในระบบบัญชีรายชื่อคือหมายเลข 22 แม้เบอร์ของผู้สมัครส.ส.เขตไม่เหมือนกัน แต่เชื่อประชาชนจะไม่สับสน เพราะรู้อยู่ในใจแล้วว่าจะไปกาเบอร์อะไร
ส่วนการเปิดเวทีปราศรัย มีการวางแผนไว้แล้วโดยจะคิกออฟที่กทม.ก่อน และก่อนจะถึงวันเลือกตั้งวันที่ 14 พ.ค.น่าจะปิดเวทีในกทม.อีกครั้ง แต่ระหว่างทางจะมีการตั้งเวทีปราศรัยอย่างต่อเนื่องไปทุกภาค พยายามจะเข้าไปในทุกพื้นที่ แต่การจัดเวทีหรือการหาเสียงมีหลายรูปแบบ อาจจะไม่ใช่เป็นการจัดเวทีใหญ่อย่างเดียว แต่จะเปิดเวทีย่อย มีการขึ้นรถแห่แล้วไปหยุดพูดตามจุดต่างๆ ขณะนี้มีการออกแบบวิธีการ และกำหนดการไว้เรียบร้อยหมดแล้ว
“สำหรับการจัดเวทีปราศรัยใหญ่อย่างเดียว อาจจะเข้าถึงได้น้อย เราจะจัดรูปแบบใหม่อาจมีการแห่พาลุงตู่ไปปราศรัยเป็นจุดเล็กๆ ในที่ต่างๆ อาจใช้เวลาสั้นหน่อย แต่ทำเพื่อให้ประชาชนแฟนคลับลุงตู่ที่อยู่ต่างจังหวัดได้ เข้าถึง ได้สัมผัสลุงตู่มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ เพราะเรารู้ว่าหลายคนยังรักและศรัทธาลุงตู่ มาถึงวันนี้เรามีความพร้อมที่จะเดินหน้าไปสู่การเลือกตั้ง” นายเอกนัฏกล่าว
‘สันติ’โว 37 เลขฟ้าสั่ง
ที่พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง เลขาธิการพปชร. ให้สัมภาษณ์ถึงหมายเลข 37 ของพปชร.ว่า เลข 37 ใครๆ ก็จําได้ หลานชายที่บ้านยังจําได้เลย ติดหู ติดสมองแน่นอน เพราะจำง่าย ตัวเลขน้อยอยู่ข้างหน้า ตัวเลขมากอยู่ข้างหลัง ผู้สื่อข่าวถามว่า มีซินแสบางคนทักว่าตัวเลขดังกล่าวไม่เป็นมงคล นายสันติกล่าวว่า ไม่มงคลตรงไหน 37 เป็นเลขมงคลอยู่แล้ว ถ้าเป็นเลข 6 หรือเลข 4 ก็อีกเรื่อง ต่อข้อถามว่าไม่สนใจเรื่องดวง หรือเลขมงคลใช่หรือไม่ นายสันติกล่าวว่า เลข 3 กับ 7 ไม่ดีตรงไหน ตนว่าดีมากแล้ว และเป็นเรื่องดีเสียด้วยซ้ำ เพราะผู้สมัคร ส.ส.เขต ส่วนใหญ่ ได้เลขหลักเดียว จะได้ไม่ซ้ำกัน
ผู้สื่อข่าวถามว่า เลขดังกล่าวสมพงศ์กับพรรคใช่หรือไม่ นายสันติกล่าวว่า ใช่ เลขนี้เป็นเลขฟ้าสั่ง ตอนที่ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้จับสลากลำดับคิวขึ้นจับเบอร์ ก็ได้คิวที่ 37 และเมื่อพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ หัวหน้าพปชร. ขึ้นไปจับลำดับเบอร์ที่จะจับเลือกเลขก็ได้ เลข 37 เป็นเลขมงคลอยู่แล้ว มีพรรคไหนบ้างได้เลขเดียวกัน 2 ครั้ง
ต่อข้อถามว่า จะต้องปรับกลยุทธ์อย่างไร ให้ประชาชนจำง่ายขึ้น นายสันติกล่าวว่า ไม่ต้อง เลขนี้จำง่ายอยู่แล้ว เมื่อถามว่าจะมีการปรับนโยบายพรรค 3700 เพื่อให้เชื่อมโยงเบอร์ 37 ใช่หรือไม่ นายสันติ กล่าวว่า พรรคมี 3 นโยบายหลัก และกระจายออกมาเป็น 7 นโยบายย่อย และมีนโยบายเบี้ยผู้สูงอายุ 3,000 บาท และบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 700 บาท นโยบายต่างๆ เอื้อให้เข้ากับเลข 37 อยู่แล้ว
นายไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวหน้าพปชร. กล่าวว่า ส่วนตัวมองว่า นโยบายที่จะทำให้สอดคล้องกับเลข 37 ตามที่ พล.อ.ประวิตร เสนอ คือนโยบาย 3 ลด ได้แก่ ลดค่าน้ำมัน ลดค่าแก๊ส และลดค่าไฟ ส่วนเลข 7 คือนโยบายบัตรสวัสดิการประชารัฐ 700 บาท ดังนั้นหากอยากได้ทั้งหมด ให้เลือกเบอร์ 37
