ผ่านออนไลน์กับคิวอาร์โค้ดใน‘นสพ.’ด้วย
โพลเลือกตั้ง ‘มติชน x เดลินิวส์’ เริ่มแล้ว เปิดโหวตรอบแรกผ่านช่องทางออนไลน์ ทุกแพลตฟอร์มของสื่อในเครือมติชนและเดลินิวส์ พร้อมสแกนคิวอาร์โค้ดผ่านหนังสือพิมพ์ เลือกนายกฯ ที่ใช่ พรรคการเมืองที่ชอบ กับคำถามแรก ‘ท่านจะเลือกใครเป็น นายกฯ’ คำถามที่ 2 ‘ท่านจะสนับสนุนพรรคการเมืองใด’ คาดจะมีผู้ร่วมโหวตจำนวนมาก โดยเฉพาะ ‘นิวโหวตเตอร์’ ผู้มีสิทธิลงคะแนนเลือกตั้งหน้าใหม่ พลังเสียงคนรุ่นใหม่
เมื่อวันที่ 7 เม.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานการจัดทำโพลความร่วมมือครั้งประวัติศาสตร์ ระหว่างเครือมติชนและเดลินิวส์ สื่อมวลชนสองสำนักใหญ่ เพื่อสะท้อนผลเลือกตั้ง 2566 โดยการทำโพลเปิดทั้งหมด 2 รอบ รอบแรกเริ่มตั้งแต่วันเสาร์ที่ 8 เม.ย. เป็นการโหวตผ่านช่องทางออนไลน์ทุกแพลตฟอร์มของสื่อเครือมติชนและเดลินิวส์ คาดจะมีผู้ร่วมโหวตจำนวนมาก โดยเฉพาะกลุ่มนิวโหวตเตอร์ หรือผู้มีสิทธิลงคะแนนเลือกตั้งหน้าใหม่ พลังเสียงคนรุ่นใหม่ และประชาชนชาวไทยทั่วประเทศ
สำหรับขั้นตอนการโหวตมติชน x เดลินิวส์ โพลเลือกตั้ง 66 ในรอบที่ 1 โดยฝั่งสื่อเครือมติชนนั้น โหวตผ่านเว็บไซต์ https://www.matichon.co.th/thai-election66-poll/ ตั้งแต่เวลา 00.01 น. วันเสาร์ที่ 8 เม.ย. เป็นต้นไป และสื่อเครือมติชน อาทิ มติชน ข่าวสด ประชาชาติธุรกิจ มติชนสุดสัปดาห์ มติชนทีวี เป็นต้น ก็ยังเตรียมโปรโมตเผยแพร่ ช่องทางการเข้าไปทำโพลเอาไว้ให้ประชาชนผ่านทุกแพลตฟอร์ม ทั้งสื่อสิ่งพิมพ์ ออนไลน์ และโซเชี่ยลมีเดีย รวมทั้งจัดทำคิวอาร์โค้ดส่องสแกนร่วมโหวตแคมเปญขึ้นมาโดยเฉพาะอีกด้วย
ส่วนประเด็นคำถามในโพลรอบแรก มี 2 ข้อ เพื่อสะท้อนฉันทามติในกลุ่มประชาชนผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้ง และทำโพลออนไลน์ผ่านสื่อเครือมติชนและเดลินิวส์ ดังนี้ คำถามที่ 1 ท่านจะเลือกใครเป็นนายกรัฐมนตรีในการเลือกตั้ง 2566 ตามด้วยคำถามที่ 2 ท่านจะสนับสนุนพรรคการเมืองใดในการเลือกตั้ง 2566 โดยระบบการโหวตออนไลน์นี้จะไม่สามารถโหวตซ้ำผ่านไอพี แอดเดรส เดียวกันได้ เพื่อป้องกันการทำโพลซ้ำ
