เมื่อวันที่ 5 เม.ย. ที่สมาคมพนักงานสอบสวน สโมสรตำรวจ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. กล่าวว่า จากกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุมดำเนินคดีกับ ด.ต.เชาวลิต พุ่มขจร ผบ.หมู่ (ป) สภ.ปากเกร็ด ซึ่งทำหน้าที่ตรวจเก็บและดูแลรักษาอาวุธปืนในคลังของ สภ.ปากเกร็ด โดยได้ลักลอบนำไปจำหน่ายให้กับบุคคลอื่น เป็นจำนวนมากถึง 160 กระบอก สามารถจับกุมผู้เกี่ยวข้องเป็นพลเรือนทั้งชาย-หญิง รวม 23 คน แจ้งข้อหาแล้ว 1 ราย ออกหมายจับแล้ว 22 คน จับกุมได้ 18 คน อายัดตัว 4 คน ทั้งหมดจะถูกแจ้งข้อหา ‘รับของโจร’
พล.ต.อ.สุรเชษฐ์กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ยังมีเจ้าหน้าที่รัฐ ระดับ ผู้กำกับการ, รองผู้กำกับการ, สารวัตร ของ สภ.ปากเกร็ด อีก 8 คน ถูกแจ้งข้อหา ตามมาตรา 157 “เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบฯ” ทั้งนี้ติดตามปืนหลวงกลับมาได้แล้ว 64 กระบอก เหลืออีก 96 กระบอก ยังอยู่ระหว่างการติดตาม เบื้องต้นทราบว่ามีประมาณ 20 กระบอก ถูกส่งไปขายให้กองกำลังในประเทศเพื่อนบ้าน อีกด้วย โดยเป็นปืน M16 หรืออาวุธสงคราม

ปิดคดี – พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผบ.ตร. แถลงสรุปคดีลักปืน 160 กระบอกของสภ.ปากเกร็ด โดยดำเนินคดีกับพลเรือน 23 ราย เจ้าหน้าที่รัฐ 8 นาย ข้อหารับของโจร สามารถติดตามปืนคืนได้ 64 กระบอก ที่สมาคมพนักงานสอบสวน สโมสรตำรวจ เมื่อวันที่ 5 เม.ย.
อย่างไรก็ตามตำรวจได้ทำสำนวนในคดีนี้ประกอบด้วยเอกสารมากกว่า 2,200 แผ่น สอบปากคำพยาน 30 ปาก ซึ่งต่อมาศาลได้มีคำพิพากษา ด.ต.เชาวลิต จำคุก 256 ปี 168 เดือน แต่ให้จำคุกจริง 50 ปี ตามกฎหมาย ส่วนผู้เกี่ยวข้องอีก 23 คน อยู่ระหว่างสรุปสำนวนส่งอัยการและการดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่รัฐ ได้สรุปสำนวนส่ง ป.ป.ช.ชี้มูลคดีดังกล่าวไปแล้ว เมื่อวันที่ 30 มี.ค.ที่ผ่านมา
พล.ต.อ.สุรเชษฐ์กล่าวด้วยว่า สำหรับผู้เกี่ยวข้องทั้ง 23 คน ส่วนใหญ่เป็นนักพนัน หรือคนคุมบ่อนการพนันในพื้นที่ ที่ต้องการมีอาวุธปืน บางรายก็ขายต่อเพื่อเอาเงินมาใช้จ่าย ส่วนการดำเนินคดีกับนายตำรวจระดับผู้บังคับบัญชานั้น เนื่องจากมีลูกน้องใต้บังคับบัญชาทำความผิด จะปล่อยให้มีความผิดคนเดียวไม่ได้ ผู้บังคับบัญชาจะต้องรับผิดชอบร่วมด้วย จึงได้มีการดำเนินการย้อนหลังจะได้มีความรับผิดชอบในหน้าที่การทำงานมากขึ้น