‘นฤมล’ชี้ถูกโฉลกหน.พรรค
ด้านนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ เหรัญญิกพปชร. กล่าวว่า หมายเลข 37 ผู้สมัคร ส.ส.บอกจดจำง่าย เลือก พปชร.ได้อย่างน้อย 3700 มาจากนโยบายเบี้ยผู้สูงอายุ 3,000 บาท และนโยบายบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 700 บาท จำง่ายๆ เลือกลุงป้อม 3700 แต่จะใช้เป็นแคมเปญใหม่หรือไม่ตอนนี้กำลังหารือกับ ผู้สมัคร ตอนนี้ทุกอย่างจะผูกให้เป็นหมายเลข 37 คือ 3 นโยบายเร่งด่วน 7 นโยบายเร่งรัด
ผู้สื่อข่าวถามว่าตัวเลข 37 จะเป็นปัญหาในการหาเสียงหรือไม่ นางนฤมลกล่าวว่า พล.อ.ประวิตรพอใจกับเลข 37 หลายคนบอกเป็นเลขมงคล 3 บวก 7 เป็น 10 เป็นเลขที่ถูกโฉลกกับพรรคและหัวหน้าพรรค ส่วนตัวเชื่อว่าเป็นเลขที่ดี และจะเป็นการสร้างการรับรู้ว่า พปชร. 3700 อีกทั้งหมอดูต่างๆ ยังกล่าวว่า เลข 37 เป็นเลขมงคลที่ถูกโฉลก จะทำให้ได้รับชัยชนะ ต้องชี้แจงให้ประชาชนเข้าใจ หลังจากเห็นเลข 37 ว่าจะต้องเลือกพปชร. นอกจากต้องช่วยกันจำ เวลาไปคูหากาบัตรเลือกตั้ง ต้องมองหาโลโก้และชื่อพรรค เป็นการจดจำง่ายขึ้น
ต่อข้อถามว่าผู้สมัคร ส.ส.เขต เห็นว่าเลขพรรคมีจำนวนเยอะและตัวผู้สมัครมีหมายเลขของตัวเองจะนัดแนะอย่างไร นางนฤมลกล่าวว่า ตอนนี้ผู้สมัครขึ้นป้าย ทำคลิปส่งมาให้ ดู เป็นภาพของหัวหน้าพรรคและเลข 37 ส่วน ผู้สมัครก็จะขึ้นตัวเลขของเขา เป็นการประชาสัมพันธ์คู่กัน ส่วนตัวเชื่อว่าไม่สร้างความสับสน ประชาชนก็ได้รับการชี้แจงแล้วว่าต้องเลือกตั้งบัตร 2 ใบ คนละเบอร์
คาดสนามกทม.กวาด 14 เขต
ส่วนการปราศรัยในพื้นที่กทม. 7 เม.ย.นี้จะจัดที่ไหน นางนฤมลกล่าวว่า อาจเป็นที่สวนเบญจสิริ จากนั้น 8 เม.ย.จะเป็นเวทีใหญ่ จ.สมุทรสาคร ผู้สมัครพปชร.ได้เบอร์ 1 ทั้งสามเขต สำหรับภาคใต้ตนจะลงไปช่วยในพื้นที่ อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช ไปพูดเรื่องนโยบายให้ชาวภาคใต้ได้รับรู้นโยบาย 3700 ผู้สื่อข่าวถามว่า พปชร.จะมีคิวปราศรัยอย่างเต็มรูปแบบหรือไม่ นางนฤมลกล่าวว่า จะมีการปราศรัยเวทีสุดท้ายที่กทม. ที่ประชุมวางไว้เป็นวันที่ 12 พ.ค.อาจเป็นที่สนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง อีกทั้ง 30 กว่าวันที่เหลือ จะมี 10 เวทีใหญ่ตามจังหวัดต่างๆ
ผู้สื่อข่าวถามว่า ผู้สมัคร ส.ส.เขต กทม.มีโอกาสชนะมากน้อยแค่ไหน นางนฤมลกล่าวว่า เราประเมินอย่างน้อย 12-14 เขต มีโอกาสสูง เพราะ กกต.แบ่งเขตใหม่หมด คู่แข่งเอง ก็ถูกโยกเขตไม่เคยทำพื้นที่ เรามีโอกาสสู้ได้แม้จะเป็นพื้นที่ใหม่ทั้งหมด
เมื่อถามว่าการเดินสายหาเสียงช่วยผู้สมัคร หัวหน้าพรรควางแผนอย่างไร นางนฤมลกล่าวว่า จะไปช่วยในบางเวทีและบางจุดที่สะดวกจะไปได้ เรายังมีคณะกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) หลายคนที่จะช่วยกันดูแล แบ่งกันรับผิดชอบระดับภาค ผู้บริหารระดับภาคก็จะต้องไปประสานกับส่วนกลาง อีกทั้งเวทีไหนประชาชนต้องการฟังการปราศรัยของพล.อ.ประวิตร จะไปด้วยตัวเอง ถ้าไป ไม่ได้จะใช้วิดีโอคอลแทน