นายปราปต์ บุนปาน รองกรรมการ ผู้จัดการสายเทคโนโลยีและดิจิทัลมีเดีย บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) ระบุว่าปัจจุบันสังคมไทยเดินหน้าเข้าสู่การเลือกตั้งเต็มตัว หลังรับสมัครส.ส.แบบแบ่งเขต และส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ โดยผู้สมัครแต่ละรายและพรรคการเมืองทุกพรรคต่างก็มีหมายเลขประจำตัวที่จะใช้รณรงค์หาเสียงกันเรียบร้อย นอกจากนี้ ประชาชนยังได้รับทราบจุดยืน และแนวนโยบายของแต่ละพรรคการเมืองมามากพอสมควร จากการติดตามข่าวสาร เวทีปราศรัย และเวทีดีเบตต่างๆ ดังนั้น วันที่ 8 เม.ย. เครือมติชนและเดลินิวส์จึงพร้อมใจกันเปิดโพลเลือกตั้งขึ้นเป็นครั้งแรก
“เชื่อว่าโพลเลือกตั้ง 66 ของมติชนและเดลินิวส์ จะช่วยกระตุ้นให้ประชาชนอยากออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งในวันที่ 14 พ.ค. ขณะเดียวกัน ผลลัพธ์ของโพลที่ประมวลออกมาก็น่าจะเป็นการบ้านที่ทำให้พรรคการเมืองที่ลงสนามเลือกตั้งในคราวนี้ ได้กลับไปทบทวนว่าตนเองต้องทำงานอะไรเพิ่มเติมบ้าง เพื่อจะเอาชนะใจประชาชน และหลังจากการที่เราทราบผลลัพธ์ของโพลในรอบแรก เครือมติชนและเดลินิวส์ก็จะทำโพลเลือกตั้งรอบที่ 2 ช่วงปลายเดือนเม.ย. รวมทั้งจะจัดเวทีเสวนาวิเคราะห์ผลโพลในช่วงต้นเดือนพ.ค.” นายปราปต์กล่าว
ขณะที่นายสมปรารถนา คล้ายวิเชียร ผอ.กลุ่มสื่ออิเล็กทรอนิกส์ มติชน กล่าวถึงการทำโพลมติชนและเดลินิวส์ ครั้งแรกวันที่ 8 เม.ย. ว่า ถือเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมในการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนส่วนใหญ่ที่กำลังเตรียมออกไปใช้สิทธิเลือกตั้ง เพราะได้เห็นข้อมูลในภาพรวมแล้วว่ามีพรรคการเมืองกี่พรรคเป็นตัวเลือก และแต่ละพรรคการเมืองคัดสรรบุคคลที่เป็นแคนดิเดตนายกฯ ออกมานำเสนอเรียบร้อยแล้ว
“มีข้อมูลออกมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งในสื่อกระแสหลักและสื่อสังคมออนไลน์ ว่าพรรคนั้น หรือบุคคลนั้นกำลังมีกระแสความนิยมเพิ่มขึ้น จากการเปิดตัวบุคคล หรือนโยบายที่ชัดเจนออกมา การเปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้ามาโหวตทำโพลในระบบออนไลน์ของมติชนและเดลินิวส์ น่าจะเป็นข้อมูลอีกชุดหนึ่งที่น่าสนใจว่าใคร หรือพรรคไหนกันแน่ที่คนทั่วไปจะตัดสินใจเลือก” นายสมปรารถนากล่าว
ด้านนายปารเมศ เหตระกูล กรรมการบริหารหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ กล่าวว่าเดลินิวส์เป็นองค์กรสื่อครบวงจรที่จำหน่ายหนังสือพิมพ์ทั่วประเทศ เป็นที่ยอมรับของประชาชนทั้งประเทศมายาวนาน ปีนี้ก้าวเข้าสู่ปีที่ 60 มีบุคลากรด้านสื่อสารมวลชนที่เชี่ยวชาญ และมีประสบการณ์ในสนามข่าวทุกประเภท ขณะเดียวกันสนามเลือกตั้ง 14 พ.ค. น่าจะเป็นประวัติศาสตร์อีกหน้าหนึ่งของเมืองไทย เดลินิวส์จึงเตรียมความพร้อมผู้สื่อข่าวทั่วประเทศเกาะติดทุกพื้นที่อย่างรวดเร็ว ร่วมผนึกกำลังทำโพลเลือกตั้งให้มีผลออกมาอย่างแม่นยำมากที่สุด ด้วยการออกเสียงแสดงความคิดเห็นจากกลุ่มผู้อ่านของเดลินิวส์และเครือมติชน