‘วิรัช’เผยจัดทัพเดินสายทุกภาค
นายวิรัช รัตนเศรษฐ รองหัวหน้าพรรค ประธานคณะกรรมการกิจกรรมและปราศรัยหาเสียง พปชร. กล่าวว่า หลังพรรคได้หมายเลข 37 สำหรับหาเสียงส.ส.บัญชีรายชื่อ แม้จะเลขสองหลักแต่เชื่อว่าประชาชนจะจำได้ จากนี้จะเริ่มเดินสายหาเสียงในแต่ละภาค มีทั้งหัวหน้าพรรคและหัวหน้าภาคที่รับผิดชอบแต่ละพื้นที่ลงไปช่วยกันเดินสายปราศรัย เพื่อขอคะแนนเสียงจากประชาชน ขณะที่ แกนนำบางส่วนจะเป็นตัวแทนหัวหน้าพรรคไปขึ้นเวทีดีเบต เพื่อช่วยนำนโยบายของพรรคไปสื่อสารอีกทางหนึ่ง ส่วนกำหนดการเวทีปราศรัยจะมีทั้งเวทีย่อยและเวทีใหญ่ ซึ่งหัวหน้าและแกนนำพรรค จะพูดคุยหารือในรายละเอียดเพื่อวางแผนการปราศรัย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมคณะกรรมการกำหนดยุทธศาสตร์การเลือกตั้ง เพื่อติดตามการดำเนินการของพรรค เรื่องกิจกรรมการปราศรัยหาเสียง การสื่อสารและประชาสัมพันธ์และการจัดทำนโยบาย เมื่อวันที่ 4 เม.ย.ที่ผ่านมา ที่มี พล.อ.ประวิตร เป็นประธาน ได้หารือถึงการวางแผนหาเสียงและกำหนดยุทธศาสตร์เจาะลึกลงแต่ละพื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่เป้าหมายที่ต้องการปักธงส.ส. ผู้บริหารจึงใช้เวลานานในการพูดคุยและวางแผนให้รัดกุม
โปรแกรมถี่ยิบ-‘ป้อม’ลุยใต้กับอีสาน
สำหรับกำหนดการเตรียมเดินสายปราศรัยของหัวหน้าและแกนนำพปชร.ตลอดเดือนเม.ย. มอบหมายให้หัวหน้าภาคแต่ละภาคและแกนนำพรรค เป็นตัวหลักรับผิดชอบในการช่วยเวทีปราศรัยหาเสียง เบื้องต้นเริ่มจากภาคเหนือ 6 เม.ย. ไปจ.สุโขทัย, 7 เม.ย. ตาก, 8 เม.ย. สมุทรสาคร, 9 เม.ย. ปทุมธานี, 10 เม.ย.นครปฐม และเว้นช่วงวันหยุดสงกรานต์ จากนั้น 19 เม.ย.ไป จ.ฉะเชิงเทรา
ภาคอีสาน วันที่ 22 เม.ย. ไป จ.นครราชสีมา, 28 เม.ย. ไปจ.สงขลา,29 เม.ย.นครศรีธรรมราช แล้วกลับมาที่อีสาน 30 เม.ย. ขอนแก่น, 1 พ.ค. ร้อยเอ็ด โดยภาคอีสานและภาคใต้ คาดว่าพล.อ.ประวิตรจะเป็นหัวหน้าทีมนำแกนนำและผู้บริหารปราศรัยหาเสียง และเวทีปราศรัยปิด 12 พ.ค.นี้ ที่กทม.

ปักธงปชป. – นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ เป็นประธานในพิธี “ปักธงชัยประชาธิปัตย์ นำชัยชนะทั่ว กทม.” โดยมี นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคดูแลกทม. และทีมงานกทม. ผู้สมัคร ส.ส. กทม. ทั้ง 33 คน เข้าร่วม ที่ลานแม่พระธรณี ที่ทำการพรรค
‘นิพนธ์’เชื่อเลข 26 เอื้อหาเสียง
ที่พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) นายนิพนธ์ บุญญามณี รองหัวหน้าปชป. และผู้อำนวยการเลือกตั้งปชป. กล่าวถึงการที่ปชป.ได้หมายเลข 26 จะเป็นอุปสรรคต่อการเสียงหรือไม่ว่า เชื่อว่าไม่เป็นอุปสรรคอะไร ประชาชนผ่านการเลือกตั้งมาหลายรอบ ไม่ว่าคนรุ่นเก่าหรือรุ่นใหม่ เข้าใจแล้วว่าเป็นอย่างไร และเลข 26 เป็นข้อดีที่สามารถทำให้อยู่ในป้ายแผ่นเดียว กับส.ส.เขตได้ เชื่อว่าจะสามารถทำความเข้าใจกับประชาชนได้แน่นอน พร้อมทั้งให้ประชาชนจำนโยบายพรรคที่ทำมากกว่า โดยสื่อให้เห็นว่านโยบายต่างๆ ที่พรรคนำเสนอ เช่น ประกันรายได้ คือเบอร์ 26
ถึงวันนี้เมื่อเห็นตัวผู้สมัคร ตัวคู่แข่ง และเห็นพรรคคู่แข่งแล้ว ทำให้มีความมั่นใจมากยิ่งขึ้นว่าเป้าหมายที่ได้วางไว้ ปชป.สามารถทำให้เดินไปตามเป้าหมายนั้นได้ ไม่ว่าจะเป็นในพื้นที่ภาคใต้หรือพื้นที่กทม. ซึ่งเป็นพื้นที่หลัก หรือภาคกลาง ก็มีความมั่นใจ ส่วนภาคเหนือและภาคอีสานเดิมเราได้ 2 ภาครวม 3 ที่นั่ง รอบนี้มั่นใจว่าได้มากกว่าเดิมแน่นอน และกำลังประเมินกันอยู่ว่าเป้าหมายที่วางไว้ทั้งภาคเหนือและภาคอีสาน จังหวัดไหนบ้างที่เป็นไปตามเป้าที่วางไว้หรือจะต้องทำอย่างไรเพื่อให้เป็นไปตามเป้า ซึ่งเราประเมินกันทุกระยะ
ภท.ตีปี๊บเงินกู้ฉุกเฉิน5หมื่น
นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) เปิดเผยว่า ภท.เสนอนโยบายให้คนไทยทุกคนที่บรรลุนิติภาวะอายุ 20 ปีขึ้นไป มีวงเงินกู้ฉุกเฉินคนละ 50,000 บาท เพื่อใช้ในสถานการณ์ฉุกเฉินของชีวิตตัวเอง และครอบครัว หรือใช้เป็นทุนประกอบอาชีพ สร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้ตัวเอง รวมไปถึงใช้เป็นเงินปิดวงจรหนี้นอกระบบของตัวเองได้
“หากภท.ได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล เราจะจัดหาแหล่งเงินมาจัดทำโครงการเงินกู้ฉุกเฉินให้แก่ประชาชนคนละ 50,000 บาท ผ่อนชำระคืนวันละ 150 บาท เป็นเวลา 365 วัน คิดเป็นเงินต้นรวมดอกเบี้ย 54,750 บาท ซึ่งเป็นอัตราที่เชื่อว่าผู้กู้สามารถผ่อนชำระได้ และทำให้ทุกคนมีเงินทุนประกอบอาชีพเลี้ยงดูตัวเอง และครอบครัวได้ รวมถึงหยุดปัญหาหนี้นอกระบบของตนเองได้อีกทางหนึ่ง” นายอนุทินกล่าว
‘วันชัย’ย้ำอำนาจเก่าถูกบดขยี้
นายวันชัย สอนศิริ ส.ว. โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุ “19 เม.ย.ดาวพฤหัสย้าย คุณธรรมจะกลับมา ชาวประชาจะรุ่งเรือง” ดาวพฤหัสจะย้ายราศีช่วงดึก 19 เม.ย.2566 จากราศีมีนซึ่งเป็นวินาศกับดวงเมือง เข้าสู่ราศีเมษที่เป็นคุณกับดวงเมืองในตำแหน่งราชาโชค ต่อแต่นี้คุณธรรมจะกลับมา ชาวประชารุ่งเรือง อำนาจเก่า คนเก่าจะถูกบดขยี้ ด้วยอำนาจใหม่ คนใหม่ ที่เป็นความหวังใหม่ของประชาชน
การปฏิวัติรัฐประหาร การปกครองที่ไม่เป็นตามทำนองคลองธรรมจะไม่มีทางเกิดขึ้นอีก รัฐธรรมนูญและกฎหมายที่เป็นหลักของบ้านของเมืองต้องถูกแก้ไขปรับปรุงให้ตรงไปตรงมา อยู่ในทำนองคลองธรรม ดาวพฤหัสจะอยู่กับราศีเมษดวงเมือง 1 ปี เป็นการรีเซ็ตประเทศ เป็นปฐมบทของความเจริญรุ่งเรือง ก้าวข้ามความขัดแย้ง ใครจะเป็นรัฐบาล เป็นนายกฯ ดวงดาวไม่ได้บอก เพียงแต่บอกว่าคนเก่า อำนาจเก่าไม่ได้เป็น เรื่องเก่าของเก่าถูกเขย่าทิ้ง เริ่มต้นกันใหม่ สดใสกว่าเก่าแน่นอน

แคนดิเดต – นายเศรษฐา ทวีสิน, น.ส.แพทองธาร ชินวัตร, นายชัยเกษม นิติสิริ 3 แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของ พรรคเพื่อไทย เปิดตัวอย่างเป็นทางการในการเปิดเวทีปราศรัยใหญ่ที่ธันเดอร์โดม สเตเดียม เมืองทองธานี เมื่อวันที่ 5 เม.ย.