“เชื่อว่าจะเป็นแรงผลักดันให้เห็นการเมืองในอนาคต แนวทางการแก้ไขปัญหาต่างๆ จึงมองว่าผลโพลที่ออกมาน่าจะมีความใกล้เคียงกับความเป็นจริงมากที่สุด ขอเชิญชวนผู้อ่านเดลินิวส์และเครือมติชน รวมไปถึงประชาชนไทยร่วมแสดงความคิดเห็นผ่านโพล เพื่อเป็นเสียงสะท้อนไปยังพรรคการเมือง และผู้สมัครรับเลือกตั้ง ได้ทราบว่ามาถูกทางแล้วหรือไม่ จะได้ปรับตัวตามความต้องการของประชาชนทั่วประเทศต่อไป” นายปารเมศกล่าว
สำหรับแคมเปญโพลมติชน x เดลินิวส์ ได้แถลงลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ หรือเอ็มโอยู กันไปแล้วเมื่อ 20 มี.ค.ที่ผ่านมา โดยมีผู้บริหารเครือมติชน นำโดย น.ส.ปานบัว บุนปาน กรรมการผู้จัดการ บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) นายปราปต์ บุนปาน รองกรรมการผู้จัดการสายเทคโนโลยีและดิจิทัลมีเดีย บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) ร่วมกับนางประพิณ รุจิรวงศ์, นายปารเมศ เหตระกูล และนางสิริวรรณ พันธุ์ปรีชากิจ กรรมการบริหารหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ และเดลินิวส์ออนไลน์ รวมถึง ผศ.อัครพงษ์ ค่ำคูณ คณบดีวิทยาลัยนานาชาติปรีดี พนมยงค์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และนายศุภกร รวยวาสนา กรรมการผู้จัดการ บริษัท ยูนิกเดฟ จำกัด ผู้ให้บริการระบบซิสเต็ม เอ็นจิเนียร์ และไอทีโซลูชั่นชั้นนำ เข้าร่วม
น.ส.ปานบัวกล่าวว่า โพลครั้งนี้มีความสำคัญ เพราะมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นอย่างมาก ทั้งการเปลี่ยนแปลงวิธีการเลือกตั้ง การเปลี่ยนแปลงเขตเลือกตั้ง การเปลี่ยนแปลง ผู้สมัครลงรับเลือกตั้ง และการเปลี่ยนแปลงในฐานะผู้โหวตหน้าใหม่ หรือนิวโหวตเตอร์ เฉพาะแค่ปัจจัยตรงนี้ ใครที่คาดการณ์ว่าการเลือกตั้ง 2566 จะคาดเดาได้ง่าย ไม่น่าจะใช่ เพราะมีความซับซ้อนมากกว่าเดิม ไม่รวมถึงมิติปัญหาด้านต่างๆ ที่ทุกคนล้วนแล้วแต่ก็มีมิติของปัญหาที่แตกต่างกัน ซึ่งอาจจะนำผลไปสู่การตัดสินใจเลือกตามแต่มิติที่ได้รับผลกระทบมา เพราะฉะนั้นจึงนับเป็นเรื่องซับซ้อนที่สุดครั้งหนึ่งของการเลือกตั้งในประเทศไทย