พท.ยื่น 3 แคนดิเดต-เปิดตัวใหญ่
ผู้สื่อข่าวรายงาน จากอาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร เขตดินแดง ซึ่งกกต.กำหนดให้เป็นสถานที่รับสมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรับแจ้งรายชื่อบุคคล ที่พรรคการเมืองมีมติว่าจะเสนอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาให้ความเห็นชอบแต่งตั้งเป็นนายกฯ ระหว่างวันที่ 4-7 เม.ย. ซึ่งวันนี้เป็นวันที่ 2 ของการสมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ
เวลา 14.55 น. นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย(พท.) ตัวแทนพท. มายื่นบัญชีแคนดิเดตนายกฯ ของพรรค จำนวน 3 ราย ประกอบด้วย 1.น.ส.แพทองธาร ชินวัตร 2.นายเศรษฐา ทวีสิน และ 3.นายชัยเกษม นิติสิริ
เวลา 18.00 น. ที่ธันเดอร์โดม สเตเดียม เมืองทองธานี จ.นนทบุรี พท. จัดงาน “คิดใหญ่ ทำเป็น เพื่อไทยทุกคน ตอน One Team for all Thais : หนึ่งทีมเพื่อไทยทุกคน” ชื่องานนี้มาจากความหมายว่า 3 แคนดิเดต นายกฯ และพท.คือ “หนึ่งทีม” ที่จะร่วมกันทำงานเพื่อประเทศไทย เพื่อคนไทยทุกคน โดยมีการเปิดตัวแคนดิเดตนายกฯ ทั้ง 3 คนของพรรคอย่างเป็นทางการ
โดยแคนดิเดตทั้ง 3 คน ได้เดินผ่านพรมแดงเพื่อเข้าสู่ธันเดอร์โดม ที่มีแฟนคลับพท.รอให้กำลังใจอยู่บริเวณอัฒจันทร์และบริเวณกลางสนามรอบเวที
กั๊กอันดับ-ฮือฮาเป๋าเงิน1หมื่น
น.ส.แพทองธารให้สัมภาษณ์ว่า วันนี้ถึงเวลาแล้วที่เราจะประกาศให้ประชาชนทราบว่า พท.พร้อมฟูลทีม หากเลือกพท.จะได้ทั้ง 3 คนไปทำงาน ผู้สื่อข่าวถามว่าการเลือกแคนดิเดตเบอร์ 1 มาจากอะไร น.ส.แพทองธารกล่าวว่า ตอนนี้ยังไม่ทราบว่าใครคือเบอร์ 1 2 3 แคนดิเดตนายกฯ 3 คน ไม่มีใครเหมือนกันเลย แต่ไม่ว่าจะเป็นเบอร์ไหนก็ทำงานร่วมกันอยู่ดี นี่คือสิ่งสำคัญ วันนี้ประชาชนต้องออกมาเลือกอนาคตของตัวเองไปพร้อมกับพท.
ผู้สื่อข่าวถามว่ามั่นใจกว่าพรรคอื่นหรือไม่ที่มีแคนดิเดตนายกฯ 3 คน ขณะที่หลายพรรคมีคนเดียว น.ส.แพทองธารกล่าวว่า อย่างที่บอกว่าเราเจออะไรกันมาเยอะ และเราตั้งใจกันจริงๆ ในเรื่องนโยบาย พวกเราทั้ง 3 คนพร้อมเป็นตัวเลือกให้ประชาชน เพราะเราอยากได้นายกฯ ที่มาจากพท. เพื่อผลักดันนโยบายของพท.ให้เป็นจริงได้ ต่อข้อถามว่า หลังการเลือกตั้งจะไปร่วมมือกับพปชร. หรือไม่ น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า เร็วเกินไปที่จะพูด ขอโฟกัสที่การเลือกตั้ง สนใจผลการเลือกตั้งของพรรคเราเป็นอันดับแรกก่อน
เมื่อถามถึงกรณีที่ช่วงเช้า พล.อ.ประยุทธ์ยกบทเพลงพระราชนิพนธ์มาพูด ว่าหากประเทศชาติขาดความรักความสามัคคี ก็ไม่อาจเกิดความสงบ น.ส.แพทองธารกล่าวว่า ถูกต้องประเทศชาติต้องมีความสามัคคีกัน ฉะนั้นหากประชาชนเลือกมาแล้ว ก็ไม่ควรทำรัฐประหาร
ผู้สื่อข่าวถามนายเศรษฐาว่าหากพท.ชนะการเลือกตั้ง จะเสนอชื่อใครเป็นนายกฯ นายเศรษฐากล่าวว่า ขอให้เป็นทีละขั้นตอน ขอให้ผ่านวันที่ 14 พ.ค. แล้วค่อยว่ากันอีกครั้ง เราจะพยายามไปพบปะพี่น้องให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าทันทีที่แคนดิเดตทั้ง 3 คนขึ้นบนเวที ได้รับเสียงตะโกนกึกก้องไปทั้งสนาม พร้อมกันนี้ได้เปิดคลิปนโยบายของพท.ที่ใช้สำหรับการเลือกตั้ง ที่ได้รับความฮือฮาคือ นโยบายเติมเงินในดิจิทัลวอลเล็ตให้ผู้มีอายุ 16 ปีขึ้นไปใช้จ่ายในภายใน 6 เดือน รัศมี 4 กิโลเมตรรอบที่พักด้วยจำนวนเงิน 10,000 บาท จากนั้นได้เปิดตัวผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อทั้ง 100 คน
‘ชลน่าน’ย้ำไร้ดีลลับพปชร.-ป้อม
นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพท. กล่าวว่า วันที่ 14 พ.ค.เป็นวันสำคัญที่ประชาชนจะกำหนดอนาคต ชะตาชีวิตตัวเอง โอกาสมาถึงพวกเราแล้ว ขอให้กาพท.เบอร์ 29 เอานายกฯ คนที่ 29 ที่ชื่อประยุทธ์ จันทร์โอชา ออกไป เลข 29 จะเป็นการปิดฉากประยุทธ์ เอาระบอบประยุทธ์ออกไป รวมทั้งเครือข่าย 3 ป.ด้วย ขอประกาศและทุบโต๊ะว่า พท.ไม่มีดีลลับกับพปชร. และพล.อ.ประวิตร เราจะมุ่งไปสู่ 310 เสียง เพราะเรามีนโยบายที่ตอบโจทย์ แก้วิกฤต เป็นประชาธิปไตยที่กินได้ ถ้าไม่คิดใหญ่ เราไปไม่รอด ประเทศต้องเปลี่ยน สิ่งสำคัญคือผู้ที่สมควรจะถูกเสนอชื่อแคนดิเดตเป็นนายกฯ ทั้ง 3 รายชื่อ มีความพร้อม มีหัวใจที่ต้องการไปรับใช้ดูแลช่วยเหลือพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง
ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธานคณะกรรมการกิจการพิเศษพท. กล่าวว่า เมื่อคืนนอนสามทุ่ม ตื่นตีสี่ ฝันว่าวันที่ 14 พ.ค. พล.อ.ประยุทธ์แพ้เลือกตั้ง พล.อ.ประยุทธ์บอกว่าความสงบจะจบที่บิ๊กตู่ ทั้งยาเสพติด หวยออนไลน์ ฉิบหายที่ประยุทธ์จริงๆ
‘เศรษฐา’ลั่นชิงนายกฯ คนที่ 30
นายเศรษฐากล่าวบนเวทีว่า ตนเห็นความไม่เท่าเทียมตั้งแต่วัยเด็กและยังคงมีอยู่ในทุกส่วนสังคมไทยจนถึงทุกวันนี้ ปัญหาเหล่านี้เป็นตัวจุดประกายให้ตัดสินใจอาสาเข้ามาแก้ปัญหาในฐานะผู้ชิงตำแหน่งนายกฯ คนที่ 30 ของประเทศไทยในนามพท.
ความตั้งใจแรก คือ การยกระดับเศรษฐกิจทั้งประเทศด้วยมาตรการกระตุ้นที่มีประสิทธิภาพ ใช้เทคโนโลยีกระเป๋าเงินดิจิทัลเติมเงิน 10,000 บาทให้คนไทยทุกคนที่มีอายุ 16 ปีขึ้นไป ทำให้เกิดการหมุนเวียนของเงินทั้งระบบตั้งแต่ระดับครัวเรือนถึงมหภาค
ความตั้งใจที่สอง เปิดประตูการค้ากับทั่วโลก ขยายตลาดจาก 70 ล้านในไทยไปสู่ตลาด 7,000 ล้านทั่วโลก ทวงศักดิ์ศรีของพาสปอร์ตไทยกลับมาทำให้คนไทยเดินทางไปได้ทั่วโลก ดึงดูดต่างชาติมาลงทุนตั้งสำนักงานในไทย และทำให้ไทยเป็นที่จัดงานระดับโลกทั้งคอนเสิร์ต หนัง โฆษณา งานแสดงสินค้า
ความตั้งใจที่สาม พัฒนาโครงสร้าง พื้นฐานให้แข่งขันได้ในระดับโลก ทำให้ไทยเป็นฮับของสายการบิน ขยายโครงข่ายรถไฟเชื่อมเหนือจรดใต้ บริหารทรัพยากรน้ำอย่าง มีประสิทธิภาพ ไม่ท่วมไม่แล้ง และ ผลักดันพ.ร.บ.อากาศสะอาด
ส่วนเป้าหมายของการอาสาเข้ามาทำงานคือการเอาชนะความยากจน ความไม่เท่าเทียม ความลำบากของประชาชน ต้องการทำให้คนไทยทุกกลุ่มมีชีวิตที่ดีขึ้น มีจุดยืนในเวทีโลกอย่างเต็มภาคภูมิ ดังนั้นเลือกพท.ให้แลนด์สไลด์ทั้งแผ่นดินเพื่อส่งต่ออนาคตที่ดีกว่าให้กับลูกหลานของเรา
‘อิ๊ง’ชี้รบ.หน้าต้องคิดใหญ่-ทำเป็น
ด้านน.ส.แพทองธารกล่าวว่า ขอบคุณที่ให้ความไว้วางใจเป็นแคนดิเดต พท. 8 ปี ที่ผ่านมาประเทศไทยพบกับวิกฤตมีปัญหาทุกด้านทั้งเศรษฐกิจ สังคม ยาเสพติด เสรีภาพ การเมือง สาธารณสุข รัฐบาลหน้าต้องคิดใหญ่และทำเป็นถึงจะแก้ปัญหาได้
พท.คิดใหญ่ด้วยการใช้เทคโนโลยีบล็อกเชนมาทำให้ประเทศไทยก้าวทันโลกด้วยนโยบายต่างๆ ด้วยการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างมีประสิทธิภาพผ่านดิจิทัลวอลเล็ต สร้างตลาดเกษตรดิจิทัลเชื่อมผู้ผลิตและผู้ซื้อตกลงราคากันล่วงหน้าโดยตรง ยกระดับ 30 บาทรักษาทุกโรค ข้อมูลปลอดภัย นัดหมายล่วงหน้า รับยาใกล้บ้าน สร้างระบบราชการดิจิทัล ลดคอร์รัปชั่นโปร่งใส ตรวจสอบได้ ทุกคนทุกวัยเข้าถึงการเรียนรู้ได้ตลอดชีวิตเพื่อหารายได้ใหม่ๆ ด้วยแนวคิด Learn To Earn และทำนายอนาคตและติดตามความไหวตลาดโลกเพื่อพัฒนาสินค้าใหม่ๆ ด้วยบิ๊กดาต้า และเอไอ
นอกจากการใช้เทคโนโลยีพัฒนาประเทศ พท.ยังเน้นนโยบายที่ยกระดับชีวิตของคนทั้งครอบครัว คือการเติมเงินให้ทุกครอบครัวมีรายได้ 20,000 บาทต่อเดือน 1 ครอบครัว 1 ซอฟต์เพาเวอร์ ดึงศักยภาพของคนไทยด้วยการเรียนรู้ทักษะต่างๆ เช่น เชฟ ดีไซเนอร์นักดนตรี นักสร้างคอนเทนต์ เรียนฟรีที่สถาบันอาชีวะกว่า 800 แห่งเพื่อสร้างงาน 20 ล้านตำแหน่งรายได้ 200,000 บาทต่อปี และยกระดับรายได้ด้วยค่าแรงขั้นต่ำ 600 บาทต่อวัน ปริญญาตรี/ข้าราชการ 25,000 บาทต่อเดือน
หมดเวลาทนทุกข์สู่ยุคแห่งความหวัง เลือกพท.ให้แลนด์สไลด์พาประเทศไทยออกจากวิกฤต ด้วยส.ส. และแคนดิเดต 3 คนที่ร่วมกันทำงานเป็นทีม พร้อมแก้ปัญหาให้ประเทศไทย
‘ชัยเกษม’ชูความยุติธรรมที่กินได้
นายชัยเกษมกล่าวว่า ขอขอบคุณที่ให้ความไว้วางใจเป็นแคนดิเดตพท. 8 ปีที่ผ่านมาหลักนิติรัฐ นิติธรรมของประเทศไม่หลงเหลือ ไร้ซึ่งศักดิ์ศรี ตำรวจอัยการและศาลทำงานโดยไม่มีประชาชนเป็นหัวใจ สร้างอำนาจมืดเอื้อประโยชน์ให้พรรคพวกตัวเอง 8 ปีที่ผ่านมาประเทศไทยอยู่อย่างไร้ขื่อแป กฎหมายถูกใช้เป็นเครื่องมือรัฐทำให้กระบวนการยุติธรรมบิดเบี้ยว รัฐธรรมนูญ 2560 คือเครื่องมือที่ถูกออกแบบมาโดยไม่มีประชาชนเป็นหัวใจ คณะรัฐประหารจัดทำเองอย่างจอมปลอมเป็นวิกฤตของชาติที่พท.จะไม่ยอมอีกต่อไป
ทันทีที่พท.ชนะเลือกตั้งสิ่งที่จะทำ ได้แก่ ทำให้กระบวนการยุติธรรมเท่ากับความยุติธรรม สร้างกระบวนการยุติธรรมที่ซื้อ ไม่ได้และปรับปรุงยกเลิกกฎหมายที่ล้าสมัยไม่เอื้อประโยชน์กับคนบางกลุ่ม ปฏิรูประบบราชการทั้งระบบ ใช้บล็อกเชน สร้างความโปร่งใส ใช้ระบบการชำระเงินและค่าธรรมเนียมอิเล็กทรอนิกส์ ยกระดับการเงินของประเทศด้วย Central Bank Digital Currency ประชาชนเข้าถึงข้อมูลได้สะดวกรวดเร็วด้วย Open Government ยกระดับหน่วยงานราชการดิจิทัล แก้ปมแรกของทุกปัญหาด้วยการแก้รัฐธรรมนูญ เพื่อให้รัฐธรรมนูญเป็นประโยชน์ต่อการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชนอย่างแท้จริง
พท.เชื่อว่าการมีนิติรัฐ นิติธรรมที่ดีย่อมเชื่อมโยงกับชีวิต การเมืองและเศรษฐกิจของประเทศชาติ สร้างความเชื่อมั่นให้นานาชาติมั่นใจในการมาลงทุนในประเทศไทย พท.อยากเห็นประเทศไทยดีกว่านี้ อยากเห็นลูกหลานมีความสุขกับอนาคตที่ตัวเองเลือกได้ 14 พ.ค. เข้าคูหากาพท.ทั้งคนทั้งพรรคให้แลนด์สไลด์ทั้งแผ่นดิน เพื่อสร้างความยุติธรรมที่กินได้และทุกหน่วยราชการจะมีหัวใจเป็นประชาชนอีกครั้ง
ชพก.ส่ง‘สุวัจน์-กรณ์-เทวัญ’ชิง
ด้านพรรคชาติพัฒนากล้า(ชพก.) ได้ยื่นรายชื่อแคนดิเดตนายกฯ 3 คน คือนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ นายกรณ์ จาติกวณิช และนายเทวัญ ลิปตพัลลภ ที่อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร เขตดินแดง ซึ่งกกต. กำหนดให้เป็นสถานที่รับสมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรับแจ้งรายชื่อบุคคล ที่พรรคการเมืองมีมติว่าจะเสนอให้สภาผู้แทนราษฎร พิจารณาให้ความเห็นชอบแต่งตั้งเป็นนายกฯ ระหว่างวันที่ 4-7 เม.ย.
วันเดียวกัน นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานชพก. พร้อมด้วยนายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคเดินทางมาจ.ภูเก็ต ทำกิจกรรมร่วมกับ 2 ผู้สมัคร ส.ส. คือ นายเทมส์ ไกรทัศน์ เขต 2 เบอร์ 7 และน.ส.อรทัย เกิดทรัพย์ เขต 3 เบอร์ 1 โดยช่วงบ่ายพบปะพี่น้องประชาชน ที่ ต.ฉลอง และนั่งเรือสปีดโบ๊ตไปยังชุมชนท่องเที่ยวบ้านเกาะโหลน ต.ราไวย์ อ.เมือง ซึ่งเป็นเขตเลือกตั้ง ของนายเทมส์ โดยพื้นที่ดังกล่าวอยู่ห่างจากแผ่นดินใหญ่ไม่มากนัก แต่กลับไม่มีไฟฟ้าใช้ และในฤดูแล้งยังประสบภาวะขาดแคลนน้ำกินน้ำใช้ ประชากรลดลงอย่างต่อเนื่องจนเหลือเพียง 20 กว่าหลังคาเรือน ซึ่งชาวบ้านได้ขอให้นาย สุวัจน์นายกรณ์ และนายเทมส์ ช่วยผลักดันให้เป็นพื้นที่ท่องเที่ยวให้เจริญกว่าที่เป็นอยู่ ส่วนช่วงเย็นได้ร่วมประเพณีสวดกลางบ้านและพบปะพี่น้องประชาชนที่ ต.ศรีสุนทร อ.ถลางซึ่งเป็นเขตเลือกตั้งของน.ส.อรทัย
นายสุวัจน์กล่าวว่า นโยบายของชพก. มีความพร้อมที่จะพัฒนาการท่องเที่ยว จ.ภูเก็ตสู่ระดับ World Class โดยต้องเร่งรัดโครงสร้างพื้นฐานเพื่อกระจายและเชื่อมโยงการท่องเที่ยวให้เข้าถึงกันและสะดวกปลอดภัย เช่น มอเตอร์เวย์ทุกทิศทั่วไทย เชื่อมโยงกันอย่างทั่วถึงมารีน่า และการจราจรภูเก็ตให้สะดวกมากยิ่งขึ้น เพื่อดึงนักท่องเที่ยวระดับสูงให้พิ่มขึ้น
นายกรณ์กล่าวว่า สำหรับผู้สมัคร ส.ส. ภูเก็ต ทั้ง 2 เขต เป็นคนรุ่นใหม่ ความรู้ ประสบการณ์ ภาพลักษณ์เหมาะกับพื้นที่ ภูเก็ตที่เป็นเมืองระดับโลก ดังนั้นภูเก็ตต้องได้ผู้แทนที่เข้าใจโลก มีวิสัยทัศน์ และใกล้ชิดติดดิน ใกล้ชิดประชาชน
ตร.ใช้ 9 หมื่นนายดูแลเลือกตั้ง
ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง โฆษก ตร. เปิดเผยถึงเรื่องการดูแลความสงบเรียบร้อยในภาพรวมก่อนการเลือกตั้ง ว่า การรับสมัครส.ส. ภาพรวมทั่วประเทศเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ทุกอย่างจะเป็นไปตามกฎ กติกาของกกต. มีตำรวจช่วยดูเรื่องความสงบเรียบร้อย ขณะนี้ยังไม่พบว่ามีพื้นที่ไหนมีความวุ่นวายหรือไม่สงบเรียบร้อย
โดยพล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร.มอบหมายให้ พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ รองผบ.ตร. เป็นหัวหน้าศูนย์อำนวยการรักษาความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยการจัดการเลือกตั้งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศลต.ตร.) โดยลงนามเมื่อวันที่ 20 มี.ค.2566 จะเปิดศูนย์ระหว่างวันที่ 20 เม.ย.-17 พ.ค.2566 ศูนย์ดังกล่าวจะมีมิติเรื่องการให้ความรู้ของตำรวจที่ต้องไปเกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง การดูแลเรื่องความปลอดภัยความเรียบร้อย และมีการระดมกวาดล้างอาชญากรรม ตามปกติก่อนการเลือกตั้งอยู่แล้ว ไม่อยากให้เกิดความรุนแรงเกิดขึ้น
ศลต.ตร. จะสามารถประสานงานไปได้ทั้งระดับกองบัญชาการ และกองบังคับการ รวมถึงดูแลประเมินสถานการณ์ และจัดกำลังตำรวจเข้าไปอยู่บริเวณคูหาเลือกตั้ง ซึ่งจะต้องมีการพูดคุยประชุมกันอย่างต่อเนื่องในเรื่องการปฏิบัติให้อยู่ภายใต้กรอบของกฎหมาย คาดว่าจะใช้กำลังตำรวจในการดูแลความสงบเรียบร้อยมากกว่า 90,000 คน
“ตร.ได้กำชับและมีการดำเนินการมาโดยตลอดในห้วงที่มีการเลือกตั้งในทุกสมัยว่า ข้าราชการตำรวจต้องวางตัวเป็นกลาง และการปฏิบัติหน้าที่ต่างๆ ต้องอยู่ภายใต้ กฎ ระเบียบ และต้องศึกษาในเรื่องของกติกา กฎการเลือกตั้งในเรื่องการดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในช่วงนี้ด้วย” พล.ต.ท.อาชยนกล่าว